เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 เช่าที่ดิน

บทที่ 10 เช่าที่ดิน

บทที่ 10 เช่าที่ดิน


รถม้ากำลังแล่นออกไปทางประตูตะวันตกของเมืองบันต้าอย่างช้าๆ จากนั้นมันก็ค่อยๆเร่งความเร็วและมุ่งหน้าไปยังชานเมืองทางตะวันตกของเมืองบันต้าอย่างรวดเร็ว

ซูยี่และไฮนซ์นั่งอยู่ตรงข้ามกันภายในรถม้า ไฮนซ์ถือแผนที่คร่าวๆของเมืองบันต้าไว้ในมือและกำลังอธิบายบางอย่างให้ซูยี่ฟัง

“ดูสินี่คือดินแดนของวิสเคานท์เลสลี่ มันมีพื้นที่ทั้งหมดเกือบพันเฮกตาร์(1เฮกตาร์=10,000ตารางเมตร)และกว่าครึ่งหนึ่งเป็นดินแดนที่ยังไม่ได้พัฒนา วิสเคานท์เลสลี่ได้สัญญากับเราว่าเราสามารถเลือกที่ดินเพื่อเช่าจากที่ดินที่ยังไม่ได้พัฒนานี้ได้เลย”

ซูยี่มองดูแผนที่และใช้นิ้วชี้ไปที่แผนที่“ไม่จำเป็นต้องเลือกหรอก เอาเป็นตรงนี้ก็ได้”

"ต้งนี้เหรอ?" ไฮนซ์มองไปที่ที่ซูยี่ชี้ไปและคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาพูดพร้อมกับขมวดคิ้ว“ที่นี่ไม่ได้อยู่ใกล้กับเมืองบันต้าแล้วก็ไม่ได้อยู่ใกล้กับที่อื่นเลยนะ ฉันว่ามันไม่ค่อยจะสะดวกในการใช้ชีวิตที่นั่นเลย”

ซูยี่ยักไหล่ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ว่า“ก็ดีถ้าไม่มีอะไรที่นั่นจะสะดวกกว่าสำหรับเราในการวางแผนสิ่งต่างๆ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการวาดลงบนกระดาษขาวนั้นง่ายกว่ากระดาษทึบๆ”

“แต่ถ้าเป็นแบบนี้รายจ่ายมันจะมากกว่าที่เราประเมินไว้” ไฮนซ์ยังคงขมวดคิ้ว

“การลงทุนครั้งแรกก็เป็นแบบนี้ล่ะ” ซูยี่พยักหน้าก่อนจะวาดวงกลมอีกวงบนแผนที่“ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากจะเช่าที่ดินส่วนใหญ่ที่ยังไม่พัฒนานี้มาใช้ด้วย”

“พื้นที่ส่วนใหญ่เหรอ!” ไฮนซ์พูดด้วยน้ำเสียงตะลึงว่า“เราทำอย่างนั้นไม่ได้ เพียงแค่เช่าที่ดินหนึ่งเฮกตาร์เราก็ต้องจ่ายเงินให้วิสเคานท์เลสลี่หนึ่งร้อยเหรียญทองทุกปีแล้ว ถ้าเราเช่าพื้นที่ใหญ่ขนาดนี้… .. แม้มันจะไม่ถึงหมื่น แต่มันก็เป็นราคาหลายพันเหรียญทองในแต่ละปี อีกอย่างเราเองก็ไม่ต้องการเวิร์กช็อปขนาดใหญ่ขนาดนั้นทำไมเราถึงต้องการที่ดินผืนใหญ่ขนาดนี้กัน”

ซูยี่เผยรอยยิ้มจาง ๆ “ไฮน์เป็นไปได้ไหมว่านายพอใจกับแค่โรงงานพัดลมเวทมนตร์”

ไฮน์มองไปที่ซูยี่ด้วยความงุนงง เป็นไปได้ไหมว่าเพื่อนคนนี้จะมีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่กว่านี้?

เมื่อวานซูยี่ไปพบกับไฮนซ์เพื่อบอกเขาว่าอย่าเสียเวลาไปกับการหาสถานที่ที่เหมาะสมในเมืองบันต้าเพราะซูยี่ต้องการหาพื้นที่ว่างนอกเมืองบันต้า เขาวางแผนที่จะสร้างโรงงานบนพื้นที่ว่างเปล่าและมุ่งเน้นไปที่การผลิตพัดลมเวทมนตร์

ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ซูยี่ยังให้อเล็กหลานชายของไฮน์ทำการสำรวจเมืองเล็กน้อยจากผลของการสำรวจซูยี่สามารถประเมินได้ว่าความต้องการพัดลมเวทมนตร์ในเมืองบันต้าอยู่ที่ประมาณสามถึงห้าพันคนและตอนนี้พวกเขาขายได้เพียงไม่ถึงห้าร้อย นั่นหมายความว่าพวกเขามีตลาดมากกว่าหลายพันคน

ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนนี้จำกัดเฉพาะเมืองบันต้าเท่านั้น สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวในพื้นที่ชนบทนอกเมืองบันตาไม่ดีเท่าเมืองบันตา แต่ก็ยังมีความต้องการพัดลมเวทมนตร์ด้วยเหมือนกัน

หากรวมพื้นที่รอบเมืองบันต้าซูยี่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจนว่าความต้องการของพัดลมเวทมนตร์มีมากกว่าหมื่นตัว

ด้วยเหตุนซูยี่จึงตัดสินใจเพิ่มสายการผลิตของเขา

หากเขาต้องการเพิ่มการผลิตอย่างมากขึ้นมันก็จะมีข้อจำกัดเกี่ยวกับโกดังที่เขาเช่าในเมืองบันต้า ดังนั้นซูยี่จึงมุ่งหน้าไปนอกเมืองโดยตรงเพื่อเตรียมสร้างโรงงานพัดลมเวทมนตร์

หลังจากที่ดินทั้งหมด ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเลือกที่ดินที่เป็นของวิสเคานท์เลสลี่

แน่นอนว่าหากเขาต้องการเพิ่มกำลังการผลิตนอกเหนือจากที่ดินแล้วสิ่งที่สำคัญกว่าคือคนงาน

ซูยี่มองไปที่เอกสารในมือและริมฝีปากของเขาก็โค้งเป็นรอยยิ้ม

ในเอกสารนี้ครึ่งหนึ่งเป็นข้อมูลของคนสามสิบคนและอีกครึ่งเป็นสัญญาสามสิบฉบับ

สิ่งเหล่านี้คือการเก็บเกี่ยวของเขาหลังจากที่เขาเดินทางไปทีสถาบันเวทมนตร์บารอนริกโต้

ด้วยความพยายามอย่างหนักในการโน้มน้าวใจของเขาในที่สุดผู้อำนวนการเชียเรอร์ก็อนุญาตให้ซูยี่รับสมัครนักเรียนจากสถาบันบารอนริกโต้มาทำงานให้เขา อย่างไรก็ตามเชียเรอร์บอกว่าเขาจะไม่สนับสนุนซูยี่อย่างเปิดเผยแต่ในเวลาเดียวกันก็จะไม่ขัดขวางเช่นกัน

ด้วยความพยายามของเขาซูยี่ในที่สุดก็สามารถรับสมัคนักเรียนทั้งสามสิบคนตามข้อตกลง

ระดับพลังเวทย์ของนักเรียนไม่สูงนักอย่างน้อยก็ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่สามารถเปรียบเทียบกับซูยี่ได้

แต่ในฐานะนักเรียนของสถาบันเวทมนตร์บารอนริกโต้พวกเขามีพื้นฐานเรื่องรูปแบบเวทมนตร์ที่มั่งคง รวมถึงประสบการณ์ในการวาดรูปแบบเวทมนตร์

แม้ว่าซูยี่จะปรับแต่งรูปแบบเวทมนตร์ของพัดลมเวทมนตร์จน้ีความซับซ้อนที่มากขึ้น แต่ถึงยังไงนี่ก็เป็นเพียงรูปแบบเวทย์ลมระดับต่ำ มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะจารึกมันออกมา(ขอเปลี่ยนจากวาดเป็นจารึกนะครับ)

ซูยี่คัดเลือกนักเรียนเหล่านี้มา สิ่งเดียวที่พวกเขาต้องทำก็คือจารึกรูปแบบเวทมนตร์

แม้ว่านี่จะเป็นงานที่ง่ายมาก แต่มันก็ต้องการพลังเวทย์จำนวนหนึ่งเพื่อทำสิ่งนี้

ในตอนที่เขากำลังผลิตพัดลมเวทมนตร์ห้าร้อยตัวซูยี่ได้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานทั้งสิบคน อย่างไรก็ตามเพื่อที่จะผลิตพัดลมเวทมนตร์มากกว่าหมื่นตัวมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะพึ่งพาเพื่อนร่วมงานสิบคนของเขา

เมื่อเทียบกับสิ่งนี้มันจะเหมาะกว่าที่เขาจะจ้างนักเรียนสามสิบคนแทนที่จะพึ่งพาเพื่อนร่วมงานทั้งสิบคนของเขา

ประการแรกนักเรียนทั้งสามสิบคนนี้จะไม่ถูกจำกัดเท่ากับเพื่อนร่วมงานสิบคนของเขาพวกเขาจะไม่ลังเลที่จะเซ็นสัญญากับซูยี่เมื่อพวกเขาสร้างความสัมพันธ์ในการจ้างงานที่ชัดเจนกับซูยี่ ซูยี่จึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าพวกเขาจะส่งผลกระทบต่อการผลิต

ต่อมาเมื่อซูยี่เชิญเพื่อนร่วมงานสิบคนมาทำพัดลมเวทมนตร์ครบห้าร้อยตัวเขาได้จ่ายเงินให้เพื่อนร่วมงานคนละห้าเหรียญทองและมอบโบนัสเป็นพัดลมเวทมนตร์ให้กับพวกเขา เมื่อเทียบกับสิ่งนี้เขาได้พูดคุยเรื่องนี้กับนักเรียนทั้งสามสิบคนแล้วและแต่ละคนจะได้รับเหรียญเงินสองเหรียญต่อการจารึกรูปแบบเวทมนตร์ดังนั้นเขาจึงสามารถลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก

จริงๆแล้วเมื่อซูยี่พูดถึงการจ่ายเงินนี้เขาค่อนข้างกังวลว่านักเรียนจะพบว่ามันต่ำเกินไป อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากได้ยินการจ่ายเงินนักเรียนทุกคนจะดูตื่นเต้นมากแม้กระทั่งชมเชยซูยี่ว่าเป็นคนใจกว้าง

เรื่องสุดท้ายคือจุดที่สำคัญที่สุด เมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมงานของเขาในห้องทดลองแล้วนักเรียนของสถาบันเวทมนตร์เหล่านี้ยังไม่ได้มีประสบการณ์มากนักดังนั้นพวกเขาจึงยังไม่มีอคติต่อการใช้เวทมนตร์

ซูยี่สามารถปลูกฝังพวกเขาด้วยความรู้ด้านวิศวกรรมเครื่องกลจากโลกให้พวกเขาเรียนรู้ตั้งแต่ต้น

หากมีเพียงไม่กี่คนที่แสดงความสามารถด้านวิศวกรรมเวทย์มนตร์นั่นจะเป็นทรัพยากรที่มีค่ามาก

หากนักเวทย์เหล่านี้ปรากฏตัวมากขึ้นความฝันของซูยี่ในการสร้างระบบอุตสาหกรรมบนทวีปไซนส์จะไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป… ..

ทันใดนั้นรถม้าก็สั่นสะเทือนจนซูยี่ตกจากที่นั่งทำให้เขาหลุดจากฝันกลางวันทันที

“เราเกือบจะถึงแล้ว” ไฮนซ์ที่อยู่ข้างๆเตือนเขา

ซูยี่เปิดหน้าต่างและมองออกไป เขาพบว่ารถม้าได้ออกจากถนนสายใหญ่ไปทางทิศตะวันตกของเมืองบันต้าแล้วและตอนนี้อยู่บนถนนหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยหินขรุขระ

รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่มาจากรถม้า ซูยี่อดไใ่ได้ที่จะขมวดคิ้งขึ้นมา

“ถนนสายนี้เลวร้ายเกินไป”

ไฮนซ์กล่าวด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่น“แน่นอนสถานที่แห่งนี้เป็นดินแดนที่ยังไม่พัฒนา การที่มีถนนเล็ก ๆ ให้รถม้าผ่านไปได้ยังถือว่าดีแล้ว”

“ปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ ไฮนซ์ถ้าฉันต้องการทำถนนราบจากที่ของเราออกไปถนนใหญ่เราต้องใช้เงินเท่าใหร่?”

“สร้างถนนเหรอ” ไฮนซ์ตะลึง เขามองลงไปและชี้ไปที่แผนที่สองสามครั้งก่อนจะตอบกลับด้วยรอยยิ้มขมขื่น“มันไม่ใช่ถูกๆเลนะ แม้จะเป็นถนนที่เรียบง่ายที่สุด แต่มันก็มีราคาหลายร้อยเหรียญทองแล้ว” หลังจากหยุดไปสักพักเขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดเสริมว่า“จริงๆแล้วแม้ถนนเส้นนี้จะเป็นหลุมเป็นบ่อ แต่รถม้าก็ยังผ่านไปได้ มันจำเป็นด้วยเหรอที่จะทำถนนใหม่?”

ซูยี่ส่ายหัว “ไม่ได้ แม้ว่าในตอนนี้พัดลมเวทมนตร์จะไม่ได้ผลิตขึ้นมาอย่างดีและไม่ได้ต้องการการขนส่งที่ดีนัก แต่สินค้าในอนาคตที่เราจะผลิตขึ้นมันมีความละเอียดอ่อน ด้วยถนนสายนี้อาจจะทำให้สินค้าเสียหายระหว่างการขนส่งได้ง่ายมาก”

ไฮนซ์เม้มริมฝีปาก เขาพบว่าเขาไม่เข้าใจว่าซูยี่หมายถึงอะไรโดยเฉพาะ“ผลิตอย่างดี” สินค้าในอนาคต“และ” ละเอียดอ่อน” ดังนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะพยายามโน้มน้าวเขาอีกครั้ง

แต่ตอนนี้ซูยี่เป็นผู้รับผิดชอบและเขาไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจใด ๆ ดังนั้นเขาจึงล้มเลิกความพยายามที่จะโน้มน้าวเขาในที่สุด

รถม้ายังคงแล่นไปตามถนนสายนี้อีกเล็กน้อยก่อนที่จะหยุดลงอย่างช้าๆ

ซูยี่และไฮนซ์กระโดดลงจากรถม้าและมองไปรอบ ๆ เห็นพื้นที่รกร้างที่กว้างใหญ่อย่างแท้จริง บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยวัชพืชและพวกเขามองไม่เห็นอะไรเลย

เมื่อเห็นว่าแผ่นดินทรุดโทรมขนาดใหนไฮนซ์ก็อดไม่ได้ที่จะผิดหวังเล็กน้อย แต่ดูเหมือนซูยี่จะไม่แปลกใจเลย

ในโลกก่อนเขาได้ไปหลายพื้นที่ที่กำลังพัฒนา ที่นั่นยังรกร้างกว่าอีก หลังจากได้รับการพัฒนาแล้วมันก็ใช้เวลาไม่นานก่อนที่มันจะมีชีวิตชีวามากขึ้น

แม้ว่าตอนนี้บริเวณนี้จะรกร้างไปมาก แต่เขาเชื่อว่าหากเขาลงทุนกับมันต่อไปสถานที่แห่งนี้จะหรูหราขึ้นมาอย่างแน่นอน

“คุณคือคุณชายซูยี่และคุณไฮนซ์ใช่มั้ย” ทันไดนั้นชายชราร่างผอมบางก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน

“สวัสดีพ่อบ้านบรูไนผมชื่อไฮนซ์และนี่คือเพื่อนของผมซูยี่” ไฮนซ์รีบเข้ามาทักทายเขา“ ซูยี่นี่คือพ่อบ้านของวิสเคานท์เลสลี่คุณบรูไน”

ซูยี่มองชายชราหน้าตาธรรมดาคนนี้และพยักหน้าให้เขา

บรูไนใช้ดวงตาเล็กๆของเขามองไปที่ซูยี่ เขาพูดพร้อมพยักหน้าว่า“เอาล่ะเนื่องจากคุณมาที่นี่แล้วก็ดี ท่านวิสเคานท์ได้กล่าวว่าแม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นดินแดนที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาแต่เนื่องจากมันอยู่ในเขตแดนของเขาเขาก็ไม่สามารถมอบให้คนใช้งานได้อย่างตามใจ ไม่ว่าคุณอยากจะทำอะไรในอนาคตถ้ามันอยู่บนแผ่นดินนี้คุณต้องบอกท่านวิสเคานท์ก่อนเข้าใจไหม”

เมื่อมองไปที่บรูไนผู้หยิ่งผยองซูยี่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโกรธและรู้สึกตลก

ถ้านี่คือโลกก่อนหากมีคนอย่างเขาเต็มใจที่จะจ่ายเงินเพื่อเช่าที่ดินที่ยังไม่ได้พัฒนานี้เจ้าของที่ดินจะรู้สึกมีความสุขมาก

แต่ในทวีปไซน์วิสเคานต์เลสลี่ไม่เพียง แต่เอาเงินไปเท่านั้นพ่อบ้านบรูไนของเขายังแสดงท่าทีเย่อหยิ่งอีกด้วย ราวกับว่าดินแดนแห่งนี้ไม่ได้ถูกเช่าโดยซูยี่แต่เป็นวิสเคานท์เลสลี่ที่มีน้ำใจพอที่จะปล่อยให้เขาใช้มัน

ซูยี่ไม่สามารถแสดงสิ่งใดบนใบหน้าของเขาได้ ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นเขาก็หันไปมองรอบ ๆ บริเวณ

ซูยี่พอใจกับการตรวจสอบของเขามาก สภาพทางธรณีวิทยาของดินแดนแห่งนี้ดีและภูมิประเทศค่อนข้างราบเรียบเหมาะสำหรับสร้างโรงงาน

สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือมีแม่น้ำกว้าง 10 เมตรอยู่ริมฝั่งนี้และมีป่าเล็ก ๆ อยู่อีกด้านหนึ่งดังนั้นจึงง่ายต่อการรวบรวมทรัพยากรและรวบรวมน้ำ

ปัญหาเดียวคือการคมนาคมไม่สะดวก แต่ซูยี่ได้พิจารณาปัญหานี้แล้ว

การปรับปรุงถนนเพื่อให้แน่ใจว่ามีการเชื่อมต่อเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อสร้างโรงงานหรือเหมือง

จบบทที่ บทที่ 10 เช่าที่ดิน

คัดลอกลิงก์แล้ว