เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 บังคับข่มขู่ และโกรธกริ้ว

ตอนที่ 25 บังคับข่มขู่ และโกรธกริ้ว

ตอนที่ 25 บังคับข่มขู่ และโกรธกริ้ว


ตอนที่ 25 บังคับข่มขู่ และโกรธกริ้ว

  

“ฉันคิดว่าที่หวางชาวพูดก็ถูก ยอมเสี่ยง ดีกว่านั่งรอความตายแบบนี้!”

กลัวตายเป็นธรรมชาติของคน ดังนั้นแทบจะพริบตาเดียวที่เสียงของเจ้าจมูกงอนนี้เงียบลง ชายวัยกลางคนที่อยู่ในชุดเครื่องแบบทหารคนหนึ่งก็พูดชมเชยขึ้นมา

“ฉันเห็นด้วยที่จะให้ส่งสองคนนี้ออกไปปฏิบัติการณ์ดึงดูดซอมบี้ในครั้งนี้!”

“ใช่  ความเป็นความตายของคนบางคนอาจจะเล็กน้อยมาก แต่ข้อมูลที่ทำการค้นคว้าวิจัยที่อยู่ในมือของพวกเรานั้นสำคัญมาก จะหายไม่ได้เด็ดขาด”

ในเวลาเดียวกัน ผู้อาวุโสในเครื่องแบบทหารอีกคนหนึ่งก็พยักหน้าและพูดขึ้นว่า

“ฉันก็จะส่งคนไปปฏิบัติการภารกิจในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน!”

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นฉันเองก็ต้องจัดคนแล้ว!”

“ฉันด้วย!”

……

ไม่ว่าจะเพราะความกลัว หรือเพราะอยากปกป้องข้อมูลวิจัยที่อยู่ในมือของตัวเองกันแน่ สรุปแล้วข้าราชการชั้นสูงจำนวนมากที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุก็ได้ลงมติกันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแยกย้ายกันไปจัดทหารที่ฝีมือดีที่สุดส่วนหนึ่งให้มาเข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้

เมื่อเป็นอย่างนี้ คนที่เป็น “กลุ่มกล้าตาย” กลุ่มนี้ก็ได้เพิ่มขึ้นเป็น 8 คนอย่างรวดเร็ว

“ยังไม่พอ!”

แต่ในตอนนี้ เจ้าจมูกงอนกลับส่ายหน้า และยังคงมองไปที่ฮวางซางอยู่เหมือนเดิม ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า

“ฉันยอมรับว่าคนเหล่านี้เป็นทหารที่ดีที่สุด  แต่พละกำลังของพวกเขาไม่สามารถช่วยให้พวกเรายื้อเวลาได้มากพอ  ฉันเห็นว่าน้องชายคนนี้มีร่างกายที่ไม่ธรรมดา ถ้าหากว่านายเข้าร่วมด้วยละก็ ฉันคิดว่าอัตราความสำเร็จในการปฏิบัติการครั้งนี้ต้องเพิ่มขึ้นมากอย่างแน่นอน”

“พอแล้ว!”

เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าจมูกงอน ในที่สุดหลิวซินก็อดที่จะตะโกนออกมาอีกครั้งด้วยความโกรธเคืองไม่ได้

“นายหมายความว่าอะไร นายอยากส่งฮ่องเต้ไปตายอย่างนั้นเหรอ?”

“ไม่ ฉันแค่อยากทำเพื่อทุกคนเท่านั้น”

เจ้าจมูกงอนส่ายหน้า  แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆว่า

“ฉันคิดว่าน้องชายคนนี้  การที่เขาได้ลิ้นขาดของซอมบี้ขั้นสูงนั้นมาได้ จะต้องไม่ธรรมดามากแน่ ๆ แค่สู้ต่ออีกไม่กี่วินาทีก็ไม่ได้แล้วเหรอ? ฉันสัญญา ขอแค่เพียงให้พวกเราได้ไปถึงลานจอดอากาศยานจนสำเร็จ พวกเราจะขับกลับมารับพวกนายอย่างแน่นอน”

“ใช่ แค่เพียงยื้อเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง และก็ไม่ได้บอกให้นายไปตายด้วย!”

“เรื่องสำคัญขนาดนี้ ยังมีอะไรต้องลังเลอีกเหรอ? นายดูคนอื่น ๆสิ ใครที่ร่ำรี้ร่ำไรแบบนายบ้าง?”

“ใช่ ถ้านายเข้าร่วมการปฏิบัติการครั้งนี้  นี่คงจะเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมมากแน่ๆ พวกเราไม่เอาเปรียบนายแน่นอน แต่ถ้าหากการปฏิบัติการครั้งนี้ล้มเหลว  นายก็จะกลายเป็นจำเลยของทุกคน!”

“จะพูดออะไรมากมายนักหนา เรื่องใหญ่สำคัญกว่า จะไปก็ไป ไม่ไปก็ต้องไป !”

……

ดังสุภาษิตที่ว่า เพื่อนตายได้ ตัวเองห้ามตาย บวกกับที่ครอบครัวของเจ้าจมูกงอนเป็นผู้ที่มีอำนาจยิ่งใหญ่ แล้วยิ่งเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยของทุกคนอีกด้วย ดังนั้นนอกจากพ่อของหลิวซินจะเงียบไม่พูดอะไรออกมาแล้ว คนอื่นๆแทบจะยืนกรานเห็นด้วยกับเจ้าจมูกงอนคนนี้เกือบหมด จนกระทั่งมีทหารที่อารมณ์ร้อนคนหนึ่ง  ชักปืนออกมาจากเอวของตัวเอง เห็นได้ชัดว่าเขาเตรียมพร้อมที่จะบีบบังคับฮวางซางให้เข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนนี้โดยไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น

“พวกนายจะทำอะไรกันแน่  ไม่ไร้ยางอายเกินไปหน่อยหรือไง!”

เมื่อเห็นทุกคนต่างพากันบีบบังคับฮวางซาง หลิวซินก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมา ก่อนจะชักปืนพกออกมาเผชิญหน้ากับทุกคน พร้อมกับหันไปพูดกับพ่อตัวเอง ว่า

“พ่อ พ่อต้องช่วยฮวางซางนะ ที่ลูกรอดมาได้ก็เป็นเพราะเขานะ!”

“ลูกหลิว เก็บปืนซะ”

แต่ทว่าเมื่อได้ยินคำพูดของหลิวซิน หลิวชิงกลับส่ายหน้า หลังจากนั้นก็มองไปทางฮวางซาง โดยไม่เอ่ยคำใดออกมา

ในตอนนี้ ฮวางซางที่เงียบขรึมมาตลอดก็เอ่ยปากขึ้น

“ได้ ฉันบรับปากพวกนาย”

ฮวางซางเองก็คิดไม่ถึงว่าเรื่องนี้จะกลับกลายเป็นเรื่องบ้าๆแบบนี้ไปได้ ในขณะที่มองไปทางกลุ่มทหารที่จ้องมาทางเขาราวกับเสือที่เฝ้าดูเหยื่อ ฮวางซางก็รู้ว่าตอนนี้ไม่มีทางเลือกมากนัก ไม่อย่างนั้นคนเหล่านี้คงจะยิงปืนออกมาแน่ ถึงแม้ว่า ร่างกายของเขาในตอนนี้จะแข็งแกร่งมากก็ตาม แต่เกรงว่าก็ไม่อาจหลบหลีกและขวางกระสุนเหล่านี้ไปได้

ดังนั้น จึงได้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลังจากกดเปลวเพลิงแห่งความโกรธเคืองไว้ในใจ แล้วก็ตอบตกลงคำขอร้องของคนเหล่านั้นไป

“ฮ่องเต้!”

เมื่อเห็นฮวางซางถูกบีบบังคับให้เข้าร่วมปฏิบัติการที่เหมือนกับพาตัวเองไปตายในครั้งนี้ หลิวซินก็ยิ่งร้อนใจหนักขึ้นไปอีก

“ไม่เป็นไร”

เมื่อเห็นท่าทางเป็นกังวลของหลิวซิน  ฮวางซางจึงยิ้มออกมา  แล้วพูดว่า

“ฉันมีลิ้นอยู่ในมือ ซอมบี้เหล่านี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”

“ไม่ได้ นายต้องส่งลิ้นนั้นมา”

แต่ในเวลานี้ เจ้าจมูกงอนกลับพูดขึ้นว่า

“หน้าที่ของนายคือดึงดูดพวกซอมบี้ ถ้าเอาลิ้นนี้ไปด้วย จะดึงดูดซอมบี้เหล่านั้นได้ยังไงละ? ยิ่งไปกว่านั้นขอแค่เพียงให้พวกเราไปถึงลานจอดอากาศยานอย่างปลอดภัยจนขับเครื่องบินได้ พวกเราถึงจะออกจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นความปลอดภัยของพวกเราจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ส่งลิ้นนั้นมาให้พวกเรา!”

“นายจะทำเกินไปแล้ว ลิ้นนี้เป็นของ ของฮ่องเต้!”

เมื่อเห็นว่าเจ้าจมูกงอนนี้ยังบังคับให้ฮวางซางส่งลิ้นนี้ให้กับเขาอีก หลิวซินก็อดที่จะตะโกนออกมาด้วยความโกรธเคืองอีกครั้งไม่ได้ ในเวลาเดียวกันความเย็นยะเยือกก็ได้แผ่ขยายออกมาจากตัวเขา ก่อนจะฟาดไปที่เจ้าจมูกงอนคนนั้นอย่างรุนแรงด้วยความเกลียดชัง

“ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก สถานการณ์ที่หนักหน่วงเช่นนี้  เรื่องใหญ่จึงสำคัญกว่า เขาทำได้แค่เพียงต้องเสียสละ”

เมื่อเผชิญหน้ากับความโกรธเคืองของหลิวซิน เจ้าจมูกงอนกลับยิ้มออกมาแทน

“ฉันรับปาก ขอแค่เพียงให้พวกเราได้ออกจากที่อย่างปลอดภัย  ฉันจะชดใช้ให้เขาอย่างแน่นอน!”

“ฉันจะชดใช้ แม่งเอ๊ย!”

ในที่สุดหลิวซินก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ก่อนจะกระโดดพุ่งพรวดไปข้างหน้า พร้อมทั้งเงื้อหมัดพุ่งเข้าใส่เจ้าจมูกงอนคนนั้น

แต่ในเวลานั้น มือหนึ่งกลับจับเขาไว้อย่างฉับพลัน  เมื่อเขาหันหน้าไปมอง ก็พบว่าพ่อของตัวเองกำลังดึงเขาไว้อยู่  หลังจากนั้นก็ส่ายหน้าช้าๆเพื่อแสดงจุดยืนของตัวเอง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า

“ลูกหลิว สถานการณ์คับขันแล้ว!”

“ใช่ๆ สถานการณ์คับขันแล้ว น้องชายหลิว!”

เมื่อเห็นภาพนนี้  เจ้าจมูกงอนก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจทันที

เขารู้ว่า ตัวเองนั้นได้ครอบครองเหตุผลและความได้เปรียบในสถานการณ์แบบนี้ได้แล้ว    เพราะว่าสำหรับข้าราชการระดับสูงเหล่านั้นในสถานการณ์เช่นนี้ ขอแค่เพียงได้ปกป้องชีวิตของตัวเองและงานวิจัยเหล่านี้ก็พอ  อย่าแต่ฮวางซางที่ต้องเสียสละเลย ถึงแม้ว่าจะต้องมีคนที่ต้องเสียสละเป็นจำนวนมากพวกเขาก็ไม่ลังเลที่ทำมันแม้แต่นิดเดียว

แม้กระทั่ง  หลิวชิงก็ไม่ได้อยู่ข้างพวกเขาแล้วอย่างนั้นเหรอ?

และในเวลาเดียวกัน เมื่อเห็นภาพที่ดูเหมือนกับภาพ อูกิโยะ ที่หมายถึงความไม่เที่ยงแบบนี้ ในใจของฮวางซางกลับเกิดความรู้สึกหนาวเย็นยะเยือกและความโกรธเคืองที่ไม่สามารถกดมันไว้ได้อีกต่อไป

ถึงแม้ว่าเขาจะมีนิสัยเย็นชาก็ตาม แต่เขากลับเป็นคนเลือดร้อนโมโหร้ายมากคนหนึ่ง ถ้าคนเหล่านนี้ขอร้องเขาดีๆ บางที่เขาก็อาจจะไม่ปฏิเสธ แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้กำลังทำการบีบบังคับเหมือนเขาเป็นเนื้อที่อยู่บนเขียง แล้วทำไมเขาจะต้องทนกับคนเหล่านี้ด้วยละ?

สถานการณ์คับขันอะไร ฉันต้องเสียสละอะไร ทำไมต้องสนใจนายด้วย!

ช่วงเวลาต่อจากนั้น ดวงตาของฮวางซางก็แผ่รังสีแห่งความโกรธเคืองขึ้นมาอย่างรุนแรง พร้อมกับกำหมัดทั้งสองข้างไว้แน่น ส่งผลให้กล้ามเหล่านี้ปูดขึ้นมาทั้งตัว

เขายอมต่อสู้กับคนเหล่านี้  ให้ตายไปทั้งสองฝ่าย  ดีกว่ายอมให้คนเหล่านี้มากดขี่ข่มเหงเขา  !

ต่อให้คนเหล่านี้จะเป็นข้าราชการชั้นสูงก็ตาม ลูกหลานครอบครัวใหญ่ แล้วยังไงละ?

ความโกรธ มันก็ทำให้นองเลือดได้เหมือนกัน

“เป็นยังไงบ้าง น้องชาย นายคิดว่าไงบ้าง?”

เมื่อเห็นสีหน้าที่เคร่งขรึมของฮวางซาง ด้วยตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเคือง เจ้าจมูกงอนก็รู้ได้ในทันทีว่าได้กระตุ้นความโกรธของอีกฝ่ายซะแล้ว แต่เขากลับยังซักถามฮวางซางอย่างต่อเนื่องโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด

ถึงอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับเขา  ฮวางซางถือว่ามีศักยภาพที่ไม่เลวเลย  แถมเขาก็ยังอยู่ห่างจากฮวางซางหลายเมตรอีกด้วย อีกทั้งเขาก็ยังถือปืนอยู่ในมือ  นอกจากนี้ก็ยังมีปืนของเหล่าทหารและข้าราชการชั้นสูงอีกเป็นจำนวนมาก  ถึงฮวางซาง จะมีสามเศียรหกกร มีความสามารถมากมายแค่ไหน วันนี้เขาก็ไม่มีทางรุกล้ำเข้ามาถึงตัวเองได้แน่

แต่ทว่า เขากลับประเมินศักยภาพของฮวางซางต่ำไป!

“ฉันจะคิดทำซากอะไร!”

ยังไม่ทันที่เจ้าจมูกงอนนั้นจะพูดจบ  ฮวางซางก็ได้ระเบิดความโกรธออกมา หลังจากนั้นขาขวาก็ได้เคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง ก่อนจะกระโดดพุ่งออกไปข้างหน้าด้วยพลังทั้งหมดราวกับเสือชีตาร์ที่กำลังล่าเหยื่อ แล้วพุ่งเข้าไปหาเจ้าจมูกงอนนั้นอย่างรวดเร็ว!

ไม่มีใครคาดคิดว่าฮวางซางจะกล้าเคลื่อนไหว อีกทั้งการเคลื่อนไหวก็ยังเร็วมากอีกด้วย จนทุกคนแทบจะไม่ทันตั้งตัว ในที่สุดฮวางซางก็พุ่งไปถึงด้านหน้าของเจ้าจมูกงอนคนนั้น

หลังจากนั้น มือซ้ายของเขาก็ได้กำหมัดขึ้นมา ก่อนจะชกไปที่ทหารที่เข้ามาขวางอยู่ด้านหน้าของเจ้าจมูกงอนนั้นอย่างรวดเร็วจนลอยละลิ่วออกไป ก่อนจับที่ตัวของเจ้าจมูกงอน!

จะจับโจรก็ต้องที่หัวหน้า!

“แม่งเอ๊ย!”

เจ้าจมูกงอนรู้ว่า ถ้าตัวเองถูกฮวางซางควบคุมตัวได้ สิทธิ์ในการควบคุมจะตกไปอยู่ในมือของฮวางซาง ดังนั้นเขาจึงแทบไม่ต้องลังเลที่หันปากกระบอกปืนออกไป เตรียมพร้อมเหนี่ยวไกไปที่ฮวางซาง

ปัง!

ช่วงเวลาต่อจากนั้น เสียงปืนอันรุนแรงก็ดังขึ้นมาทั่วทั้งห้อง

แต่ว่า หลังจากที่เสียงปืนดังขึ้น ฮวางซางกลับไม่บาดเจ็บบุบสลายแต่อย่างใด แต่กลับเป็นเจ้าจมูกงอนคนนั้นที่กรีดร้องออกมาแทน จากนั้นก็กุมมือขวาของตัวเองไว้ เลือดสดเล็กน้อย ได้ไหลออกมาจากซอกนิ้ว  จนกระทั่งปืนที่ถืออยู่ในมือของเขา ได้ร่วงหล่นลงไปบนพื้น บนกระบอกปืนได้ปรากฏร่องรอยบุบลงไปขนาดใหญ่ กระสุนทองแดงเม็ดหนึ่งฝังอยู่ในรอบบุบรอยนั้น  พร้อมกับควันสีเทาที่ลอยออกมา

อีกด้านหนึ่ง ปืนที่เพิ่งยิงออกไปนั้น  หลิวซินที่ยิงปืนของเจ้าจมูกงอนนั้น  จนร่วงหล่นพื้น  ได้เปลี่ยนทิศทางของปากกระบอกปืน ไปทางกลุ่มทหารที่จะพยายามเล็งเป้าไปที่ฮวางซาง ก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“อย่าขยับเป็นดีที่สุด  ลูกกระสุนมันไม่เข้าใครออกใครหรอกนะ!”

และในเวลาเดียวกัน ฮวางซางได้ถือโอกาสนี้ ยกมือขวาของตัวเองขึ้นมาแล้วจับไปที่คอของเจ้าจมูกงอนคนนั้น ก่อนจะออกแรงพุ่งตรงไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ไปหยุดตรงที่ข้างหน้าต่าง หลังจากนนั้นก็จับเจ้าจมูกงอนนั้นกระแทกหน้าต่างอย่างแรง

เคล้ง !

เสียงแตกกระจายอย่างชัดเจนก็ดังขึ้น  กระจกบานนั้นถูกกระแทกออกไปจนแตกละเอียด จนกระทั่งหัวของเจ้าจมูกงอนนี้มีเลือดไหลออกมา เขาส่งเสียงร้องออกมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งสิ่งที่ทำให้เขาโกรธมากที่สุดก็คือ ร่างทั้งร่างในตอนนี้ได้ยื่นออกไปอยู่ด้านนอกหน้าต่าง ค้างอยู่กลางอากาศ  เพียงแค่ฮวางซางปล่อยมือ เขาก็จะตกลงไป!

ในเวลาเดียวกัน เลือดสดๆที่ไหลลงมาบนหน้าของเจ้าจมูกงอนได้หยดลงไปข้างล่าง ด้วยการดึงดูดของเลือดสดๆเหล่านี้ ก็ส่งผลให้ซอมบี้เป็นจำนวนมากรวมตัวขึ้นเข้ามา เบียดกันเข้ามาตรงด้านล่างของหน้าต่าง พวกมันส่งเสียงคำรามอย่างต่อเนื่อง ราวกับเป็ดที่กำลังรอให้เจ้านายโยนอาหารให้กับพวกมันอย่างไรอย่างนั้น !

สถานการณ์ ได้กลับตาลปัตรไปเพียงชั่วพริบตาเดียว!

จบบทที่ ตอนที่ 25 บังคับข่มขู่ และโกรธกริ้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว