- หน้าแรก
- ทุ่งสมุนไพร ฟาร์มนี้ขอครอง
- บทที่ 133 สถานการณ์จากแต่ละฝ่าย
บทที่ 133 สถานการณ์จากแต่ละฝ่าย
บทที่ 133 สถานการณ์จากแต่ละฝ่าย
บทที่ 133 สถานการณ์จากแต่ละฝ่าย
ยืนอยู่หน้าบ้าน จางเถาเอ๋อร์หันไปถามพี่ชายว่า "พี่ คิดไว้หรือยัง วันนี้จะไปขายที่ไหน?"
"คิดไว้ตั้งแต่เช้าแล้ว ตามข้ามาเถอะ!" จางจื้อหยวนโบกมืออย่างองอาจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความฮึกเหิม
สองชั่วยามกว่า เด็กหนุ่มสาวคู่นั้นก็มาถึงนอกเมืองลั่วซิง เมื่อมองเห็นเมืองเล็กที่คึกคักเบื้องหน้า ดวงตาของจางเถาเอ๋อร์ก็สว่างวาบขึ้นทันที
"พี่ ข้าว่าพวกเรานำถังหูลู่มาน้อยเกินไปหรือเปล่า?" นางเอ่ยขึ้น
เมืองเล็กเบื้องหน้า ชัดเจนว่าครึกครื้นและรุ่งเรืองยิ่งกว่าเมืองจื่อหลินเสียอีก
"ข้าก็ว่างั้น ไว้ขายหมดวันนี้แล้ว ค่อยกลับไปบอกแม่เรื่องนี้อีกที!" จางจื้อหยวนพยักหน้าอย่างเห็นพ้อง
เขานั้นไม่เหมือนกับชาวบ้านธรรมดาในหมู่บ้านเถาฮวาฮู่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สถานที่ที่เขาเคยไปเยือนมีมากมาย
ไม่ต้องพูดถึงแค่รอบสิบลี้แปดลี้ ไม่มีที่ใดที่เขาไม่คุ้นเคย ต่อให้เป็นที่ไกลกว่านั้น เขาก็เคยไปไม่น้อย
จางเถาเอ๋อร์ยื่นมือแก้ผ้าคลุมที่ผูกอยู่บนโครงไม้สำหรับวางถังหูลู่ เผยให้เห็นถังหูลู่สีแดงสดที่เพียงมองก็ทำให้อยากกัดชิมคำหนึ่ง
นางกลืนน้ำลาย พยายามอดกลั้นความอยากกิน ก่อนจะพูดขึ้นว่า "พี่ พวกเราเริ่มกันเลยดีไหม?"
"ไม่มีปัญหา ดูพี่ให้ดีเถอะ!" เมื่อถึงเรื่องจริงจัง จางจื้อหยวนก็ยิ่งฮึกเหิม
เขาเดินลิ่วไปด้านหน้า ขณะเดินก็ตะโกนเรียกลูกค้าเสียงดังว่า "ขายถังหูลู่แล้วจ้า~ ถังหูลู่กรอบหวานอร่อย~ ถังหูลู่ที่กินแล้วอยากกินอีก~ ถังหูลูเปรี้ยวหวานชวนลิ้มลอง~"
คนเดินถนนตรงปากเมืองจำนวนไม่น้อยถูกเสียงเรียกลูกค้านั้นดึงดูดจนหันมามอง
"หืม นั่นมันอะไรน่ะ ดูแดงสดน่ากินดีจริง!"
"ใช่เลย ใช่เลย ไม่รู้ว่ารสชาติมันจะเป็นอย่างไรบ้างนะ?"
"ลองซื้อมาชิมสักไม้ไหม?"
"ไปด้วยกัน ไปดูกันใกล้ ๆ!"
หญิงหลายคนเดินมากันเป็นกลุ่ม ไม่ไกลกันนัก เด็กหลายคนเมื่อเห็นของกินใหม่ ๆ แปลกตา ก็สบตากันแวบหนึ่ง ก่อนจะกระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
ต่างก็วิ่งไปหาแม่ของตัวเอง
"แม่จ๋า แม่จ๋า ข้าอยากกินอันนั้น ข้าอยากกินอันนั้น!"
"แม่ อันนั้นดูน่ากินจัง ซื้อให้ข้าสักไม้นะ?"
เด็กแต่ละคนต่างพูดไม่เหมือนกัน แต่จุดมุ่งหมายนั้นตรงกัน คือขอให้แม่ซื้อให้ตนกิน
ทางฝั่งจางเถาเอ๋อร์ นางเห็นหญิงหลายคนเดินตรงเข้ามา ก็รีบดึงชายเสื้อพี่ชาย พลางเตือนเบา ๆ ว่า "รีบเตรียมตัวให้ดี ลูกค้ามาแล้ว!"
"วางใจเถอะ ดูพี่ให้ดีแล้วกัน!" จางจื้อหยวนยืดอกพูดเสียงเบา
"ถังหูลู่เจ้านี่ ไม้ละเท่าไหร่กัน?" หญิงคนหนึ่งที่เดินมาถึงเอ่ยถาม
"ไม้ละสามเหวิน สองไม้เพียงห้าเหวินเท่านั้น ข้าไม่ได้ชมตัวเองนะ รสชาติของถังหูลู่ข้านี่ อร่อยล้ำจริง ๆ รับรองว่ากินแล้วอยากกินอีก กินเท่าไรก็ไม่พอ!"
ระหว่างที่พูด จางจื้อหยวนก็แหงนมองถังหูลู่บนโครงไม้ กลืนน้ำลายเอื๊อกหนึ่ง
"ไม้ละสามเหวิน? เจ้านี่คิดราคาสูงไปหรือเปล่า? ก็แค่ของกินเล่นอย่างหนึ่ง กินแล้วก็แค่หวาน ๆ ให้ปาก ข้าขอลดหน่อยเถอะ ถ้าลดได้จะซื้อ!"
หญิงหลายคนสบตากัน พวกนางอยากลองชิมดู แต่อีกใจก็เสียดายเงิน หนึ่งในนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะต่อราคา
"โอย ท่านแม่หญิงทั้งหลาย ข้าไม่ได้ไม่อยากลดราคาให้หรอกนะ แต่การทำถังหูลู่นี้มันสิ้นเปลืองแรงงานจริง ๆ ต้นทุนก็สูง"
"ข้าบอกความจริงท่านเลยนะ ราคาสองไม้ห้าเหวินนี้ ข้าก็ได้กำไรแค่ครึ่งเหวินเอง ท่านว่าถ้าข้าลดราคาให้ท่าน ข้าก็ต้องขาดทุนใช่หรือไม่?"
"ข้าลำบากลำบนมาถึงนี่ ท่านก็ให้ข้าหากำไรเหนื่อย ๆ บ้างเถอะ! ท่านวางใจได้ ซื้อถังหูลู่ของข้าแล้ว ไม่มีทางรู้สึกเสียดายเงินแน่นอน มีแต่จะอยากกินอีก!"
ปากของจางจื้อหยวนจัดจ้านยิ่งนัก เพียงไม่กี่คำก็สามารถขจัดความลังเลของเหล่าหญิงแม่บ้านได้หมดสิ้น
เพียงเห็นพวกนางหันมามองหน้ากันก่อนเอ่ยว่า “งั้นพวกเราช่วยกันซื้อสักสองสามไม้ดีไหม?”
พวกนางมีสี่คน ความสัมพันธ์ในยามปกติก็ถือว่าดี จึงแบ่งกันซื้อเป็นคู่ได้พอดี
“ข้าว่าดีนะ!”
จางเถาเอ๋อร์รับเงินสิบเหวินที่หญิงแม่บ้านยื่นมา ก่อนคล่องแคล่วหยิบถังหูลู่สี่ไม้จากบนราว แล้วยื่นให้พวกนางคนละไม้
นางยิ้มพลางกล่าวว่า “หากพวกท่านกินแล้วชอบ ก็เชิญมาซื้ออีกได้นะ ก่อนเที่ยงวันนี้ พวกเรายังอยู่ที่นี่”
หญิงแม่บ้านคนหนึ่งรับถังหูลู่มา สีหน้าดูเจ็บใจเล็กน้อย “ซื้อแค่ไม้เดียวก็ปวดใจจะแย่ ไหนเลยจะซื้อไม้ที่สองได้อีกเล่า!”
จางเถาเอ๋อร์ยิ้มน้อย ๆ โดยไม่ตอบอะไร ไม่มีใครรู้ดีไปกว่านางอีกแล้วว่าถังหูลู่มีเสน่ห์เพียงใด
หากไม่ใช่เพราะเจินเอ๋อร์บอกไว้ว่า ถังหูลู่กินมากไปไม่ดีต่อฟันละก็ นางคงกินได้หลายไม้ต่อวันเลยทีเดียว
หญิงแม่บ้านเพิ่งจะแยกย้ายจากไป ก็เห็นกลุ่มหญิงแม่บ้านอีกชุดหนึ่งจูงเด็กเดินเข้ามา จางจื้อหยวนยิ้มออกมาเล็กน้อย
“มาดูกัน มาลองกันหน่อย ถังหูลู่รสเปรี้ยวหวานชื่นใจ~ กินแล้วก็ยังอยากกินอีก~”
“เฮ้ หนุ่มน้อย ถังหูลู่ของเจ้าขายยังไงรึ?”
ต่างจากฝั่งบ้านจางที่ทุกอย่างราบรื่นดี ด้านเย่เจิ้งลี่กลับลำบากไม่น้อย เขาหาบถังหูลู่ไว้บนไหล่ เดินมาถึงหมู่บ้านเฉียนได้อย่างยากเย็น
แม้จะเปล่งเสียงร้องขายอย่างสุดเสียง ผู้คนก็พากันมามุงดูอยู่ไม่น้อย แต่พอผ่านไปหนึ่งเคอ* กลับไม่มีใครยอมควักเงินซื้อเลยสักคน!
เขาร้อนใจนัก แบบนี้ไม่มีใครซื้อ เงินหนึ่งร้อยเหวินที่เขาลงทุนไปก็ไม่สูญเปล่าหรือไร?
“โอ๊ย แล้วจะทำยังไงดีล่ะ นี่ก็ผ่านมาเกือบครึ่งวันแล้ว ไฉรจึงยังไม่มีใครยอมควักเงินซื้อเลย?” เย่เจิ้งลี่ขมวดคิ้วบ่นงึมงำ
เย่ฮวาเช่าที่อยู่ข้าง ๆ เหลือบมองรอบ ๆ คิดได้จึงเอ่ยขึ้นว่า “ท่านพ่อ ท่านรู้ไหมว่าบ้านไหนในหมู่บ้านเฉียนนี้ร่ำรวยที่สุด?”
แม้หมู่บ้านเฉียนจะใหญ่กว่าหมู่บ้านเถาฮวาฮู่เล็กน้อย แต่สภาพความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านก็ดูไม่ต่างจากกันมากนัก
อย่างเรื่องถังหูลู่ หากเป็นที่หมู่บ้านเถาฮวาฮู่ ผู้ที่กล้าซื้อก็มักเป็นบ้านที่พอมีเงินอยู่บ้าง เช่นเดียวกัน หมู่บ้านเฉียนนี้ ผู้ที่พอจะยอมจ่ายก็คงมีแต่บ้านร่ำรวยเท่านั้น
“ใช่ ๆ เจ้าเตือนพ่อได้ดีนัก ไปเถอะ พ่อรู้จักอยู่หลังหนึ่ง” ดวงตาของเย่เจิ้งลี่เป็นประกาย ก่อนจะรีบเดินนำไปข้างหน้า
เย่ฮวาเช่าจึงรีบเดินตามไป
ทั้งสองเดินไปไม่นานก็ถึงหน้าบ้านหลังหนึ่งที่ประตูใหญ่โอ่อ่า มีสิงโตหินตั้งอยู่หน้าทางเข้า
เย่เจิ้งลี่ยืนมองอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนหันไปพูดกับลูกสาวว่า “ตามพ่อมา บ้านคนร่ำรวยแบบนี้ไม่มีทางปล่อยให้พวกเราขายของหน้าประตูแน่”
เย่ฮวาเช่าจึงถามระหว่างเดินตาม “ท่านพ่อรู้ได้อย่างไรหรือ?”
“แค่ก ๆ เรื่องพวกนี้อย่าพูดเลยจะดีกว่า!”
ทั้งสองเดินอ้อมไปถึงประตูข้างทาง เย่เจิ้งลี่ก็เปล่งเสียงร้องขายอีกครั้ง
“ขายถังหูลู่แล้ว~ ถังหูลู่รสเปรี้ยวหวานกรอบอร่อย~ กินแล้วอยากกินอีก~ ถังหูลู่รสเปรี้ยวหวานมาแล้วจ้า~”
เสียงของเย่เจิ้งลี่ไม่ใช่เบา ๆ คราวนี้บ่าวสาวและบ่าวชายในเรือนต่างก็ได้ยินกันทั่ว
สาวใช้หลายคนพากันกระซิบกระซาบ “ถังหูลู่? คืออะไรน่ะ? เปรี้ยวหวานอร่อยฟังดูน่ากินดีออก?”
“ตอนนี้ไม่มีอะไรทำอยู่พอดี ไม่ลองไปดูกันหน่อยรึ? ฟังจากเสียงแล้วน่าจะไม่ไกลนัก?”
“ดี ไปดูด้วยกันเถอะ”