เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 115 เริ่มต้นบทใหม่

บทที่ 115 เริ่มต้นบทใหม่

บทที่ 115 เริ่มต้นบทใหม่


คำว่า "ฮ่องเต้ไม่รีบ แต่ขันทีรีบแทน" อธิบายสภาพของหานเม่ยในตอนนี้ได้อย่างชัดเจน

หลังจากรู้ว่าค่ายเพนกวินออกเกม หมื่นวีรบุรุษออนไลน์ มา ซุนเจ๋อกลับมีสีหน้าสงบนิ่งไร้กังวล

ผิดกับหานเม่ยที่ดูร้อนใจจนแทบอยากจะบุกไปหาเรื่องกับค่ายเพนกวินเสียให้ได้

“แล้วผมจะต้องรีบทำไมล่ะ?” ซุนเจ๋อถามกลับ

“ก็เพราะถ้าปล่อยไว้แบบนี้ ยอดรายได้ต่อเดือนของ หมื่นวีรบุรุษออนไลน์ อาจแซง สามก๊กออนไลน์ ได้นะ! แค่นี้ไม่รีบก็แปลกแล้ว!” หานเม่ยพูดอย่างร้อนรน

ซุนเจ๋อยิ้ม “หานเม่ย ไม่ต้องห่วงหรอก เพราะผมไม่ได้พึ่งเกม สามก๊กออนไลน์ เพื่อหาเงิน ขอแค่มีรายได้พอให้เซิร์ฟเวอร์รันต่อได้ก็พอแล้ว ส่วนค่ายเพนกวิน...ถ้าอยากจะหาเงินก็ให้เขาหาไปเถอะ แล้วอีกอย่างนะ…”

พูดถึงตรงนี้ ซุนเจ๋อก็ทำเสียงลึกลับเหมือนพวกหมอดู

“ถ้าพวกเขายังหาเงินแบบนี้ต่อไป ไม่แน่ว่าอีกไม่นานอาจจะได้ทำหน้าที่ปูทางให้ สามก๊กออนไลน์ ก็เป็นได้”

สิ่งที่ค่ายเพนกวินกำลังทำในตอนนี้ ทำให้ซุนเจ๋อนึกถึง สามก๊กออนไลน์ ในโลกเดิมของเขา ที่พอเพิ่มตัวละครเทพเข้ามาเรื่อย ๆ ความสมดุลของเกมก็พังยับเยิน แถมยังมีจุดดูดเงินสารพัด ทำให้ผู้เล่นจำนวนมากทยอยจากไป

ถึงตอนที่เขายังไม่ข้ามโลก เกมนั้นจะยังคงได้รับความนิยมอยู่

แต่หากเทียบกับช่วงที่เพิ่งเปิดตัว ก็ถือว่าคุณภาพตกลงไปมาก

ทั้งรูปแบบการหาเงินใน หมื่นวีรบุรุษออนไลน์ และกิจกรรมให้ผู้เล่นออกแบบตัวละคร

ล้วนเป็นการเดินตามรอยความล้มเหลวของ สามก๊กออนไลน์ ต้นฉบับทั้งนั้น

ซุนเจ๋อเลยไม่กังวลเลยสักนิด

เว้นแต่ว่าค่ายเพนกวินจะสามารถรักษาสมดุลของตัวละครได้ดีจริง ๆ ถึงจะมีโอกาสรอด

แต่ถ้าตัวละครใหม่ไม่เก่งพอ จะไปดึงดูดให้คนเติมเงินได้ยังไง?

ในเมื่อเกมนี้ถูกสร้างมาเพื่อทำเงินโดยเฉพาะ พวกเขาจะยอมพลาดรายได้ได้ยังไง?

ดังนั้นแม้จะรู้ว่าตัวละครเก่งเกินไปจะทำลายความสมดุลของเกม แต่พวกเขาก็จะยังคงเลือกปล่อยตัวละครโกงออกมาอยู่ดี เพื่อบีบให้ผู้เล่นต้องเติมเงิน ไม่อย่างนั้นก็สู้ใครเขาไม่ได้

สุดท้าย เมื่อผู้เล่นใน หมื่นวีรบุรุษออนไลน์ รู้สึกเอือมระอาแล้วหนีออกมา

ที่เดียวที่ยังสามารถรับพวกเขาไว้ได้ก็คือ สามก๊กออนไลน์

ส่วนพวกเกม "ออนไลน์" เกมอื่น ๆ นั้น งานภาพไม่อาจโดนใจผู้เล่นของ หมื่นวีรบุรุษออนไลน์ ได้เลย

พูดให้ตรงก็คือ ยิ่ง หมื่นวีรบุรุษออนไลน์ หาเงินได้โหดเท่าไหร่

จำนวนผู้เล่นที่ถูกส่งต่อมายัง สามก๊กออนไลน์ ก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

แม้ซุนเจ๋อจะไม่ได้อธิบายเหตุผลทั้งหมด แต่หานเม่ยก็ยังสัมผัสได้ถึงอย่างหนึ่งแน่นอน

ความมั่นใจของซุนเจ๋อนั้นเท่มาก!

วันแรกของงานเอ็กซ์โปจบลงอย่างราบรื่น

ซุนเจ๋อเดินดูรอบงานทั้งวัน แต่ก็ยังไม่พบผลงานอนิเมะไหนที่เหมาะจะเอามาดัดแปลงเป็นเกม หรือมีธีมที่ตรงกับเกมในหัวเขาเลย

กลับกัน นักออกแบบเกมอีกสามคนที่ร่วมบูธเดียวกัน กลับได้ผลงานติดไม้ติดมือกันทุกคน

เพราะบูธของซุนเจ๋อมีคนเข้าแถวยาว จึงมีผู้เล่นบางส่วนที่ไม่อยากรอเฉย ๆ เลยแวะไปเล่นเกมของนักออกแบบอีกสามคนซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กัน

และด้วยความที่ทั้งสามเกมเองก็จัดว่ามีคุณภาพ หลายคนเล่นแล้วชอบ ถึงขั้นสั่งจองกันในงานเลยทีเดียว

พอมีผู้ชมและยอดจองมากขึ้น ก็เริ่มมีเจ้าของลิขสิทธิ์อนิเมะเข้ามาติดต่อพูดคุย บางรายถึงขั้นตกลงความร่วมมือเบื้องต้นกันเรียบร้อยแล้ว

ทันทีที่ข่าวหลุดออกไป ทั้งแฟนเกมและแฟนอนิเมะก็พากันตื่นเต้นจนกลายเป็นกระแสตอบรับที่ดีมาก

เรียกได้ว่าแค่วันแรก นักออกแบบเกมทั้งสามคนก็ได้เกินกว่าที่คาดไว้ไปมาก ทำให้พวกเขารู้สึกซาบซึ้งว่า "อยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ มีแต่ได้กับได้"

และก็ยิ่งทำให้พวกเขายึดมั่นในตัวซุนเจ๋อมากยิ่งขึ้น ขอแค่ได้อยู่ใต้ร่มเงาของ "ต้นไม้ใหญ่นามซุนเจ๋อ" ก็มีน้ำแกงอร่อย ๆ ให้ซดตามไม่ขาด

จริง ๆ แล้วก็มีคนมาติดต่อซุนเจ๋อเหมือนกัน และยังเป็นบริษัทอนิเมะต่างประเทศชื่อดัง ที่อยากขอซื้อลิขสิทธิ์ไปทำอนิเมะจากเกม สงครามเอาชีวิตรอด

แม้บริษัทนั้นจะมีชื่อเสียงและมีผลงานโด่งดังหลายเรื่อง แต่หลังจากซุนเจ๋อศึกษารูปแบบการทำงานของพวกเขาแล้ว เขาก็ปฏิเสธโดยไม่ลังเล

เพราะผลงานของบริษัทนี้ส่วนใหญ่ มักจะมีตัวเอกเป็นชาวสหพันธ์อินทรีเสรีที่ดูดีเก่งเทพ ส่วนคนเชื้อชาติอื่นก็มักเป็นตัวประกอบ

คนผิวดำก็มักจะมีบทที่ตายอย่างกล้าหาญ ส่วนชาวเอเชียไม่เป็นตัวร้ายก็เป็นตัวตลก

และไม่ว่าจะบทแบบไหน สุดท้ายก็ตายอนาถทั้งนั้น (ประเทศแกด้วยเฟ้ย)

ถึงแม้ในฐานะนักออกแบบเกม ซุนเจ๋อจะมีสิทธิ์เจรจาเพื่อขอเปลี่ยนบทบาทตัวละครได้

แต่ด้วยระยะทางที่ห่างกันมาก การสื่อสารกับควบคุมดูแลจะยากลำบาก และเต็มไปด้วยปัญหาจุกจิก

ถ้าปล่อยให้เขากลายเป็นแค่ผู้อนุญาตแบบไม่ยุ่งเรื่องอะไรเลย

รับรองว่าเนื้อหาก็คงออกมาเละตามสูตรเดิม

แต่ถ้าจะลงไปดูแลเองหมด ก็จะเสียเวลาและพลังงานมากเกินไป

ในเมื่อเป็นแบบนี้ เขาก็เลือกปฏิเสธไปซะเลยจะดีกว่า ถึงแม้จะพลาดโอกาสในการเพิ่มชื่อเสียงของ สงครามเอาชีวิตรอด และตัวเขาในต่างประเทศ แต่ถ้าต้องแลกมาด้วยการย่ำยีเกียรติของคนชาติเดียวกัน แบบนี้ก็ไม่เอาดีกว่า

ซุนเจ๋อยังได้ยินมาว่า หลังจากโดนเขาปฏิเสธ บริษัทนั้นก็หันไปติดต่อค่ายเพนกวินแทน

ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะพวกเขาทำเกมยิงเยอะที่สุดในประเทศ

ส่วนทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันได้มั้ย เขาก็ไม่สนใจนัก

วันที่ 9 พฤษภาคม วันจันทร์

แม้เหล่าพนักงานออฟฟิศจะยังอยากพักต่อ แต่วันหยุดยาวช่วงวันแรงงานก็ต้องจบลงจนได้

ซุนเจ๋อกับทีมงานในสตูดิโอก็กลับเข้าสู่โหมดทำงาน

จากข้อมูลที่เก็บได้ในงานเอ็กซ์โป และฟีดแบ็กของผู้เล่น

ซุนเจ๋อตัดสินใจที่จะพัฒนาเกม Rise of the Tomb Raider

ใครกันจะไม่ชอบลาร่าสาวสวยสุดแกร่งที่ทั้งเท่และเก่ง?

ส่วนที่เลือกภาคนี้ ก็เพราะเขาเคยเล่นมาก่อน

แม้จะยังไม่เก็บครบ 100% แต่ก็ผ่านเนื้อเรื่องหลักมาแล้ว ทำให้พอร์ตมาง่ายกว่าภาคอื่น

ยังไงซะ คนในโลกนี้ก็ไม่รู้จักเนื้อเรื่องของ Tomb Raider มาก่อน

จะเริ่มจากภาคไหนก็ไม่มีใครรู้สึกแปลก

แต่ถึงอย่างนั้น เกมนี้ก็ถือว่าเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่สุดของสตูดิโอเลยทีเดียว

ซึ่งก็ทำให้ต้องแก้ปัญหาสำคัญ นั่นก็คือ...ต้องหาคนเพิ่ม!

ระบบในหัวของเขายังมีแบบทดสอบให้ใช้เหมือนเดิม

และรอบนี้ ทีมงานในสตูดิโอเป็นคนช่วยคัดเลือกเบื้องต้น

พอผ่านตาพวกเขาแล้ว ซุนเจ๋อถึงจะเข้ามาสัมภาษณ์รอบสุดท้าย

เขาหวังว่าเพื่อนร่วมทีมที่ลุยด้วยกันมาตั้งแต่เริ่ม จะค่อย ๆ เติบโตขึ้นเป็นผู้บริหาร

ไม่ใช่เป็นแค่เครื่องมือทำงานเฉย ๆ

เลยถือโอกาสในช่วงขยายทีม มอบหมายให้พวกเขาเริ่มเปลี่ยนบทบาทสู่สายบริหาร

และเมื่อคนเพิ่มขึ้น สตูดิโอก็เริ่มคับแคบตามไปด้วย

โชคดีที่ในตึกสำนักงานยังมีที่ว่าง เขาเลยหาทำเลใหม่ได้ไม่ยาก

คราวนี้ได้พื้นที่ครึ่งชั้นเต็ม ๆ ต่อให้เพิ่มคนมาอีกยี่สิบคนก็ยังไม่แออัดเลย

เมื่อเซ็นสัญญาเช่า ซื้ออุปกรณ์สำนักงาน ตกแต่งภายในแบบเรียบง่าย แล้วก็เชิญอาจารย์มาทำพิธีเสริมสิริมงคล

สตูดิโอพัฒนาเกม "ซิงหยวน" ก็ได้ฤกษ์เริ่มต้นบทใหม่

ในห้องประชุมที่กว้างขวางกว่าเดิม มีเพียงซุนเจ๋อกับเพื่อนร่วมทีมกลุ่มเดิมนั่งอยู่

ซุนเจอตั้งใจฝึกฝนให้พวกเขามีทักษะในการบริหารจัดการ เลยเตรียมจะมอบหมายหน้าที่ให้ชัดเจนในที่ประชุม แล้วให้แต่ละคนไปวางแผนงานและแบ่งงานกับทีมของตัวเองต่ออีกที

เขาไม่ได้กังวลว่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเขายังเป็นคนดูแลภาพรวมทั้งหมดอยู่

เกมจะไม่มีทางหลุดกรอบแน่นอน

ซุนเจอเคลียร์เสียงในลำคอ แล้วก็เริ่มการประชุมครั้งใหม่นี้อย่างเป็นทางการ

จบบทที่ บทที่ 115 เริ่มต้นบทใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว