- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 28 : ยอมหรือเปล่า ?
ตอนที่ 28 : ยอมหรือเปล่า ?
ตอนที่ 28 : ยอมหรือเปล่า ?
ตอนที่ 28 : ยอมหรือเปล่า ?
“จุดวาร์ปที่จะออกจากที่นี่นั้นอยู่ที่ก้นทะเลชายฝั่งตะวันตกของเกาะ มีแนวปะการังเก่า ๆ ถ้าดำน้ำลงไปที่แนวปะการัง มันจะเห็นสถานีวาร์ปที่ก้นทะเล”
หวังเหลียนเงียบไปสักพักและพูดขึ้นต่อ “ฉันไม่ได้มาจากตระกูลหวังสาขาเทียนฉิว ฉันไม่ใช่คนสำคัญในตระกูล แต่ตราบใดที่นายไม่ฆ่าฉัน ฉันจะให้รางวัลนายอย่างงามถ้าฉันออกไปจากที่นี่ได้”
“นี่ย้ำให้ฉันฆ่าเธอหรือไง ?” เฉินกวนมองความคิดของหวังเหลียนออก ถึงหวังเหลียนจะไม่ได้มาจากตระกูลหวังสาขาเทียนฉิว ทว่ามันก็ไม่ใช่ตระกูลธรรมดาแน่ ๆ
หวังเหลียนดูไม่พอใจ การมาที่นี่คือโอกาสสุดท้ายของเธอ เธอตัดสินใจว่าถ้าเธอล้มเหลว เมื่อทุกอย่างพังทลายไปแล้ว งั้นด้วยนิสัยของเฉินกวน ถ้าเธอเอาภูมิหลังของตระกูลมาคิดและใช้วิธีการชั่วร้ายต่าง ๆ เพื่อจัดการกับเธอ มันคงทำให้ชีวิตของเธอย่ำแย่กว่าความตาย งั้นเธอเลือกจะตายตอนนี้ดีกว่า
ดังนั้นหวังเหลียนจึงออกปากเตือนเฉินกวนว่าการปล่อยให้เธอรอดนั้นอาจจะนำไปสู่การแก้แค้น เธอตัดสินใจที่จะตายที่นี่
ถ้าเฉินกวนฆ่าเธอจริง ๆ มันคงไม่เป็นไรที่ตระกูลหวังไม่รู้ แต่ตราบใดที่ตระกูลหวังรู้เรื่องเข้า เฉินกวนคงต้องพบจุดจบอย่างน่าอนาถแน่ ๆ
ตราบใดมีพยานเห็น ตระกูลหวังก็จะต้องรู้ความจริง ดังนั้นหวังเหลียนก็ยินดีที่จะบอกตำแหน่งของจุดวาร์ปที่จะออกจากที่นี่ไป เธอหวังว่ากงซุนจั๋วและฉินจืออวี่จะรอดจากที่นี่มากกว่าเฉินกวน
ไม่คิดเลยว่าเฉินกวนมองความคิดเธอออก
เฉินกวนไมมีเวลาจะมาต่อล้อต่อเถียงกับหวังเหลียน เพราะสถานการณ์ในฝั่งเฉินจืออวี่นั้นแย่ลงเรื่อย ๆ
เหยียนจือและฉินจืออวี่ยากจะทนต่อได้ไหว ทั้งสองคนเริ่มบาดเจ็บ พุทธองค์สุสานน้ำเริ่มได้เปรียบ มันโจมตีได้รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“เฉินกวน เอาแคปซูลให้ฉินจืออวี่ นี่เป็นโอกาสเดียวของเรา” กงซุนจั๋วที่อยู่ข้าง ๆ ออกปากเตือน
“ผลข้างเคียงแคปซูลมันมากเกินไป ฉินจืออวี่ตกที่นั่งลำบากแล้ว ถ้าเขากินแคปซูลนี่เข้าไปและฝืนร่างกาย ฉันกลัวว่าร่างกายเขาจะเสียหาย มันจะส่งผลต่อเส้นทางในอนาคตของเขา” เฉินกวนพูดขึ้น
“แต่ถ้าเราไม่ฆ่าพุทธองค์สุสานน้ำ เราจะตายกันหมด” กงซุนจั๋วพูดขึ้น
เฉินกวนไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ดูจากสภาพของฉินจืออวี่แล้ว ตอนนี้ตามตัวฉินจืออวี่มีแต่รอยข่วนจากพุทธองค์สุสานน้ำ เสื้อผ้าเขาชุ่มไปด้วยเลือด สภาพดูน่าอดสูสุด ๆ
แต่เฉินกวนมองออกว่าอาการบาดเจ็บพวกนี้แค่ผิวเผิน ถึงแผลจะดูร้ายแรงแต่ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวเลย
ก็แค่ว่าฉินจืออวี่ฝืนสู้มาจนถึงตอนนี้และเสียเลือดไปเยอะ มันคงขึ้นอยู่กับเวลาก่อนที่ฉินจืออวี่จะถูกพุทธองค์สุสานน้ำฆ่า
สถานการณ์ฝั่งเหยียนจือดูดีกว่าฉินจืออวี่ ด้วยผิวหนา ๆ และกล้ามเนื้อของมัน รวมถึงการที่มันเป็นสัตว์วิญญาณที่เอาผู้ปลุกพลังทั่วไปมาเทียบไม่ได้ ดังนั้นสภาพของเหยียนจือถึงได้ดีกว่าฉินจืออวี่ในตอนนี้
ตอนนี้เฉินกวนมีตัวเลือก 2 อย่าง ใช้ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] กับเหยียนจือหรือใช้ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] กับฉินจืออวี่
เหยียนจือเคยได้รับพลังจาก [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] มาแล้ว สเตตัสและความแข็งแกร่งของมันเพิ่มขึ้น เฉินกวนลองใช้ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] กับมันอีกหลายรอบ แต่ก็พบว่าสกิลนี้ส่งผลต่อเหยียนจือไม่มากนัก
เขาลองใช้คำพูดอื่นๆดูแต่ผลลัพธ์ก็ออกมาไม่ดีนัก ถึงอย่างนั้นมันก็ยังส่งผลอยู่บ้าง มันแสดงให้เห็นว่าผลของ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] ยังใช้ได้ผลกับเหยียนจืออยู่ มันไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] ซ้ำกับเป้าหมายเดิมอีก ความเป็นไปได้มากที่สุดนั้นคงคล้ายกับอาการดื้อยา
เพราะยาที่ใช้รอบแรกส่งผลออกมาชัดเจนเกินไป ถ้าคิดจะให้แสดงอาการแบบเดียวออกมาอีก งั้นก็ต้องใช้ยาที่แรงกว่าเดิม สรุปคือต้องใช้คำพูดอื่นเพื่อทำให้เหยียนจือนั้นพอใจ ความแข็งแกร่งของมันถึงจะเพิ่มขึ้นมาอีกได้
โชคร้าย หลังจากที่คิดอยู่นาน เฉินกวนก็คิดคำพูดไหนที่จะชมเหยียนจือออกมาได้อีก
เทียบกันแล้วการชมฉินจืออวี่นั้นง่ายกว่าเยอะ
ก่อนหน้านี้ฉินจืออวี่ไม่ได้รับผลจาก [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] ดังนั้นเฉินกวนจึงรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น
จ้าวกั้วนั้นได้รับแรงกระตุ้นได้ง่าย ๆ แต่เหยียนจือนั้นค่อนข้างยาก สถานการณ์แบบเดียวกันนั้นสามารถนำไปคิดกับคนได้ บางคนนั้นพอใจกับคำพูดของคนอื่นได้ง่าย ๆ ส่วนบางคนไม่ค่อยใส่ใจคำชมที่มาจากปากคนอื่น
คนอย่างเหยียนจือและฉินจืออวี่น่าจะเป็นแบบหลัง มันต้องใช้คำพูดที่สื่อไปถึงใจเพื่อที่จะดึงพลังของ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] ออกมา
“ถึงจะไม่ใช้แคปซูลนี่ ทว่าเราก็อาจจะฆ่าพุทธองค์สุสานน้ำได้ นายประเมินฉินจืออวี่ต่ำเกินไป
เขาคือนักเรียนที่แกร่งที่สุดของมหาลัย 1 ใน 2 คนในโลกนี้ที่เข้าใจ <ลมปราณม่วงเขียว> ” เฉินกวนแอบใช้ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้กับฉินจืออวี่
เหตุผลหลักว่าทำไมเขาถึงไม่ให้แคปซูลกับฉินจืออวี่ก็เพราะเขารู้ว่าฉินจืออวี่จะกินมันหรือไม่ ถ้าฉินจืออวี่ยอมกินมัน งั้นเขาก็ไม่มีอะไรจะคัดค้าน
แต่จากการที่เฉินกวนเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ ถ้าตัวเองต้องเสียเปรียบเพื่อช่วยคนอื่นแล้ว หลายคนเลือกที่จะตายไปด้วยกันมากกว่า ดังนั้นจึงไม่รู้เลยว่าฉินจืออวี่จะเลือกแบบไหน
“ฉันไม่ได้คิดจะดูถูกจืออวี่หรอกนะ แต่มันคือสถานการณ์จริง ๆ ตอนนี้ต่างหาก” กงซุนจั๋วยิ้มแห้ง ๆ ออกมาแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ถ้าฉินจืออวี่มีความสามารถขนาดนั้น งั้นพวกเขาคงไม่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้หรอก
เฉินกวนยังจับตาดูฉินจืออวี่และพบว่าคำพูดเขาไม่ได้ผล ชัดแล้วว่าคำชมแบบนี้ไม่อาจจะดึงพลังจาก [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] ส่งผลต่อฉินจืออวี่ได้ จิตใจของฉินจืออวี่นั้นเข้มแข็งกว่าคนทั่วไป
‘ต้องใช้คำชมแบบไหนถึงสื่อไปถึงใจเขาได้ ? ’ เฉินกวนคิดกับตัวเอง เขาต้องรีบลงมือให้เสร็จ ไม่งั้นแล้วเมื่อฉินจืออวี่ตายไป เหยียนจือคงไม่อาจจะรับมือกับพุทธองค์สุสานน้ำไหวแน่
“เอาแคปซูลมาให้ฉัน” ฉินจืออวี่ที่สู้อยู่นั้นพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เฉินกวนอึ้ง เขาไม่คิดเลยว่าฉินจืออวี่จะเสนอตัวกินแคปซูลนี่เอง นี่คือทางที่ดีที่สุดตอนนี้ ดังนั้นเฉินกวนจึงเลือกที่จะไม่ห้าม
ทว่าตอนที่เฉินกวนกำลังจะส่งแคปซูลให้กับฉินจืออวี่ อยู่ ๆ หวังเหลียนก็พูดขึ้นมา “มั่นใจนะว่าจะให้แคปซูลกับฉินจืออวี่ ? ด้วยสภาพเขาตอนนี้ การกินแคปซูลนี่ไปก็จะทำให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรง
จากนั้นร่างกายเขาจะเสียหายไปอย่างถาวร มันอาจจะยากที่เขาจะปลุกพลังอีกรอบ ถึงเขาจะมี <ลมปราณม่วงเขียว> ถึงตำแหน่งในตระกูลฉินของเขาจะสูงส่ง
ทว่าหากเขากินแคปซูลนี่เข้าไปและร่างกายพัง งั้นตระกูลฉินจะปล่อยนายไปหรือไง ? ถ้าฉันเป็นนาย ฉันไม่มีทางให้แคปซูลนี่กับเขาหรอก”
มือของเฉินกวนที่กำลังจะโยนแคปซูลออกไปต้องชะงัก เขารู้ว่าทำไมหวังเหลียนถึงได้พูดแบบนี้ออกมา แน่นอนว่ามันไม่ใช่เพื่อตัวเธอเอง เธอแค่อยากทำให้เขาลังเลและไม่กล้าที่จะส่งแคปซูลให้กับฉินจืออวี่
ฉินจืออวี่เริ่มหมดแรงแล้ว สถานการณ์เริ่มเอนเอียงอย่างเห็นได้ชัด พุทธองค์สุสานน้ำอาจจะฆ่าฉินจืออวี่ได้ทุกเมื่อ ถ้าเขายังลังเล ฉินจืออวี่อาจจะโดนฆ่า จากนั้นทุกคนก็จะตาย หวังเหลียนคิดจะลากทุกคนตายไปด้วยกัน
แต่ที่หวังเหลียนพูดมาก็มีเหตุผล ถึงฉินจืออวี่จะไม่ถือโทษโกรธเฉินกวน ทว่าตระกูลฉินจะปล่อยเขาไปหรือไง ?
ถึงตระกูลฉินจะปล่อยเขาไป ทว่าพวกนั้นต้องส่งคนมาตรวจสอบภูมิหลังของเขาก่อนว่าเขาตั้งใจคิดทำลายฉินจืออวี่หรือไม่
แน่นอนว่าเฉินกวนไม่ได้คิดจะทำลายฉินจืออวี่อยู่แล้ว แต่การที่ถูกตรวจสอบจากคนที่มีอคติอยู่แล้วก็ยากที่จะพ้นผิดได้ ถ้าพบอะไรที่ดูน่าสงสัย จากนั้นคงมีปัญหาตามมาไม่รู้จบ
“ฉันจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนาย” อารมณ์ของฉินจืออวี่ค่อนข้างมั่นคง ถึงสถานการณ์จะย่ำแย่ แต่น้ำเสียงของเขาก็ไม่ได้สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
“รีบส่งให้เขาสิ” เมื่อเห็นว่าเฉินกวนยังไม่เคลื่อนไหว กงซุนจั๋วก็ออกปากเร่ง