- หน้าแรก
- ระบบนักออกแบบเกมระดับเทพ
- ตอนที่ 345 ล้อเลียนตัวเองเสียหน่อย
ตอนที่ 345 ล้อเลียนตัวเองเสียหน่อย
ตอนที่ 345 ล้อเลียนตัวเองเสียหน่อย
หลังจาก It Takes Two ประสบความสำเร็จทั้งในด้านเสียงตอบรับจากผู้เล่น คะแนนรีวิวจากสื่อ และยอดขาย ซุนเจ๋อก็แจกโบนัสให้เพื่อนร่วมทีมพัฒนา รวมถึงพนักงานคนอื่น ๆ ในบริษัท พร้อมทั้งประกาศวันหยุดยาวแบบมีเงินเดือนให้ทุกคน
แน่นอนว่าเขาไม่ได้ปล่อยให้พนักงานหยุดพร้อมกันหมด ไม่อย่างนั้นสตูดิโอซิงหยวนคงล่มจมแน่ ๆ การจัดวันหยุดจึงแบ่งเป็นรอบ ๆ โดยแต่ละคนจะได้หยุดตั้งแต่หนึ่งสัปดาห์ไปจนถึงครึ่งเดือน
ถ้าใครใจกล้าหน่อย ขอหยุดรวมกับวันลาพักร้อนประจำปี ก็จะได้หยุดยาวเต็ม ๆ หนึ่งเดือนแบบยังได้เงินเดือนครบจำนวน จนพนักงานบริษัทอื่นถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความอิจฉา
“ทำไมฉันไม่ใช่คนของซิงหยวนบ้างนะ? ทำไมซิงหยวนไม่ขยายบริษัทอีกสักหน่อย?”
“ฉันก็อยากได้วันหยุดแบบมีเงินเดือนสักเดือนบ้าง!”
พนักงานได้หยุดพัก แต่ในฐานะเจ้าของบริษัทอย่างซุนเจ๋อ กลับไม่มีวันหยุด
เขานั่งอยู่ในออฟฟิศ ครุ่นคิดว่าเกมถัดไปควรจะทำอะไรดี
ตอนนี้บุคลากรในบริษัทยังไม่ครบทีมดี จึงไม่เหมาะจะเริ่มโปรเจกต์เกมใหญ่ เขาจึงตั้งใจจะเริ่มจากเกมเล็ก ๆ ก่อน แต่ปัญหาคือเกมเล็กที่น่าสนใจมีให้เลือกเยอะเกินไป จนลังเลว่าจะเริ่มจากอะไรดี
ก๊อก ก๊อก ก๊อก—
ขณะกำลังคิดว่าจะเข้าไปหากระแสใหม่ในบล็อกวิดีโอดีหรือไม่ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เข้ามาได้เลย” ซุนเจ๋อเอ่ยขึ้น
คนที่เข้ามาคืออวี้เจาหยา แม้ตอนนี้เธอจะมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยของซุนเจ๋อ แต่ในซิงหยวน เธอมีอำนาจไม่น้อยเลยทีเดียว ยกเว้นฝ่ายพัฒนาเกม ส่วนอื่น ๆ ทั้งงานธุรการ ธุรกิจ และประชาสัมพันธ์ เธอล้วนมีสิทธิ์กำกับดูแลทั้งนั้น
“คุณซุนคะ มีเรื่องอยากจะรายงานค่ะ...”
ซุนเจ๋อยกมือห้ามแล้วถามว่า
“ผมไม่ได้อนุมัติวันหยุดให้คุณเหรอ? ทำไมยังไม่ไปพักอีก?”
“คุณซุนคะ ไหนจะมีเหตุผลที่ให้ผู้ช่วยหยุดพักในเมื่อหัวหน้าก็ยังทำงานอยู่ล่ะคะ?”
เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นใจเต็มเปี่ยม
“ผู้ช่วยก็เป็นคนนะครับ ควรจะได้พักเหมือนกัน” ซุนเจ๋อยิ้มอย่างจนใจ
ตลอดช่วงที่พัฒนา It Takes Two อวี้เจาหยาคอยช่วยเขาจัดการสารพัดเรื่องจุกจิก แม้แต่เรื่องที่ดูเล็กน้อยแต่ยุ่งยาก ถ้าไม่มีเธอช่วย ซุนเจ๋อคงเสียเวลาหลายเท่า และเกมอาจไม่สามารถเปิดตัวทันวันวาเลนไทน์ได้ด้วยซ้ำ
แถมตอนที่เขานอนค้างที่บริษัท อวี้เจาหยาก็อยู่ช่วยตลอด พอช่วงที่ไม่ค่อยยุ่งก็แค่กลับไปล้างหน้าเปลี่ยนชุดแล้วก็กลับมาทำงานต่อทันที
เรียกได้ว่าความสำเร็จของ It Takes Two เธอก็มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ พอทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ซุนเจ๋อจึงอนุมัติวันหยุดยาวให้เธออย่างตั้งใจ เพราะไม่อยากให้เธอฝืนจนร่างกายพัง
“คุณซุนไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ทั้งร่างกายและจิตใจของฉันยังดีเยี่ยมอยู่เลย” อวี้เจาหยาเอ่ยด้วยความมั่นใจ
“อ่า...” ซุนเจ๋อชะงักเล็กน้อยแล้วถาม
“หรือว่า... คุณไม่หยุดเพราะกลับบ้านแล้วโดนที่บ้านเร่งเรื่องแต่งงาน?”
“ไม่มีหรอกค่ะ คุณซุน ทางบ้านฉันไม่เร่งเรื่องนี้ และที่สำคัญ... ก็ไม่กล้าเร่งด้วยค่ะ”
อวี้เจาหยาว่า พลางแอบเหลือบมองเขานิดหนึ่ง
ซุนเจ๋อได้ยินแล้วก็หัวเราะเบา ๆ เขารู้ว่าอวี้เจาหยาเป็นคนมืออาชีพมาก เวลารับงานอะไรไม่เคยมีปัญหา แต่เพราะแบบนั้น เธอจึงต้องคุมเกมให้ได้ทุกสถานการณ์ ต้องแสดงความเด็ดขาดเวลาเจรจากับคนภายนอก
ภายในบริษัทนั้นยังดี ทุกคนได้ทั้งเงินเดือนและสวัสดิการดีเยี่ยม ใคร ๆ ก็ทำงานอย่างขยันขันแข็ง ไม่ต้องถึงมือเธอมากนัก
แต่เมื่อต้องเจอคู่ค้า ถ้าอีกฝ่ายชักช้าไม่เป็นมืออาชีพ อวี้เจาหยาก็ไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร
ซุนเจ๋อเคยได้ยินมาว่าคนนอกตั้งฉายาให้เธอว่า “ราชินีแห่งดวงดาว”
คงเป็นพวกจากประเทศญี่ปุ่นที่ตั้งให้ เพราะฟังดูออกแนวเพ้อฝันอยู่ไม่น้อย
แต่ยังไงก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้ การร่วมมือกับพันธมิตรทุกเจ้าของซิงหยวนก็ไม่มีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นเลย
เขาแค่ไม่คิดว่าต่อหน้าเครือญาติของตัวเอง อวี้เจาหยาก็ยังคุมเกมได้อยู่...
จนพ่อแม่ยังไม่กล้าเร่งเรื่องแต่งงาน ทั้งที่เธอเองก็ไม่ใช่วัยรุ่นแล้ว
แต่พอคิดถึงอายุของตัวเอง ซุนเจ๋อก็ได้แต่นิ่งไป
ตัวเขาเองก็ไม่ใช่วัยรุ่นเหมือนกัน หลังจากทะลุมิติมานี่ก็ผ่านไปสี่ห้าปีแล้ว อายุเริ่มเข้าใกล้เลขสามแล้วด้วยซ้ำ เพื่อนร่วมรุ่นในบริษัทบางคนลูกโตแล้ว แต่เขายังโสดสนิทอยู่เลย
เขาจึงยิ้มนิด ๆ แล้วพูดล้อเลียนตัวเองว่า
“จริง ๆ แล้ว... ถ้ามีใครเร่งบ้างก็คงดีเหมือนกันแฮะ”
ประโยคนั้นทำเอาอวี้เจาหยานิ่งไป แม้เธอจะพูดไม่ออก แต่ทุกคนในบริษัทก็รู้ดีว่าครอบครัวของซุนเจ๋อเป็นอย่างไร และมักจะหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงเรื่องพ่อแม่กับเขา
แต่ตอนนี้เจ้าตัวพูดขึ้นมาเองแบบไม่ตั้งตัว เธอจึงไม่รู้จะตอบยังไง
“ฮะ ๆ ล้อเล่นน่ะ ไม่ต้องคิดมากหรอก” ซุนเจ๋อโบกมือไปมา
“เรายังหนุ่มสาวอยู่ เรื่องนี้ไม่ต้องรีบหรอก”
อวี้เจาหยาเพียงพยักหน้าเบา ๆ แต่ในใจแอบพูดเสริมว่า
ฉันไม่รีบหรอกค่ะ (??)
แน่นอนว่าซุนเจ๋อไม่มีทางรู้ว่าอวี้เจาหยาคิดอะไรอยู่ เขาจึงวกกลับเข้าประเด็นเดิมว่า
“เอาเถอะ ในเมื่อคุณไม่อยากพักตอนนี้ก็แล้วกัน แต่ผมจะเก็บวันหยุดไว้ให้ ถ้าอยากใช้เมื่อไหร่ก็บอกผม หรือจะขอเป็นเงินแทนก็ได้นะ”
“ค่ะ ขอบคุณคุณซุนค่ะ”
“ว่าแต่คุณมีเรื่องอะไรจะรายงานผมใช่ไหม?”
“ทางฝั่งญี่ปุ่นมีบริษัทหลายแห่งติดต่อเข้ามา อยากขอจับมือร่วมโปรเจกต์กับ Azur Lane ทีมโปรเจกต์เลยตัดสินใจไม่ได้ จึงมาแจ้งให้ฉันทราบก่อน”
“อ้อ เป็นบริษัทไหนบ้างล่ะ?”
ซุนเจ๋อไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลย เพราะกระแสของ Azur Lane ในญี่ปุ่นตอนนี้แรงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยจำนวนเรือรบสาวและสกินที่มากขึ้น แถมยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่ออกแบบมาได้สนุกและสร้างสรรค์มาก
ในย่านที่เรียกกันว่า “ศูนย์กลางแห่งโลกอนิเมะ” ในญี่ปุ่น Azur Lane แทบจะกลายเป็นภาพติดตา
ไม่ว่าจะเป็นป้ายโฆษณาขนาดยักษ์ หน้าร้าน ป้ายสแตนด์ในร้านค้า ของสะสม ตู้คีบตุ๊กตา ทุกอย่างล้วนเต็มไปด้วยกลิ่นอายของ Azur Lane แม้แต่ร้านเมดคาเฟ่หลายร้านก็ยังให้พนักงานแต่งเมดคอสตูมจากเกมนี้
เพราะเหล่าร้านค้าต่างพบว่าถ้าได้เกี่ยวพันกับ Azur Lane ยอดขายจะดีขึ้นเห็น ๆ
ไม่มีใครอยากปฏิเสธเงินหรอก ต่อให้มีบางกลุ่มพยายามปลุกกระแสแอนตี้เกมนี้ในญี่ปุ่น แต่ก็หยุดพ่อค้าแม่ค้าไม่ได้เลยสักนิด ทุกคนต่างพร้อมใจกันโปรโมตเกมนี้เพื่อหวังผลกำไร
แน่นอนว่า ร้านเหล่านั้นล้วนมีสัญญาร่วมมือกับซิงหยวนทั้งนั้น ซุนเจ๋อไม่มีทางปล่อยให้คนญี่ปุ่นใช้ชื่อแบรนด์ไปฟรี ๆ แน่นอน