- หน้าแรก
- ระบบนักออกแบบเกมระดับเทพ
- ตอนที่ 190 ศิลปะที่เหนือจริง
ตอนที่ 190 ศิลปะที่เหนือจริง
ตอนที่ 190 ศิลปะที่เหนือจริง
ตอนที่ 190 ศิลปะที่เหนือจริง
ในกล่องใบหนึ่ง เอดิตพบจดหมายจากคุณหมอ
จากเนื้อหาจดหมายทำให้รู้ว่า ลูอิสมีปัญหาทางจิตอย่างรุนแรง
และภาพก็ตัดมาที่ลูอิสขณะกำลังทำงาน
ช่วงแรกผู้เล่นแค่ต้องควบคุมลูอิสใช้เครื่องจักรตัดหัวปลาในสายพาน
แต่เมื่อคำบรรยายเกี่ยวกับอาการป่วยของลูอิสเริ่มขึ้น ภาพก็เริ่มเปลี่ยนไป
ฝั่งซ้ายของจอปรากฏภาพหม่นคล้ายหมึกซึมในน้ำ
เด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งเริ่มเดินอยู่ในเขาวงกตที่เหมือนถูกวาดขึ้นด้วยชอล์กสีขาว
ด้วยจอยเกมที่ใช้เล่นในครั้งนี้
คันโยกฝั่งซ้ายควบคุมตัวละครในจินตนาการ
คันโยกขวาควบคุมลูอิสให้ตัดหัวปลาอย่างต่อเนื่อง
ฝั่งซ้ายเป็นโลกในจินตนาการที่ลูอิสสร้างขึ้น
แต่เขากลับไม่อาจตัดขาดจากมัน และยิ่งให้ความสำคัญกับมันมากขึ้นทุกที
คุณหมอเริ่มเป็นห่วงว่าเขาจะก่ออันตรายระหว่างทำงาน จึงแจ้งเจ้านาย
แต่เจ้านายกลับบอกว่า ลูอิสเป็นพนักงานตัวอย่าง ทำงานมีระเบียบ ขยัน และมีสมาธิยอดเยี่ยม
ขณะที่หมอเข้าใจว่าอาการของลูอิสดีขึ้น โลกจินตนาการทางซ้ายก็กว้างขึ้นเรื่อย ๆ
จากภาพสองมิติแบนราบ กลายเป็นภาพกึ่งสามมิติที่ดูสวยงามยิ่งกว่าเดิม
ราวกับวงการเกมเพิ่งผ่านการปฏิวัติด้านกราฟิก
ลูอิสเริ่มพูดถึง “เพื่อนใหม่” ที่เขาพบระหว่างเดินทางในจินตนาการ
พร้อมกันนั้น ภาพฝั่งซ้ายก็มีสุนัขสีขาวตัวหนึ่งปรากฏขึ้น เห่าตามหลังตัวละครหลัก
เมืองในฝันของเขา มีชื่อว่า “ลูอิสโทเปีย”
เขาสร้างเมืองขึ้นด้วยอิฐและปูนทีละนิด มีนักดนตรีประจำเมือง และเสียงดนตรีที่เขาแต่งขึ้นเอง
ลูอิสเริ่มสร้างทุกอย่างด้วยจินตนาการ และยังคงทำงานในโรงงานโดยไม่ผิดพลาดแม้แต่น้อย
แต่แล้ววันหนึ่ง เขาก็ตระหนักได้ว่า…
เสียงเชียร์จากฝูงชน… พื้นดินที่ย่ำอยู่…
ทุกอย่าง ล้วนเกิดขึ้นจากจินตนาการของเขาเอง
ในฝันเขากลายเป็นนายกเมือง ชนะการเลือกตั้ง ได้รับการต้อนรับจากชาวเมือง
ขณะที่โลกจินตนาการค่อย ๆ กลืนกินภาพจริงไปจนเกือบมิดจอ
เหลือเพียงแค่ภาพมือที่ตัดหัวปลาด้านขวา
เมืองของเขาขยายขึ้นเรื่อย ๆ เรือในจินตนาการแล่นผ่านหนึ่งเมืองสู่เมืองถัดไป
โลกในจินตนาการไม่หยุดยั้ง และลูอิสก็ไม่หวนคืนความจริงอีกเลย
จนวันหนึ่ง เขาเริ่มลืมที่จะกลับบ้าน
แม่ของเขาอ้อนวอนขอร้องให้เขาเลิกงานและกลับมาที่บ้านบ้าง
แต่ถึงแม้จะกลับมา ตัวตนของเขาก็ยังคงล่องลอยอยู่ในจินตนาการ
โลกในฝันพัฒนาอีกขั้น กลายเป็นเกมสามมิติสมจริงแบบมุมมองบุคคลที่สาม
เขาเดินเข้าสู่พระราชวังสุดหรู ท่ามกลางแสงทองสว่างไสว
ชาวเมืองเต้นรำ ฉลองให้แก่เขา มีแมวตัวใหญ่อยู่ในพระราชวัง
ที่คอของมันห้อยป้ายชื่อว่า “มอลลี่”
บันไดพรมแดงทอดยาวสู่บัลลังก์ทอง
ในความคิดของเขา แค่ก้มลงก็จะได้สวมมงกุฎ
เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่
แต่เมื่อกล้องเปลี่ยนเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่ง
สิ่งที่เขากำลังจะสวมบนศีรษะ กลับดูเหมือนใบมีดของเครื่องตัดหัวปลาในโรงงานไม่มีผิด
ลูอิสก้มลง
เสียง “แชะ” ดังขึ้น
ทุกอย่างดับวูบ จอดำสนิท
มีเพียงข้อความสุดท้ายปรากฏขึ้นว่า:
“เรื่องที่เหลือ…คุณคงรู้หมดแล้ว
คุณนายฟินช์ ลูกชายของคุณเป็นคนดี
คนที่รู้จักเขา ทุกคนก็จะคิดถึงเขา”
…
“สรุปว่าลูอิสตัดหัวตัวเองเพราะจินตนาการเหรอเนี่ย…”
เสียงของเสี่ยวซ่านดังขึ้นหลังจากความเงียบงัน
ในจอดำมืดมีเพียงเขาคนเดียวที่ยังพึมพำอยู่กับตัวเอง
…
อีดิธวางกล่องจดหมายลง
และทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงของห้องใต้หลังคา
เธอหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา
เขียนบันทึกถึง “เรื่องในคืนนั้น” — วันที่แม่พาเธอออกจากบ้าน
แม่กับอีดิธทะเลาะกับเอ็ดดี้เรื่องการย้ายบ้าน
ก่อนที่เอ็ดดี้จะมอบสมุดเล่มหนึ่งให้เธอ
ในสมุดเล่มนั้นเล่าว่า ในคืนที่น้ำลดต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์
เอ็ดดี้เดินทางกลับไปยังบ้านหลังเก่าที่จมอยู่ใต้น้ำ
และในตอนที่เธอเงยหน้ามอง เธอกลับเห็นแสงสว่างในหน้าต่างของบ้าน
แต่อีดิธก็ยังอ่านไม่จบ แม่ก็มาคว้าดึงสมุดออกไปจากมือของเธอ
เช้าวันต่อมา เอ็ดดี้เสียชีวิต และความลับของบ้านหลังนั้น จึงถูกกลบฝังตลอดไป
หลังจากนั้น แม่กับเธอก็ย้ายบ้านอีกหลายครั้ง
ไม่นาน แม่ก็จากโลกนี้ไป เพราะอาการป่วย
อีดิธจึงกลายเป็นสมาชิกคนสุดท้ายของตระกูลฟินช์
…
ในห้วงความฝันสีม่วงอ่อน
บันทึกในมือของอีดิธ ถูกอ่านด้วยเสียงของเธอเอง
เธอกำลังเล่าเรื่องทั้งหมดให้ลูกในท้องฟัง…
“สมุดเล่มนี้ เดิมทีแม่เขียนเอาไว้เพื่อลูก
แต่ตอนนี้…แม่หวังว่าหนูจะไม่มีวันต้องอ่านมันอีกเลย
แม่แค่อยากได้เจอกับหนู
อยากเล่าเรื่องทั้งหมดให้หนูฟังด้วยปากของตัวเอง
แต่ถ้าหนูกำลังอ่านข้อความพวกนี้อยู่…
งั้นก็แปลว่า…ความหวังของแม่ มันคงไม่เป็นจริงแล้วสินะ”
เสียงหัวใจเต้นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
หน้าสุดท้ายของบันทึกเขียนไว้ว่า
นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของลูก
ขอโทษที่แม่ไม่ได้อยู่เห็นมันด้วยตัวเอง
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นคำขอที่มากเกินไป
แต่แม่ก็ไม่อยากให้ลูกต้องเสียใจ เพราะแม่จากไป
แค่อยากให้ลูกรู้สึกว่ายินดีที่เราเคยมีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน
ณ สถานที่แห่งนี้
ขอให้โชคดีนะ
ลงชื่อ อีดิธ
สมุดบันทึกถูกปิดลงอย่างช้า ๆ
กล้องเคลื่อนไปยังหลุมฝังศพ
บนแผ่นหินสลักเอาไว้ว่า:
Edith Finch
1999.02.14 — 2017.01.18
“ที่แท้...ตอนต้นเกมเราเล่นเป็นลูกของอีดิธ ไม่ใช่ตัวอีดิธเองสินะ…”
เสียงของเสี่ยวซ่านพึมพำอย่างตื่นตะลึงในตอนจบ
“นี่แหละ…คือความมหัศจรรย์ของเรื่องเล่า…”
เสียงหนึ่งในแชตตอบกลับ
“มันทั้งเหนือจริง ทั้งจับต้องได้…นี่สิ คือศิลปะของวิดีโอเกม”
----
หมดสต็อคที่โต้รุ่งแปลเก็บไว้พอดี หวังว่าจะไม่ค้างนะคั้บ ขอไปแปลเพิ่มก่อน เดะมาลงให้อีกกกกกก