- หน้าแรก
- ทุ่งสมุนไพร ฟาร์มนี้ขอครอง
- บทที่ 487 พวกเจ้าไปสืบอะไรมาบ้าง
บทที่ 487 พวกเจ้าไปสืบอะไรมาบ้าง
บทที่ 487 พวกเจ้าไปสืบอะไรมาบ้าง
บทที่ 487 พวกเจ้าไปสืบอะไรมาบ้าง
"อย่างนี้นี่เอง" เย่เจิ้งเต๋อพึมพำกับตนเอง สีหน้าผิดหวังอยู่เล็กน้อย เพราะสิ่งที่เขาได้ยินไม่เหมือนกับที่คิดไว้
เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นสีหน้าของลูกชายกับน้องชายสี่ เขาก็รีบกลบเกลื่อนความคิดในใจ
เขาไอเบา ๆ แล้วพูดว่า "พวกเจ้าตะลอนมาจนถึงที่นี่คงเหนื่อยแล้วล่ะสิ? พักในห้องนี้ก่อนเถอะ ข้าจะไปดูว่ากับข้าวเสร็จหรือยัง"
พูดจบเขาก็ลุกออกไป ไม่รอให้ทั้งสองตอบ
เย่เจิ้งซิงในห้องมองพี่ชายแวบหนึ่งแล้วก้มหน้าลง ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่
ในครัว เย่เจิ้งเต๋อหันไปพูดกับอวี่ซื่อที่กำลังทำอาหารอยู่ว่า "เดี๋ยวกินข้าวเสร็จ เจ้าก็รีบเก็บข้าวของในบ้านให้เรียบร้อย พรุ่งนี้เช้าพวกเราจะกลับกัน"
สีหน้าอวี่ซื่อไม่เต็มใจนัก "ไม่ใช่ว่าตกลงกันแล้วหรือ ว่าเราจะฉลองปีใหม่ในเมืองกันไง? ทำไมจู่ ๆ เจ้าถึงเปลี่ยนใจล่ะ?"
เย่เจิ้งเต๋อขมวดคิ้ว "เจ้ารู้อะไร! ท่านพ่อถึงกับส่งเจ้าเล็กกับต้าหลางมาด้วยอย่างนี้ เราจะไม่กลับได้อย่างไร?"
"เรื่องนี้ถ้าถูกพวกในที่ว่าการรู้เข้า แล้วเล็ดลอดไปถึงหูท่านรองผู้ว่าฯ ใครจะรู้ว่าเขาจะคิดยังไงกับข้า?"
"ข้าได้ยินข่าวมาว่า ตำแหน่งรองผู้ว่าฯ มีแววว่าจะมีการขยับเขยื้อนในอีกไม่นานนี้ ข้าก็หวังจะได้เลื่อนตำแหน่งไปกับเขาเหมือนกัน ตอนนี้ห้ามมีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด!"
นี่คือเรื่องใหญ่ อวี่ซื่อพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ข้ารู้แล้วล่ะ วางใจได้เลย!"
"จริงสิ" เย่เจิ้งเต๋อหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วมองซ้ายขวาที่ประตู เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ ๆ จึงพูดต่อ "เจ้าซ่อนเงินในบ้านของเราไว้ให้ดีนะ ห้ามให้แม่รู้เด็ดขาด!"
พอพูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าอวี่ซื่อก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที "เรื่องนี้ไม่ต้องให้เจ้าบอก ข้าก็จะเก็บให้มิดอยู่แล้ว"
"เอาล่ะ เจ้ากลับไปดูเจ้าตัวเล็กหน่อย ว่าเขาร้องไห้อยู่หรือเปล่า"
เช้าวันถัดมา คนในบ้านกินข้าวเช้าเสร็จก็จัดของที่เก็บไว้เรียบร้อย แล้วออกจากบ้านทันที
อาจเพราะมีลูกชายอยู่ด้วย หรือเพราะอยากรักษาหน้าในฐานะเจ้าหน้าที่ เย่เจิ้งเต๋อจึงไม่ต้องให้ใครพูด เขาก็พาทุกคนไปยังสถานีรถม้าแต่เช้า
เขาเหมารถม้าทั้งคัน จ่ายเงินเรียบร้อย แล้วพาทุกคนขึ้นรถม้า มุ่งหน้ากลับหมู่บ้านทันที
ออกเดินทางแต่เช้า ตลอดทางไม่มีเหตุขัดข้อง เพียงแค่ปลายยามซื่อ รถม้าก็เข้าเขตหมู่บ้านเถาฮวาฮู่แล้ว เสียงเท้าม้าดัง "ตับตับตับ" หยุดอยู่หน้าเรือนเก่า
เย่ฟางที่นั่งอยู่ในเรือนใหญ่ ตั้งแต่เมื่อวานก็เฝ้ารอเรื่องนี้อยู่ พอได้ยินเสียงม้าที่ประตู ก็รีบหันไปบอกภรรยาว่า "เร็วเข้า ออกไปดูทีว่าใช่เจ้าลูกชายกลับมาหรือเปล่า!"
จ้าวซื่อได้ยินก็กระโดดลงจากเตียง สวมรองเท้าแล้วก้าวออกจากห้องอย่างไว
ในเวลาเดียวกัน รถเกวียนที่บรรทุกเถียนเล่อกับชายหนุ่มอีกคนก็มาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านเถาฮวาฮู่
พอรถหยุด ทั้งสองก็รีบลงมา จ่ายเงิน แล้วมุ่งหน้าไปทางเรือนใหม่ทันที
ไม่ช้า ทั้งคู่ที่ฝุ่นจับตั้งแต่หัวจรดเท้า ยังไม่ได้ล้างหน้าล้างตาก็เข้าบ้าน
แม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่เมื่อเห็นคนทั้งสองอีกครั้ง เย่เจินก็รู้สึกตื่นเต้นอยู่เล็กน้อย แน่นอนว่า ความตื่นเต้นของนางเกิดจากความคาดหวังกับข่าวที่กำลังจะได้ยิน
ในห้องฝั่งตะวันออก เย่เจินเทน้ำชาให้ทั้งคู่คนละถ้วย รอจนพวกเขาดื่มเสร็จจึงเอ่ยถามว่า "เป็นอย่างไรบ้าง? ผ่านไปตั้งนาน พวกเจ้าได้ข่าวอะไรมาบ้างหรือเปล่า?"
ไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกไปเองหรือไม่ เถียนเล่อรู้สึกว่าแค่ดื่มชาถ้วยนี้ อาการเหนื่อยล้าก็หายเป็นปลิดทิ้ง
แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เมื่อได้ยินคำถามก็พยักหน้าแล้วตอบว่า "ได้ข่าวมาบ้างแล้ว"
เขาหันไปมองชายหนุ่มข้างกาย ให้เขาเป็นคนเล่า
ตัวข้าแม้จะได้ร่วมเดินทางไปด้วย แต่ก็ทำได้แค่ช่วยงานหยุมหยิม เรื่องสำคัญต่าง ๆ ล้วนเป็นเขาที่สืบรู้มาได้ทั้งนั้น
ชายหนุ่มชื่ออู่ซานเข้าใจความหมายของสหาย จึงเอ่ยปากเล่าว่า "ข้ากับเถียนเล่อเพิ่งเคยไปเมืองหลวงเป็นครั้งแรก พอไปถึงก็หาที่พักเหมาะ ๆ แล้วเช่าลงไว้ก่อน"
"ตามที่ข้าคิด หากคุณชายใหญ่ของเจ้าสอบได้เป็นบัณฑิตด้วยเล่ห์เหลี่ยม เช่นนั้นผู้ที่สามารถลงมือทำเช่นนั้น หรือไม่ก็รู้เบื้องหลังบางอย่าง ก็คงเป็นพวกที่ทำงานอยู่ในสำนักสอบเท่านั้น"
"พวกข้าไม่มีเส้นสาย ก็เลยต้องใช้วิธีโง่ ๆ เฝ้ารออยู่หน้าสำนักสอบ คอยจับตาคนที่น่าสงสัย แล้วจึงหาโอกาสทำความรู้จักกับพวกเขา"
อู่ซานเล่าลำดับขั้นตอนในการสืบข่าวให้เย่เจินฟัง เพื่อให้เข้าใจว่าเงินที่พวกเขาใช้ไปหมดนั้นหมดไปกับอะไร
หนึ่งร้อยตำลึงเงินมิใช่จำนวนน้อย ทั้งสองใช้จ่ายจนแทบหมดสิ้น อู่ซานเป็นคนรอบคอบแต่เดิมจึงกลัวว่าเด็กสาวจะคิดมาก
"บรรดาพวกข้าราชการปากแข็งกันนัก แถมยังโลภมาก แม้เมามายยังไม่ยอมเผยอะไรที่มีประโยชน์เลยสักนิด"
"กระทั่งวันหนึ่ง ข้าบังเอิญได้ยินข่าวมาจากผู้หนึ่ง ว่ามีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งเพิ่งได้เข้าทำงานในสำนักสอบเมื่อไม่นาน ได้ใช้เงินก้อนใหญ่ซื้อบ้านหลังหนึ่งไปไม่นานมานี้"
กล่าวถึงตรงนี้ อู่ซานเหมือนคอแห้ง ยกถ้วยชาขึ้นดื่มจนหมด ก่อนจะเล่าต่อว่า "ตอนนั้นข้าก็รู้ทันทีว่าชายผู้นี้ต้องมีพิรุธ"
"ยิ่งพวกเราสืบจากคนอื่นไม่เจออะไร ก็ยิ่งจดจ่อกับชายผู้นี้มากขึ้น และก็พบว่ามีเรื่องผิดปกติอีกมาก"
"ชายผู้นี้เพิ่งทำงานในสำนักสอบได้ไม่ถึงครึ่งปี แต่กลับย้ายจากบ้านเดิมในเขตเมืองเหนือ ไปอยู่บ้านใหม่ในเขตเมืองตะวันตก ต้องรู้ไว้ด้วยว่าแถวนั้นบ้านราคาถูกที่สุดก็หลายร้อยตำลึงเข้าไปแล้ว"
"แค่นั้นยังไม่พอ ข้าสอบถามเรื่องกินอยู่ของครอบครัวเขา ก็พบว่าแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก จนเห็นได้ชัด"
"บ้านเขายังซื้อสาวใช้มาอีกหลายคน ลูกชายคนโตก็รับภรรยาน้อยมาอีกหนึ่ง ส่วนตัวเจ้าหน้าที่เองแม้จะไม่ได้รับหญิงไว้ในบ้าน แต่ก็เข้าโรงเหล้าหญิงไม่น้อย"
เถียนเล่อที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พอฟังมาถึงตรงนี้ก็เสริมขึ้นว่า "จริง พวกเราอยากเข้าใกล้เขา เลยต้องจำใจเข้าไปในนั้นด้วย!"
เย่เจินเลิกคิ้วมองเขาด้วยสายตาแฝงรอยยิ้ม เจ้าว่าจำใจ?
ไม่เป็นไร นางไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย อีกอย่าง ผู้ชายก็ย่อมมีความอยากรู้อยากเห็นเป็นเรื่องธรรมดา แม้แต่นางเองยังอยากไปเห็นกับตาอยู่เหมือนกัน
อู่ซานเห็นสีหน้าของเด็กสาวก็ตีศอกใส่เถียนเล่อคล้ายตำหนิเล็กน้อย
เขาไอแห้งสองที ก่อนกล่าวต่อว่า "ขอให้คุณหนูวางใจ ถึงพวกข้าจะเข้าไป แต่ก็แค่นั่งอยู่ในห้องโถงเท่านั้น"
"ไม่ได้ทำอะไรไม่เหมาะสมกับหญิงใดเลย แถมเงินทองเราก็มีไม่พอด้วย ที่เจ้าหน้าที่ผู้นั้นไปก็ใช่ว่าจะเป็นโรงเหล้าชั้นสูง"
"จะค้างคืนสักครั้งก็ต้องใช้เงินหลายตำลึง พวกข้าเข้าไปก็เพื่อให้เขาคุ้นหน้า ลดความระแวงใจแค่นั้นเอง"
เย่เจินยิ้ม เหตุผลข้างท้ายคงเป็นหลักมากกว่าล่ะมั้ง?
ชายหนุ่มสองคนนี้ทำอาหารไม่เป็น ไหนจะค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายในการสืบข่าว เงินจึงร่อยหรอลงเร็ว ไม่มีเหลือไปใช้ฟุ่มเฟือยแน่
"แล้วพวกเจ้าสืบรู้อะไรมาอีกหรือไม่?"
พอถามเช่นนี้ สีหน้าอู่ซานก็ปรากฏความรู้สึกผิด "พวกข้าเสียเวลามากเกินไปกับคนอื่นก่อนหน้านี้ มีแต่ต้องขออภัยคุณหนูเท่านั้น"