เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10: พี่ชายหลี่จิ่ง

บทที่ 10: พี่ชายหลี่จิ่ง

บทที่ 10: พี่ชายหลี่จิ่ง


บทที่ 10: พี่ชายหลี่จิ่ง

"เสร็จรึยัง จะออกไปข้างนอกแล้วนะ!"

หญิงสาวสองคนง่วนอยู่กับการแต่งหน้าแต่งตัวอยู่ที่บ้านตลอดทั้งเช้า แต่ก็ไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิด แม้แต่อาหารกลางวันก็แค่สั่งเดลิเวอรี่มากินง่ายๆ

"เสร็จแล้วๆ รีบไปเกิดรึไงยะ ทำเอาฉันเกือบทาลิปสติกเบี้ยวเลย"

จางซินซินเก็บลิปสติกใส่กระเป๋า แล้วรีบเดินไปที่ประตู เธอกางแขนออกอวดอันถงอย่างภาคภูมิใจ "ดูสิว่าชุดนี้ของฉันเป็นยังไงบ้าง?"

จางซินซินสวมชุดเดรสรัดรูปเกาะอกสีกาแฟ ท่อนบนเป็นเกาะอก ท่อนล่างกระชับเอว ชายกระโปรงสั้นแค่กลางต้นขา เผยให้เห็นเนินอกที่น่าทึ่งและเรียวขาที่ยาวตรงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ที่ต้นขาขวาของเธอมีสายรัดขาตกแต่งสีดำอยู่หนึ่งเส้น ส่วนน่องทั้งสองข้างสวมถุงน่องสีดำยาวไม่ถึงเข่า คู่กับรองเท้าโลฟเฟอร์หนังพื้นหนา

โดยรวมแล้วเธอดูสดใสและสวยงาม แต่ก็แฝงไปด้วยสไตล์สาวหวานซ่อนเปรี้ยว

"อืม ก็ไม่เลวนะ..."

อันถงค่อนข้างจริงจังกับการวิจารณ์การแต่งตัว หลังจากพิจารณาการแต่งตัวของอีกฝ่ายอย่างละเอียดแล้ว เธอก็พยักหน้าให้คำวิจารณ์ที่ตรงไปตรงมา

สุดท้ายสายตาของเธอก็ไปหยุดอยู่ที่ร่องอกลึกระหว่างเนินอกทั้งสองข้างของเธอ เธออดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย "เกาะอกของเธอมันต่ำไปหน่อยรึเปล่า..."

"นี่แหละคือจุดเด่นของสไตล์พิชิตใจชายของฉันเลยนะ! ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะเจอกันครั้งแรกแล้วจะดูง่ายเกินไป ฉันยังอยากจะให้มันต่ำกว่านี้อีก"

จางซินซินจงใจยืดอกขึ้น "นี่มันคือต้นทุนของฉัน ทำไมต้องมาปิดๆ บังๆ ด้วยล่ะ ข้อดีก็ต้องโชว์ออกมาสิ ไม่งั้นจะให้มันใหญ่มาทำไม แบกอยู่ทุกวันก็ปวดไหล่ปวดหลังจะแย่"

จางซินซินรู้ดีถึงข้อดีของตนเอง แต่เธอก็เข้าใจว่าถ้าใส่ชุดนี้เดินตามถนนอาจจะดูสะดุดตาเกินไปหน่อย เธอจึงหยิบเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ที่เตรียมไว้แล้วมาสวมทับ แล้วพูดอย่างภาคภูมิใจในความฉลาดของตนเอง

"อยู่ข้างนอกฉันก็ใส่แจ็คเก็ต แบบนี้ก็จะไม่ดูโป๊เกินไป"

"พอถึง KTV ฉันค่อยถอดออก แบบนี้ก็แก้ปัญหาได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วไม่ใช่เหรอ!"

เมื่อฟังความคิดของอีกฝ่ายจบ อันถงก็พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ กระทั่งสายตาของเธอยังอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองร่องอกของอีกฝ่ายอีกหลายครั้ง

เมื่อจางซินซินหันหลังเดินออกจากประตูไป อันถงก็แอบดึงเสื้อสายเดี่ยวของตนเองลงมาเล็กน้อย

จนกระทั่งเผยให้เห็นร่องอกบ้างแล้ว และไม่ถูกจางซินซินข่มจนมิด เธอถึงได้เดินตามออกจากประตูไปอย่างพึงพอใจ

...

โรงแรมกูตี้หน่า

จางซินซินควงแขนอันถง มองซ้ายมองขวา ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เธอกระซิบเสียงเบา "นี่เป็นหนึ่งในโรงแรมที่หรูที่สุดในใจกลางเมืองเลยไม่ใช่เหรอ เขาพักอยู่ที่นี่ด้วยแหละ!"

"เอาล่ะน่า ทำตัวเรียบร้อยหน่อย อย่าทำเหมือนไม่เคยเห็นโลกภายนอก"

อันถงเป็นผู้หญิงที่ใส่ใจเรื่องหน้าตามาก ดังนั้นเมื่อมาถึงล็อบบี้ที่หรูหราของโรงแรมกูตี้หน่า คำพูดและการกระทำของเธอก็ดูสำรวมขึ้นมาก กลัวว่าจะถูกคนอื่นมองด้วยสายตาแปลกๆ

"เอ๊ะ เขาไม่ได้บอกว่าจะมารับพวกเราเหรอ? ทำไมยังไม่เห็นคนเลย?"

ท่าทางของจางซินซินในตอนนี้ดูเรียบร้อยขึ้นเล็กน้อย แต่ดวงตาของเธอยังคงกวาดมองไปทั่ว เพื่อมองหาเป้าหมายในใจ

เมื่อรออยู่สองนาทีแล้วยังไม่เห็นคน จางซินซินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เริ่มมีท่าทีไม่อดทน "อันถง ตกลงความสัมพันธ์ของเธอกับเขาเป็นยังไงกันแน่ ไม่ใช่ว่าเธอคิดไปเองฝ่ายเดียวว่าเป็นเพื่อนหรอกนะ? นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันต้องมารอผู้ชาย"

เมื่อได้ยินดังนั้น อันถงก็เริ่มไม่แน่ใจขึ้นมาบ้าง

เพราะก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ของเธอกับหลี่จิ่งจริงๆ แล้วก็เป็นแค่เพื่อนบ้านที่ค่อนข้างคุ้นเคยกันเท่านั้น เพียงแต่หลังจากที่ไปเดินชอปปิงด้วยกันเมื่อวาน อันถงถึงได้ยอมรับในใจว่าเขาเป็นเพื่อนคนหนึ่ง ส่วนหลี่จิ่งมองเธออย่างไรนั้น เธอก็ไม่แน่ใจจริงๆ

หรือว่าจะเป็นอย่างที่จางซินซินพูด หลี่จิ่งให้ Gucci กับเธอ ก็เป็นแค่การให้ชานมแก้วหนึ่งอย่างง่ายๆ เท่านั้น เป็นเธอที่คิดมากไปเอง?

"ขอโทษนะคะ ไม่ราบว่าคุณอันถงรึเปล่าคะ?"

ขณะที่อันถงกำลังสับสนอยู่ ก็มีผู้หญิงวัยกลางคนในชุดสูททำงานสีน้ำเงินคนหนึ่งเดินเข้ามาหา แล้วถามอย่างสุภาพและนอบน้อม

"คุณคือ?"

อันถงประหลาดใจ ยังไม่เข้าใจสถานการณ์

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย บัตเลอร์ก็ยืนยันตัวตนของเธอได้ทันที แล้วก้มศีรษะลงขอโทษ "ดิฉันเป็นบัตเลอร์ส่วนตัวของคุณหลี่ค่ะ ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ คุณหลี่บอกว่าจะมีผู้หญิงคนหนึ่งมาหา ดังนั้นเมื่อครู่ตอนที่ดิฉันรออยู่ที่ประตู เห็นว่าคุณมากันสองคน ก็เลยไม่กล้าเข้าไปยืนยันค่ะ"

"บัตเลอร์?"

อันถงเบิกตากลมโต ถามอย่างสงสัย "หลี่จิ่งเขาไปมีบัตเลอร์มาจากไหน?"

"คุณหลี่จองห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทของโรงแรมเราค่ะ และห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทก็มีบริการบัตเลอร์ส่วนตัวทั้งหมดค่ะ"

บัตเลอร์ยิ้มอธิบาย แล้วหันข้างผายมือออกไป กล่าวอย่างสุภาพ "คุณผู้หญิงทั้งสองคะ เชิญตามดิฉันมาได้เลยค่ะ คุณหลี่กำลังรอท่านอยู่ที่ห้องพัก"

"ห้องเพรสซิเดนเชียลสวีท..."

จางซินซินได้ฟังก็ตาลุกวาว ส่วนอันถงแม้จะรู้ว่าเมื่อวานหลี่จิ่งเหมือนจะจองห้องสวีทไว้ แต่ก็ไม่คิดว่ามาตรฐานการบริการของโรงแรมนี้จะสูงขนาดนี้ ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจระคนดีใจ

ส่วนจางซินซินนั้นได้หยิบโทรศัพท์ออกมาแอบค้นหาราคาของโรงแรมนี้ไปแล้ว

ไม่นาน เธอก็ค่อยๆ สะกิดเอวบางของอันถง เมื่ออีกฝ่ายหันมามองด้วยความสงสัย เธอก็ตื่นเต้นจนใช้นิ้วทำท่าทางหลายอย่าง พร้อมกับกระซิบเสียงเบา "หนึ่งหมื่นแปด... ห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทนี่คืนละหมื่นแปดเลยนะ!"

เมื่อได้ยินดังนั้น แม้จะคาดการณ์ไว้แล้วว่าห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทคงจะไม่ถูก อันถงก็ยังอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเล็กน้อย ในใจตกใจอย่างสุดขีด

คืนละหมื่นแปด...

นี่มันเกือบเท่ากับเงินเดือนสองเดือนกว่าของเธอเลยนะ

หญิงสาวสองคนสบตากันด้วยความตกตะลึง แล้วก็กลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว เดินตามบัตเลอร์ไป ไม่กล้าพูดอะไรมากอีก กลัวว่าจะเผยท่าทีที่ไม่เคยชินออกมา

และเมื่อเทียบกับอันถงที่ตกใจอย่างเดียวแล้ว จางซินซินกลับมีความตื่นเต้นปนอยู่ด้วย

คนรวย คนรวยแน่นอน!

เจ้าของบริษัทห่วยๆ ของตัวเองยังไม่กล้าพักห้องนี้เลย แต่ฟังจากบัตเลอร์แล้วหลี่จิ่งจองทีเดียวสามวัน

ที่อันถงแนะนำมานี่มันไม่ใช่แค่ของดีแล้ว แต่มันคือของหายากระดับท็อปเลยต่างหาก!

...

ครู่ต่อมา ภายใต้การนำของบัตเลอร์ ทั้งสองคนเดินเข้าไปในประตูบานคู่ที่หรูหราและใหญ่โตด้วยท่าทีที่ดูเกร็งๆ

ห้องนั่งเล่นที่กว้างขวางและสว่างไสว การตกแต่งที่ประณีตและสะอาดตา

และหน้าต่างบานใหญ่ที่เผยให้เห็นท้องฟ้าสีครามและเมฆขาวที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา

หญิงสาวทั้งสองคนต่างก็ตกตะลึงกับความหรูหราของห้องสวีทจนอุทานออกมาเบาๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

บัตเลอร์ที่อยู่ข้างๆ เมื่อเห็นดังนั้นก็ยิ้มออกมา แล้วค่อยๆ ถอยออกจากห้องไปอย่างรู้กาละเทศะ

ส่วนหลี่จิ่งที่กำลังนั่งเล่นวิดีโอสั้นอยู่บนโซฟา เมื่อเห็นทั้งสองคนเข้ามาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ "อันถง นี่คือ?"

"อ้อ เธอคือ..."

"ฉันเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของอันถงค่ะ ฉันชื่อจางซินซิน ท่านประธานหลี่เรียกฉันว่าซินซินก็ได้ค่ะ!"

ไม่รอให้อันถงแนะนำ จางซินซินก็รีบก้าวไปข้างหน้าแนะนำตัวเองทันที

อันถงเห็นท่าทางแบบนี้แล้ว เกือบจะคิดว่าอีกฝ่ายจะบอกสัดส่วนของตัวเองออกมาด้วยซ้ำ

"อ้อ เป็นเพื่อนสนิทของอันถงนี่เอง ในเมื่อมาแล้วก็นั่งด้วยกันสิครับ"

แม้ว่าจางซินซินจะดูตื่นเต้นเกินไปหน่อย แต่หลี่จิ่งก็ไม่ได้รังเกียจที่จะมีสาวสวยมาอยู่เป็นเพื่อนเพิ่มอีกสักสองสามคน ตรงกันข้ามกลับรู้สึกดีเสียอีก

เพราะทั้งสองคนก็หน้าตาดีไม่น้อย ถ้าเป็นเมื่อก่อน ก็ถือว่าเป็นสาวสวยที่หลี่จิ่งได้แต่ใฝ่ฝันถึง

"ผมให้บัตเลอร์เตรียมขนมไว้แล้ว เดี๋ยวทานด้วยกันเสร็จแล้วค่อยไป KTV กันนะ"

"ขนมเหรอคะ? ดีเลยค่ะๆ หนูชอบขนมที่สุดเลย ท่านประธานหลี่ช่างเอาใจใส่พวกเราผู้หญิงจริงๆ เลยนะคะ ช่างเป็นผู้ชายที่อบอุ่นจริงๆ"

จางซินซินแสดงท่าทีสนิทสนมตั้งแต่แรกเข้าประตูมา คำพูดของเธอเต็มไปด้วยการประจบสอพลอจนหลี่จิ่งเองยังต้องชะงักไป ส่วนอันถงนั้นหน้าดำไปหมดแล้ว ทันใดนั้นก็รู้สึกเสียใจที่พาคนคนนี้มาด้วย

"เอ่อ ซินซิน ไม่ต้องเรียกผมว่าท่านประธานหลี่หรอกครับ เรียกชื่อธรรมดาก็..."

"ได้ค่ะ พี่ชายหลี่จิ่ง!"

"เอ่อ..."

เมื่อได้ยินคำว่า "พี่ชาย" สองคำนี้ หลี่จิ่งก็รู้สึกเหมือนตัวชาไปทั้งตัว

ผู้หญิงคนนี้ ช่างขี้อ้อนจริงๆ นะ

เดิมทีอยากจะให้เธอเปลี่ยนคำเรียก แต่หลี่จิ่งมองดูท่าทางของจางซินซินแล้ว เกรงว่าต่อให้พูดอีกเธอก็คงไม่ยอมเรียกชื่อเขาธรรมดาๆ

โชคดีที่ท่าทีและน้ำเสียงของเธอแม้จะดูตื่นเต้นและโอเวอร์ไปหน่อย แต่โดยรวมแล้วก็ยังดูจริงใจและตรงไปตรงมา ไม่ถึงกับทำให้หลี่จิ่งรังเกียจ

เพียงแต่ถูกจางซินซินเรียก "พี่ชาย" คำแล้วคำเล่า บรรยากาศในห้องก็พลันดูแปลกๆ ขึ้นมา

"พี่ชายหลี่จิ่งคะ หนูขอถ่ายรูปในห้องของพี่สักสองสามรูปได้ไหมคะ โพสต์ลงโซเชียลแล้วคนอื่นต้องอิจฉาตาร้อนแน่ๆ เลย"

"อันนี้... ตามสบายเถอะครับ แต่อย่าถ่ายติดผมเข้าไปก็พอ"

"ได้เลยค่ะ ขอบคุณนะคะพี่ชายหลี่จิ่ง~"

"แค่กๆ ..."

เมื่อได้ยินเสียงออดอ้อนของเธอ หลี่จิ่งที่กำลังดื่มกาแฟอยู่ก็เกือบจะสำลักออกมา

เขาเหลือบมองอันถงที่อยู่ข้างๆ ซึ่งหน้าดำและพูดอะไรไม่ออกไปแล้ว เขากระซิบเสียงเบา "เพื่อนสนิทของคุณ... นิสัยค่อนข้างพิเศษนะ..."

"เหอะ... เหอะ..."

อันถงยิ้มแห้งๆ จ้องมองท่าทีที่เสแสร้งของจางซินซิน "พิเศษ... ก็พิเศษดีนะ..."

นังหนูนี่ พอเห็นว่านายรวยขนาดนี้ ก็ใจเต้นระรัวแล้วสินะ

จบบทที่ บทที่ 10: พี่ชายหลี่จิ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว