- หน้าแรก
- ระบบนักออกแบบเกมระดับเทพ
- บทที่ 120 วันที่ 1081 หลังตาบอด
บทที่ 120 วันที่ 1081 หลังตาบอด
บทที่ 120 วันที่ 1081 หลังตาบอด
นี่คือวันที่ 1081 นับจากวันที่ผมตาบอด
และก็เป็นวันที่ 1081 ของชีวิตใหม่ของผมด้วย
ผมกล่าวคำอำลาจากอดีต
ย้ายมาอยู่ที่นี่
เปิดบาร์เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง
เล่นเปียโนที่ผมยังรักเสมอมา
ผมตัดขาดจากเธอทุกช่องทาง
หวังว่าเวลาจะค่อย ๆ ลบเลือนผม ออกจากความทรงจำของเธอไป
และนั่น... คือจุดจบที่ดีที่สุดที่ผมคิดได้แล้ว
เกมเริ่มต้นด้วยเสียงผู้ชายที่ฟังดูสุขุมและมีเสน่ห์
เล่าเรื่องราวของตัวเองอย่างสั้น ๆ
แม้จะรู้ว่าเป็นแค่ตัวละครในเกม
แต่หานเม่ยก็ยังรู้สึกปวดหนึบในใจอย่างบอกไม่ถูก
พูดถึงตรงนี้
เกม 《见》 ได้ใช้ทีมงานของสตูดิโอพากย์เสียงเมี่ยวหยาเป็นผู้ให้เสียงพากย์ทั้งหมด
โจวซินเย่วก็ได้สร้างความสัมพันธ์อันดีและมั่นคงกับซุนเจ๋อมานานแล้ว
ยกตัวอย่างเช่นครั้งนี้
พอรู้ว่าเป็นเกมที่ส่งเสริมให้คนในสังคมหันมาใส่ใจผู้พิการทางสายตา
โจวซินเย่วถึงกับไม่รับค่าจ้างเลยสักหยวนเดียว
บอกว่าอยากร่วมด้วยช่วยกันด้วยความตั้งใจจริง
แม้จะไม่ได้รับค่าจ้าง
แต่ทีมพากย์ของเมี่ยวหยาก็ยังคงคุณภาพระดับมืออาชีพไม่ตก
แค่ประโยคเปิดของเกม ก็สามารถสัมผัสได้ถึงอารมณ์อย่างชัดเจน
เมื่อเกมเริ่มขึ้น หานเม่ยก็สังเกตเห็นว่าภาพในจอนั้นพร่ามัวอย่างมาก
แม้แต่เปียโนที่อยู่ตรงหน้า ก็ยังแทบมองไม่ชัด
ตอนแรกเธอคิดว่าเกมยังโหลดไม่เสร็จ
แต่ข้อความที่ปรากฏขึ้นมาทำให้เธอเข้าใจได้ทันที
"ภาพที่คุณเห็นในตอนนี้ ก็คือสิ่งที่ผมมองเห็น
ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวก็ชินไปเอง..."
“ที่แท้ ตัวละครที่เราเล่น ก็คือชายตาบอดคนนี้สินะ!” หานเม่ยพูดขึ้น
“ก็ไม่ถึงกับมืดสนิทหรอก ยังเห็นได้ลาง ๆ นิดหน่อยนะ”
“แค่นี้ก็ลำบากจะตายอยู่แล้ว! ฉันแค่สายตาสั้นไม่ใส่แว่นก็เดินชนทุกอย่างแล้ว
นึกไม่ออกเลยว่าตาบอดสนิทจะยากขนาดไหน”
“นี่มันก็แค่เกม ถ้ามืดสนิทจริง ๆ ใครจะเล่นไหว
แบบนั้นจะสื่อประเด็นออกไปได้ยังไงล่ะ!”
ระหว่างที่ในแชตกำลังถกกัน
หานเม่ยก็เห็นหน้าจอเกมเลื่อนขึ้นช้า ๆ
ปลายสายตาเห็นแสงสลัวลอดผ่านหน้าต่าง
แต่บริเวณรอบข้างกลับยังคงมืดมิด
มีเสียงรองเท้าส้นสูงดังใกล้เข้ามา
ร่างเงาที่พร่ามัวค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามา
พอมองดูเงาได้ลาง ๆ ก็ดูเหมือนจะเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง
แต่ใบหน้า อายุ หรือรูปลักษณ์ กลับดูไม่ออกเลย
"ขอบคุณที่มาอยู่เป็นเพื่อนคอยฟังผมเล่นเปียโนตลอด
วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว
พรุ่งนี้ บาร์ 'การพบเจอ' แห่งนี้จะไม่มีอีกต่อไปแล้ว"
พอได้ยินประโยคนี้
หานเม่ยถึงกับชะงักเล็กน้อย
ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเบาอย่างหดหู่
“อะไรกัน... เพิ่งเริ่มเกม บาร์ก็จะปิดแล้วเหรอ
นึกว่าจะได้เห็นพระเอกมีเรื่องราวใหม่ ๆ ในบาร์ซะอีก...”
“ที่แท้ ‘บทเพลงสุดท้าย’ ตอนต้นเรื่อง
ก็หมายถึงสิ่งนี้นี่เอง!”
“งั้นถ้าบาร์ปิดไปแล้ว พระเอกจะไปไหนต่อ?”
“ไม่มีใครสงสัยเลยเหรอว่าสาวคนนั้นคือใคร?”
“แค่ดูออกว่าเป็นผู้หญิงได้ก็เก่งแล้วล่ะ!”
ในเกม ร่างเงานั้นไม่ได้ตอบอะไร
เพียงแค่เคาะโต๊ะเบา ๆ สามครั้ง
ไม่มีคำพูดใด ๆ ตามมา
“ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจว่าคุณหมายถึงอะไร
แต่ถ้าคุณแค่อยากปลอบใจฉันล่ะก็ ขอบคุณนะ”
“วันนี้แค่นี้ก่อน คุณกลับไปเถอะ
เดี๋ยวผมจะออกไปเดินเล่นแถวชายหาดหน่อย”
หลังจากพระเอกพูดจบ
ร่างเงานั้นก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมา
ในจังหวะนั้นเอง
หานเม่ยก็ได้รู้ว่าจุดหมายต่อไปของพระเอกก็คือ ‘ชายหาด’
“ผมเองก็คงต้องไปแล้วเหมือนกัน...”
เสียงพึมพำดังขึ้นพร้อมกับคำแนะนำการเล่นปรากฏบนหน้าจอ
"แตะหน้าจอเพื่อรับรู้รูปร่างของวัตถุ"
ทางด้านขวาของจอก็มีข้อความภารกิจปรากฏขึ้น
"แตะหน้าจอ เพื่อหาหมวก"
“เพราะเป็นคนตาบอด
ถึงต้องคลำหาของแบบนี้เหรอ?”
“ไม่งั้นจะให้ทำไง? เรียกปุ๊บของลอยมาหาเหรอ?”
หานเม่ยไม่สนใจคอมเมนต์กวน ๆ
เธอแตะหน้าจออย่างตั้งใจ แล้วก็พบว่าทุกครั้งที่แตะ
จะมีพื้นที่เล็ก ๆ ปรากฏขึ้นแสดงสิ่งที่สัมผัสอยู่
หลังจากคลำหาสักพัก เธอก็เจอหมวกอยู่ข้างซ้ายของเปียโน
เมื่อกดค้างเพื่อเก็บ เกมก็แจ้งภารกิจใหม่ทันที
มุมขวาล่างของจอมีลูกศรสองปุ่มสำหรับหมุนกล้อง
หานเม่ยลองแตะสองสามครั้ง
ข้อความภารกิจใหม่ก็ปรากฏขึ้นอีก
"หมุนกล้อง และหามือจับไม้เท้า"
จุดนี้ทำให้หานเม่ยใช้เวลานานมาก
เพราะพระเอกมองไม่เห็น
ต้องอาศัยคลำหาทางเท่านั้น
แม้ไม้เท้าจะอยู่แค่เอื้อม
แต่ถ้าคลำพลาดก็หาไม่เจอ
“โห... ตรงนี้คือเล่นแล้วถอดใจเลยอะ!”
“งั้นก็ไปดูช่องอื่นซะ นี่มันมุมมองของคนตาบอดนะ”
“จริง! แค่เรื่องง่าย ๆ สำหรับเรา
ก็กลายเป็นสิ่งที่ยากแสนสาหัสสำหรับพวกเขา”
หานเม่ยเองก็เริ่มหงุดหงิดอยู่เหมือนกัน
เกือบจะกดเลิกเล่นแล้ว
แต่เธอก็นึกขึ้นได้ว่า นี่คือเกมแนวสาธารณประโยชน์เกมแรกของพี่ซุน
ตั้งใจทำมาให้คนได้เข้าใจความยากลำบากของผู้พิการทางสายตา
ถ้าเธอเลิกเล่นตอนนี้
ก็เหมือนทรยศต่อความตั้งใจของพี่ซุน
แบบนั้น... เธอไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด
ยิ่งถ้าไม่เคยเข้าใจความลำบากของพวกเขา
เธอในฐานะคนสายตาปกติ
จะเห็นอกเห็นใจหรืออยากช่วยเหลือได้อย่างไร?
คิดได้แบบนั้น หานเม่ยก็สงบลง
เธอใช้เวลาคลำหาอีกประมาณห้านาที
สุดท้ายก็เจอไม้เท้าอยู่มุมขวาล่าง
ที่แท้มันอยู่ใกล้แค่นี้เอง...
หลังได้ไม้เท้ามา มุมล่างซ้ายของจอมีจอยเสมือนปรากฏขึ้น ใช้ควบคุมทิศทางการเดิน
ระหว่างปุ่มหมุนกล้องทั้งสองข้าง ก็มีไอคอนรูปไม้เท้าปรากฏขึ้น
ใช้สำหรับแตะพื้นที่เพื่อสำรวจทางข้างหน้า
ภารกิจใหม่ก็ปรากฏขึ้นทันที
"เปิดประตู ออกจากบาร์ (กดค้างที่ลูกบิด)"
ฟังดูเหมือนไม่ยาก
แต่หานเม่ยยังคงใช้ไม้เท้าสำรวจอยู่ตลอด
เพราะความมืดรอบด้าน หากเดินชนของหรือสะดุดล้ม
สำหรับพระเอกแล้ว ย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่
“เรื่องที่เราทำไม่ถึงสิบวินาที
แต่พระเอกใช้เวลานานเป็นสิบกว่านาที”
“เพราะหานเม่ยช้าต่างหาก! หาไม้เท้านานเกิน เลยยังไม่ออกไปซะที!”
“โอ๊ย! จะปากดีไปถึงไหน
ถ้านายมองไม่เห็นจริง ๆ จะกล้าพูดว่าหาเจอในครั้งเดียวไหม?”
พอเห็นแชตเริ่มจะดราม่าหานเม่ยก็พูดขึ้นว่า
“ทุกคนไม่ต้องเถียงกันนะ ถ้าใครไม่อินกับเกมนี้
จะออกไปดูช่องอื่นก่อนก็ไม่เป็นไรเลย
แต่นี่คือเกมที่ต้องใช้ ‘ใจ’ ในการสัมผัสจริง ๆ
ถ้ายังมีใครพยายามปั่นกระแสอีก รบกวนทีมแอดมินช่วยแบนด้วยนะคะ”
ระหว่างที่เธอพูดจบ
มือของเธอก็คลำไปเจอลูกบิดประตู
เมื่อกดค้างไว้ ประตูก็เปิดออก
แสงสีขาวเจิดจ้าเผยเข้ามา
เกมก็เข้าสู่บทถัดไป
-----
เดี๋ยวรีบไปแปลต่อให้ จะได้ไม่ค้าง