เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 นี่แหละคือมนุษย์...!

ตอนที่ 8 นี่แหละคือมนุษย์...!

ตอนที่ 8 นี่แหละคือมนุษย์...!


ตอนที่ 8 นี่แหละคือมนุษย์...!

  

ภายในปั๊มน้ำมัน เสียงร้องแหลมดังขึ้นแทบจะในเวลาเดียวกัน ฝูงชนที่ถกเกียงเบียดเสียดกันอยู่นั้นก็แยกจากกันอย่างฉับพลัน  ก่อนจะเห็นผู้ชายวัยกลางคนอายุราวๆ50กว่าปีคนหนึ่งกำลังจับหน้าอกของตัวเองด้วยความเจ็บปวด  เขาคุกเข่าลงไปกับพื้น  เลือดสดๆได้ทะลักออกมาตามซอกนิ้ว ไม่เพียงแต่จะทำให้เสื้อสีขาวตรงบริเวณหน้าอกนั้นกลายเป็นสีแดงแล้ว  มิหนำซ้ำยังหยดลงมาบนพื้นอีกด้วย  ไม่นานก็สะสมจนได้เป็นกองเลือดขนาดใหญ่

ส่วนด้านข้างของผู้ชายวัยกลางคนนี้ คือวัยรุ่นหนุ่มที่ย้อมผมสีทองอายุราว 20 กว่าปีคนหนึ่งกำลังมองไปทางผู้ชายคนนั้นอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี ในขณะที่กำลังถือมีดที่เปื้อนเลือดในมือของเขา

"ฉัน....ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันไม่รู้ว่าเขาจะพุ่งเข้ามาจริงๆ...."

เลือดสดๆที่ทะลักออกมาตามซอกนิ้วของผู้ชายวัยกลางคนอย่างต่อเนื่องนั้นได้ทำลายเพลิงโทสะก่อนหน้าที่อยู่ในใจของงหนุ่มผมทองไปหมดแล้ว  หลังจากที่สงบสติอารมณ์ลงแล้ว  หนุ่มผมเหลืองคนนี้ก็ตกอยู่ในอาการหวาดกลัวแทน จนกระทั่งร่างกายของเขานั้นเริ่มสั่นเทา :"ฉันเพียงแค่จะขู่เขาจริงๆนะ!"

เห็นได้ชัดว่า พวกเขาทั้งสองคนได้เกิดการขัดแย้งกันเพราะเรื่องซื้อน้ำมันรถ  หลังจากนั้นภายใต้อารมณ์ชั่ววูบไปชั่วขณะ  หนุ่มผมทองคนนี้ก็ได้แทงผู้ชายวัยกลางคนนี้ไปแล้ว

"มัวอึ้งทำซากอะไร รีบพาเขาส่งโรงพยาบาลสิ!"

"ใช่ นายดูสิว่าเลือดของเขาออกมามากขนาดไหน ถ้าไม่รีบส่งโรงพยาบาลเพื่อช่วยชีวิต เขาคงได้ตายจริงๆแน่!"

"วัยรุ่นละน๊า หุนหันพลันแล่นอะไรขนาดนี้  ใช้มีดมาตัดสินอีก!"

"คนประเภทนี้ดูๆแล้วน่าจะไม่ได้รับการศึกษาที่ดี   ย้อมผมทองซะด้วย แย่จริงๆ ก่อเรื่องโดยไม่ยั้งคิดขึ้นจนได้!"

……

การเกิดคดีฆาตรกรรมขึ้นสร้างความตกใจแก่ผู้คนไม่น้อย  แต่ไม่ช้าสันดานโดยพื้นฐานของมนุษยชาติก็เริ่มก่อเกิดขึ้น ฝูงชนที่แยกตัวออกไปแล้วก็เริ่มห้อมล้อมกัน มุงดูเข้ามาใหม่อีกครั้ง  จนกระทั่งมีคนจำนวนไม่น้อยได้จับกลุ่มนินทาลับหลัง  พูดจาเยาะเย้ยถากถาง

"ใช่ ใช่ พาไปโรงพยาบาลสิ!"

ถึงแม้ว่าหนุ่มผมทองคนนี้จะเป็นอันธพาลก็ตาม  แต่โดยปกติมากสุดก็ทำได้เพียงแค่รังแกกลั่นแกล้งเด็กนักเรียนของโรงเรียนแถวนี้เท่านั้น  ไม่มีประสบการณ์ไหนที่เคยยุ่งเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์มาก่อน  เมื่อได้ยินคำวิจารณ์ของฝูงคนในบริเวณนี้  เขาที่ตกอยู่ในอาการหวาดกลัวก็เพิ่งได้สติกลับมา ก่อนจะรีบทิ้งมีดที่อยู่ในมือไปทันที หลังจากนั้นก็พยายามประคองผู้ชายวัยกลางคนคนนั้นขึ้นมา แล้วพาไปโรงพยาบาลเพื่อช่วยชีวิต และนี่คือความผิดพลาดครั้งที่สองในวันนี้ของเขา!

ความผิดพลาดครั้งแรกของเขาคือการใช้มีดทะเลาะวิวาท อีกทั้งยังแทงเข้าไปบนหน้าอกของผู้ชายคนนั้นจนบาดเจ็บสาหัสด้วย ส่วนความผิดพลาดครั้งที่สองก็คือการประคองผู้ชายวัยกลางคนที่ได้รับบาดเจ็บเจียนตายคนนี้ขึ้นมา !

“โอก!”

ในขณะที่หนุ่มผมทองคนนี้พยายามจะพาผู้ชายวัยกลางคน  คนนี้ขึ้นรถของตัวเองเพื่อพาไปโรงพยาบาล ผู้ชายวัยกลางคนคนนั้นก็ตัวสั่นอย่างรุนแรงขึ้นมาทันใด ก่อนจะกระอักเป็นเลือดสดๆออกมาแล้วล้มลงไปกองกับพื้น

“อย่านะ คุณห้ามตายนะ!”

เมื่อเห็นผู้ชายวัยกลางคนอาเจียนออกมาเป็นเลือดแล้วล้มลงไปกับพื้น หนุ่มผมทองคนนั้นก็เกิดอาหารหวาดกลัวขึ้นมา มือขวาของเขาพยายามที่จะจับผู้ชายคนนี้ให้ลุกขึ้นมา

เขารู้แค่ว่าถ้าผู้ชายคนนี้ตายไป ชีวิตทั้งชีวิตของเขาได้จบสิ้นแน่!แต่ในตอนนั้นเอง เดิมทีผู้ชายวัยกลางคนๆนี้ที่มีอาการร่อแร่ใกล้ตายเต็มทีกลับหยุดสั่นอย่างฉับพลัน ก่อนที่มือข้างขวาจะออกแรงดึงหนุ่มผมทองคนนี้อย่างรุนแรงและรวดเร็วจนล้มลงไปกองกับพื้น!

อีกทั้งยังไม่ทันที่หนุ่มผมทองคนนี้จะได้สติกลับมา ดวงตาที่แดงฉานราวกับอสูรกายทั้งสองข้างก็ปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าของเขา!หลังจากนั้น ปากของผู้ชายวัยกลางคนๆนี้ก็อ้าออกอย่างรวดเร็ว แล้วกัดไปที่คอของหนุ่มผมทองคนนี้อย่างโหดเหี้ยม พร้อมทั้งกัดฉีกดึงทึ้งอย่างรุนแรง

เผละ !

ในช่วงเวลานั้น เสียงกัดฉีกอันน่าหดหู่ใจก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของหนุ่มผมทองเมื่อถูกผู้ชายกลางคนๆนั้นกัด เลือดสดๆที่ผสมปนเปจำนวนมากก็ถูกกลืนไปพร้อมกัน เลือดสดจำนวนมากที่ปะปนกับฟองอากาศที่มาจากเส้นเลือดใหญ่ที่คอได้พุ่งออกมาทางปาก จนกระเซ็นเต็มพื้นดิน!

หนุ่มผมทองอยากจะร้องตะโกนออกมา แต่หลอดลมที่ถูกกัดฉีกไปแล้วทำให้เขาร้องออกมาไม่ได้ ทำได้เพียงแต่กระตุกและดิ้นพล่านอย่างไร้เรี่ยวแรง เป็นเวลาเดียวกันกับที่ ผู้ชายวัยกลางคนๆนั้นอ้าปากกว้างขึ้นมาอีกครั้ง แล้วกัดลงไปที่ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของหนุ่มผมทองอย่างโหดเหี้ยม ชิ้นเนื้อที่แก้มของเขาถูกกัดฉีกออกมา จนทำให้เห็นฟันที่อยู่ภายใต้ชิ้นเนื้อนั้นอย่างชัดเจน !

“อ่า!!!!!”

“ติดเชื้อขั้นที่สอง ติอเชื้อขั้นที่สอง!”

“ซอมบี้ วิ่งเร็ว!!”

……

ในเวลานี้ คนที่สังเกตการณ์อยู่ด้านข้างก็เพิ่งจะได้สติกลับมา หลังจากนั้นก็ร้องตะโกนเสียงแหลมราวกับเห็นผีก่อนจะวิ่งกันวุ่นวายสับสนไปหมดทุกทิศทาง!

บางทีอาจเป็นเพราะความหวาดกลัว ในขณะที่กำลังหนีตายอยู่นั้น เหล่าวัยรุ่นที่มีสภาพร่างกายแข็งแรงบางส่วนพยายามหนีห่างจากซอมบี้เหล่านี้ให้เร็วที่สุด  โดยไม่สนใจผู้หญิงและเด็กเหล่าคนแก่ผู้อ่อนแอที่อยู่ด้านข้างเลยสักนิด พวกเขาผลักคนเหล่านั้นอย่างไม่แยแส  จนมีหลายคนถูกผลักล้มลงไปกองกับพื้น

และสิ่งที่ทำให้คนที่ล้มลงไปนั้นผิดหวังก็คือ ไม่ว่าพวกเขาจะส่งเสียงร้องเรียกยังไง ก็ไม่มีใครเลยที่คิดจะยื่นมือมาช่วย แม้กระทั่งมีคนเหยียบย่ำไปบนตัวของพวกเขา และก็ยังปล่อยให้พวกเขาส่งเสียงร้องอย่างน่าเวทนาอยู่อย่างนั้น

หลังจากฝูงคนได้แยกย้ายหนีตายกันไปหมดแล้ว คนที่ล้มลงไปกองกับพื้นเหล่านั้นก็ได้บาดเจ็บ มีรอยฟกช้ำทั้งตัว และกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบากอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

ในเวลานั้นเอง ผู้ชายวัยกลางคนที่กลายเป็นซอมบี้ก็ได้ปล่อยหนุ่มผมทองที่ถูกกัดจนเละไม่เหลือรูปร่างเค้าเดิม ก็กระโดดพรวดพราดไปข้างหน้า ก่อนจะพุ่งตรงมายังร่างของคุณป้าคนหนึ่งที่ใกล้เขาที่สุด  แล้วกัดฉีกอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง!

ไม่เพียงแต่เวลานี้ หนุ่มผมทองที่สูญสิ้นลมหายใจแล้วก็ได้ลุกขึ้นมาอย่างโซซัดโซเซ หลังจากนั้นก็จับไปที่ขาของคนที่ถูกเหยียบคนหนึ่ง นั่นคือหญิงสาวที่แต่งงานแล้วที่กำลังร้องไห้ครวญครางด้วยความเจ็บปวดย่างต่อเนื่อง ก่อนจะกัดไปบนต้นขาที่ใส่ถุงน่องของหญิงสาวคนนั้นอย่างจัง!

ในเวลานั้น เสียงร้องอย่างน่าเวทนาแหลมๆ เสียงกัดฉีกและเสียงกลืนกินก็ดังผสมปนเปขึ้นพร้อมกัน  ราวกับบทเพลงของวงมโหรีที่กำลังบรรเลงเพลงจุดจบของโลกก็ไม่ปาน ดังก้องไปทั่วปั๊มน้ำมันเล็ก ๆแห่งนี้

แผละ !

ซอมบี้หนุ่มผมทองคนนั้นที่ได้ฉีกกระชากชิ้นเนื้อของสาวใหญ่คนนั้น ในขณะที่กำลังเตรียมจะกัดมันลงไปเป็นครั้งที่สอง เหล็กงัดที่เปื้อนไปด้วยคราบเลือดก็ได้พุ่งฝ่าอากาศเข้ามาอย่างฉับพลัน ก่อนจะทุบไปที่ใบหน้าอันเละเทะของซอมบี้หนุ่มผมทองคนนั้นอย่างเต็มแรง

พริบตาเดียว เสียงกระแทกอันน่าหดหู่ใจก็ดังขึ้น หัวของซอมบี้หนุ่มผมทองคนนั้นที่ดูเหมือนแตงโมโดนทุบด้วยค้อนจนเละได้แตกออก มันสมองและเลือดสดจำนวนมากได้สาดกระเซ็นไปทั่วทิศทาง  นองเต็มพื้น สาวใหญ่ที่กรี๊ดร้องอย่างต่อเนื่องก็ได้ถูกย้อมจนกลายเป็นมนุษย์เลือดในเวลาเดียวกัน

“มาช้าไปรึนี่!”

เมื่อมองไปยังสาวใหญ่ที่เงียบเสียงกรีดร้องไปแล้วคนนั้น รวมทั้งคุณป้าที่ถูกซอมบี้ผู้ชายวัยกลางคนกัดจนไร้ลมหายใจ ดวงตาของฮวางซางก็เปล่งประกายความยุ่งเหยิงขึ้นมาทันใด  ถึงแม้ว่าเขาจะรีบวิ่งเข้ามาด้านนี้หลังจากที่ได้ยินเสียงกรี๊ดแล้วก็ตาม แต่สุดท้ายกลับยังช้าไปก้าวหนึ่งอยู่ดี

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดถึงเรื่องนี้แล้ว ฮวางซางถือโอกาสช่วงเวลานี้จับเหล็กงัดไว้ในมืออย่างแน่น แล้วทุบไปกลางหัวของซอมบี้ผู้ชายวัยกลางคนที่กำลังเคี้ยวเนื้อของคุณป้าคนนั้นอย่างโหดเหี้ยม

ต่อมาเสียงอันน่าหวาดเสียวก็ดังขึ้น หัวของซอมบี้วัยกลางคนๆนี้ก็ระเบิดเละจากการทุบของฮวางซาง มันสมองก็กระเซ็นไปทั่วทุกทิศทางเช่นกัน

เพียงแต่ว่าหลังจากที่ฆ่าซอมบี้ตัวนี้แล้ว ฮวางซางกลับยังไม่วางมือแต่อย่างใด เมื่อมองไปยังคุณป้าที่เริ่มชักกระตุก บาดแผลก็เริ่มแพร่กระจายเป็นสีดำม่วงอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าคุณป้าคนนั้นกำลังเริ่มกลายร่างเป็นผีดิบแล้ว เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะใช้เหล็กงัดเสียบลงไปบนใบหน้าที่ถูกกัดฉีกไปครึ่งหนึ่งของคุณป้าคนนั้นเต็มแรง

ผลัวะ!

หลังจากที่เสียงดังขึ้น คุณป้าคนนั้นก็หยุดชักกระตุกลงทันที มันสมองที่ปะปนกับเลือดสดๆก็ได้ทะลักออกมาจากกะโหลกที่โดนเสียบของเธอ หนำซ้ำยังไหลรินลงมาบนพื้นดินอีกด้วย  หลังจากที่ฆ่าคุณป้าที่กลายร่างเป็นผีดิบคนนั้นแล้ว ฮวางซางจึงหมุนตัวกลับมา   แล้วมองไปที่ใบหน้าที่สวยงดงามคนนั้น แต่ใบหน้าของสาวใหญ่คนนั้นกลับเต็มไปด้วยสีหน้าแห่งความหวาดกลัวและตื่นตระหนกอยู่ไม่น้อย ก่อนถอนหายใจออกมา

“ขอบคุณค่ะ ....ขอบคุณที่ช่วยฉัน!”ดูเหมือนว่าสาวใหญ่คนนั้นเพิ่งจะได้สติกลับมา เมื่อมองไปยังศพที่เต็มไปด้วยเลือด และเหล็กงัดที่ยังคงถืออยู่ในมือของฮวางซาง ก่อนจะกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงสั่นเครือออกมา

“ไม่ ฉันไม่สามารถช่วยเธอได้” เมื่อได้ยินคำพูดของสาวใหญ่ ฮวางซางก็เกิดความรู้สึกไม่รู้จะสงสารดีหรือรู้สึกผิดดีขึ้นมาอย่างฉับพลัน หลังจากนั้นก็ส่ายหน้า แล้วก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงสลด “เธอติดเชื้อแล้ว!”

“ติด...ติดเชื้อแล้ว?”  คำพูดของฮวางซางก็ทำให้สาวใหญ่คนนี้รู้ความจริงในที่สุด แต่ทว่าเธอกลับไม่ยอมรับความจริงอันโหดร้ายนี้ได้ ดังนั้นหลังจากที่อึ้งงันไป เสียงร้องไห้ที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ก็ดังขึ้น “ไม่ ไม่นะ ฉันจะติดเชื้อได้ยังไง ไม่ ....ไม่น่ะ....”

แต่ทว่าไม่ว่าสาวใหญ่คนนี้จะไม่อยากยอมรับความจริงยังไง บาดแผลที่โดนกัดที่กำลังกระจายตัวเป็นสีดำม่วงบนต้นขาของเธอก็ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว ดังนั้นในชั่วพริบตาเดียวเสียงร้องไห้ของเธอก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องเรียกอย่างอาฆาต

“โง่เง่าเต่าตุ่น จ้าวซู่นายมันโง่เง่าเต่าตุ่น ปากก็บอกว่ารักฉัน แต่ทำไมไม่ดึงฉันไปด้วย นายมันโง่เง่าเต่าตุ่นจริง ๆ ฮือ ฮือ ฮือ....”  เห็นได้ชัดว่า ผู้ชายที่เคยบอกว่ารักเธอคนนั้นกลับไม่ได้อยู่ปกป้องเธอในช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้ มิหนำซ้ำยังหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวอีกด้วย ไม่อย่างนั้น เรื่องก็คงจะไม่บานปลายจนมาถึงจุด ๆนี้

ถึงจะพูดออกไปในเวลานนี้มันก็ไม่มีความหมายแล้ว....

หลังจากที่ตะโกนด่าทอและกรีดร้องแล้ว สาวใหญ่คนนั้นก็เริ่มตัวสั่นขึ้นมา สีดำม่วงที่อยู่บนต้นขาของเธอก็เริ่มกระจายตัวออกไปตามเส้นเลือดน้อยใหญ่ เสียงของเธอก็ค่อยๆเลือนรางลงเรื่อย ๆ และต่ำ ลงเรื่อย ๆ......

ในที่สุด หลังจากเพียงชั่วพริบตาเดียว เสียงด่าทอของเธอก็หยุดลงทันที  อีกทั้งยังเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาที่แดงฉานทั้งสองข้างได้มองไปทางฮวางซาง ก่อนจะกระโดดพรวดพราดพุ่งตรงไปหาฮวางซางทันที

เพียงแต่ว่าฮวางซางไม่ได้รอให้เธอเข้ามาถึงตัวแต่อย่างใด เหล็กงัดที่อยู่ในมือของเขาก็ได้เสียบไปบนหัวของเธออย่างรุนแรง  ก่อนที่เสียงแตกอันน่าสยดสยองจะดังทะลุออกมาจากกะโหลกของเธอ

หลังจากนั้น ร่างกายของสาวใหญ่คนนี้ก็อ่อนลง แต่ใบหน้าของเธอยังคงเต็มไปด้วยสีหน้าแห่งความอาฆาตแค้นและเกลียดชัง  ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเกลียดคนที่เหยียบขาของเธอ หรือเป็นเพราะคนรักที่ทอดทิ้งเธอไปในเวลาที่สำคัญเช่นนี้กันแน่

“เฮ้อ....”หลังจากฆ่าซอมบี้ที่กลายร่างมาจากสาวใหญ่คนนั้นแล้ว ฮวางซางก็อดที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกไม่ได้

ถึงแม้ว่าเขาจะมาเพื่อสังหารซอมบี้ และเพื่อทำให้พละกำลังของเขาแข็งแกร่งขึ้นหลังจากที่ฆ่าซอมบี้หลายตัวแล้วก็ตาม แต่ในใจของเขาในเวลานนี้กลับไม่ได้รู้สึกยินดีแต่อย่างใด กลับรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาแทน ราวกับหายใจไม่ออกอย่างไรอย่างนั้น

เพียงแค่เรื่องเล็กๆจิ๊บจ๊อยเหล่านี้ สุดท้ายกลับก่อเกิดผู้เสียชีวิตจำนวนสี่รายอย่างคาดไม่ถึง ถ้าไม่ใช่เพราะเขามาทันเวลา แล้วจัดการซอมบี้เหล่านี้ไปก่อน คงจะมีซอมบี้และคนล้มตายเพิ่มจำนวนขึ้นไปมากกว่านี้แน่

ถ้าหากผลลัพธ์กลับเลวร้ายลงไปอีกครั้ง อาจจะทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ยากจะควบคุมได้ อย่างกองทัพซอมบี้ก็เป็นได้ !ในเวลานี้ ฮวางซางเพิ่งจะได้เข้าใจเรื่องหนึ่ง  สันดานอันเลวร้ายของมนุษย์ ภายใต้วันสิ้นโลกแบบนี้ ความหายนะที่นำมาสู่ตัวมนุษยชาติอาจจะไม่ใช่เพราะซอมบี้หรือสัตว์ประหลาดเหล่านั้น แต่มันเป็นเพราะมนุษยชาติเองต่างหาก!

ในขณะนั้น ฮวางซางที่เดิมทีคาดหวังในตัวรัฐบาลก็เกิดความคิดนี้ขึ้นมาในที่สุด อุบัติเหตุเมื่อสักครู่ในเมือง C  รวมทั้งทั่วโลกเป็นการสะท้อนให้เห็นภาพเท่านั้น การสังหารชีวิตประชาชนจำนวนมากในสถานที่ที่เขามองไม่เห็นกำลังเกิดขึ้น ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ พลังของรัฐบาลก็ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์แบบนี้ได้ทั้งหมด

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็คงหวังพึ่งได้แต่ตัวเองแล้ว!เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฮวางซางก็มองไปทางสาวใหญ่ที่นอนตายตาไม่หลับคนนั้น ก่อนจะกัดฟันกรอด พร้อมกับจับเหล็กงัดไว้แน่น หลังจากนั้นก็ขี่มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าพุ่งตรงเข้าไปในม่านหมอกอีกครั้ง!

จบบทที่ ตอนที่ 8 นี่แหละคือมนุษย์...!

คัดลอกลิงก์แล้ว