- หน้าแรก
- ทุ่งสมุนไพร ฟาร์มนี้ขอครอง
- บทที่ 195 วิธีหาเงินใหม่
บทที่ 195 วิธีหาเงินใหม่
บทที่ 195 วิธีหาเงินใหม่
บทที่ 195 วิธีหาเงินใหม่
ยามเย็น ณ เรือนหลักของบ้านเย่ ตอนนี้ควรจะได้เวลารับประทานอาหารแล้ว แต่บนโต๊ะไม้ภายในห้องกลับไม่มีแม้แต่อาหารจานเดียว สีหน้าของจ้าวซื่อที่นั่งอยู่หัวโต๊ะยิ่งดำคล้ำลงเรื่อย ๆ
นางจู่ ๆ ก็ฟาดมือลงบนโต๊ะดัง "เพียะ!" พร้อมกับถลึงตาใส่เย่หานเยว่ที่นั่งอยู่ริมโต๊ะแล้วตวาดว่า "ป่านนี้แล้ว แม่เจ้าหายหัวไปไหน? ยังไม่รีบไปลากนางมาอีก!"
การถูกตำหนิอย่างกะทันหันทำให้ร่างของเย่หานเยว่สะดุ้ง เธออธิบายเสียงแผ่วว่า "ท่านย่า แม่ข้ายังไม่ฟื้นเลยเจ้าค่ะ ข้าบอกว่าจะไปตามหมอมาดู ท่าน..."
ท่านก็ไม่ยอมให้ไป แล้วตอนนี้เรื่องเกิดขึ้นแล้ว จะมาตำหนิแม่หรือตำหนิข้าได้อย่างไรกัน?
คำพูดหลังเธอไม่ได้พูดออกมา แต่สีหน้าก็เผยให้เห็นความรู้สึกเหล่านั้นอย่างชัดเจน
"พูดบ้าอะไรของเจ้า ข้าไปห้ามตอนไหนกัน?" จ้าวซื่อถลึงตาเล็ก ๆ อย่างโมโห ดูท่าว่าจะลืมเรื่องนั้นไปเสียแล้ว
"ตอนเช้าที่แม่ข้าถูกคนหามกลับมา" เย่หานเยว่ตอบเสียงเบา
พูดจบก็หันไปมองหลี่ซื่อทันที
คราวนี้เธอพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและมั่นใจมากกว่าเดิมว่า "ซานเสิ่น ข้าได้บอกกับท่านตอนเที่ยงแล้วมิใช่หรือ?"
"ว่าวันนี้ท่านต้องเป็นคนทำอาหารเย็น แล้วทำไมไม่มีอะไรเลยล่ะ?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาเล็กของจ้าวซื่อก็ถลึงมองมาทันที
แต่หลี่ซื่อกลับไม่สนใจสายตาเคืองแค้นจากหลานสาว ใบหน้ากลับมีแววประหลาดใจปรากฏขึ้น "อ้าว ยวี่เอ๋อร์ เจ้าพูดจริงหรือ? โอ๊ย ข้านึกว่าเจ้าล้อเล่นซะอีก"
"ปู่เจ้าพึ่งสั่งไม่ใช่หรือ ว่าให้แม่เจ้าทำงานครบเดือน ตอนนี้ยังเหลืออีกตั้งหลายวันนะ?"
เย่หานเยว่สีหน้าฉายแววคับข้องใจ "ซานเสิ่น ท่านพูดแบบนี้ได้อย่างไร?"
หลี่ซื่อกลอกตาแล้วพูดอย่างไม่ไว้หน้า "แล้วข้าพูดอะไรรึ? เฮอะ ข้ายังอยากถามแม่น่ะสิ ว่าวันนี้แม่เจ้าก่อเรื่องอะไรไว้บ้าง?"
"รู้ไหมว่าตอนนี้คนทั้งหมู่บ้านเขาพูดกันยังไง? แม่เจ้ากำลังถูกกล่าวหาว่า กดขี่ครอบครัวรอง ดูดเลือดพวกเขาอยู่เลยนะ!"
จ้าวซื่อขมวดคิ้ว สีหน้าดำคล้ำยิ่งขึ้น
หลี่ซื่อยังไม่หยุด กล่าวกับหลานสาวอีกว่า "แม่เจ้าช่างเลือกเวลาทำเรื่องได้เสียจริง! วันดี ๆ ไม่รู้จักอยู่ให้เป็นสุข วัน ๆ เอาแต่ก่อเรื่องอะไรนักหนา?"
"หรือว่านางจะทนเห็นครอบครัวรองอยู่ดีไม่ได้? เฮอะ พวกเจ้าจะไม่สนชื่อเสียงก็ช่างเถอะ แต่ฮวาเอ๋อร์กับเหมยเอ๋อร์ยังต้องหาสามีนะ!"
"มีชื่อเสียงแย่แบบนี้ แล้วฮวาเอ๋อร์กับเหมยเอ๋อร์จะหาคู่ได้อย่างไร? พวกเจ้าทำตัวเองอย่าเอาเรามาเดือดร้อนด้วย!"
"ซานเสิ่น ท่านพูดเกินไปแล้ว!" เย่หานเยว่ปะทะไม่ได้ สุดท้ายก็หน้าแดงน้ำตาคลอ
"ว่าข้าเกินไปหรือไม่ พวกเจ้าก็รู้แก่ใจ!" หลี่ซื่อเบ้ปากอย่างไม่แยแส
"พอได้แล้ว!" จ้าวซื่อหน้าดำทะมึน ตวาดลั่นลุกพรวดจากเก้าอี้ เดินก้าวฉับ ๆ ออกนอกห้องพลางสบถว่า "คิดจะก่อกบฏหรือไง? ข้าไม่เชื่อหรอกว่าแค่เป็นลม จะยังไม่ฟื้นอีก!"
"นั่นสิ! จริงที่สุด!" หลี่ซื่อพยักหน้าสนับสนุนพลางเดินตามหลังจ้าวซื่อไปอย่างกระตือรือร้น
คนอื่นในห้องเห็นเช่นนั้น ก็ทยอยเดินตามออกไป ยกเว้นเพียงเย่ฟางที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม
ครู่เดียว ทุกคนก็พากันมายืนรวมกันอยู่หน้าห้องใหญ่ ส่วนหลี่ซื่อเองก็ไม่ได้เดินเข้าไปด้วย แต่กลับย่องไปชะโงกดูที่หน้าต่างแทน
ล้อเล่นน่า! ตอนนี้นางกำลังตั้งครรภ์นะ
หากคนในห้องทะเลาะกันจนลุกลาม แล้วกระทบกระเทือนถึงท้องของนางจะทำยังไงล่ะ?
แต่แล้วก็เห็นจ้าวซื่อถือกระบวยน้ำ เดินเข้ามาในห้อง เห็นม่าซื่อนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงเตา ใบหน้าเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย นางก็ยิ่งเดือดดาลจนระงับไม่อยู่
"เพล้ง!" เสียงน้ำเย็นเฉียบจากกระบวยสาดใส่หน้าม่าซื่อเต็ม ๆ
พร้อมกับเสียงตะโกนด่าของจ้าวซื่อดังขึ้นว่า "ยังจะกล้าแกล้งหลับอีกหรือ! ข้าอยากรู้เหมือนกันว่าจะทนแกล้งได้ถึงเมื่อไหร่!"
น้ำในกระบวยนั้นเย็นจนแทบกระดูก หนึ่งสาดเข้าไปถึงกับทำให้ม่าซื่อทนไม่ไหว ต้องลุกพรวดขึ้นมาจากเตียงทันที
"อ๊า! ท่านแม่ จะสาดน้ำใส่ข้าทำไมกัน?"
ใช่แล้ว ตอนแรกนางเป็นลมหมดสติจริง แต่ไม่นานก็ฟื้นขึ้นมา ทว่าด้วยความกลัวว่าจะถูกจ้าวซื่อต่อว่า นางจึงแกล้งนอนต่อไม่ยอมลุก
ยิ่งกว่านั้น ช่วงนี้นางก็เหนื่อยล้าจริง ๆ จึงเผลอนอนยาวจนถึงยามเย็น ทำให้ลูกชายลูกสาวเข้าใจว่านางยังไม่ฟื้น
"สาดน้ำใส่เจ้าเรอะ? เฮอะ! ข้าอยากจะตีให้ตายเสียให้เข็ด แกล้งหลับ ไม่ยอมลุกขึ้น ไม่ช่วยงาน ไม่ทำกับข้าว!"
จ้าวซื่อเห็นม่าซื่อลุกขึ้นมา ความโกรธยิ่งพลุ่งพล่าน นางกวาดสายตาไปทั่วห้องคล้ายหาอะไรบางอย่าง
แล้วนางก็เจอไม้เรียวเล็ก ๆ อยู่ตรงมุมห้อง คว้ามันขึ้นมา แล้วหันกลับไปฟาดใส่ม่าซื่อทันที
"ข้าจะตีให้ตายเลย! แกล้งเป็นลม แกล้งหลับ ขี้เกียจไม่ยอมทำงาน ไม่ยอมทำอาหาร!"
จ้าวซื่อด่าพลางฟาดไม่ยั้ง ยิ่งพูดยิ่งโมโห ยิ่งนึกถึงสายตาที่เจอระหว่างออกไปข้างนอกในตอนกลางวัน ใจก็ยิ่งคุกรุ่น
"เจ้านี่มันตัวทำลายบ้านจริง ๆ! ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า เจ้าสองคงไม่หันหลังให้ข้า! ใจดำไร้คุณธรรม แกคิดดีๆบ้างจะได้มั้ย!"
"ข้าจะบอกเจ้าไว้ ถ้าการก่อเรื่องของเจ้านี่ ทำให้เรื่องแต่งงานของเจ้าสี่พังไป ข้าจะให้เจ้าหย่าออกจากตระกูลเย่เลยคอยดู!"
ม่าซื่อวิ่งหลบไม้เรียวพลางร้องขอความเมตตา แต่ในใจก็เจ็บแค้นนัก เพราะเรื่องทั้งหมดก่อนหน้านี้ แม่สามีก็เห็นด้วยแท้ ๆ แล้วเหตุใดเมื่อเกิดเรื่องถึงได้โยนความผิดมาให้ตน?
ถึงครั้งนี้นางจะไม่ได้บอกแม่สามีล่วงหน้า แต่นางก็ทำเพื่อครอบครัวไม่ใช่หรือ?
ครอบครัวรองหาเงินได้ แต่ไม่คิดจะแบ่ง นั่งกินอยู่คนเดียว นางทำแบบนี้มันผิดตรงไหน?
ถ้าเรื่องมันสำเร็จ พวกเขาก็คงได้เงินกันไม่น้อย อย่างต่ำก็หลายตำลึงเชียว!
ฮึ ทุกอย่างเป็นความผิดของยัยเด็กนั่น ถ้าไม่ใช่เพราะนาง—
"ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป เจ้าไม่ต้องกินหมั่นโถวอีกแล้ว! ข้าให้หมูกินยังดีกว่า! เลี้ยงหมูอ้วน ๆ ยังได้เชือดกินได้บ้าง! เจ้าเรอะ? กินเปล่าไร้ประโยชน์!"
ในเรือนของบ้านรอง หลังจากมื้อเย็นผ่านไป ทุกคนยกเว้นเย่ฟางต่างมารวมตัวกันในห้องที่เย่หมิงเคยนอน
ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่ไหดินปากกว้างทรงเตี้ยจำนวนหลายใบที่ตั้งอยู่บนเตียงเตา
ผ่านไปครู่หนึ่ง ฉิงซื่อก็ถามอย่างไม่แน่ใจว่า "เจ้าแน่ใจนะว่ามันจะได้ผล? ไม่ต้องทำอย่างอื่นอีกแล้วใช่ไหม?"
"แม่วางใจได้เลย รอแค่สี่ห้าวัน พวกมันก็พร้อมใช้แล้ว!" เย่เจินตอบอย่างมั่นใจ พลางตบอกยืนยัน
"พี่ ข้าเห็นว่ามันง่ายเกินไป แล้วทำไมที่ผ่านมาไม่เคยมีใครในหมู่บ้านคิดทำแบบนี้ล่ะ?" เย่อิงก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
เย่เจินยิ้มแล้วตอบว่า "นี่แหละเรียกว่าเงียบ ๆ แล้วรวยไม่รู้ตัว อีกอย่าง วิธีนี้แม้ดูง่าย แต่ไม่ใช่ใครจะทำสำเร็จได้ทุกคน"
กล่าวจบ นางก็มองไปรอบ ๆ ก่อนกล่าวว่า "นี่เป็นวิธีที่ข้าได้มาจากผู้มีพระคุณ ถึงพวกเจ้าจะไม่เชื่อข้า แต่ก็ควรเชื่อผู้มีพระคุณใช่ไหมเล่า?"