เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 190 ศิลปะที่เหนือจริง

ตอนที่ 190 ศิลปะที่เหนือจริง

ตอนที่ 190 ศิลปะที่เหนือจริง


ตอนที่ 190 ศิลปะที่เหนือจริง

ในกล่องใบหนึ่ง เอดิตพบจดหมายจากคุณหมอ

จากเนื้อหาจดหมายทำให้รู้ว่า ลูอิสมีปัญหาทางจิตอย่างรุนแรง

และภาพก็ตัดมาที่ลูอิสขณะกำลังทำงาน

ช่วงแรกผู้เล่นแค่ต้องควบคุมลูอิสใช้เครื่องจักรตัดหัวปลาในสายพาน

แต่เมื่อคำบรรยายเกี่ยวกับอาการป่วยของลูอิสเริ่มขึ้น ภาพก็เริ่มเปลี่ยนไป

ฝั่งซ้ายของจอปรากฏภาพหม่นคล้ายหมึกซึมในน้ำ

เด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งเริ่มเดินอยู่ในเขาวงกตที่เหมือนถูกวาดขึ้นด้วยชอล์กสีขาว

ด้วยจอยเกมที่ใช้เล่นในครั้งนี้

คันโยกฝั่งซ้ายควบคุมตัวละครในจินตนาการ

คันโยกขวาควบคุมลูอิสให้ตัดหัวปลาอย่างต่อเนื่อง

ฝั่งซ้ายเป็นโลกในจินตนาการที่ลูอิสสร้างขึ้น

แต่เขากลับไม่อาจตัดขาดจากมัน และยิ่งให้ความสำคัญกับมันมากขึ้นทุกที

คุณหมอเริ่มเป็นห่วงว่าเขาจะก่ออันตรายระหว่างทำงาน จึงแจ้งเจ้านาย

แต่เจ้านายกลับบอกว่า ลูอิสเป็นพนักงานตัวอย่าง ทำงานมีระเบียบ ขยัน และมีสมาธิยอดเยี่ยม

ขณะที่หมอเข้าใจว่าอาการของลูอิสดีขึ้น โลกจินตนาการทางซ้ายก็กว้างขึ้นเรื่อย ๆ

จากภาพสองมิติแบนราบ กลายเป็นภาพกึ่งสามมิติที่ดูสวยงามยิ่งกว่าเดิม

ราวกับวงการเกมเพิ่งผ่านการปฏิวัติด้านกราฟิก

ลูอิสเริ่มพูดถึง “เพื่อนใหม่” ที่เขาพบระหว่างเดินทางในจินตนาการ

พร้อมกันนั้น ภาพฝั่งซ้ายก็มีสุนัขสีขาวตัวหนึ่งปรากฏขึ้น เห่าตามหลังตัวละครหลัก

เมืองในฝันของเขา มีชื่อว่า “ลูอิสโทเปีย”

เขาสร้างเมืองขึ้นด้วยอิฐและปูนทีละนิด มีนักดนตรีประจำเมือง และเสียงดนตรีที่เขาแต่งขึ้นเอง

ลูอิสเริ่มสร้างทุกอย่างด้วยจินตนาการ และยังคงทำงานในโรงงานโดยไม่ผิดพลาดแม้แต่น้อย

แต่แล้ววันหนึ่ง เขาก็ตระหนักได้ว่า…

เสียงเชียร์จากฝูงชน… พื้นดินที่ย่ำอยู่…

ทุกอย่าง ล้วนเกิดขึ้นจากจินตนาการของเขาเอง

ในฝันเขากลายเป็นนายกเมือง ชนะการเลือกตั้ง ได้รับการต้อนรับจากชาวเมือง

ขณะที่โลกจินตนาการค่อย ๆ กลืนกินภาพจริงไปจนเกือบมิดจอ

เหลือเพียงแค่ภาพมือที่ตัดหัวปลาด้านขวา

เมืองของเขาขยายขึ้นเรื่อย ๆ เรือในจินตนาการแล่นผ่านหนึ่งเมืองสู่เมืองถัดไป

โลกในจินตนาการไม่หยุดยั้ง และลูอิสก็ไม่หวนคืนความจริงอีกเลย

จนวันหนึ่ง เขาเริ่มลืมที่จะกลับบ้าน

แม่ของเขาอ้อนวอนขอร้องให้เขาเลิกงานและกลับมาที่บ้านบ้าง

แต่ถึงแม้จะกลับมา ตัวตนของเขาก็ยังคงล่องลอยอยู่ในจินตนาการ

โลกในฝันพัฒนาอีกขั้น กลายเป็นเกมสามมิติสมจริงแบบมุมมองบุคคลที่สาม

เขาเดินเข้าสู่พระราชวังสุดหรู ท่ามกลางแสงทองสว่างไสว

ชาวเมืองเต้นรำ ฉลองให้แก่เขา มีแมวตัวใหญ่อยู่ในพระราชวัง

ที่คอของมันห้อยป้ายชื่อว่า “มอลลี่”

บันไดพรมแดงทอดยาวสู่บัลลังก์ทอง

ในความคิดของเขา แค่ก้มลงก็จะได้สวมมงกุฎ

เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่

แต่เมื่อกล้องเปลี่ยนเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่ง

สิ่งที่เขากำลังจะสวมบนศีรษะ กลับดูเหมือนใบมีดของเครื่องตัดหัวปลาในโรงงานไม่มีผิด

ลูอิสก้มลง

เสียง “แชะ” ดังขึ้น

ทุกอย่างดับวูบ จอดำสนิท

มีเพียงข้อความสุดท้ายปรากฏขึ้นว่า:

“เรื่องที่เหลือ…คุณคงรู้หมดแล้ว

คุณนายฟินช์ ลูกชายของคุณเป็นคนดี

คนที่รู้จักเขา ทุกคนก็จะคิดถึงเขา”

“สรุปว่าลูอิสตัดหัวตัวเองเพราะจินตนาการเหรอเนี่ย…”

เสียงของเสี่ยวซ่านดังขึ้นหลังจากความเงียบงัน

ในจอดำมืดมีเพียงเขาคนเดียวที่ยังพึมพำอยู่กับตัวเอง

อีดิธวางกล่องจดหมายลง

และทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงของห้องใต้หลังคา

เธอหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา

เขียนบันทึกถึง “เรื่องในคืนนั้น” — วันที่แม่พาเธอออกจากบ้าน

แม่กับอีดิธทะเลาะกับเอ็ดดี้เรื่องการย้ายบ้าน

ก่อนที่เอ็ดดี้จะมอบสมุดเล่มหนึ่งให้เธอ

ในสมุดเล่มนั้นเล่าว่า ในคืนที่น้ำลดต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์

เอ็ดดี้เดินทางกลับไปยังบ้านหลังเก่าที่จมอยู่ใต้น้ำ

และในตอนที่เธอเงยหน้ามอง เธอกลับเห็นแสงสว่างในหน้าต่างของบ้าน

แต่อีดิธก็ยังอ่านไม่จบ แม่ก็มาคว้าดึงสมุดออกไปจากมือของเธอ

เช้าวันต่อมา เอ็ดดี้เสียชีวิต และความลับของบ้านหลังนั้น จึงถูกกลบฝังตลอดไป

หลังจากนั้น แม่กับเธอก็ย้ายบ้านอีกหลายครั้ง

ไม่นาน แม่ก็จากโลกนี้ไป เพราะอาการป่วย

อีดิธจึงกลายเป็นสมาชิกคนสุดท้ายของตระกูลฟินช์

ในห้วงความฝันสีม่วงอ่อน

บันทึกในมือของอีดิธ ถูกอ่านด้วยเสียงของเธอเอง

เธอกำลังเล่าเรื่องทั้งหมดให้ลูกในท้องฟัง…

“สมุดเล่มนี้ เดิมทีแม่เขียนเอาไว้เพื่อลูก

แต่ตอนนี้…แม่หวังว่าหนูจะไม่มีวันต้องอ่านมันอีกเลย

แม่แค่อยากได้เจอกับหนู

อยากเล่าเรื่องทั้งหมดให้หนูฟังด้วยปากของตัวเอง

แต่ถ้าหนูกำลังอ่านข้อความพวกนี้อยู่…

งั้นก็แปลว่า…ความหวังของแม่ มันคงไม่เป็นจริงแล้วสินะ”

เสียงหัวใจเต้นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ

หน้าสุดท้ายของบันทึกเขียนไว้ว่า

นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของลูก

ขอโทษที่แม่ไม่ได้อยู่เห็นมันด้วยตัวเอง

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นคำขอที่มากเกินไป

แต่แม่ก็ไม่อยากให้ลูกต้องเสียใจ เพราะแม่จากไป

แค่อยากให้ลูกรู้สึกว่ายินดีที่เราเคยมีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน

ณ สถานที่แห่งนี้

ขอให้โชคดีนะ

ลงชื่อ อีดิธ

สมุดบันทึกถูกปิดลงอย่างช้า ๆ

กล้องเคลื่อนไปยังหลุมฝังศพ

บนแผ่นหินสลักเอาไว้ว่า:

Edith Finch

1999.02.14 — 2017.01.18

“ที่แท้...ตอนต้นเกมเราเล่นเป็นลูกของอีดิธ ไม่ใช่ตัวอีดิธเองสินะ…”

เสียงของเสี่ยวซ่านพึมพำอย่างตื่นตะลึงในตอนจบ

“นี่แหละ…คือความมหัศจรรย์ของเรื่องเล่า…”

เสียงหนึ่งในแชตตอบกลับ

“มันทั้งเหนือจริง ทั้งจับต้องได้…นี่สิ คือศิลปะของวิดีโอเกม”

----

หมดสต็อคที่โต้รุ่งแปลเก็บไว้พอดี หวังว่าจะไม่ค้างนะคั้บ ขอไปแปลเพิ่มก่อน เดะมาลงให้อีกกกกกก

จบบทที่ ตอนที่ 190 ศิลปะที่เหนือจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว