เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 499 ว่าที่ลูกเขยของบ้านเรา?

บทที่ 499 ว่าที่ลูกเขยของบ้านเรา?

บทที่ 499 ว่าที่ลูกเขยของบ้านเรา?


บทที่ 499 ว่าที่ลูกเขยของบ้านเรา?

"แต่ท่านแม่วางใจได้ คนผู้นั้นตอนพบกับยวี่เอ๋อร์ ก็มีกิริยาสุภาพ สำรวมเป็นอย่างมากเลยนะเจ้าคะ"

"เมื่อไม่นานมานี้ ครั้งสุดท้ายที่เขาผ่านมาทางนี้ เขาก็บอกกับยวี่เอ๋อร์ว่า... เขาได้บอกเรื่องของเขากับยวี่เอ๋อร์ ให้บิดามารดาในเมืองรับรู้แล้ว"

"พอพ้นปีใหม่ไป เขาจะให้แม่สื่อมาสู่ขออย่างเป็นทางการเจ้าค่ะ"

ม่าซื่อพูดมาถึงตรงนี้ สีหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ดูเหมือนนางจะมีความสุขไม่น้อย

จ้าวซื่อที่อยู่ข้าง ๆ พอได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยแสดงความสงสัยออกมาอย่างอดไม่ได้ว่า

"เจ้ามั่นใจหรือว่าเจ้าหนุ่มนั่นสนใจยวี่เอ๋อร์ของพวกเราจริง ๆ ?"

ก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเปรียบเทียบ นางก็ยังพอคิดว่ายวี่เอ๋อร์นับว่าไม่เลว แต่หลังจากที่แยกเรือนกันแล้ว เด็กนั่นนับวันก็ยิ่งสวยขึ้นเรื่อย ๆ พอเอามาเทียบกันแล้ว ความแตกต่างก็เห็นได้ชัด

โดยเฉพาะวันนี้ เย่เจินใส่เสื้อผ้าใหม่มายืนข้าง ๆ ยวี่เอ๋อร์

แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ความต่างของคนทั้งสองนั้นเห็นได้ชัดเจน ราวกับอีกคนเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ ส่วนอีกคนก็เป็นเพียงเด็กหญิงธรรมดา

คนหนึ่งอยู่สูงสุดในเมฆา อีกคนอยู่ต่ำสุดในดิน แล้วคุณชายบ้านไหนจะตาถั่วถึงกับเลือกยวี่เอ๋อร์กัน?

ม่าซื่อไม่ได้สนใจความสงสัยของจ้าวซื่อเลย รีบตอบกลับทันทีว่า

"ท่านแม่ เรื่องนี้จะมีปลอมได้อย่างไร? คุณชายผู้นั้นบอกกับยวี่เอ๋อร์ไว้แล้ว"

"วันที่แปดเดือนอ้าย เขาจะให้แม่สื่อมาสู่ขออย่างเป็นทางการ หากท่านแม่ยังไม่เชื่อ ก็รอดูอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ก็รู้เองเจ้าค่ะ"

จ้าวซื่อเห็นม่าซื่อยืนยันมั่นเหมาะ ความสงสัยในใจก็คลายลง สีหน้าก็พลันยิ้มแย้มขึ้นมา ตบต้นขาพลางถอนหายใจว่า

"โอย ข้ารู้ว่าเด็กของเราต้องมีวาสนาดีอยู่แล้ว!"

"ดูสิ ไม่ต้องให้เราตระเตรียมอะไรเลย โชคชะตาดี ๆ ก็วิ่งมาหาเองถึงบ้าน"

พูดจบ นางก็หันไปมองม่าซื่อ ดวงตาเป็นประกายถามออกมาว่า

"แล้วเจ้าสืบมาหมดแล้วหรือยัง? คุณชายคนนั้นอยู่ในเมืองจริงหรือ? บ้านเขามีฐานะดีใช่ไหม?"

ความจริงแล้ว สิ่งที่นางอยากรู้ยิ่งกว่าคือ คนผู้นั้นจะให้ของหมั้นอะไรบ้าง?

ม่าซื่อมีท่าทีลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับว่า

"ท่านแม่ก็รู้ ข้าต้องทำงานบ้านทุกวัน เมืองก็อยู่ไกลออกไปนัก ข้าเป็นหญิง จะให้ไปสืบอะไรได้เล่าคะ?"

"แต่ท่านแม่วางใจได้ ครั้งหนึ่งที่ยวี่เอ๋อร์ไปพบกับคุณชายคนนั้น ข้าก็อยู่ข้าง ๆ ด้วย เห็นเขาทั้งการแต่งตัวและคำพูดคำจา ล้วนดูดี เป็นคนมีหัวนอนปลายเท้าแน่นอนเจ้าค่ะ"

จ้าวซื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เริ่มมืดลงเล็กน้อย เจ้าพูดแบบนี้ก็คือไม่ได้ไปสืบใช่ไหม? คนเขาพูดอะไรก็เชื่อหมด แล้วถ้าอีกฝ่ายเป็นสิบแปดมงกุฏล่ะ?

"เรื่องของยวี่เอ๋อร์เป็นเรื่องใหญ่ เจ้าต้องเป็นแม่ที่ดี ช่วงนี้หาทางออกไปสืบดูให้แน่ชัดก่อนจะดีกว่า!"

นางไม่อยากดีใจเก้อ!

ม่าซื่อแสดงสีหน้าลำบากใจออกมาเล็กน้อยว่า

"ท่านแม่ คุณชายผู้นั้นอยู่ในเมือง ท่านจะให้ข้าไปสืบจากไหนกันเล่า?"

จ้าวซื่อขมวดคิ้ว มองไปรอบโต๊ะ ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่เย่เจิ้งเต๋อ

"เจ้าใหญ่ เจ้าไม่ใช่ว่าจะต้องเข้าเมืองวันที่ห้าหรือไร?"

"ถือโอกาสนี้ เจ้าก็ไปช่วยข้าสืบเรื่องนี้ให้ดี! อย่าได้มักง่ายเป็นอันขาด!"

เย่เจิ้งเต๋อขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็คลายสีหน้าลงอย่างรวดเร็ว เพราะนี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับลูกสาวเขา แม้จะไม่อยากลำบากใจแค่ไหน ก็ไม่อาจปฏิเสธได้

จึงพยักหน้ารับคำว่า

"ขอรับ ท่านแม่ ข้าจะรีบไปสืบให้เร็วที่สุด"

จ้าวซื่อเห็นเขารับคำเช่นนี้ ก็ตวัดตามองทันที

"เจ้าอย่าได้คิดตุกติก ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำเล่น ๆ เด็ดขาด ได้ยินไหม?!"

"วางใจเถอะ ท่านแม่ ยวี่เอ๋อร์เป็นลูกสาวข้า ข้าจะไม่ใส่ใจได้อย่างไรกัน? เจ้าจงบอกข้า ชื่อแซ่ของคุณชายผู้นั้นอยู่ไหนในเมือง ข้าจะได้ตามไปสืบให้ละเอียด..."

ขณะที่บ้านสกุลเย่กำลังพูดคุยกันเรื่องนี้ อีกฟากหนึ่งของหมู่บ้านเถาฮวาฮู่ ในเรือนหลักของบ้านสกุลจางก็มีเสียงสนทนาเช่นกัน

เมิ่งซื่อหญิงวัยห้าสิบกว่า กำลังเย็บปะเสื้อผ้าให้สามีใต้แสงตะเกียงน้ำมัน ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ถึงบางสิ่ง หยุดมือลง แล้วหันไปพูดกับสามีว่า

"ข้าว่าผิงอันวันนี้กลับมา ดูเหมือนจะเหม่อลอยไปหน่อยนะ ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรไปหรือเปล่า?"

จางซิ่งอัน หรือผู้ใหญ่บ้านจางที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กำลังถือสมุดบัญชีอยู่ในมือ พลิกดูทีละหน้าเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ พอได้ยินภรรยาพูดก็เงยหน้าขึ้นมามองนางทันที

"เขาจะมีเรื่องอะไรได้? จะไม่ใช่ไปปิ๊งใครเข้าล่ะสิ?" เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจ

คำพูดไม่ตั้งใจนี้กลับทำให้ทั้งสองคนในห้องชะงักไปพร้อมกัน

ผ่านไปหลายอึดใจ เมิ่งซื่อจึงค่อย ๆ ได้สติ วางเสื้อผ้าในมือลงข้างตะกร้าไม้ไผ่ ไม่สนใจจะเย็บต่ออีก

นางขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม "ข้าเพิ่งนึกได้ เจ้าพูดอาจจะถูกนะ"

"ปีนี้ผิงอันอายุสิบสี่ตามวัยจันทรคติแล้ว ถึงวัยที่ควรเริ่มหาคู่ได้แล้ว จะว่าไป เขาอาจจะปิ๊งสาวเข้าก็ได้!"

"ว่าแต่ เขาจะชอบสาวบ้านไหนกันล่ะ? ถึงยังไม่มีใครในใจ ก็ไม่เป็นไร ผิงอันของเราหน้าตาก็หล่อ นิสัยก็ดี เราค่อย ๆ หาให้เขาก็แล้วกัน ต้องหาคนดี ๆ มาให้ได้!"

คำพูดนี้เตือนให้จางซิ่งอันนึกขึ้นได้ เขาวางบัญชีในมือลง สีหน้าแฝงแววซาบซึ้งใจอยู่เล็กน้อย ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าลูกชายคนเล็กโตขึ้นมากขนาดนี้แล้ว

"ถึงเวลาต้องเริ่มมองหาแล้วจริง ๆ ผู้หญิงดี ๆ ที่นิสัยดี หน้าตาดี ก็หาไม่ง่าย เริ่มหาตั้งแต่ตอนนี้ ยังพอมีเวลา"

"ดูอย่างบ้านเย่สิ ตอนนั้นไม่ใช่เพราะไม่ได้หาภรรยาดี ๆ ให้เจ้าลูกชายคนโต ถึงได้วุ่นวายกันใหญ่หรือ?"

เมิ่งซื่อฟังแล้วกลับไม่เห็นด้วยนัก นางเบ้ปากตอบว่า "เจ้าเลิกพูดเถอะ เย่คนโตนั่นใช่จะดีนัก ปีที่แล้วก่อเรื่องตั้งเท่าไหร่?"

"เจ้าเมียจ้าวซื่อของเขาน่ะ เกือบจะถลุงสมบัติหมดบ้านเพราะเขาแล้ว! แล้วนังเด็กเจินก็ชะตาน่าสงสาร ถ้าทางบ้านเฉียนไม่รู้เป็นอะไร ยกเลิกแต่งงานไปก่อน ป่านนี้จะมีชีวิตอยู่รึเปล่าก็ไม่รู้!"

พูดถึงตรงนี้ เมิ่งซื่อชะงักไป ไม่อยากจะเชื่อว่า... ลูกชายของนางจะไปปิ๊งเด็กคนนั้นเข้า?

จางซิ่งอันที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลับไม่คิดลึกขนาดนั้น ถึงเขาจะรักลูกชายมาก แต่ในฐานะผู้ชายเหมือนกัน เขาย่อมไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องแบบนี้เท่าไหร่

เห็นเมิ่งซื่อเงียบไป จึงถามด้วยความแปลกใจ "เจ้าเป็นอะไร? อยู่ดี ๆ ทำหน้าแบบนั้นทำไม?"

เมิ่งซื่อขยับเข้าไปอีกนิด พูดเสียงเบาว่า "เจ้าว่าผิงอันของเรา จะไม่ใช่ปิ๊งเด็กเจินคนนั้นหรอกนะ?"

จางซิ่งอันชะงักไปพักหนึ่ง ก่อนตอบกลับว่า "เป็นไปได้เหรอ? เด็กเจินนั่นเพิ่งเท่าไหร่กันเอง?"

เมิ่งซื่อมีแววตาเหมือนย้อนความหลัง "ก็ไม่ได้เด็กเท่าไหร่หรอก ก็แค่เด็กกว่าผิงอันปีเดียวเอง เจ้ายังจำได้ไหม ตอนที่เด็กเจินคนนั้นเป็นไข้หนักเมื่อปีก่อน"

"ผิงอันก็เป็นแบบนี้แหละ ใจลอยเหมือนทุกวันนี้เลย แล้วอีกอย่าง หลังจากที่เย่เจินหายดีได้ไม่กี่วัน บ้านเราก็บังเอิญได้ข้าวเหนียวมา"

"ข้าอุตส่าห์เหนื่อยแทบตาย ทำของกินอร่อย ๆ ตั้งหลายอย่าง แต่ไอ้เจ้าผิงอันนั่น ไม่ยอมกินเอง เก็บไว้แอบเอาไปให้เด็กนั่นต่างหาก!"

"ถ้าไม่ได้เจ้าเด็กซานหลางเอามาคืน ข้าก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายังมีเรื่องแบบนี้อีก! เจ้าคิดดูให้ดี ๆ สิ จำได้ไหม?"

จางซิ่งอันขมวดคิ้วคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า "เหมือนจะมีเรื่องแบบนี้จริง ๆ แหละ ก็แค่ตอนนั้นบ้านเย่ยังไม่ได้แยกออกมา ชีวิตก็ลำบากอยู่"

จบบทที่ บทที่ 499 ว่าที่ลูกเขยของบ้านเรา?

คัดลอกลิงก์แล้ว