เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 285 ทนมานานละนะยะ!

ตอนที่ 285 ทนมานานละนะยะ!

ตอนที่ 285 ทนมานานละนะยะ!


เมื่อระดับความยากของเกม “ครัววายป่วง” เพิ่มสูงขึ้น แม้แต่ติงฟานซินที่เป็นคนร่วมพัฒนาเกมมาตั้งแต่ต้นก็เริ่มจะงงและลนลาน เสียงพูดก็เริ่มเร่งเร้าและเคร่งเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ

ตอนที่เหยาไหน่ถามว่า “ล้างจานเสร็จหรือยัง?” ติงฟานซินก็ตอบเสียงดังขึ้นเล็กน้อยว่า

“ล้างอยู่! ล้างอยู่! ฉันล้างจานเสร็จจะรีบเอาไปให้เดี๋ยวนี้แหละ ตัวละครฉันไม่มีแม้แต่ขา แต่ยังวิ่งได้เร็วขนาดนี้ ก็ถือว่าทำดีที่สุดแล้วนะ!”

“ฉันก็รู้ว่าล้างจานใช้เวลานะ แต่ไม่ต้องมาขึ้นเสียงกับฉันก็ได้มั้ง” เหยาไหน่เริ่มพูดเสียงน้อยใจ

“ฉันขึ้นเสียงตรงไหนกันเล่า?”

“ก็ที่นายพูดอยู่นี่ไง! จะบอกว่าไม่ขึ้นเสียงเหรอ?”

“อะ อะไรเนี่ย ฉันไม่ได้ขึ้นเสียงเลยนะ เอาเถอะ ๆ ส่งแตงกวาหั่นมาให้หน่อยได้ไหม?”

“นายไม่ใช่เก่งมากหรอกเหรอ? เก่งนักก็ไปหยิบเองสิ” น้ำเสียงเหยาไหน่เริ่มไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

ติงฟานซินถอนหายใจเบา ๆ

“ก็ได้ ๆ เดี๋ยวฉันไปหยิบเองก็ได้”

“แล้วนี่พวกเราทำไมถึงได้แค่เก้าสิบกว่าคะแนนเองอะ? แบบนี้จะผ่านด่านได้ไหมเนี่ย?”

ในขณะที่กำลังเสิร์ฟอาหารอยู่ ติงฟานซินก็ตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“ฉันจะไปรู้เหรอ ก็ไม่ใช่ความผิดฉันนี่”

“หมายความว่านี่เป็นความผิดฉันสินะ?” เสียงเหยาไหน่ก็เริ่มดังขึ้น

“ไม่ใช่สักหน่อย! อย่าคิดมากสิ!” ติงฟานซินพยายามอธิบายอย่างเหนื่อยใจ

“ดูสิ! เพราะนายแหละ ฉันเลยทำอาหารผิดหมดเลย!” เหยาไหน่บ่นเสียงแข็ง

“เธอนี่มันซุ่มซ่ามจริง ๆ นะ รีบเททิ้งแล้วทำใหม่สิ!”

“หึ นายรำคาญว่าฉันโง่ล่ะสิ?”

“เปล่าเลย! ฉันไม่ได้รำคาญอะไรทั้งนั้น ฉันก็แค่บอกให้เธอเททิ้งแล้วเริ่มใหม่เอง!”

ทั้งคู่เล่นเกมไปทะเลาะกันไปแบบลนลาน ในที่สุดก็ผ่านด่านนี้ได้สำเร็จ แถมยังได้คะแนนระดับสามดาวด้วย ถึงจะยังห่างไกลจากสี่ดาวแบบสมบูรณ์แบบก็ตาม

หลังจากผ่านด่านนั้น เกมก็ปลดล็อกด่านลับออกมา เป็นด่านที่ซุนเจ๋อเพิ่งเพิ่มเข้ามาทีหลัง ทำให้แม้แต่ติงฟานซินก็ยังแปลกใจ

“มีด่านลับด้วยเหรอ! ไปลองดูกันเถอะ!” เหยาไหน่พูดอย่างตื่นเต้น

“ไม่มีปัญหา” แม้จะไม่ได้เตรียมตัวไว้ล่วงหน้า แต่ติงฟานซินก็คิดว่าไม่น่าจะต่างกันมากนัก แค่ด่านเสริม คงไม่ยากเกินไปสำหรับเขา

พอเข้าสู่ด่านลับ ติงฟานซินก็ยังคงนิสัยเดิม ไม่ดูเมนูเลย รีบกดเริ่มเกมทันที

“หา? ฉันยังไม่ได้ดูเมนูเลยนะ! ทำไมรีบเริ่มล่ะ?” เหยาไหน่ถึงกับตกใจ เพราะยังไม่รู้ว่าต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ

“ไม่เป็นไร! แค่เห็นแผนผังก็พอจะเดาได้แล้วล่ะ” ติงฟานซินยังคงมั่นใจเต็มที่

“แล้วตอนนี้ฉันควรทำอะไร?”

“ฟังคำสั่งฉันนะ! ตอนนี้เอาเนื้อไปใส่ในเครื่องปั่นก่อน!”

“โอเค ๆ งั้นเริ่มเลยแล้วกัน!”

แม้จะฟังคำสั่ง แต่เหยาไหน่ก็ยังงง ๆ อยู่ เพราะคำสั่งของติงฟานซินก็ไม่ได้แม่นเป๊ะนัก ผลคือหลังจากเอาเนื้อไปใส่เครื่องปั่น สิ่งที่ได้ออกมาก็คืออาหารดำปี๋แบบโทษฐานทำกับข้าวไม่เป็น

“ของที่ปั่นออกมาแบบนี้กินไม่ได้เลยนะ!” เหยาไหน่ว่า

“โอ๊ย! ต้องหั่นเนื้อก่อนค่อยปั่นสิ!” ติงฟานซินเสียงร้อนรนเต็มที่

ถ้าไม่ติดว่ามีโต๊ะครัวขวางอยู่ เขาคงพุ่งไปทำแทนเองแล้ว

“แต่นายไม่ได้บอกให้ฉันหั่นก่อนเลยนะ!”

“ฉันก็บอกไปแล้วไง!”

“ไม่เห็นจะได้ยินเลย!”

“ฉันบอกแล้ว!” พอติงฟานซินเริ่มเครียด ตัวละครในเกมของเขาก็เริ่มวิ่งวนอยู่กับที่แบบเวียนหัว

“นายจะวิ่งวนทำไมเนี่ย!? เวียนหัวจะตายอยู่แล้ว! ส่งแป้งมาให้หน่อยสิ!”

“ก็ส่งไปแล้วนี่ไง! เต็มพื้นเลย แค่นี้ก็เก็บเองสิ!” ติงฟานซินยังคงควบคุมตัวละครให้หมุนติ้วต่อ

“นายรำคาญฉันอยู่ใช่ไหมเนี่ย?”

“รำคาญอะไรกันอีกล่ะ!? ช่วยพูดจาแบบมีเหตุผลหน่อยได้ไหม!?”

“หึ ยังจะบอกว่าไม่รำคาญอีกเหรอ!? ก็นายเพิ่งพูดว่าฉันไม่มีเหตุผล!”

ทั้งสองคนกำลังจะปะทะกันแบบเต็มรูปแบบแล้ว ทันใดนั้นเอง ซุนเจ๋อก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมถือชาไข่มุกสองแก้ว ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า

“เอ้า ๆ! เล่นเกมก็อย่าลืมเติมน้ำตาล เติมน้ำกันด้วยนะ ถ้าเหนื่อยก็ยืดเส้นยืดสายบ้างน้า~”

ทั้งติงฟานซินและเหยาแน่ะรีบสงบสติอารมณ์ทันที จะไม่สงบก็ไม่ได้ เพราะติงฟานซินไม่กล้าขึ้นเสียงต่อหน้าเจ้านาย ส่วนเหยาไหน่ก็อยากรักษาภาพลักษณ์ที่ดีต่อหน้าซุนเจ๋อไว้

“ขอบคุณค่ะ/ครับ พี่ซุน” ทั้งคู่พูดพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง

“ดูสิ ยังเข้าขากันดีเลย แบบนี้เกมคงไม่ยากเกินไปใช่ไหม?” ซุนเจ๋อถามยิ้ม ๆ

“เกมสนุกมากเลยค่ะ เล่นง่าย ตัวละครก็น่ารัก ฉันเล่นแล้วเพลินเลย ถ้าไม่ติดว่าบางคนมันงี่เง่าก็คงเพอร์เฟกต์ไปแล้ว” เหยาไหน่จิบชาไข่มุกพลางกลั้นอารมณ์เอาไว้

“พี่ซุน ด่านลับนี่มันอะไรเหรอครับ?” ติงฟานซินแกล้งทำเป็นไม่สนใจคำเหน็บแนมเมื่อครู่

“ฉันเป็นคนเพิ่มเข้าไปเองแหละ จะได้ทดสอบพฤติกรรมผู้เล่นแบบที่พวกนายไม่คาดคิด

จะได้เก็บข้อมูลจริง ๆ ไงล่ะ” ซุนเจ๋อตอบอย่างมั่นใจ

“เอ่อ…”

ฟังดูสมเหตุสมผลเกินไป จนติงฟานซินเถียงไม่ออก

“ทำไมล่ะ? มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” ซุนเจ๋อถามยิ้ม ๆ

“ไม่มีเลยครับ! พี่ซุน รอบคอบเสมออยู่แล้ว!” ติงฟานซินรีบประจบพร้อมยิ้มกลบเกลื่อน

“งั้นก็ดี ผมไม่กวนแล้วนะ ไปทำงานต่อล่ะ”

พอซุนเจ๋อเดินออกจากห้อง เหยาไหน่ก็พูดขึ้นทันที

“พี่ซุนเป็นคนดีมากเลย”

“ใช่เลย พี่ซุนน่ะใจดีกับพวกเราทุกคน ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่ทำงานที่นี่มานานขนาดนี้หรอก”

ติงฟานซินพูดพลางดื่มชาไข่มุก ลำคอก็แห้งพอดีจากการเถียงกันเมื่อครู่ น้ำเย็น ๆ ช่วยให้ชุ่มคอดีจริง ๆ

“เล่าเรื่องของพี่ซุนให้ฉันฟังอีกหน่อยสิ” เหยาไหน่ถามอย่างสนใจ

“ไว้ทีหลังละกัน ตอนนี้รีบเคลียร์ด่านนี้ก่อนเถอะ” ติงฟานซินวางแก้วลง แล้วกดปลดพักเกมทันที

“พูดตอนนี้ไม่ได้เลยเหรอ?” เหยาไหน่เริ่มหงุดหงิด

“พูดไปเธอก็ไม่ตั้งใจฟังหรอก รีบไปหั่นเนื้อก่อนสิ ซึ้งนึ่งยังไม่มีอะไรใส่อยู่เลย”

“นี่ ฉัน…”

ยังพูดไม่จบ ติงฟานซินก็ขัดขึ้น

“นี่อะไรอีกล่ะ!? รีบ ๆ ขยับมือสิ! จะหมดเวลาแล้ว! หรือว่าไม่อยากผ่านด่านแล้วฮะ?”

“ติงฟานซิน! แม่ทนนายมานานละนะยะ!”

ยังไม่ทันพูดจบ เหยาไหน่ก็กระโจนเข้าใส่ติงฟานซิน

พร้อมกับหยิกเนื้อบริเวณเอวอย่างแม่นยำและรุนแรง

“โอ๊ยยย! เจ็บบบ! ขอโทษค้าบบบ! ที่รัก~ ผมผิดไปแล้ววว~ ปล่อยมือเถอะ!”

เสียงกรีดร้องแบบหมูถูกเชือดของติงฟานซินดังจนทะลุออกมานอกห้อง

ทุกคนที่อยู่ข้างนอกถึงกับขนลุก

ก่อนจะพร้อมใจกันหันไปมองซุนเจ๋อที่กำลังดื่มน้ำเลมอนอย่างใจเย็น

“พี่ซุน… เกมนี้มันโหดขนาดนั้นเลยเหรอคะ…”

เนี่ยเสี่ยวเตี๋ยพูดขึ้นเบา ๆ อย่างหวาด ๆ

จบบทที่ ตอนที่ 285 ทนมานานละนะยะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว