เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 218: เจ้าส้มมาแล้ว!

บทที่ 218: เจ้าส้มมาแล้ว!

บทที่ 218: เจ้าส้มมาแล้ว!


ขณะนี้นอกจากราชองครักษ์ คนอื่น ๆ ที่ได้พบเห็นต่างมองมู่ไป๋ไป่ด้วยสายตาประหลาดใจ

พอเห็นฝ่าบาทเดินตามหลังเด็กหญิงมา พวกเขาก็ยิ่งตกตะลึงมากขึ้น แต่เนื่องจากหน้าที่ทำให้พวกเขาต้องรีบก้าวเข้าไปถามว่า “ฝ่าบาท มีเรื่องอันใดให้พวกกระหม่อมรับใช้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

ความหมายก็คือฮ่องเต้สามารถรออยู่ด้านใน แล้วออกคำสั่งให้คนอื่นไปจัดการให้แทน เพราะการที่พระองค์ออกมาด้านนอกเช่นนี้มันค่อนข้างอันตราย

ถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็นค่ายทหาร แต่มันก็ไม่ได้ปลอดภัยเท่ากับในวังหลวง

ส่วนฮ่องเต้ทำเพียงแค่โบกมือให้เหล่าทหาร นั่นยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกเป็นกังวลมากขึ้นกับท่าทีของนายเหนือหัว

ดังนั้นทหารทั้งหลายจึงทำได้เพียงแค่เดินตามฝ่าบาทไปอย่างใกล้ชิด แต่ทันใดนั้นอีกฝ่ายก็หันกลับมาถามพวกเขาว่า “ห้องครัวไปทางไหนหรือ?”

ทหารพวกนั้นตกตะลึงไปทันทีที่ได้ยินคำถามของฝ่าบาท

ขณะเดียวกัน ฮ่องเต้หนานซวนมองดูท่าทางประหลาดใจของคนพวกนี้ด้วยสีหน้าเอือมระอา

“เราถามว่ามันอยู่ที่ไหน?” เด็กหนุ่มเริ่มหมดความอดทน

แน่นอนว่าทหารเหล่านี้ไม่กล้าขัดคำสั่งของเขาแล้วรีบบอกสถานที่ตั้งของห้องครัวให้เขาทราบ

“นำทางเราไป” ผู้เป็นฮ่องเต้ส่งสายตาไม่พอใจมองทหารตรงหน้า

นั่นทำให้เหล่าทหารพากันตื่นจากภวังค์ ก่อนจะเร่งนำทางคนทั้ง 2 มุ่งหน้าไปทางห้องครัว

เมื่อกลุ่มทหารเห็นนายเหนือหัวแสดงอาการไม่พอใจเช่นนี้ พวกเขาก็พยายามรักษาท่าทีของตัวเองอย่างเต็มที่

มู่ไป๋ไป่ที่เห็นการแสดงออกของพวกเขาเช่นนี้ก็อดคิดไม่ได้ว่าพวกทหารคงไม่รู้ว่าฮ่องเต้ของพวกตนนั้นเป็นคนตลกมากแค่ไหน

สุดท้ายฮ่องเต้หนานซวนก็ปฏิเสธไม่ให้เด็กหญิงพักอาศัยอยู่ในกระโจมของเขา แต่เขาได้สั่งให้คนไปจัดที่พักให้เธอในกระโจมที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกับกระโจมของเขา

เวลาต่อมา มู่ไป๋ไป่ได้สั่งให้ราชองครักษ์ทำนั่นทำนี่สักพัก ในไม่ช้าอาหารที่ส่งกลิ่นหอมก็ถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะ นั่นทำให้ฮ่องเต้ถึงขั้นเอ่ยปากชมเธอว่า “ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะทำได้ดีขนาดนี้”

คนตัวเล็กเลิกคิ้วมองเขา พร้อมกับทำหน้าภาคภูมิใจเต็มที่

ถัดมา พอมู่ไป๋ไป่กินข้าวที่ตัวเองทำเสร็จแล้ว เธอก็เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เรียบร้อยก่อนจะขึ้นไปนอนอยู่บนเตียง ทันทีที่แผ่นหลังของเธอสัมผัสกับเตียงนั้น มันก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานับตั้งแต่ที่เธอถูกลักพาตัว ทุกอย่างเป็นเหมือนความฝัน

เมื่อเธอคิดถึงตอนที่ตัวเองอยู่ในแคว้นเป่ยหลง เธอก็รู้สึกแสบร้อนที่ปลายจมูก

“เซียวถังอี้! เจ้าคนชั่ว!” มู่ไป๋ไป่ขยี้ปลายจมูกแล้วตะโกนระบายอารมณ์ออกมา “ท่านคิดว่าข้าไม่สำคัญใช่หรือไม่? เอาเถอะ ข้าจะทำให้ท่านต้องหน้าหงายในตอนที่ข้าคว้าชัยชนะกลับไป”

ก่อนหน้านี้ที่เธอบอกฮ่องเต้หนานซวนว่าเธอจะไม่กลับไปที่แคว้นเป่ยหลงอีกแล้วนั้นไม่ใช่การโกหก

เธอมีแผนบางอย่างในใจ

ปัจจุบันเธออยู่ในค่ายทหารของแคว้นหนานซวน ดังนั้นเธอจึงใช้โอกาสนี้หาจังหวะไปช่วยเหลือแม่ทัพจ้าวที่ถูกคนของแคว้นหนานซวนจับตัวไว้

เธอจำได้ว่าเจ้าหนูน้อยบอกว่าแม่ทัพจ้าวถูกขังอยู่ที่ไหน

หลังจากที่เธอพักผ่อนประมาณ 2 วันและยังเป็นการทำให้ชาวหนานซวนวางใจในตัวเธอได้มากพอ เธอก็สามารถเดินไปค้นกระโจมที่ตั้งอยู่ในค่ายทหารได้สะดวกมากขึ้น

แต่เมื่อมู่ไป๋ไป่ค้นหากระโจมแล้วกระโจมเล่า เธอก็รู้สึกเหนื่อยมาก เวลาผ่านไปสักพักความรู้สึกง่วงนอนจึงถาโถมเข้ามา

ขณะที่เธอครึ่งหลับครึ่งตื่น เธอก็เหมือนหูฝาดได้ยินเสียงแมวร้อง

ตัวเธออยากจะลืมตามองไปทางเสียงนั้น แต่เธอก็ง่วงมากจนผล็อยหลับไป

ในกระโจมที่มืดมิด มีแมวอ้วนตัวใหญ่กระโดดขึ้นไปบนเตียงอย่างคล่องแคล่ว มันยกอุ้งเท้าใหญ่โตของมันตบรัว ๆ เข้าที่ใบหน้าของมู่ไป๋ไป่อย่างไร้ความปรานี

“ชิ! เจ้ามนุษย์หน้าโง่ เจ้ายังกล้านอนหลับสบายใจเฉิบอยู่ในค่ายทหารของศัตรูเนี่ยนะ!” เจ้าส้มสะบัดหางตัวเองเป็นจังหวะ ในขณะที่ใช้อุ้งเท้าอ้วน ๆ ตบหน้าเด็กหญิงซ้ายทีขวาที

ในที่สุด พอเห็นว่ามันไม่สามารถปลุกมนุษย์ขี้เซาให้ตื่นขึ้นมาได้ มันก็ไปเบียดตัวอยู่ข้าง ๆ อีกฝ่ายและผล็อยหลับไปด้วย

นี่เป็นการนอนหลับอย่างสงบครั้งแรกในรอบไม่กี่วันที่ผ่านมาของมัน

นับตั้งแต่ที่มู่ไป๋ไป่ถูกลักพาตัวไป ค่ายทหารของแคว้นเป่ยหลงก็ตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย

มู่จวินฝานเกือบจะเป็นบ้าเพราะอารมณ์ที่แปรปรวน ซึ่งทำให้พิษที่อยู่ในร่างกายบุกเข้าโจมตีเขารุนแรงมากยิ่งขึ้น

อีกด้านหนึ่ง มู่จวินเซิ่งก็คิดอยากจะนำกองทัพทหารบุกหนานซวนเพื่อไปช่วยน้องสาวกลับมา

แต่โชคดีที่เซียวถังอี้ได้ออกหน้าจัดการทุกอย่าง และปลอบให้พี่น้องทั้ง 2 สงบลงได้ชั่วคราว

ทางด้านเจ้าส้มมันร้อนใจจนอดรนทนไม่ไหว มันจึงไปหาพวกหนู และให้พวกมันนำทางมายังที่นี่

ซึ่งโชคดีมากที่ใช้เวลาไม่นานมันก็ได้เจอกับมู่ไป๋ไป่

เดิมทีมันคิดว่าเจ้าตัวเล็กคงจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างน่าสังเวช แต่ทันทีที่มันเข้ามาในกระโจม มันก็เห็นคนที่มันเป็นห่วงกำลังนอนหลับสนิทเหมือนตอนที่นางอยู่ในแคว้นเป่ยหลงไม่มีผิด

นั่นทำให้มันโกรธมากจนอยากจะฝากรอยแผล 3 แถวเอาไว้ที่ใบหน้าของเด็กหญิง เพราะมันรู้สึกว่าความเป็นห่วง ความวิตกกังวลทั้งหมดที่มันเผชิญมาก่อนหน้านี้ดูจะไร้ประโยชน์

คืนนั้นมู่ไป๋ไป่ฝันว่าตัวเองกลับไปที่ค่ายทหารของแคว้นเป่ยหลง และนอนหลับสบายโดยมีเจ้าส้มซุกอยู่ข้างกาย

เธอเอื้อมมือไปกอด ‘ก้อนไขมัน’ ในฝัน จากนั้นก็เอาแก้มถูขนของมันอย่างสบายใจพลางพึมพำไม่ได้ศัพท์ แล้วเธอก็ได้ยินเสียงเยาะเย้ยของมัน “มู่ไป๋ไป่ เจ้ากำลังดึงหนวดข้าอยู่นะ!”

“หา? ข้าขอโทษ… ข้าไม่ได้ตั้งใจ…” คนตัวเล็กพูดขอโทษออกไปโดยไม่รู้ตัว แต่จู่ ๆ เธอก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ถึงแม้ว่าตาเธอจะยังหนักอึ้ง แต่เธอก็ฟื้นคืนสติส่วนใหญ่กลับมาเรียบร้อยแล้ว

เธอคุ้นเคยกับความรู้สึกที่ได้สัมผัสเนื้อนุ่มฟูที่อวบอั๋นในอ้อมแขนเป็นอย่างดี

นี่… เจ้าส้มไม่ใช่เหรอ?

เดี๋ยวนะ นี่ฉันยังฝันไปอยู่หรือเปล่า?

“ถ้าไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ เจ้าก็รีบปล่อยสิ!” เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับอุ้งเท้าที่ตบมือเธอไม่เบา “ข้าคิดว่าเจ้าตั้งใจนะ!”

“ฮึ! แมวตัวนี้อุตส่าห์เสี่ยงชีวิตพยายามตามหาเจ้า แต่ดูเจ้าสิ!”

“เจ้าส้ม!” มู่ไป๋ไป่เบิกตาโพลง และแน่นอนว่าเธอเห็นดวงตาของแมวคู่หนึ่งในอ้อมแขนของตัวเอง “เป็นเจ้าจริง ๆ ด้วย!”

“แล้วเจ้าคิดว่าจะเป็นใครได้อีกถ้าไม่ใช่ข้า” เจ้าส้มแค่นเสียงเย็นชา “หลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงคนนั้น พวกเขาทั้ง 2 ก็อยากจะมาด้วยเหมือนกัน แต่พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะก้าวออกจากค่ายทหารของเป่ยหลงได้”

“ฮือ ๆๆ” คนตัวเล็กไม่ได้ยินคำพูดอื่นอีก เธอร้องไห้เสียงดังในขณะที่กอดแมวอ้วนแน่น “เจ้าส้ม ในที่สุดเจ้าก็มาสักที ข้ารู้ว่าเจ้าจะไม่มีวันทิ้งข้าไว้ที่นี่เพียงลำพังแน่ ๆ”

“เจ้าคงไม่รู้สินะว่า 2 วันที่ผ่านมาที่ข้าอยู่ในหนานซวนข้ากลัวแทบตาย”

“โดยเฉพาะแม่ทัพหลี่ ตาแก่นั่นหลอกข้ามาที่นี่”

“เจ้าส้ม เจ้าจะต้องแก้แค้นให้ข้า!”

“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!” แมวตัวโตที่ถูกรัดจนแทบหายใจไม่ออกพยายามยืดคอออกไปสูดอากาศเข้าปอด “ข้าหายใจไม่ออกแล้ว!”

มู่ไป๋ไป่ลูบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำหูน้ำตาแล้วคลายอ้อมแขนตัวเอง ก่อนจะถามว่า “เจ้าส้ม ตอนนี้สถานการณ์ที่แคว้นเป่ยหลงเป็นอย่างไรบ้าง? หลังจากที่รู้ว่าข้าหายตัวไป พี่ใหญ่กับพี่รองของข้าเป็นกังวลมากหรือไม่?”

“เจ้าก็รู้ว่าพวกเขาจะต้องเป็นห่วงมากแค่ไหนเมื่อเจ้าหายไป” เจ้าส้มกลอกตามองคนถาม “ปกติแล้วเจ้าเป็นคนฉลาดมากไม่ใช่หรือ ทำไมครั้งนี้เจ้าถึงได้โง่เง่าจนถูกหลอกได้ง่าย ๆ เช่นนี้?”

“คืนที่เจ้าหายตัวไป มู่จวินเซิ่งแทบจะพลิกค่ายทหารตามหาเจ้า”

แมวอ้วนอธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับเรื่องของมู่จวินฝานกับมู่จวินเซิ่ง พอมู่ไป๋ไป่ได้ยินว่าพี่ชายคนโตกังวลมากจนพิษแมลงกู่กำเริบ เธอก็หน้าเครียดขึ้นมาทันที

ต่อมา เธอก็ได้ยินอีกฝ่ายพูดว่าเจียงเหยาได้เข้าไปช่วยจัดการให้มันสงบลงเป็นการชั่วคราว นั่นจึงทำให้เธอรู้สึกโล่งใจจนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าเอง” เด็กหญิงเม้มปากแน่น ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่าคำพูดของเซียวถังอี้ที่บอกว่าเธอเป็นภาระนั้นดูเหมือนจะเป็นจริง

ทางด้านเจ้าส้มหันไปมองคนตัวเล็กอย่างสงสัย “ฮ่องเต้หนานซวนไม่ได้วางยาพิษเจ้าใช่หรือไม่? นี่เราไม่ได้เจอกันมาพักหนึ่งแล้ว ข้ารู้สึกว่าเจ้าแปลกไปกว่าปกติมากจริง ๆ”

มู่ไป๋ไป่ปล่อยแมวตัวโตแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียง จากนั้นก็เอามือเท้าคางตัวเองเอาไว้ “สติข้ายังอยู่ครบถ้วน เจ้าเข้าใจหรือไม่ ข้าสามารถแยกแยะอะไรถูกผิดได้อย่างชัดเจน”

“คราวนี้เป็นข้าที่ประมาทเกินไปจริง ๆ”

“แต่ทุกอย่างมันก็เกิดขึ้นแล้ว” เจ้าส้มนอนบิดขี้เกียจอยู่บนเตียง ก่อนจะเริ่มทำความสะอาดขน “มันสายเกินไปแล้วที่เจ้าจะมานั่งเสียใจตอนนี้ ทำไมเจ้าไม่คิดเรื่องหลบหนีจากที่นี่ล่ะ?”

“พวกสัตว์ป่าที่เจ้าพากลับมาจากเป่ยหลงกำลังซ่อนตัวอยู่ในป่าไม่ไกล”

“ขอเพียงเจ้าเอ่ยปาก พวกเขาก็สามารถบุกเข้ามาที่นี่ได้ตลอดเวลา”

“เจ้าอยากให้ข้าช่วยไปถ่ายทอดคำพูดของเจ้าหรือไม่ล่ะ?”

มู่ไป๋ไป่รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาครู่หนึ่ง แต่เมื่อนึกถึงปัญหาที่เธอก่อในครั้งนี้ สุดท้ายแล้วเธอก็ส่ายหัวปฏิเสธเบา ๆ “ไม่ ข้ากลับไปไม่ได้”

ถ้าเธอกลับไปแบบนี้ เธอคงไม่สามารถสู้หน้าใครได้อีกตลอดชีวิต

โดยเฉพาะต่อหน้าเซียวถังอี้!

และบางทีเธออาจจะถูกเขาหัวเราะเยาะไปตลอดชีวิตเช่นกัน

“เจ้าอยากจะทำอะไร?” เจ้าส้มดูเหมือนจะคาดการณ์เอาไว้แล้ว

“ข้าอยากจะไปช่วยเหลือแม่ทัพจ้าว” มู่ไป๋ไป่จับมืออ้วน ๆ ของอีกฝ่ายพร้อมกับในดวงตามีประกายเจ้าเล่ห์แล่นผ่าน “เอาล่ะ เรามาทำเรื่องยุ่งยากอีกครั้งกันเถอะ”

เจ้าส้มกลอกตามองบน “ข้าคิดไว้แล้ว ด้วยนิสัยของเจ้า มันคงจะแปลกถ้าเจ้ายอมกลับไปแต่โดยดี”

คนตัวเล็กตอบรับพร้อมกับกอดแมวอ้วน “เจ้าส้ม ข้าดีใจมากที่เจ้ามาที่นี่!”

“นี่! อย่ามาจับข้านะ ปล่อยเดี๋ยวนี้ เจ้ามนุษย์หน้าโง่!” เจ้าส้มดิ้นหนีออกจากอ้อมแขนอีกคน “ข้าแค่เดินเล่นแล้วบังเอิญมาถึงที่นี่ต่างหาก!”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ขนาดเจ้าส้มยังสงสัยเลยว่าทำไมไป๋ไป่โดนหลอกง่ายอย่างนี้ แต่ก็อย่างที่เจ้าส้มว่า มันเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องหาทางแก้ไขปัญหาต่อไปล่ะนะ

จบบทที่ บทที่ 218: เจ้าส้มมาแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว