- หน้าแรก
- ทุ่งสมุนไพร ฟาร์มนี้ขอครอง
- บทที่ 173 เจ้ากำลังทำให้ข้าลำบาก!
บทที่ 173 เจ้ากำลังทำให้ข้าลำบาก!
บทที่ 173 เจ้ากำลังทำให้ข้าลำบาก!
บทที่ 173 เจ้ากำลังทำให้ข้าลำบาก!
ยามซาน (ประมาณบ่ายสาม) ของวันนั้น หวังซื่อก็มาที่บ้านอีกครั้ง แต่คราวนี้ ไม่ได้มาคนเดียว ครอบครัวที่เคยซื้อถังหูลู่จากเย่เจินเป็นประจำเกือบทุกวัน ต่างก็พากันมาพร้อมหน้า
"เจินเอ๋อร์ เจินเอ๋อร์!" หวังซื่อเพิ่งก้าวเข้าลานบ้าน ปากก็รีบร้อนร้องเรียกทันที
เย่เจินได้ยินเสียงเรียกก็เดินออกมาจากครัว เห็นผู้คนมากมายก็เอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจว่า "ท่านป้า เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าเจ้าคะ?"
"เฮ้อ เฮ้อ เจินเอ๋อร์ เรื่องมันเป็นเช่นนี้..." หวังซื่อได้ยินคำถามก็ถอนหายใจติด ๆ กันหลายครั้ง แต่พอถึงปาก กลับไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง
เย่เจินกวาดตามองผู้คนที่ยืนอยู่ ในอ้อมแขนของแต่ละคนยังคงมีถาดไม้ที่วางถังหูลู่ เหลืออยู่ไม่น้อย
นางจึงเอ่ยถามอย่างสุภาพว่า "ท่านป้า วันนี้พวกท่านเจอเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?"
ถึงถังหูลู่ของคนใดคนหนึ่งจะขายไม่หมด ก็ไม่ควรจะเหลือกันทุกคนถึงเพียงนี้ เห็นได้ชัดว่าต้องเจอเหตุการณ์บางอย่างจนไม่อาจขายต่อได้
หวังซื่อพยักหน้ารับเงียบ ๆ ก่อนจะถอนหายใจแล้วเล่าขึ้นว่า "ก็ใช่น่ะสิ วันนี้ข้าไปขายถังหูลู่ที่ในเมือง ยังขายได้ไม่เท่าไหร่ ก็มีคนมาขับไล่ ไม่ยอมให้ข้าขายต่อ แถมยังพูดไว้ด้วยว่า ต่อไปก็ห้ามไม่ให้ข้าเข้าไปอีก!"
"เราก็แค่ชาวบ้านธรรมดา จะกล้าไปต่อล้อต่อเถียงอะไรกับพวกนั้นได้ ข้าก็เลยต้องกลับมา กลับมาก็เห็นว่าไม่ใช่แค่ข้าคนเดียว คนอื่น ๆ ก็เจอเหมือนกันหมด"
"เจ้าว่าซิ เรื่องมันเป็นแบบนี้ เราจะทำยังไงกันดีล่ะ?" หวังซื่อพูดจบก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง
ร่วมมือกันมาตั้งหลายวัน วันนี้กลับเกิดเรื่องไม่คาดคิดจนพากันขายของไม่หมด เย่เจินรู้สึกว่าทั้งในแง่ของเหตุผลหรือในแง่ของน้ำใจ ตนก็ควรต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้
คิดได้ดังนั้น นางจึงพูดขึ้นว่า "ท่านป้า ไม่ต้องเป็นกังวลนะเจ้าคะ ถังหูลู่ที่ทุกท่านขายไม่หมดในวันนี้ ข้ายินดีคืนเงินให้ทั้งหมด"
ทันใดนั้น สีหน้าของคนในฝูงชน เช่น ชี่เหนียง ต่างก็ปรากฏรอยยิ้มออกมา คำพูดดี ๆ ก็พรั่งพรูออกมาทันที
"เจินเอ๋อร์จิตใจดีจริง ๆ!"
"ก็รู้อยู่แล้วว่าเจินเอ๋อร์ใจดี มีเมตตากับพวกเราขนาดไหน"
"ขอบคุณนะจ๊ะ"
แต่หวังซื่อ แม้จะดีใจ ทว่าในใจก็ยังกังวลอยู่ นางจึงเอ่ยถามว่า "แต่ถังหูลู่นี่ ต่อไปพวกเราจะยังขายได้อยู่อีกหรือไม่?"
ก็อาชีพนี้น่ะดีออก ทุกวันนี้บ้านนางก็ได้เงินมาใช้วันละหลายร้อยเหวิน ถ้าขายไม่ได้อีกต่อไป นั่นเท่ากับว่าไม่มีรายได้แล้วนะ!
คิดแค่นี้ ใจก็เจ็บหนึบขึ้นมาทันที
เมื่อคำถามนี้หลุดออกมา ลานบ้านพลันเงียบกริบ ดวงตาหลายคู่จับจ้องมาอย่างคาดหวัง
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา พวกเขาได้พึ่งพาการขายถังหูลู่ ถึงจะเหน็ดเหนื่อยไปบ้าง แต่ก็ทำเงินได้ไม่น้อย หากขายไม่ได้แล้ว จะไปหางานที่ไหนทำได้ดีเท่านี้อีก?
เย่เจินขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง คิดหาทางว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรถึงจะคลี่คลายลงได้
ต้องบอกตามตรง นางก็เตรียมใจไว้แล้วว่า ถังหูลู่คงขายได้อีกไม่นาน ทว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ กลับเร็วกว่าที่นางคาดไว้มาก
พูดง่าย ๆ ก็คือ ยังหาเงินได้ไม่พอ ยังอยากขายต่ออีกสักพัก!
เวลาผ่านไปหลายอึดใจ นางก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำเช่นไรดี จนกระทั่งน้องสาวข้างกายบ่นขึ้นเบา ๆ ว่า "ของพวกเขายังสู้ของเราไม่ได้เลย ทำไมถึงห้ามพวกเราขายได้ล่ะ?"
ดวงตาของเย่เจินพลันสว่างวาบทันที ก่อนจะยิ้มแล้วหันไปพูดกับหวังซื่อและคนอื่นว่า
"ท่านป้า ทุกท่านพักผ่อนที่บ้านสักสองสามวันก่อนเถอะเจ้าค่ะ"
"ข้าจะไปจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย แล้วจะมาบอกอีกที พอถึงตอนนั้น ทุกคนก็กลับไปขายกันได้ตามเดิม!"
"ดี ดี ดี เจินเอ๋อร์ เจ้าคิดหาทางได้ก็ดีแล้ว เช่นนั้นป้าจะกลับไปรอฟังข่าวดีก็แล้วกัน" หวังซื่อยิ้มพลางตอบรับทันที
แต่แล้วนางก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงพูดต่อว่า "แต่เจินเอ๋อร์ เจ้าก็อย่าฝืนตัวเองมากนะ ขายได้ก็ขาย ขายไม่ได้ก็ช่างมันเถอะ"
"คนพวกนั้นดูท่าทางจะไม่ใช่คนที่เราไปต่อล้อต่อเถียงได้ เรามันก็แค่ชาวบ้านธรรมดา อย่าไปหาเรื่องกับพวกเขาเลย"
"อย่าทำอะไรให้ลำบากเพราะพวกเรา มันไม่คุ้มหรอกนะ เข้าใจไหม?"
เย่เจินยิ้มบาง ๆ ในใจนางรู้ดีว่า ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อครอบครัวของตนเองเป็นหลัก
"ท่านป้าวางใจได้ ข้ารู้ดีเจ้าค่ะ!"
"ดี ดี ดี ถ้าอย่างนั้นป้ากลับก่อนนะ เรื่องนี้จะยังไงก็แล้วแต่ อย่าลืมบอกป้าด้วยล่ะ!"
หวังซื่อยังไม่ลืมที่จะกำชับไว้ก่อนจากลา
"เจ้าค่ะ ข้ารู้แล้ว"
เรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ สิงซื่อที่อยู่ตรงประตูบ้านก็ได้ยินถนัด ครั้นเห็นทุกคนแยกย้ายกันไปหมดแล้ว นางก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามว่า "เจินเอ๋อร์ เจ้าคิดวิธีอะไรไว้แล้วหรือ?"
เรื่องนี้ถึงแม้แม้แต่หวังซื่อที่มีประสบการณ์โชกโชนยังคิดหาทางไม่ออก แล้วลูกสาวจะสามารถแก้ปัญหาได้จริงหรือ?
เย่เจินยิ้ม ไม่ได้ตอบคำถามของมารดา กลับพูดว่า "อีกสองสามวันนี้ เราหยุดพักกันก่อนเถิดเจ้าค่ะ"
"พี่จ๋า เรื่องนี้ไม่ใช่ว่ายิ่งแก้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดีหรอกหรือ? ทำไมถึงจะต้องหยุดพักอีกล่ะ?" เย่ซิ่งกระพริบตาถามอย่างไม่เข้าใจ
ขายไม่ได้หนึ่งวัน ก็เท่ากับขาดรายได้ไปหนึ่งวันเชียวนะ!
เย่เจินยิ้มตาหยีตอบว่า "ก็เพราะต้องให้เวลาผู้คนได้ตระหนักไงล่ะ ว่าขนมถังหูลู่ของบ้านไหนอร่อยกว่ากัน"
ตอนนี้ถังหูลู่เลียนแบบเพิ่งออกมาวางขาย ราคาก็ถูกกว่าของพวกนาง แน่นอนว่าต้องมีคนจำนวนไม่น้อยที่เห็นแก่ของถูกแล้วยอมควักเงินซื้อมาลอง
แต่พอคนพวกนั้นได้ลองชิมแล้วก็จะพบว่า รสชาติของถังหูลู่พวกนั้นกับของบ้านพวกนาง ช่างห่างกันราวฟ้ากับเหว
ของที่ได้จากห้วงมิตินั้น ไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน!
ต่อให้ในถังหูลู่แต่ละไม้ จะมีเพียงผลเดียวที่มาจากในห้วงมิติ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ใครก็ลอกเลียนได้
ยิ่งไปกว่านั้น นางไม่เชื่อหรอกว่า คนเหล่านั้นจะตั้งใจลำบากลำบนคว้านเมล็ดออกเหมือนที่พวกนางทำ
ฮึ! แค่พวกนั้นไม่ทำขั้นตอนนี้ รสชาติก็เทียบกันไม่ติดแล้ว และหากคุณภาพก็ยังสู้ไม่ได้อีกล่ะก็ สิ่งที่นางวางแผนไว้ต่อจากนี้ ก็จะราบรื่นขึ้นมากแน่!
ภายในเรือนใหญ่ของบ้านสกุลเย่ เย่เจิ้งเต๋อที่เพิ่งกลับมาจากในเมือง ก็กระวีกระวาดเข้าไปถามม่าซื่อทันทีว่า "เป็นไงบ้าง ของที่บ้านน้องรอง เขาส่งมาหรือยัง?"
"ส่งอะไรส่งกัน! น้องรองไม่ได้ตอบตกลงเรื่องที่พ่อพูดเลย พวกเขาแยกบ้านกันมาแค่เดือนเดียว ไม่อยากเชื่อเลยว่าใจจะเปลี่ยนไปเร็วถึงเพียงนี้!"
"ทั้งแม่และพ่อก็พูดจาหว่านล้อมจนหมดทั้งดีและร้าย แต่น้องรองก็ไม่ยอมใจอ่อนเลย!"
พอนึกถึงสิ่งที่ตัวเองแอบได้ยินเมื่อคืนที่หน้าบ้านเรือนรอง ม่าซื่อก็อดไม่ได้ที่จะเบ้ปากอย่างไม่พอใจ
กินข้าวขาวแป้งดีทุกวัน ใจคนมันก็เลยล้นฟ้าแล้วสินะ!
เย่เจิ้งเต๋อขมวดคิ้วแน่น "เขาไม่ให้แม้แต่เงินสักตำลึงเลยหรือ?"
"ก็ใช่น่ะสิ!" ม่าซื่อพยักหน้า
"ทั้งที่ข้าอุตส่าห์คิดเพื่อครอบครัวแท้ ๆ แต่น้องรองกลับไม่รู้จักเห็นแก่ส่วนรวมเลย หากข้าสอบผ่านได้เป็นซิ่วไฉ บ้านเราจะมีเรื่องอะไรให้กลุ้มอีกล่ะ?"
"ข้าได้ปูทางไว้เรียบร้อยแล้ว เหลือแค่เอาเงินไปจ่าย ก็รับประกันได้เลยว่าการสอบครั้งนี้ของข้าจะสำเร็จแน่นอน! น้องรอง เจ้านี่มันทำลายโอกาสของข้าแท้ ๆ!"
เย่เจิ้งเต๋อเอ่ยด้วยสีหน้าเสียดายอย่างเห็นได้ชัด
จู่ ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นได้ หันไปถามม่าซื่อว่า "เงินที่เจ้าเอากลับไปให้บ้านแม่เจ้าคราวนั้น ได้ดอกเบี้ยส่งกลับมาบ้างหรือยัง?"
ม่าซื่อแววตาพร่าเล็กน้อย แล้วเบือนสายตาไปทางอื่นพลางพูดว่า "ยังเร็วเกินไป เขาบอกว่าต้องรอสักพัก..."