เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 พัดลมเวทมนตร์รุ่นปรับความเร็วได้

บทที่ 12 พัดลมเวทมนตร์รุ่นปรับความเร็วได้

บทที่ 12 พัดลมเวทมนตร์รุ่นปรับความเร็วได้


ทาสตัวน้อยถูกปกคลุมไปด้วยรอยฟกช้ำและบาดแผล แม้ว่าบาดแผลของเขาจะดูน่ากลัวมาก แต่จริงๆแล้วมันเป็นเพียงบาดแผลที่ผิวหนังเท่านั้นและไม่ได้ทำร้ายร่างกายของเขาเลย

ซูยี่ส่งเขาไปยังโรงพยาบาลที่ดีที่สุดของเมืองบันต้าหลังจากยืนยันว่าไม่มีอันตรายถึงชีวิตเขาก็ฝากเขาไว้กับหมอและให้หมอคอยดูแลเขาเมื่อเขากลับไปที่หอคอยเวทมนตร์คามิลล่า

กลับไปที่ห้องทดลองเพื่อนร่วมงานของเขาแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นเขาเข้ามาในทันที

“เฮ้ซูยี่ไม่ใช่ว่านายหยุดงานวันนี้เหรอ? นายกลับมาทำไม” เรมถามเสียงดัง

“ฉันทำเรื่องเสร็จแล้วและไม่มีอะไรจะทำก็เลยกลับมาดูว่าที่นี่มีงานอะไรหรือเปล่า” ซูยี่ตอบด้วยรอยยิ้ม

“โอ้? ฉันนี้ึกว่านายจะไม่กลับมาแล้วซะอีก”

“เรมเธอไม่เข้าใจเหรอ? ตอนนี้พัดลมเวทมนร์ขายดีแค่ไหนซูยี่คงจะสบายดีแม้ว่าเขาจะไม่กลับมา แค่เขาขายพัดลมเวทมนตร์เขาก็มีเงินมากมายแล้ว เขาจะต้องกลับมาที่หอคอยซอมซ่อนี้เพื่อทำงานน่าเบื่อนี้อีกทำไม”

เมื่อได้ยินเสียงที่แดกดันซูยี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ส่ายหัวด้วยรอยยิ้มและไม่สนใจมัน

เนื่องจากเขาจำเป็นต้องจัดระเบียบโรงงานและทำงานอื่น ๆ อีกมากมายเขาจึงต้องหยุดงานหลายวัน

จอมเวทย์คามิลล่าเองก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เพื่อนร่วมงานของเขาในห้องทดลองกลับมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่ปิดบัง มีบางคนีเจือความโกรธเล็กน้อยในน้ำเสียงของพวกเขาเมื่อพวกเขาพูด

ซูยี่ขี้เกียจเกินไปที่จะสนใจว่าทำไมพวกเขาถึงต้องสนใจเรื่องของเขามากขนาดนั้น อีกอย่างเรื่องนี้มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบกับเขามากนัก

“เวลล่าการวิจัยรูปแบบเวทมนตร์เป็นอย่างไรบ้าง” ซูยี่ตรงมาที่โต๊ะทำงานของเวลล่าจากนั้นจึงถามด้วยเสียงต่ำ

“มันกำลังไปได้ด้วยดีเลย” เวลล่าหยิบพิมพ์เขียวรูปแบบเวทมนตร์ออกมาแล้วกางลงบนโต๊ะ“ดูนี่ฉันเห็นด้วยกับที่นายคิดว่าการใช้อักขระลิเดียลจะขัดแย้งกับรูปแบบเวทมนตร์ฉันได้ทำการทดลองหลายครั้งในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาและพบโมเดลที่เหมาะสมที่สุดแล้ว นายคิดว่ามันโอเคไหม”

“เนื่องจากเธอบอกว่าเหมาะสมที่สุดก็ไม่มีปัญหาแน่นอน”

แม้ว่าเขาจะพูดแบบนี้ซูยี่ก็ยังคงมองดูพิมพ์เขียวรูปแบบเวทมนตร์อย่างระมัดระวัง ในที่สุดเขาก็ยืนยันว่าวิธีแก้ปัญหาของเวลล่านั้นเหมาะสมอย่างยิ่ง

“เยี่ยมมาก! ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของเธอนะ” หลังจากพูดสิ่งนี้ซูยี่ก็ไอเบา ๆ “แน่นอนว่าฉันจะไม่รับการช่วยเหลืออยู่ฝ่ายเดียว ค่าตอบแทนเป็นสิบเหรียญทองเธอคิดว่าไง”

ใบหน้าของเวลล่าแดงระเรื่อเล็กน้อยและเธอก็พูดอย่างเชื่องช้า“ไม่มากไปเหรอ? ฉันใช้เวลาแค่คืนเดียวกับมันเท่านั้นเอง”

“นั่นเป็นเพราะเธอคืออัจฉริยะ ความรู้คือสิ่งที่มีค่าฉันยังคิดว่าสินเหรียญทองมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ” ซูยี่กล่าว

เวลลาครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และไม่สุภาพอีกต่อไปขณะที่เธอพยักหน้าเห็นด้วย

เมื่อซูยี่เดินจากเวลล่าไป เรมก็ขมวดคิ้วขึ้นมาในทันที

“เวลล่าเธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไรกับซูยี่ซูยี่? ทำตัวส่อเสียดจัง”

เวลล่าจ้องมองไปที่เธอ“ใครเรียกส่อเสียด? มันส่อเสียดยังไง”

เรมประหลาดใจแล้วเธอก็รีปขอโทษทันที“ไม่ ไม่ คือฉันหมายความว่า… .. ลึกลับใช่แล้วลึกลับ”

“ไม่มีอะไรซูยี่แค่ต้องการความช่วยเหลือจากฉันในการศึกษารูปแบบเวทมนตร์จากนั้นเขาก็ให้เหรียญทองสิบเหรียญเป็นค่าตอบแทนแก่ฉัน” เวลล่าไม่คิดว่าจะมีอะไรที่ต้องซ่อนจากเธอจึงพูดอย่างเปิดเผย

“สิบเหรียญทอง?” เรมตะโกนออกมาด้วยความประหลาดใจดึงดูดความสนใจของทุกคนในห้องทดลอง เธอรู้สึกประหลาดใจก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“เขาให้เหรียญทองสิบเหรียญกับเธอเพื่อศึกษารูปแบบเวทมนตร์หนึ่งอัน? เขาหลอกเธอหรือเปล่า”

“เขาจะหลอกฉันไปทำไมกัน” เวลล่ากลอกตาไปที่เรม“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาจ่ายเงินให้ฉัน ความจริงเขาจ่ายเงินให้ฉันมาสองสามครั้งแล้ว ฉันจะต้องไม่เชื่อใจเขาด้วยเหตุผลอะไร”

“ไม่ใช่ครั้งแรกเหรอ” เรมตกใจมากขึ้นไปอีก“เวลล่าเธอ...มีความลับกับฉันเรื่องเธอกับซู……”

เวลล่าตะโกนด้วยความโกรธทันที“เธอกำลังพูดเรื่องอะไร  มีความลับกับเธอ? เธอเป็นอะไรกับฉัน ทำไมฉันจะต้องรายงานให้เธอรู้ว่าฉันกำลังทำอะไรด้วย”

เสียงของเวลล่าก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ และไปถึงหูของทุกคนในห้องทดลอง ทุกคนมองไปที่เวลล่าและเรมที่ราวกับคู่รักทะเลาะกัน

แล้วทุกคนก็มองไปที่ซูยี่พวกเขาไม่เข้าใจทำไมพอซูยี่คุยกับเวลล่าถึงทำให้เธอกับเรมทะเลาะกัน เด็กคนนั้นเรมปกติเขาไม่ใช่คนขี้อิฉฉา… ...

ซูยี่ไม่มีเวลาสนใจเวลล่าและเรม หลังจากที่เขาได้รับพิมพ์เขียวณูปแบบเวทมนตร์จากเวลล่าแล้วเขาก็กลับไปที่โต๊ะเพื่อทำงานต่อ

รูปแแบบเวทมนตร์นี้เป็นรูปแบบเวทย์ลมหมุนของพัดลมเวทมนตร์

เนื่องจากการออกแบบครั้งแรกของพัดลมเวทมนตร์นั้นเร่งรีบเกินไปจึงมีหลายส่วนที่ไม่สมบูรณ์แบบ ตอนนี้ซูยี่ได้เตรียมที่จะขยายสายการผลิตพัดลมเวทมนตร์แล้วเขาก็เตรียมพร้อมที่จะพัฒนาพัดลมเวทมนตร์ขึ้นมาใหม่

ตัวอย่างเช่นหากเขาค้นคว้าูรูปแบบเวทมนตร์ในมือเสร็จแล้วเขาจะสามารถทำให้ พัดลมเวทมนตร์นี้เปลี่ยนความเร็วใบพัดได้้ มันจะไม่หมุนด้วยความเร็วเท่าเดิมเหมือน พัดลมเวทมนตร์รุ่นแรก

แต่ในขณะที่การดัดแปลงนี้ฟังดูเรียบง่าย แต่ก็มีความต้องการรูปแบบเวทมนตร์ที่สูงขึ้น ซูยี่ไม่มีปัญหาที่ต้องศึกษาเรื่องนี้ด้วยตัวเอง แต่มันจะเสียเวลาไปพอสมควรดังนั้นเขาจึงขอความช่วยเหลือจากเวลล่าเขาหวังว่าเธอจะปรับแต่งรูปแบบเวทมนตร์ได้ตามความต้องการของเขา

เวลล่าสนใจพัดลมเวทมนตร์รุ่นแรกของซูยี่เมื่อได้ยินว่าซูยี่ต้องการให้เธอช่วยในการปรับแต่งรูปแบบเวทมนตร์เธอก็ตอบตกลงทันที

ในฐานะนักเวทย์ที่มีพลังเวทย์อยู่ในอันดับต้น ๆ ของห้องทดลองความสามารถในการค้นคว้าของเวลล่าที่มีต่อรูปแบบเวทมนตร์์นั้นแข็งแกร่งกว่าของซูยี่มาก เธอใช้เวลาไม่นานในการปรับแต่งรูปแบบเวทมนตร์ได้ตามข้อกำหนดของซูยี่

ซูยี่มีความสุขมากกับผลลัพธ์นี้ เขาตระหนักดีว่าพลังของคน ๆ เดียวมี จำกัด และแต่ละอาชีพมีความเชี่ยวชาญดังนั้นในแง่ของระดับเวทมนตร์เวลล่าแข็งแกร่งกว่าเขามาก ดังนั้นการให้งานทางเวทมนตร์แบบนี้กับผู้เชี่ยวชาญอย่างเวลล่าถือเป็นเรื่องดี

เวลล่าช่วยเขาแก้ปัญหาทุกอย่างโดยแค่ต้องจ่ายสิบเหรียญทองเป็นค่าตอบแทน

เวลล่ามักจะพูดว่ามันมากเกินไป แต่ซูยี่ไม่คิดอย่างนั้น

ต้องรู้ว่าหากเป็นที่โลกเก่าของเขาหากต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญมาทำงานให้หากราคาไม่สูงพอพวกเขาก็ไม่แม้แต่จะชายตามอง

ที่สำคัญกว่านั้นคือสิ่งนี้สามารถช่วยซูยี่ได้ไม่น้อย มันทำให้เวทมนตร์กับสิ่งที่เขาออกแบบทำงานร่วมกันได้

เพื่อให้เหมาะกับณูปแบบเวทมนตร์ที่เปลี่ยนแปลงไป โครงสร้างของพัดลมเวทมนตร์ก็จำเป็นต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และคนเดียวในทวีปไซน์ที่เข้าใจเรื่องนี้คือซูยี่เรื่องนี้ไม่มีใครช่วยเขาได้

ตอนนี้เป็นช่วงปลายเดือนกรกฎาคมและฤดูร้อนจะอยู่ไม่เกินอีกสองเดือน หากเขาต้องการปล่อยพัดลมเวทมนตร์คลื่นลูกที่สองออกมาในช่วงฤดูร้อนซูยี่จำเป็นต้องใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่อเขาจดจ่ออยู่กับการค้นคว้า เมื่อซูยี่ได้กำหนดขั้นตอนแรกในการออกแบบพัดลมเวทมนตร์รุ่นปรับควมเร็วได้แล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าห้องทดลองเงียบไปแล้ว เพื่อนร่วมงานของเขาทำงานเสร็จแล้วและจากไป

ซูยี่ยืดตัว เมื่อเขาเตรียมพร้อมที่จะเก็บข้าวของและออกไปทันใดนั้นประตูห้องทดลองก็เปิดออกและหัวของสเตลล่า(เปลี่ยนจากสเตลนะครับ)ก็โผล่เข้ามา

“เฮ้ซูยี่นายยังไม่กลับจริงๆด้วย” สเตลล่าโบกมือของเธอให้กับซูยี่และเผยรอยยิ้มที่สดใส

"มีเรื่องอะไรเหรอ? เธอมีเรื่องอะไรให้ฉันช่วยอย่างนั้นเหรอ? หรือว่าจอมเวทย์คามิลล่าเรียกฉันอีกแล้ว” ซูยี่ถามด้วยรอยยิ้ม

แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้คุยกันมากนักในตอนที่เธอช่วยให้เขาได้งานในหอคอยเวทมนตร์แต่เขาก็รู้สึกขอบคุณเธอมาโดยตลอด เมื่อเทียบกันแล้วเขาเป็นมิตรกับฌะอมากกว่าเพื่อนร่วมงานขเงเขาเสียอีก

สเตลล่ากลอกตาและส่งเสียงพึมพำเบา “อะไร? ฉันจะมาหานายได้ก็ต่อเมื่อมีธุระเหรอ”

ซูยี่มีรอยยิ้มเจื่อนๆขณะที่ส่ายหัว เขาไม่เชื่อว่าสเตลล่าจะมาหาเขาหากไม่มีเรื่องอะไร แต่เขาก็ไม่โง่พอที่จะพูดมันออกมาต่อหน้าเด็กสาวอายุสิบเก้าปีตรงหน้า

“มาหาฉันโดยไม่มีเหตุผลเหรอ คงไม่ใช่เพราะว่าฉันหลอเกินไปเธอเลยตกหลุมรักฉันหรอกใช่มั้ย” ซูยี่อดที่จะแกล้งเธไม่ได้

ใบหน้าของสเตลล่าแดงระเรือขณะที่เธอจ้องมองมา เธอพูดอย่างโกรธ ๆ ว่า “ทำไมพวกผู้ชายถึงเหมือนกันหมด เอาล่ะหยุดพูดไร้สาระได้แล้วมากับฉัน เรากำลังจะออกไปกินข้าวกัน”

“ออกไปกินข้าว” ซูยี่ตะลึง เขาคิดว่าเรื่องนี้มันช่างไม่มีเหตุผลเลย

"อะไร?นายไม่เชื่อฉันเหรอ” สเตลล่าจ้องมองเขา. เธอเข้ามาเกี่ยวแขนของ ซูยี่และดึงเขาออกไปข้างนอก

“เฮ้เฮ้เฮ้นี่จะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดนะ ฉันเดินเองได้… ..”

สเตลล่าพาซูยี่มากินข้าวที่ร้านอาหารไม่ใกลจากหอคอยเวทมนตร์นัก

ร้านนี้ดูไม่แพงมาก แต่มีบรรยากาศเงียบสงบ สถานที่แห่งนี้ไม่แออัดเกินไปและอาหารก็ค่อนข้างพิเศษรสชาติค่อนข้างดี เห็นได้ชัดว่าสเตลล่ามีเรื่องบางอย่างถึงได้พาเขามาที่นี่

ในขณะที่พวกเขาทานอาหารสเตล่าลังเลอยู่สองสามครั้ง แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไร ซูยี่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องตลกและไม่ได้พูดอะไรเขาทำเพียงก้มหน้าลมแล้วกินอาหารของเขา

เมื่อเห็นว่าพวกเขากำลังทานอาหารเสร็จสเตลล่าก็ไม่สามารถทนมันได้อีกต่อไปแล้วพูดกับซูยี่ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “คือ...ซูยี่ฉันขอถามอะไรนายหน่อยได้มั้ย”

ซูยี่เผยรอยยิ้มจาง ๆ ขณะที่เขาคิดว่าสเตลล่าค่อนข้างอดทน เขาถามกลับว่า“ถามอะไรล่ะ บอกคำถามของเธอมาได้เลย ฉ้นจะตอบคำถามตามมื้ออาหารนี้”

หัวใจของสเตลล่าเต็มไปด้วยความโกรธ เธอคิดกับตัวเองว่าถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นมีสาวสวยขอความช่วยเหลือใครกันจะไม่ช่วยอย่างเต็มที่

ซูยี่บอกว่าเขาจะช่วยตามอาหารมื้อนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เต็มใจ เขาชั่งไม่รู้จักดีชั่วเลยจริงๆ

แต่ตอนนี่เป็นเธอที่มาขอความช่วยเหรือเธอจึงยอมทิ้งท่าที เธอฝืนยิ้มแล้วพูดว่า “เอ่อคือ...ยังงี้นะนายยังจำวันแรกที่นายสัมภาษณ์ที่หอคอยเวทมนตร์แล้วหยิบเปียโนรุ่นนั้นออกมาได้มั้ย”

“ทำไมฉันจะจำไม่ได้ล่ะ”

“ตอนนี้นายมีมันอยู่หรือเปล่า”

“ไม่ สิ่งนั้นไม่เล็กเลยทำไมฉันจะเอามันมาโดยไม่มีเหตุผล”ซูยี่ส่ายหัว

"มันก็ใช่"สเตลล่าคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อนที่จะพูดว่า "แล้วถ้าเราจะไปบ้านของนายตอนนี้ได้จะได้มั้ย"

จบบทที่ บทที่ 12 พัดลมเวทมนตร์รุ่นปรับความเร็วได้

คัดลอกลิงก์แล้ว