เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 เปลี่ยนแปลง  ย้ายหนี!

ตอนที่ 13 เปลี่ยนแปลง  ย้ายหนี!

ตอนที่ 13 เปลี่ยนแปลง  ย้ายหนี!


ตอนที่ 13 เปลี่ยนแปลง  ย้ายหนี!

  

"เฮ้อ.."

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ ในที่สุดฮวางซางก็ลืมตาของตัวเองขึ้นมา หลังจากนั้นก็ผ่อนปรนลมหายใจออกมายาวๆ สิ่งที่ผิดปกติก็คือ ลมหายใจครั้งนี้มันยาวนานกว่าปกติอย่างไม่คาดคิด  จนกระทั่งสามารถรักษาให้คงที่ได้นานกว่าครึ่งนาทีจึงจะหมดอย่างสมบูรณ์ และในเวลาเดียวกัน รอยช้ำสีม่วงดำที่ดูเหมือนกับดินเหนียวๆก็ค่อยๆแห้งแตก กลายเป็นทรายสีดำละเอียด ร่วงหล่นลงไปบนพื้น

ตอนนี้บาดแผลบนตัวของฮวางซางได้สมานกันแล้ว แม้กระทั่งรอยแผลถลอกก็ไม่มีหลงเหลือ  นอกจากนี้ ดูเหมือนผิวหนังของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นเนียนละเอียดชุ่มชื่นขึ้นด้วย  เมื่อมองไปแล้ว  เหมือนกับหินหยกที่ชุ่มชื่น ไร้คราบสกปรกอย่างไรอย่างนั้น

อีกทั้งสิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือ เดิมทีตัวเขานั้นยังมีเจ้าเนื้อย้อยๆอยู่เล็กน้อย แต่บัดนี้หลังจากเปลี่ยนแปลงร่างทั้งร่างของเขาก็ "ผอมลง" ไปมาก ชั้นเนื้อบนร่างกายได้มลายหายไปแล้ว  ก่อนแทนที่ด้วยกล้ามเนื้อที่มีพละกำลังมหาศาล ทำให้ร่างทั้งร่างของเขาเหมือนกับเสือชีตาร์ตัวหนึ่ง ที่สามารถปลดปล่อยพลังที่แข็งแกร่งออกมาได้

"นี่คือบรรลุแล้ว ได้ทำการชำระล้างแล้วใช่ไหม?" เมื่อมองไปทางแขนทั้งสองข้างที่ชุ่มชื่นราวกับหินหยกนั้น  ฮวางซางก็รู้สึกอึ้งงันเล็กน้อย

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยใช้แรงงานอะไรในการทำงานมาก่อน   แต่มือทั้งสองข้างที่จับมีดนี้กลับยังมีหนังด้านสีขาวคล้ายรังไหมปรากฏขึ้นมาหลายปี แต่บัดนี้รังไหมเหล่านี้กลับสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ดูเหมือนร่างทั้งร่างได้เปลี่ยนโฉมใหม่อย่างไรอย่างนั้น

อีกทั้งไม่เพียงแต่ภายนอกเท่านั้น  ตอนนี้ฮวางซางสามารถสัมผัสอย่างชัดเจน  ร่างกายของตัวเองได้ก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงที่พิเศษ เหมือนกับว่าได้ถูกปลดปล่อยหลังจากต้องแบกรับภาระหนักๆมาหลายปีอย่างไรอย่างนั้น มันรู้สึกผ่อนคลายจนหาที่เปรียบไม่ได้ คล่องแคล่ว และเต็มไปด้วยความกระปรี้กระเปร่า

"เหอะ เหมือนกลับไปในวัยละอ่อนเลยแฮะ"

เมื่อเงยหน้าขึ้น ฮวางซางก็ได้มองตัวเองในกระจกอีกครั้ง  หลังจากนั้นก็หุบยิ้มลงพร้อมกับส่ายหน้า ถึงแม้ว่าใบหน้าของเขาในตอนนี้จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปก็ตาม  แต่ดูเหมือนว่านิสัยส่วนตัวนั้นกลับแตกต่างไป  บวกกับผิวหนังที่ได้เปลี่ยนเป็นเนียนขาวละเอียดขึ้น ดูเหมือนร่างทั้งร่างจะดูวัยรุ่นลงหลายปี  สิ่งที่พิเศษกว่าคือหลังจากที่รูปร่างที่ดูเปลี่ยนแปลงไปและมีความเฉลียวฉลาดขึ้น อย่างน้อยเรื่องพวกนี้ก็สามารถฆ่าพวกเด็กผู้หญิงเหล่านั้นได้ไม่น้อยเลย

เพียงแต่ว่าฮวางซางกลับไม่ได้สนใจใบหน้าของตัวเองแต่อย่างใด  ตอนนี้เขาสนใจแต่กำลังอันน้อยนิดที่ได้แปรเปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งขึ้น เพราะถึงอย่างไรในสงครามแห่งความเป็นความตายของสัตว์ประหลาดสีเลือดตัวนั้น ก็ทำให้เขาได้รับรู้ความอ่อนแอลึกๆของตัวเอง  ที่ก่อเกิดอันตรายไว้มากมายเพียงใด !

ในวันจุดจบของโลกนี้  มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้น  ถึงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ! เมื่อคิดได้ ฮวางซาง ก็รู้สึกฮึกเฮิมขึ้นมาในใจ หรือว่าจะต้องรีบไปตามหาซอมบี้เพื่อทดสอบกำลังที่เปลี่ยนแปลงไปกัน ! แต่ยังไม่ทันที่ฮวางซางจะเคลื่อนไหวแต่อย่างใด เสียงโทรศัพท์ที่อยู่ข้างกายเขาก็ดังขึ้นมา !

"หลิวซิน?"

ในขณะที่มองไปยังชื่อที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ ฮวางซางก็อึ้งงันลง ก่อนจะกดรับมัน

"ฮ่องเต้  พี่ พี่ชายสุดที่รักของฉัน ในที่สุดก็รับสายสักที!"

ทันทีที่รับสาย หลิวซินก็รีบพูดด้วยความร้อนรนใจปนกังวลใจขึ้นมาทันที

"พี่จะทำไอะไรกันแน่ พี่ไม่รู้หรอกว่าฉันเทียวโทรหาพี่หนึ่งวันเต็มๆ หนึ่งวัน ฉันคิดว่าพี่คงจะโดน....."

"1วัน?"

เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวซิน ฮวางซางก็อึ้งงันไป หลังจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นไปมองนาฬิกาดิจิตอลที่อยู่บนกำแพง ก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลา บ่ายสามโมงของวันที่ 19แล้ว! นี่เขาใช้เวลาหลับตาไปเกือบ 1 วันเต็มๆเลยเหรอเนี้ย! เห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกว่าตัวเองหลับไปไม่กี่ชั่วโมงเองนะ!

ดูเหมือนประโยคที่ว่าด้วยเรื่องการบำเพ็ญที่ไร้กาลเวลานี้จะไม่ผิดแต่อย่างใด มิน่าละคนที่บำเพ็ญตามตำนานที่เล่ากันมาเหล่านั้นถึงได้ใช้เวลาบำเพ็ญหลายหลายสิบปี!

แต่ตอนนึ้เรื่องที่สำคัญกลับไม่ใช่เรื่องนี้ สิ่งที่ฮวางซางรู้สึกประหลาดใจก็คือ มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ถึงทำให้หลิวซินตามหาตัวเองอย่างร้อนใจขนาดนี้

" ก่อนหน้านั้นฉันลืมเอามืถือไปด้วยหน่ะ พูดมา นายตามหาฉันทำไม?"

"ฮ่องเต้ ฉันจำได้ว่าบ้านของพี่อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลนิ?" เมื่อได้ยินคำพูดของฮวางซาง หลิวซินจึงคิดได้ว่ามันถูกต้อง  หลังจากนั้นก็พูดขึ้นด้วยความกังวลใจ

" พี่รู้ไหมว่าโรงพยาบาลที่แรกในเมืองได้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว ในนั้นได้ปรากฏสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวมาก ๆขึ้นตัวหนึ่ง  กองกำลังตำรวจหลายร้อยคนที่ตั้งฐานอยู่ที่ีโรงพยาบาลแห่งนี้ได้ถูกสัตว์ประหลาดตัวนั้นสังหารอย่างโหดเหี้ยม  ตอนนี้คนที่อยู่ในโรงพยาบาลและตำรวจเหล่านั้นต่างพากันหนีตายกันเป็นจำนวนมาก ตอนนี้โรงพยาบาลทั้งหลังถูกทำลายลงแล้ว

"สัตว์ประหลาดอะไรถึงได้เก่งขนาดนี้?" เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวซิน ฮวางซางจึงตื่นตกใจไม่น้อย

ถึงแม้ว่ากองกำลังตำรวจจะไม่ได้เป็นกำลังเสริมที่แข็งแกร่งมากก็ตาม แต่ถึงอย่างไรส่วนใหญ่ก็มีปืน ถึงจะเป็นสัตว์ประหลาดที่เขาประสบพบเจอก่อนหน้าก็คงจะไม่สามารถต้านทานปืนของตำรวจกว่าสองร้อยนายได้หรอก? หรือว่า ในเมือง C จะปรากฏบางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัวกว่าสัตว์ประหลาดสีเลือดตัวนั้นอีก?

"ไม่รู้เหมือนกัน ฉันเองก็แอบได้ยินข่าวนี้มาจากพ่อเหมือนกัน หลังจากได้ยินฉันก็รีบโทรหาพี่ทันทีเลย"น้ำเสียงที่เคลือบแคลงสงสัยก็พูดขึ้นอีก

"ฉันได้ยินพ่อพูดว่า สัตว์ประหลาดตัวนี้ดูเหมือนจะตั้งใจทำโรงพยาบาลนั้นเป็นรังของตัวเอง เพราะมันได้ปักหลักชั่วคราวไม่หลีกหนีไปไหน แต่บ้านพี่อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลนั้นมาก  ฉันคิดว่าพี่น่าจะมาที่นี่ดีกว่า อย่างน้อยก็ยังปลอดภัยหน่อย"

"ฉันรู้แล้ว แต่ฉันจะไปถึงช้าหน่อย" หลังจากลังเลอยู่เล็กน้อย ในที่สุดฮวางซางก็ตอบรับคำเชิญของหลิวซิน หลังจากนั้นก็วางสายไป

ตอนนี้เขาก็ได้กำจัดเชื้อไวรัสออกไปแล้ว  ย่อมไม่ต้องกังวลว่าจะถูกจับไปทำการวิจัยหรือหลีกห่างอีก อีกทั้งบัดนี้เมือง C ก็ดูเหมือนจะมีสัตว์ประหลาดปรากฏขึ้นมาเรื่อยๆ การไปหลบซ่อนตัวที่มหาวิทยาลัยป้องกันประเทศจึงเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวนัก

สิ่งสำคัญที่สุดคือ การฟื้นตื่นขึ้นมาของระบบก็ใช้เวลาไปหนึ่งวันแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าหลังจากสองวันนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นอีก ดังนั้นเพื่อเตรียมการป้องกัน เขาจำเป็นต้องหาสถานที่ที่ปลอดภัยเพื่อรอให้เกิดการเปลี่ยนแปลง !

เมื่อตัดสินใจได้ ฮวางซางจึงรีบเคลื่อนไหวทันที เขาเก็บเสื้อผ้าสองสามตัวและอุปกรณ์การผ่าตัดที่จำเป็นต้องใช้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะมองไปทางลิ้นครึ่งหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้นอันนั้น

"เอาไปด้วยดีกว่า!"

หลังจากยืนลังเลอยู่สักพัก ฮวงซางก็หยิบถุงซิปล๊อกใบหนึ่งออกมา แล้วก็นำมาห่อหุ้มลิ้นขาดนั้นไว้อย่างแน่นหนา ก่อนจะยัดมันลงในกองเสื้อผ้า

นี้เป็นลิ้นที่มาจากสัตว์ประหลาดตัวนั้น ซึ่งมันมีความสามารถในการสยบซอมบี้ทั่วไปได้  อีกทั้งยังคุ้มค่าต่อการวิจัยไม่น้อยอีกด้วย  การพาไปด้วยมันคงจะมีประโยชน์อยู่ไม่น้อย หลังจากที่เก็บของเหล่านี้เสร็จแล้ว  ฮวางซางจึงเดินไปที่ประตู แล้วเก็บที่ตั้งป้ายวิญญาณที่อยู่บนแท่นบูชา  ยัดใส่กระเป๋าเดินทางของตัวเอง

ถึงแม้ว่าชื่ออาจารย์ท่านนี้ ในความจริงแล้วจะเป็นพ่อเลี้ยงที่ฉุดดึงช่วยเขาออกมาจากพ่อค้ามนุษย์ก็ตาม  แต่พ่อเลี้ยงคนนี้ก็ได้เลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเขามาสามปี  หลังจากนั้นก็ทิ้งหยกและเงินเพียงเล็กน้อยให้เขาได้เอาชีวิตรอดในโลกมนุษย์ แม้กระทั่งอะไรก็ไม่ได้สอนเขา  แต่ถ้าไม่มีเขา ป่านนี้ฮวางซางก็คงจะถูกตัดแขนตัดขากลายเป็นขอทานไปแล้ว แล้วจะประสบความสำเร็จอย่างเช่นวันนี้ได้ยังไงละ?

ยิ่งไปกว่านั้น หยกเม็ดนั้น....เมื่อนึกถึงก่อนที่อาจารย์จะสิ้นใจก็ได้นำหยกนี้ให้กับตัวเขาอย่างเคร่งขรึม ฮวางซาจึงอดที่จะส่ายหน้าไม่ได้

" อาจารย์นะอาจารย์ที่แท้ ท่านก็ยังมีความลับปิดบังผม"

แต่ไม่ว่าอาจารย์ของเขาจะเป็นคนยังไง   และมีความลับอะไร แต่ทั้งหมดนี้มันก็ไม่มีความหมายอีกแล้วเมื่ออาจารย์จากไป ดังนั้นหลังจากที่ทอดถอนใจแล้ว ฮวางซางก็หยิบกระเป๋าเดินทางใบไม่ใหญ่มาก ออกจากบ้านไป

เมื่อฮวางซางเดินลงมาถึงด้านล่าง และเดินมาถึงโรงจอดรถแล้ว ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เขาพูดไม่ออก รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่เขาจอดอยู่ในโรงรถได้หายไปไม่เหลือร่องรอยแล้ว  แม้กระทั่งรถ SUB ที่เพิ่งจะซื้อมาได้แค่เพียงสองสามปีเท่านั้นก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน

รถของฉันถูกขโมยไปแล้ว!

"นี่มันวันจุดจบโลก.."

เมื่อรถโดนขโมย ฮวางซางอดรู้สึกกังวลใจขึ้นมาไม่ได้ ดูเหมือนว่า ซอมบี้ได้เข้าอาละวาด  กองกำลังตำรวจได้ถูกพวกมันควบคุมไว้แล้ว ความเป็นระเบียบภายในเมืองได้พังทลายลง ตลอดจนถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอก  ในที่สุดพวกกเฬวรากทั้งหลายนี้ก็ไม่อาจสกัดกั้นไว้ได้อีกต่อไป  ภัยพิบัติได้มาถึงแล้ว

แต่พวกมนุษย์ก็ยังรักเงินมากกว่าชีวิตของตัวเอง หรือว่าพวกเขาจะไม่กลัวเจอกับซอมบี้เหรอ? เมื่อคิดได้ ถึงตรงนี้ ฮวางซางก็ส่ายหน้า หลังจากนั้นยกกระเป๋าเดินทางขึ้นมา ก่อนจะเดินทางตรงไปยังทิศทางของกองกำลังป้องกันประเทศทันที

……

สถานการณ์ในปัจจุบันไม่สามารถใช้รถได้  แต่ก็ยังดีที่ระยะทางจากนี้ไปถึงกองกำลังป้องกันประเทศยังไม่ถือว่าไกลมากนัก ถ้าเดินไปก็ใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

กึก!

แต่ทว่า หลังจากที่ฮวางซางเพิ่งจะออกจากบ้านได้ไม่ไกลนัก รถจิ๊ปที่เปื้อนไปด้วยโคลนจนลายตาคันหนึ่งได้ออกมาจากม่านหมอก  หลังจากนั้นก็เลี้ยวมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

"ผมขอให้หยุดอยู่ตรงนั้น!"

บนรถจิ๊ปคันนี้มีคนอยู่ทั้งหมดสามคน  เมื่อเห็นท่าทางดุร้ายราวกับผีห่าซาตานของพวกเขา และรถจิ๊ปที่เปื้อนไปด้วยเศษโคลนลายตา ก็รู้ได้ว่าไม่ใช่คนดีอ่ะไรนัก

หลังจากหยุดรถขวางฮวางซางแล้ว  ชายหัวล้านที่ถือมีดสับอยู่ในมือ  ก็ได้กระโดดลงมาจากรถจิ๊ป  หลังจากนั้นก็เล็งไปที่ฮวางซางทันที ก่อนจะแสยะยิ้มพลางพูดขึ้นว่า

"คิดไม่ถึงว่าจะได้เจอกับคนย้ายบ้าน พอดีเลย   ข้าจะช่วยเจ้ารับภาระเอง  ทิ้งของบางส่วนไว้ที่ที่นี้  แล้วไสหัวไปซะ!" เมื่อพูดถึงตรงนี้ สีหน้าหนุ่มหัวล้านก็เปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยมขึ้นมาทันใด

" ถ้านายไม่ไปดีๆแล้วหล่ะก็  ถ้างั้นข้าคงต้องทำได้เพียงให้นายเสียเลือดเนื้อแล้วละ!"

พวกเขาสองสามคนนี้เดิมทีเป็นอันธพาลที่อยู่แถวนี้  ปกติแล้วจะออกปล้นและชิงทรัพย์เป็นจำนวนมาก ตอนนี้โรงพยาบาลนั้นก็ถูกสัตว์ประหลาดโจมตีแล้ว คนที่อยู่แถวนี้จำนวนมากต่างก็พากันเก็บข้าวของย้ายบ้านกันจ้าละหวั่น เพื่อหลีกหนีเหตุการณ์อันเลวร้าย  ซึ่งพวกเขาก็ถือโอกาสนี้ในการก่อเหตุปล้นชิง

ถึงอย่างไรคนที่ย้ายบ้านเหล่านี้ก็มักจะนำข้าวของเงินทองไปด้วย  คนที่ก่อเหตุปล้นเหล่านี้จึงมักได้ผลประโยชน์มากกว่าเมื่อก่อน  บวกกับการรักษาความปลอดภัยในเมือง C ตอนนี้ก็วุ่นวายมาก เกิดการปล้นชิงทรัพย์ไปทั่วทุกหนทุกแห่ง หรือแม้กระทั่งฆ่าคน แล้วไหนจะการปรากฏตัวของซอมบี้อีก พวกเขาจึงย่อมทำการปล้นได้ตามอำเภอใจโดยไม่เกรงกลัวสิ่งใด

เรื่องที่ว่าจะเจอซอมบี้หรือไม่   ตอนนี้จำนวนซอมบี้ยังมีไม่มากนัก อีกทั้งพวกเขาก็มีรถอีกด้วย ถ้าหากเจอพวกเขาก็คงหนีได้

"ฮ่าฮ่าฮ่า พี่หลิว  พี่ก็โหดร้ายเกินไป ไอ้ไก่อ่อนนั้นไม่กลัวจนฉี่ราดแล้วเหรอ?

"ใช่ พี่ดูเขาสิ ยังกะตาทึ่มโง่ๆจริงๆ"

"น่าเสียดายที่ไม่ใช่เด็กผู้หญิงตัวน้อย ไม่งั้นคงฟินไปละ เหมือนกับคนก่อนหน้านั้นไง..."

และในเวลาเดียวกัน เมื่อได้ยินชายฉกรรจ์หัวล้านคนนั้นพูดขึ้น สองคนที่นั่งอยู่บนรถ ก็ได้ส่งเสียงหัวเราะออกมาท่าทางเหมือนกับคนบ้าอย่างไรอย่างนั้น

"เหอเหอ..."

คนเหล่านี้คิดว่าฮวางซางถูกพวกเขาขู่จนกลัวหัวหดไปแล้ว ฮวางซางกลับมองไปทางหนุ่มหัวล้านคนนั้นรวมถึงกวาดสายตาไปบนรถจิ๊ปคันนั้นด้วย หลังจากนั้นจึงได้แสยะยิ้มออกมา

"ถูกขู่จนโง่งมไปแล้ว?"

เมื่อเห็นฮวางซางยิ้มออกมาอย่างคาดไม่ถึง  หนุ่มหัวล้านคนนั้นจึงอึ้งงันไป หลังจากนั้นก็หัวเราะอย่างดุร้ายออกมา

"อย่าคิดว่จะทำเป็นแกล้งโง่..."

ผลัวะ!

แต่ทว่า ยังไม่ทันที่หนุ่มหัวล้านจะพูดจบ  ฮวางซางก็กระโดดไปด้านหน้า  หลังจากนั้นถีบใส่ท้องของหนุ่มหัวล้านคนนั้นอย่างโหดเหี้ยม

พริบตาเดียว เสียงกระแทกอันน่าหดหู่ใจก็ดังขึ้นมา  ใบหน้าอัปลักษณ์โหดร้ายนั้น ดูเหมือนว่าหนุ่มหัวล้านคนนั้นที่น้ำหนักราวๆสองร้อยกิโลได้ถูกฮวางซางเตะใส่จนปลิวละลิ่วไปด้านหลัง  และลอยเคว้งอยู่ในอากาศ ก่อนจะล้มลงไปบนพื้นอย่างแรงในระยะทางหลายเมตร  พร้อมกับอ้วกออกมาเป็นจำนวนมาก อีกทั้งในอ้วกนั้นก็ยังปะปนไปด้วยเลือดอีกจำนวนไม่น้อยเช่นกัน

เหยด แม่งเอ๊ย...

เมื่อเห็นฮวางซางทำร้ายหนุ่มหัวล้านคนนั้น อีกสามคนที่ิอยู่บนรถก็ทั้งกลัวทั้งโกรธ  ก่อนจะหยิบมีดโลหะขึ้นมาไว้ในมือเพื่อเตรียมพร้อมที่จะพุ่งเข้าใส่ฮวางซาง

พละกำลังหลังจากที่ฮวางซางเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วของเขามีไว้รับมือกับอันธพาลแถวนี้อย่างนั้นเหรอ!

ยังไม่ทันรอให้พวกเขาได้ลงจากรถ ฮวางซางก็ถือโอกาสนี้พุ่งพรวดไปข้างหน้า แล้วขึ้นไปเหยียบกระโปรงหน้ารถก่อนจะพุ่งเข้าใส่พวกเขา  โดยการใช้เท้าข้างหนึ่งเตะใส่คนผมเหลืองที่ได้ยืนขึ้นแล้วคนหนึ่ง  หลังจากนั้นก็ใช้มือขวาจับไปที่อันธพาลคนขับโยนลงไป

ผลัวะ!

พริบตาเดียว อันธพาลเหล่านั้นก็ได้ถูกฮวางซางโยนทิ้งลงไปจากรถ จนลอยละลิ่วไปไกลกว่าร้อยเมตร  สุดท้ายก็ล้มลงไปกองกับพื้นอย่างแรง จนเกิดเสียงอันดังขึ้น

แต่ชั่วพริบตาเดียวหลังจากที่ตัดสินใจจัดการอันธพาลทั้งสามคนแล้ว  ฮวางซางจึงได้นำกระเป๋าเดินทางที่อยู่ในมือซ้ายขึ้นไปวางบนรถ  หลังจากนั้นก็เหยียบคันเร่งรถจิ๊ปคันนั้นแล้วทิ้งอันธพาลที่ถูกฮวางซางจัดการจนบาดเจ็บที่กำลังร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดเหล่านั้น

ยุ่งยาก แต่ก็ยังมีข้อดีของการยุ่งยาก!

จบบทที่ ตอนที่ 13 เปลี่ยนแปลง  ย้ายหนี!

คัดลอกลิงก์แล้ว