- หน้าแรก
- เมื่อระบบสายเลือดของผมกลายพันธฺ์!
- บทที่ 112 – คาบฝึกซ้อม (3)
บทที่ 112 – คาบฝึกซ้อม (3)
บทที่ 112 – คาบฝึกซ้อม (3)
บทที่ 112 – คาบฝึกซ้อม (3)
ทว่า ก่อนที่ทั้งไอ้หัวล้านนั่นหรือแอชตันจะทันได้เคลื่อนไหว อาจารย์อาไมร่าก็กระโดดเข้ามาระหว่างพวกเขาทั้งสองแล้วเหวี่ยงพวกเขากลับไปยังทีมของตนเองอย่างแรง
แม้ว่านางคงจะสนุกกับการได้เห็นพวกรุ่นพี่ขยี้แอชตัน แต่มันก็ต้องทำในสภาพแวดล้อมที่ได้รับอนุญาต และนางก็ไม่สามารถจะอนุญาตให้พวกมันทำตามใจชอบได้ นางไม่สามารถจะปล่อยให้ไอ้โง่สมองตายสองตัวมาป่วนในชั้นเรียนของนางได้ง่ายๆ นางเพิ่งจะได้รับคำเตือนจากท่านผู้อำนวยการให้ควบคุมบรรยากาศในชั้นเรียนของตนมาหมาดๆ ดังนั้นจึงไม่สามารถปล่อยให้ทั้งสองคนตีกันเองก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มอย่างเป็นทางการได้
"พวกแกทั้งสองตัว ไอ้ปัญญาอ่อน ยืนอยู่มุมของตัวเองจนกว่าข้าจะสั่งเป็นอย่างอื่น!" นางคำรามขณะที่เส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนศีรษะและใบหน้า ใบหน้าของนางก็แดงก่ำอย่างเห็นได้ชัดซึ่งก็น่าดูชมไม่หยอก
ในทางกลับกัน ร่างบอบบางของนางก็หายไปไหนไม่รู้แล้ว และนางก็กลับมาเป็นอาจารย์อาไมร่าร่างบึกบึนเหมือนเมื่อก่อน ทว่าร่างนั้นก็คงอยู่ได้เพียงนาทีก่อนที่นางจะกลับไปสู่ร่างที่อ่อนแอของตนอีกครั้ง
‘การขยายร่างนี่มันเป็นความสามารถที่เจ๋งเป้งจริงๆ แฮะ’ แอชตันคิดทันทีที่เขาทรงตัวได้จากการถูกอาจารย์อาไมร่าเหวี่ยงอย่างรุนแรง ‘สักวันหนึ่ง ข้าจะทำให้สกิลนั่นเป็นของข้าให้จงได้!’
ทว่าวันนั้นคงจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะมาถึง สำหรับตอนนี้ แอชตันต้องมุ่งความสนใจไปที่ไอ้สามทหารเสือตรงหน้าเขา แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ทำเช่นนั้น อาจารย์อาไมร่าก็เริ่มดุด่าไอ้หัวล้านนั่นกับเขาโทษฐานที่ไม่สนใจกฎเกณฑ์ ซึ่งพูดตามตรงนะ แอชตันลืมเรื่องนั้นไปสนิทเลยในความวุ่นวายของการดำเนินแผนที่วางไว้ล่วงหน้าก่อนจะเผชิญหน้ากับพวกรุ่นพี่ แม้ว่าอาจารย์อาไมร่าอยากจะอัดตูดพวกมันทั้งสองคนมากเพียงใดโทษฐานที่ไม่แยแสนาง แต่นางก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะทำเช่นนั้นได้ ดังนั้นนางจึงเพียงแค่ตำหนิพวกเขาทั้งสองแล้วหลีกทางให้
"เหมือนเช่นเคย พวกแกจะมีเวลาหนึ่งนาทีในการวางกลยุทธ์หรืออะไรก็ตาม" อาจารย์อาไมร่าย้ำกฎอีกครั้ง "หลังจากหนึ่งนาทีผ่านไป ข้าจะเป่านกหวีดแล้วพวกแกก็เริ่มได้เลย เข้าใจชัดเจนไหมวะ ไอ้พวกหมาสมองกลวง!?"
"ขอรับ/ค่ะ ศาสตราจารย์!"
ครู่ต่อมา แอนนาก็หันมาทางแอชตันด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดูเหมือนว่าอาจารย์อาไมร่าจะไม่ใช่คนเดียวที่หัวเสียกับความอยากจะเปิดศึกกับรุ่นพี่ของเขากะทันหัน
"ก่อนที่เจ้าจะเริ่มด่าข้าโดยไม่มีเหตุผล มองไปทางนั้นสิ" แอชตันพยักพเยิดหน้าไปยังไอ้หัวล้านซึ่งดูเหมือนจะกำลังเดือดดาลสุดขีดขณะที่เพื่อนร่วมทีมของมันพยายามจะปลอบมันอย่างสุดกำลัง
แอนนาใช้เวลาครู่หนึ่งในการตระหนักว่าทำไมแอชตันถึงอยากให้นางมองไปที่ไอ้หัวล้านนั่น แต่นิกกี้กลับเข้าใจก่อนแล้วพึมพำเหตุผลออกมาด้วยน้ำเสียงขี้อายของนาง
"ท-ท่านจงใจทำให้เขาโ-โกรธเหรอคะ?"
"ใช่แล้ว กลอุบายตื้นๆ แต่มันก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้มันกับเพื่อนร่วมทีมของมันเสียสมาธิได้ล่ะน่า" แอชตันยิ้มอย่างมั่นใจ
เขาไม่ได้กระโจนเข้าใส่การต่อสู้เพียงเพราะเขารู้สึกอยากจะทำ มันเป็นแผนที่คำนวณไว้แล้ว ไม่มีทางเลยที่การเผชิญหน้ากับรุ่นพี่ทั้งสามคนซึ่งๆ หน้าในขณะที่พวกมันยังสงบและเยือกเย็นอยู่จะจบลงด้วยชัยชนะของพวกเขาได้ พวกรุ่นพี่คงจะกวาดเวทีด้วยพวกปีหนึ่งเหมือนเป็นไม้กวาดกับไม้ถูพื้นไปแล้ว แม้จะมีทั้งยีนโกงและความสามารถพิเศษของแอชตัน ก็ไม่มีทางที่พวกเขาจะชนะได้เว้นแต่แอชตันจะใช้อุปกรณ์ของเขา ดังนั้นแอชตันจึงลงมือก่อนที่ใครจะทันรู้ตัวว่าเขากำลังทำอะไรอยู่
คนหัวล้านส่วนใหญ่มักจะอ่อนไหวเรื่องผมของตนเอง อย่างน้อยพวกคนแก่ที่อยู่ในเขตกักกันก็เป็นแบบนั้น นั่นแหละทำไมแอชตันถึงตัดสินใจใช้แหล่งความไม่พอใจที่เห็นได้ชัดเจนนั้นเพื่อยั่วโมโหรุ่นพี่คนนั้น ด้วยวิธีนี้แอชตันก็สามารถทำลายสภาวะจิตใจที่สงบของไอ้หัวล้านนั่นได้สำเร็จ บีบให้มันสติแตกด้วยความโกรธ ผลก็คือ รุ่นพี่อีกสองคนก็ต้องหันมาสนใจกับการปลอบเพื่อนของตนแทนที่จะมุ่งความสนใจไปที่การเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันข้างหน้า
มันไม่ใช่สิ่งที่น่าภาคภูมิใจนักหรอกที่จะทำ แต่ก็นะ เกียรติยศเป็นสิ่งสุดท้ายในใจของแอชตันนับตั้งแต่เขากลายเป็นซอมไพร์วูล์ฟแล้ว
"เจ้าแนะนำว่าพวกเราควรจะทำอย่างไรดี?" แม้ว่าน้ำเสียงของแอนนาจะไร้อารมณ์เหมือนเช่นเคย แอชตันก็สัมผัสได้ว่านางกังวลเล็กน้อยหลังจากเห็นคู่ต่อสู้ของพวกเขา "พวกมันอาจจะกำลังสับสนอยู่ตอนนี้ก็จริง แต่พวกมันก็ยังคงมีประสบการณ์ในการต่อสู้มากกว่าพวกเราอยู่ดี"
"งั้นรึ?" แอชตันส่งสายตาที่มีความนัยบางอย่างให้แอนนา
แต่แล้วแววตานั้นก็หายไปในครู่ต่อมา เขาไม่ต้องการให้นางคิดว่าเขารู้บางสิ่งที่เขาไม่ควรรู้ นางไม่รู้หรอกแต่แอชตันรู้ดีถึงตัวตนลับๆ ของนางในฐานะ 'เบลล่า' อีกอย่าง จากการต่อสู้ครั้งเดียวที่พวกเขามี แอชตันก็รู้แล้วว่าแอนนาเป็นนักสู้ที่ไม่ธรรมดาและน่าจะสามารถยืนหยัดด้วยตัวเองได้ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนของเขา
"อืม ในเมื่อพวกเราได้รับอนุญาตให้ใช้อาวุธได้ ข้าก็เดาว่าพวกเราได้รับอนุญาตให้ใช้ชุดเกราะได้ด้วยสินะ" แอชตันพูดต่อบทสนทนาแล้วรีบสวมเกราะหนังนีเมียนพร้อมกับแส้กระดูกอย่างรวดเร็ว
นั่นคือไอเทมสองชิ้นที่เขาได้รับมาระหว่างการสอบคัดเลือก ถึงกระนั้น การได้เห็นอุปกรณ์ที่แวววาวเหล่านั้นอยู่ด้วยกันก็ทำให้นักเรียนจำนวนมากอิจฉาเล็กน้อย ทั้งพวกปีหนึ่งและปีสอง พวกเขาอาจจะเป็นรุ่นพี่ในแง่ของประสบการณ์ แต่เมื่อพูดถึงอาวุธและอุปกรณ์แล้ว แอชตันก็เหนือกว่าพวกมันอย่างง่ายดาย
"ข้าจะจัดการสองคนเอง ในระหว่างนั้น ข้าหวังว่าพวกเจ้าสองคนจะดูแลคนที่สามได้นะ" แอชตันพึมพำขณะควงแส้ไปมาราวกับมืออาชีพ "แต่ พยายามอย่าลากยาวการต่อสู้โดยไม่จำเป็นล่ะ ข้าอาจจะพอจะถ่วงเวลาพวกรุ่นพี่ได้สักพัก แต่ไม่มีทางที่ข้าจะเอาชนะพวกมันทั้งสองคนได้ด้วยตัวคนเดียวแน่ๆ"
"เข้าใจแล้ว" แอนนาตอบแล้วหยิบคทาเวทมนตร์ออกมาจากช่องเก็บของของนาง
ส่วนนิกกี้ อืม นางมี 'พร' สีเหลืองและถนัดการใช้เวทสนับสนุนมากกว่าการต่อสู้แนวหน้า ดังนั้นนางจึงยืนอยู่ข้างหลังพวกเขาทั้งหมด แอชตันอยู่ข้างหน้าสุดขณะที่แอนนายืนอยู่ระหว่างเขากับนิกกี้ แนวรบของพวกเขาอาจจะไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่มันก็ดีกว่าที่ทีมปีหนึ่งส่วนใหญ่คิดขึ้นมาได้เยอะเลย
"ทั้งสองทีมพร้อมแล้วใช่ไหม?" อาจารย์อาไมร่าถามพวกเขาเมื่อเวลาเตรียมตัวหมดลง "ถ้าเช่นนั้นก็ เริ่มสู้ได้!"
ทันทีที่อาจารย์อาไมร่าเป่านกหวีด แอชตันก็พุ่งเข้าใส่ราวกับมนุษย์หมาป่าที่กระหายการต่อสู้ พวกปีสองประหลาดใจกับการพุ่งเข้าใส่อย่างไม่เกรงกลัวของเขา แต่ครู่ต่อมา พวกมันก็ต้องประหลาดใจยิ่งกว่าเดิมกับสกิลที่แอชตันใช้
"แผ่แรงกดดัน!"