เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 135 ทีมเล็ก ๆ หนึ่งทีม

บทที่ 135 ทีมเล็ก ๆ หนึ่งทีม

บทที่ 135 ทีมเล็ก ๆ หนึ่งทีม


ระหว่างที่ซุนเจ๋อกำลังวาดตัวละครใน Arknights เขาก็นึกถึงปัญหาหนึ่งขึ้นมา

ในโลกเดิมของเขา Arknights เคยโดนกระแสด้านลบโจมตีอยู่หลายครั้ง

แต่ไม่ว่ากระแสจะมาในรูปแบบไหน ทีมงาน Hypergryph ก็แทบไม่เคยออกมาตอบโต้เลย บัญชีทางการของเกมมีแต่โพสต์ข้อมูลเกมใหม่ เช่น ตัวละครใหม่ สกินใหม่ เนื้อเรื่องหลักหรือกิจกรรม

แม้จะมีการแก้ไขปัญหาที่ผู้เล่นเสนอ หรือเนื้อหาที่เป็นประเด็นดราม่า

แต่พวกเขาก็แค่โพสต์ประกาศแบบแห้ง ๆ ราวกับเครื่องจักร

ท่าทีเย็นชานี้ทำให้ผู้เล่นบางคนแซะว่า “ถือคาแรกเตอร์เย็นชาได้เนียนดีนะ”

แม้ว่าแต่ละครั้งที่ปล่อยให้ดราม่าซาลงไปเองจะดูเหมือนผลลัพธ์ไม่เลว

แต่ก็ไม่ได้แปลว่าวิธีนี้ใช้ได้เสมอไป

บางรายที่ถูกเปิดโปงยังรู้จักส่งจดหมายทนายไปแก้ต่างบ้าง

อย่างน้อยก็แสดงออกว่ายังไม่ยอมแพ้ ถึงสุดท้ายจะโดนหลักฐานทุบจนเข้าคุกก็เถอะ

แปลว่าการออกมาพูดก็ยังมีความหมาย ยิ่งเมื่อกระแสโจมตีมันดูมีเจตนาแฝงอยู่

ถ้าคุณเงียบสนิท ไม่พูดอะไรเลย ก็จะยิ่งเสียเปรียบในโลกออนไลน์มากขึ้น

ตอนแรกผู้เล่นอาจลุกขึ้นมาปกป้องคุณด้วยความรักก็จริง

แต่พอเจอดราม่ารอบที่สอง รอบที่สาม ความกระตือรือร้นนั้นก็จะค่อย ๆ หมดไป

แถมไม่ใช่ทุกดราม่าจะไม่มีมูล บางครั้งเกมมีปัญหาจริง ๆ แล้วถูกขยายจนกลายเป็นกระแสโจมตี

กรณีแบบนี้ ต่อให้ทีมพัฒนาอยากเดินตามแผนเดิมต่อ ก็ยังควรออกมาพูดอะไรบ้าง

ไม่อย่างนั้น แม้จะมีการแก้ไขจนได้ผลลัพธ์ดีแค่ไหน แต่เพราะระหว่างทางเต็มไปด้วยดราม่า ความรู้สึกของผู้เล่นที่มีต่อทีมพัฒนาก็อาจถูกลบไปหมดแล้ว

ซุนเจ๋อเองก็เคยโดนดราม่ามาเหมือนกัน แต่เพราะเกมที่เขาปล่อยออกมาล้วนสนุกและได้รับคะแนนรีวิวดี

แถมตัวเขาเองก็เป็นคนดึงความเกลียดชังไว้ทั้งหมด ทำให้เวลาโดนผู้เล่นระบายอารมณ์ พวกเขาจะมาถล่มเขาใน ต้าเหยียนป๋อ มากกว่าจะลากเกมของเขาเข้าไปด้วย

แต่พอมีเกมมากขึ้น ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีเสียงต่าง ๆ ตามมา

แม้ว่าในฐานะนักออกแบบเกมจะต้องยึดถือแนวทางของตัวเอง ไม่ใช่เปลี่ยนตามคำพูดของผู้เล่นง่าย ๆ เพราะบางทีผู้เล่นเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร สิ่งที่พูดออกมาแค่การระบายอารมณ์

แต่ก็ไม่ควรละเลยเสียงของผู้เล่นเสียทีเดียว

ซุนเจ๋อคิดว่า ถึงเวลาต้องตั้ง “ฝ่ายประชาสัมพันธ์” ขึ้นในสตูดิโอแล้ว

เพื่อรับมือกับกระแสโจมตีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เมื่อทั้งสตูดิโอและแพลตฟอร์มเกมสตีมพังก์เริ่มเติบโต

คู่แข่ง (หรือเรียกตรง ๆ ว่าศัตรู) ที่เขาจะต้องเผชิญก็ยิ่งมากขึ้นและร้ายกาจขึ้น

พวกนี้ถนัดเรื่องซื้อบอทสร้างกระแสโจมตี ถ้าสตูดิโอไม่มีฝ่ายประชาสัมพันธ์ไว้รับมือ

อย่างน้อยในระดับการชี้แจงหรือโต้กลับ ก็คงจะลำบาก

ส่วนเรื่องบริการลูกค้าไม่ใช่เรื่องยาก เขาคิดว่าจะจ้างบริษัทภายนอกมาดูแล

แล้วให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์เป็นผู้ประสานงานแทน

ปัญหาทั่วไปก็ปล่อยให้ทีมบริการลูกค้ารับไป ส่วนเรื่องใหญ่ ๆ ที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของผู้เล่นหรือทิศทางของเกม ค่อยให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์จัดการ

คิดได้ดังนั้น ซุนเจ๋อก็โพสต์ประกาศรับสมัครงานทางออนไลน์ทันที

แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้แบบทดสอบจากระบบ เพราะไม่นานหลังจากโพสต์ เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากซุนโฮ่วกั๋ว

“คุณซุน ผมเห็นคุณประกาศรับสมัครตำแหน่งประชาสัมพันธ์อยู่

พอดีผมมีทีมเล็ก ๆ อยากแนะนำให้รู้จัก สนใจมั้ยครับ?” ซุนโฮ่วกั๋วเข้าประเด็นทันที

“โอ้! ผู้กำกับซุน เป็นทีมแบบไหนเหรอครับ?” ซุนเจ๋อถามพร้อมรอยยิ้ม

“พวกเขาเคยทำประชาสัมพันธ์ให้ดาราหน้าใหม่คนหนึ่ง ผลงานก็ดูดีนะ

ไม่นานมานี้ลาออกกันหมด กำลังหางานใหม่อยู่

ถ้าคุณสนใจ ลองนัดคุยกันดูเป็นไง?”

“ได้เลยครับ ฝากคุณซุนช่วยนัดให้หน่อย”

“ไม่มีปัญหา ผมให้พวกเขาไปหาคุณแต่เช้าเลย ดีมั้ย?”

“ดีครับ ขอบคุณล่วงหน้าเลยนะครับ”

หลังคุยกันเสร็จ ทั้งสองคนก็คุยเรื่องอื่นอีกเล็กน้อยก่อนวางสาย

แถมยังมีข่าวดีอีก ซีรีส์ ตำนานกระบี่เซียนผู้กล้า ที่อ้างอิงจากเกม กำลังออกอากาศได้สักพักแล้ว ด้วยความร้อนแรงของตัวเกม บวกกับการโปรโมตโดย “ค่ายเพนกวินวิดีโอ” ทำให้เรตติ้งของซีรีส์พุ่งสูงไม่หยุดตั้งแต่วันแรก

ในฐานะผู้กำกับ ซุนโฮ่วกั๋วยิ้มจนปากแทบฉีกทุกวัน

เพราะซีรีส์เรื่องนี้ เขาถือว่าซุนเจ๋อเป็น “ผู้มีพระคุณ” หากไม่มีเกมของซุนเจ๋อ และความร่วมมือเต็มที่จากเจ้าตัว เขาจะไปหาวัตถุดิบที่ไหนมาสร้างซีรีส์ดีขนาดนี้ได้?

พระเอกนางเอกในเรื่องก็โด่งดังตามไปด้วย แฟนคลับใน ต้าเหยียนป๋อ พุ่งไม่หยุด

ถึงขั้นมีคนตะโกนว่า “ไม่มีหูเจิง ก็ไม่ใช่ ตำนานกระบี่เซียน!”

หูเจิงจึงมักออกมาให้สัมภาษณ์ขอบคุณซุนโฮ่วกั๋วกับซุนเจ๋ออยู่เสมอ

เขาบอกว่า ถ้าไม่ได้รับโอกาสจากสองคนนั้น วันนี้เขาก็คงไม่ประสบความสำเร็จแบบนี้

7 มิถุนายน วันอังคาร

เช้าวันนั้น ทีมเล็ก ๆ ที่ซุนโฮ่วกั๋วแนะนำก็เดินทางมาถึงสตูดิโอ

พอซุนเจ๋อเจอพวกเขาที่ห้องรับแขก ก็ถึงกับแปลกใจเล็กน้อย

ทีมนี้มีสามคน อายุราว ๆ 20–30 ต้น ๆ ทุกคนหน้าตาธรรมดา ๆ

แต่ถ้าไปยืนท่ามกลางฝูงชน ยังไงก็ต้องโดนมองแน่ ๆ

เพราะพวกเขาทั้งสูงใหญ่ แต่ละคนสูงเกือบ 190 เซนติเมตร

แถมมีกล้ามแน่นแบบคนเล่นเวทมาหนัก ๆ ใครเห็นก็ต้องคิดว่าเป็นเทรนเนอร์ฟิตเนสแน่นอน

“สวัสดีครับทั้งสามท่าน ขอทราบชื่อได้ไหมครับ?” ซุนเจ๋อยิ้มทัก

ทั้งสามรีบลุกขึ้นทักทาย ผู้ชายใส่แว่นดูเหมือนเป็นหัวหน้าทีม เขาเดินเข้ามาจับมือกับซุนเจ๋อแล้วแนะนำตัว

“สวัสดีครับคุณซุน ผมชื่อหลิวอี้เต๋อครับ”

จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่เพื่อนที่มีหนวดเครารกรุงรัง

“คนนี้ชื่อกวนซินครับ”

แล้วก็ชี้ไปที่ชายผิวเข้มอีกคน

“คนนี้ชื่อจางหลี่ครับ”

“ขอบคุณมากที่สละเวลามาให้เราเข้าพบนะครับ”

น้ำเสียงของหลิวอี้เต๋อฟังดูสุภาพจริงใจ ขัดกับลุคร่างใหญ่ล่ำบึ้กที่ดูพร้อมต่อยใครได้ทุกเมื่อ

อีกสองคนก็ยิ้มให้เหมือนอยากแสดงความเป็นมิตร

ถ้าไม่ติดว่าตอนยิ้มหน้าอกสองข้างจะเด้งอยู่ตลอดเวลา…

ซุนเจ๋อแอบคิดในใจว่า…สองคนนั้นดูเหมือนจะเตรียมกระโจนเข้ามาต่อยเขาตลอดเวลา

แล้วเขาจะสู้ไหวไหมนะ?

“เชิญนั่งเลยครับ ทั้งสามคนมาจากผู้กำกับซุน ผมเชื่อในสายตาเขานะครับ

แต่ก็อยากทราบว่า พวกคุณลาออกกันมาทั้งทีมเพราะอะไรเหรอ?”

“คุณซุนครับ เรื่องมันเป็นแบบนี้...”

หมดที่สต็อคไว้ละค่า แต่จะแปลต่อ ๆ ให้นะ พรุ่งนี้เจอกั๊นนน

จบบทที่ บทที่ 135 ทีมเล็ก ๆ หนึ่งทีม

คัดลอกลิงก์แล้ว