- หน้าแรก
- ระบบนักออกแบบเกมระดับเทพ
- ตอนที่ 155 เกมนี้มันสมจริงเกินไปแล้ว
ตอนที่ 155 เกมนี้มันสมจริงเกินไปแล้ว
ตอนที่ 155 เกมนี้มันสมจริงเกินไปแล้ว
เมื่อเห็นภูเขาหิมะที่อยู่ไม่ไกลเริ่มเกิดหิมะถล่ม ลาร่าก็ไม่รอช้า รีบปลดเชือกนิรภัยแล้วหันหลังวิ่งหนีทันที พร้อมทั้งตะโกนบอกโจนาห์ให้รีบกลับไปยังที่หลบภัย ถึงจะตะโกนเสียงดังแค่ไหนก็ไม่ต้องกังวล เพราะในสถานการณ์ที่หิมะถล่มแบบนี้ คงไม่มีใครมาได้ยินอยู่แล้ว
จากนั้นก็เข้าสู่ฉากไล่ล่าที่ตื่นเต้นสุดขีด ลาร่าวิ่งฝ่าหิมะอย่างรวดเร็ว
ทางเดินไม้ที่เธอเหยียบผ่านดูเหมือนจะเก่าและผุพังมาก
ทุกจุดที่ลาร่าเหยียบล้วนพังทลายตามทันที
ระหว่างทาง หัวหน้าทานูกิต้องคอยกดปุ่มให้ตรงจังหวะอยู่ตลอด
ไม่อย่างนั้นลาร่าจะร่วงตกลงไปแล้วจบเกมทันที
แม้หัวหน้าทานูกิจะอยากเร่งความเร็วให้มากกว่านี้
แต่หิมะที่ลึกจนเกือบถึงเข่าก็ทำให้ลาร่าเคลื่อนไหวได้ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
ตรงหน้าเธอมีซากเครื่องบินตกอยู่ ไม่รู้ว่ามันมาตกอยู่ที่นี่ได้ยังไง และตกมานานแค่ไหนแล้ว
ถ้าเป็นในสถานการณ์ปกติ หัวหน้าทานูกิคงต้องเข้าไปสำรวจแน่นอน
แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาสนใจของแปลก
จู่ ๆ ก้อนหินที่หล่นลงมาทำให้หิมะพุ่งกระจายเปิดทางให้ลาร่าวิ่งต่อ
เธอรีบพุ่งตัวกระโดด คว้าคานเหล็กแล้วแกว่งตัว ก่อนจะใช้ขวานปีนเกี่ยวเชือกแล้วไถลไปยังอีกฝั่ง
“โฮ่ยยย! มันชะมัด!!”
แม้เมื่อครู่จะโดนหิมะไล่ถล่มมาจนหัวหมุน แต่ภาพที่พุ่งผ่านไปตามทางและความรู้สึกเหมือนกำลังเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมในมุมมอง VR ก็ทำให้หัวหน้าทานูกิอดไม่ได้ที่จะร้องออกมาอย่างสะใจ
แต่ยังไม่ทันพูดจบดี เชือกที่ลาร่าเกาะอยู่ก็ขาดกลางอากาศ ร่างของเธอเสียหลักพุ่งเข้าชนกับแท่งน้ำแข็งเต็มแรง โชคดีที่แท่งน้ำแข็งไม่แข็งมาก เธอจึงทะลุผ่านไปได้
ด้านหลังแท่งน้ำแข็งเป็นทางลาดชันที่มีพื้นน้ำแข็งลื่นปกคลุมอยู่ ลาร่าล้มลงไปกับพื้นทันที และไม่มีจุดไหนให้เธอเกาะได้เลย แรงเฉื่อยก็รุนแรงจนทำให้เธอลุกไม่ขึ้น
ลาร่าเหมือนนั่งอยู่บนสไลเดอร์แห่งความตาย ร่างของเธอลื่นไถลลงไปยังขอบเหวเบื้องล่างด้วยความเร็วสูง
“อ๊ากกก! ตายแน่แล้ววว!!”
หัวหน้าทานูกิร้องลั่น แต่ตอนนี้กดปุ่มอะไรก็ช่วยอะไรไม่ได้
โชคดีว่าในจังหวะที่ลาร่ากำลังจะหล่นจากหน้าผา QTE ก็ปรากฏขึ้นทันเวลา
หัวหน้าทานูกิรีบกดปุ่ม ลาร่าจึงเกี่ยวขอบผาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว
แต่ยังไม่จบแค่นั้น หิมะยังคงพุ่งเข้ามาไม่หยุด หัวหน้าทานูกิรีบควบคุมให้ลาร่ากระโดดไปยังอีกฝั่งทันที
หลังจากปีนขึ้นมาตามหน้าผา ลาร่าก็ต้องวิ่งต่อไปตามเส้นทางภูเขา ซึ่งจุดที่เหยียบผ่านล้วนแต่พังทลายตามไปหมดอีกเช่นกัน ราวกับเส้นทางทั้งสายพร้อมจะถล่มได้ตลอดเวลา
“เชี่ยเอ๊ยยย! ลาร่าเมียผมนี่ต้องหนักขนาดไหนเนี่ย!? เดินตรงไหนพังตรงนั้นเลย!”
“ไม่จริงอ่ะ! เมื่อกี้ตอนปีนยังดูตัวเบาชิบ!”
“ไม่ใช่ความผิดของลาร่าเมียผมหรอก! มันเป็นความผิดของโลกนี้ต่างหาก!”
ในขณะที่คอมเมนต์กำลังแซวกันสนุก ลาร่าก็พุ่งกระโดดอีกครั้งแล้วใช้ขวานฟาดใส่หน้าผาเพื่อยึดเกาะ แต่ยังไม่ทันปีนขึ้น หิมะก็ถล่มลงมาอีกระลอก
ตูม——!
ภาพในสายตาหัวหน้าทานูกิถูกกลบด้วยหิมะขาวโพลน เสียงที่ได้ยินขาดห้วง
มุมกล้องหมุนเบา ๆ ทำเอารู้สึกเหมือนตัวเองหายใจไม่ออกจริง ๆ
โชคดีที่ความรู้สึกนี้หายไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงหอบหายใจของลาร่า
ภาพก็ตัดเป็นสีดำสนิท และมีข้อความปรากฏขึ้นว่า “สองสัปดาห์ก่อน”
“เฮ้ย! เกมนี้แม่งสมจริงเกินไปแล้ว! เมื่อกี้ฉันนึกว่าตัวเองโดนฝังทั้งเป็นจริง ๆ เลยนะ!”
หัวหน้าทานูกิร้องออกมาเสียงดัง อยากแบ่งปันความรู้สึกกับคนดูในไลฟ์
“แค่เราดูยังลุ้นแทบตาย นี่นายเล่นมุมมอง VR เอง ไม่อยากจะคิด!”
“ไม่ไหวแล้ว! ฉันต้องไปซื้อเวอร์ชัน VR มาเล่นละ ไม่งั้นคงไม่สะใจ!”
“ฉันขออยู่กับเวอร์ชันพีซีละกัน หัวใจฉันรับไม่ไหวขนาดนั้นหรอก!”
“ใช่เลย! แบบนี้สิถึงเรียกว่าเกมแอ็กชันผจญภัยของแท้!”
ในเกม หลังจากภาพตัดเป็นสีดำ ก็ตัดเข้าสู่คัตซีน CG หัวหน้าทานูกิก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
ฉากเมื่อกี้มันระทึกใจเกินไปจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ การได้ดูคัตซีนช่วงนี้จึงเหมาะมากที่จะพักหายใจ
ในคัตซีน ลาร่ากำลังจะกลับมายังบ้านพักชั่วคราวของเธอ แต่ก็สังเกตเห็นแสงจากไฟฉายส่องลอดออกมาจากหน้าต่าง ดูเหมือนว่าจะมีคนแอบเข้ามา หรือไม่ก็โดนงัดบ้าน
ภายในบ้านที่ค่อนข้างรก มีเครื่องอัดเสียงกำลังเล่นอยู่ เสียงที่ดังออกมาคือคำพูดของลอร์ดครอฟต์...
“ชีวิตก็เหมือนสายน้ำอันไร้ความเมตตา ทุกสิ่งล้วนผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราจะแก่ลง อ่อนแอลง แล้วก็ตาย
แต่เราจะทิ้งอะไรไว้เบื้องหลัง? แค่ซากกระดูก? หรือแค่เถ้าผง?
แล้วจิตวิญญาณล่ะ? หลังจากร่างกายกลายเป็นฝุ่นผงแล้ว จิตวิญญาณจะยังคงอยู่หรือไม่?
ฉันเชื่อว่ามันยังคงอยู่ ใจกลางของตำนานและเรื่องเล่าทั้งหลาย มักจะมีความจริงบางอย่างซ่อนอยู่
ไม่ใช่ความจริงตามหลักวิทยาศาสตร์ แต่เป็นบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น
กุญแจที่จะไขความลับแห่งชีวิตอมตะ และฉันอาจจะหาเจอมันแล้ว
แต่มันไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่ตามหา
พวกมันยังคงติดตามฉัน จ้องมองฉันทุกฝีก้าว
ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าพวกมันคือ... ‘ตรีเอกานุภาพ’
ลัทธิเก่าแก่และโหดเหี้ยมซึ่งต้องการควบคุมอนาคตของมนุษยชาติ
เพื่อครอบครัวที่ฉันรักที่สุด ฉันจะต้องระวังให้มาก
ถ้าลาร่าหรือแอนนาเกิดเป็นอะไรไป... ฉันคงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง”
ระหว่างที่เสียงบันทึกกำลังเล่นอยู่นั้น แสงไฟฉายก็ยังคงส่องไปทั่วห้อง
หัวหน้าทานูกิพบทั้งสิ่งของแปลก ๆ และของที่คุ้นเคย
เช่น ภาพวาดผนังโบราณ ภาพบุคคลในประวัติศาสตร์ และเบาะแสที่ลาร่าเก็บสะสมไว้
เมื่อไฟฉายส่องไปหยุดอยู่ที่ภาพครอบครัวของลาร่า
ลูกบิดประตูก็เริ่มหมุน และประตูก็ถูกเปิดออก
“ดูท่าตัวร้ายในเกมนี้จะเป็นลัทธิ ‘ตรีเอกานุภาพ’ นั่นแหละ”
“เบาะแสมันเยอะเกิน ดูตามไม่ทันแล้วเนี่ย!”
“จากเสียงบันทึก ดูเหมือนกำลังตามหา ‘ความเป็นอมตะ’ เลยนะ!”
“เนื้อเรื่องแบบนี้อีกแล้วเหรอ...เชยว่ะ”
“เก่งนักก็ลองมาเขียนเองสิ! อย่าบอกนะว่ายังมีคนคิดว่าไอ้สารเลวนั่นเขียนบทไม่เก่งอะ?”
“ฉันอยากให้เขาเขียนแย่บ้าง จะได้ไม่โดนกระซวกใจทุกตอน!”
“หยุดพูดเถอะ! ตอนนี้ฉันกลัวว่าจะมีฉากแทงใจในเกมอีกแล้ว!”
ขณะที่คอมเมนต์กำลังถกกันสนั่น ลาร่าก็เข้ามาในห้อง
มองสำรวจไปรอบ ๆ ก็ไม่พบร่องรอยของผู้บุกรุก
เธอหันไปมองหน้าต่างที่เปิดอยู่ คาดว่าคนร้ายน่าจะหนีออกไปทางนั้น
ลาร่าปิดหน้าต่างลง แล้วมองออกไปยังเมืองยามค่ำคืนภายใต้ม่านฝน
ไม่มีใครรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
เสียงฝนกระทบกระจกก็ดังแผ่วเบาเหมือนเสียง ASMR ชวนให้ง่วงนอน
เธอดึงฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าอย่างชัดเจน
คราวนี้ไม่มีลม ไม่มีหิมะ และไม่มีน้ำแข็งเกาะผม ลาร่าจึงดูงดงามกว่าที่เคย
“โว้ยยย! ละลายเลยเว้ย!”
“ลาร่าเมียจ๋า! แฮ่กแฮ่ก!”
“ลาร่าคือเทพธิดาในชีวิตผม!”
“ขอเตือนเลยนะ ถ้าเจออะไรแบบนี้จริง โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่คนเดียว รีบแจ้งตำรวจด่วน!”
“จริง! ฉันรู้สึกว่าคนที่แอบเข้ามาไม่ได้หนีไปไหน แต่อาจจะยังซ่อนอยู่ในบ้าน!”
ลาร่าเดินไปที่โต๊ะคอม หยิบเครื่องอัดเสียงขึ้นมากดดู
แต่ไม่มีเสียงอะไรออกมา ระหว่างที่เธอเริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล
เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากหลังประตู...