เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 213: ฮ่องเต้เผชิญหน้ามู่ไป๋ไป่

บทที่ 213: ฮ่องเต้เผชิญหน้ามู่ไป๋ไป่

บทที่ 213: ฮ่องเต้เผชิญหน้ามู่ไป๋ไป่


ขณะนี้ใบหน้าของแม่ทัพหลี่ดูบิดเบี้ยวกว่าปกติ ส่วนมู่ไป๋ไป่กลับรู้สึกโล่งใจมากยิ่งขึ้น

“ฝ่าบาท พระองค์คิดว่าแม่ทัพหลี่รังแกเด็กเช่นนั้นหรือเพคะ?”

หลังจากฮ่องเต้หนานซวนฟังคำพูดของเด็กหญิง เขาก็พยักหน้าและมองชายชราด้วยสายตาคมดุ “แม่ทัพหลี่ เมื่อวานเรามีรับสั่งให้ท่านพานางมาหาเราที่นี่ แล้วดูสิ ท่านพานางมาที่นี่ด้วยวิธีการใด”

เมื่อชายสูงวัยเห็นว่านายเหนือหัวของตนตกหลุมพรางขององค์หญิงจอมเจ้าเล่ห์ เขาก็นิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก

เดิมทีเขาแค่หวังว่าฝ่าบาทจะเข้าใจว่าคนบางคนไม่สมควรได้รับการปฏิบัติเช่นนั้น แต่ใครจะไปรู้ว่านอกจากฝ่าบาทจะไม่เข้าใจเรื่องนี้แล้ว อีกฝ่ายยังช่วยศัตรูโจมตีเขาอีกด้วย

ในขณะนี้แม่ทัพหลี่ไม่มีอะไรจะพูด แต่ภาระอันหนักอึ้งบนบ่าของเขาทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ

มู่ไป๋ไป่ที่เห็นชายแก่ต้องแบกรับความอัปยศอดสูรวมถึงภาระมากมายบนบ่า เธอก็รู้สึกเห็นใจเขาขึ้นมาเล็กน้อย เพราะการที่เขาได้รับใช้ฮ่องเต้ผู้โง่เขลา เขาจึงทำได้เพียงยอมรับความโชคร้ายของตนเพียงเท่านั้น

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ตอนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเธอไม่อาจเป็นมิตรกันได้ ดังนั้นเด็กหญิงจึงไม่มีความเห็นอกเห็นใจพวกเขามากนัก

“หม่อมฉันคิดว่าแม่ทัพหลี่จงใจละเลยฝ่าบาท บางทีแม่ทัพหลี่อาจจะมีนิสัยเช่นนี้และสนใจเพียงเรื่องในสนามรบเท่านั้น” มู่ไป๋ไป่ทำท่าเหมือนเป็นคนจิตใจดีโดยที่พูดเพื่อช่วยชายชรา แต่ความจริงแล้วมันเป็นการเติมเชื้อเพลิงลงในกองไฟอย่างแนบเนียน

และคำพูดเหล่านั้นก็ทำให้ฮ่องเต้หนานซวนยิ่งหวาดระแวงมากขึ้น เขาไม่ได้อยากมาที่นี่ตั้งแต่แรก ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความพากเพียรของแม่ทัพหลี่ที่บอกว่าการที่เขามาที่นี่ด้วยจะช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับกองทัพ

ตอนนี้ยามที่เขาอยู่ในสนามรบ ในที่สุดเขาก็ได้พบกับความสุขนั่นก็คือการเล่นกับมู่ไป๋ไป่ แต่ชายแก่ก็ยังพยายามขัดขวาง

“ทำไมท่านยังทำเช่นนี้ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเราจะไม่พอใจ แบบนี้มันทำให้เราเห็นเจตนาของท่านชัดเจนยิ่งขึ้น” ผู้เป็นฮ่องเต้มองแม่ทัพหลี่ด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว

มู่ไป๋ไป่ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มจะโกรธขนาดนี้ ทางด้านชายสูงวัยเองก็รู้สึกประหลาดใจเมื่อได้เห็นว่านายเหนือหัวโมโหมาก ดังนั้นเขาจึงก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย

“ฝ่าบาท กระหม่อมผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพหลี่เห็นว่าฮ่องเต้มีท่าทีเช่นนี้ เขาจึงทำได้เพียงเอ่ยปากยอมรับความผิด

ในตอนแรกมู่ไป๋ไป่คิดว่าตัวเองหูฝาดไป เธอไม่คาดคิดว่าชายชราจะยอมจำนนง่ายถึงเพียงนี้

ขณะนั้นแม่ทัพหลี่เหลือบมองเด็กหญิงด้วยสายตาอาฆาต แต่เนื่องจากตอนนี้เขายังอยู่ต่อหน้าฝ่าบาท เขาจึงไม่ได้ระบายความโกรธออกมา

“ออกไป เราไม่อยากเห็นหน้าท่าน!” ฮ่องเต้หนานซวนออกคำสั่งเสียงกร้าว

แน่นอนว่าชายสูงวัยยังไม่อยากออกไป แต่เขาก็ไม่กล้าฝ่าฝืนคำสั่งของฝ่าบาท สุดท้ายเขาจึงทำได้เพียงคำนับเป็นการบอกลาคนตรงหน้า

ทันทีที่มู่ไป๋ไป่เห็นแม่ทัพหลี่ออกจากกระโจมไป เธอก็เงยหน้าถามฮ่องเต้แห่งแคว้นหนานซวนว่า “ฝ่าบาท พระองค์ทรงกริ้วหรือเพคะ?”

เมื่อเด็กหนุ่มถูกตั้งคำถามต่อหน้าตามตรงเช่นนี้ เขาก็จ้องเด็กน้อยแล้วถามกลับว่า “มันยังไม่ชัดเจนอีกหรือ?”

ดวงตาไร้เดียงสาที่มู่ไป๋ไป่ใช้มองฮ่องเต้หนานซวนเบิกกว้างหลังจากได้ยินสิ่งที่เขาพูด

ในตอนที่เธอกำลังจะพยักหน้าและตอบกลับไป อีกฝ่ายก็พูดขึ้นอย่างฉุนเฉียว “ตาแก่ผู้พวกนี้พยายามควบคุมเราอยู่ตลอดเวลา พวกเขาคงว่างมากสินะ เราแค่อยากแสดงให้พวกเขาเห็นว่าใครกันแน่เป็นผู้ครองบัลลังก์”

มู่ไป๋ไป่ที่ได้ยินคำพูดของเด็กหนุ่มอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้

แม่ทัพหลี่ต้องคอยดูแลเขาเอาไว้ตลอดเวลาเพราะฮ่องเต้พระองค์นี้โง่เขลาจนเกินไป

ชายชราไม่รู้เลยว่าฮ่องเต้พระองค์นี้นอกจากจะผิดต่อความหวังดีของเขาแล้ว ฝ่าบาทยังอยากทำให้เขาต้องอับอายและอยากจะต่อกรกับขุนนางคนสำคัญอีกด้วย หากสิ่งนี้รู้ไปถึงหูของเหล่าทหารละก็…

มู่ไป๋ไป่คิดแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวเบา ๆ

ทางด้านฮ่องเต้หนานซวนไม่คิดว่าการกระทำของตนผิดแปลกตรงไหน ในทางกลับกัน เขารู้สึกพอใจกับสิ่งที่เขาทำลงไปก่อนหน้านี้มาก

“แม่ทัพหลี่ดูเหมือนจะทำเพื่อประโยชน์ของตัวเองนะเพคะ” มู่ไป๋ไป่ยังคงเติมเชื้อไฟลงไปไม่หยุด

ถ้อยคำขององค์หญิงตัวน้อยส่งผลให้สีหน้าของผู้เป็นฮ่องเต้แย่ลงไปอีก เขาถลึงตามองอีกคนพร้อมกับพูดว่า “ท่านแม่ทัพบอกว่ามันก็เพื่อผลประโยชน์ของเราเอง แต่เราก็คิดว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเพื่อประโยชน์ของพวกเขาต่างหาก”

มู่ไป๋ไป่ซึ่งได้ยินคำพูดที่ออกจากปากฮ่องเต้หนานซวนกลับรู้สึกพูดไม่ออก

คนพวกนี้กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อประเทศชาติของตัวเอง หากไม่มีกลุ่มคนอย่างแม่ทัพหลี่ ด้วยความสามารถของฮ่องเต้อายุน้อย เขาคงไม่มีทางอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้

พอเด็กหนุ่มเห็นสีหน้าขุ่นเคืองของเด็กน้อย ความหยิ่งยโสที่เขาเคยแสดงออกมาก็พลันหายไป ก่อนที่เขาจะถามนางว่า “เราพูดอะไรผิดไปหรือ?”

คำถามเพียงประโยคเดียวทำให้มู่ไป๋ไป่ยืนทำตาปริบ ๆ ไม่ใช่ว่าเขาพูดผิด แต่ในฐานะฮ่องเต้เขาเพียงแค่งี่เง่า โง่เขลา และไร้ความสามารถเท่านั้น

แม้ว่าเด็กหญิงจะมาจากแคว้นศัตรู แต่เธอก็ยังต้องนิ่งอึ้งเมื่อเห็นฮ่องเต้ปฏิบัติกับผู้อื่นเช่นนี้

โชคดีแล้วที่ท่านพ่อของเธอเป็นคนฉลาด!

“เหตุใดเจ้าจึงมองเราเช่นนี้?” จู่ ๆ เด็กหนุ่มก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเมื่อเห็นสีหน้าเช่นนั้นขององค์หญิงน้อย

มู่ไป๋ไป่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังไม่พอใจเพราะเธอกำลังมองเขา และเธอก็เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองเป็นอย่างดี ถ้าเธอเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมา เธอก็อาจจะถูกฆ่าได้โดยง่าย

“ฝ่าบาท ใบหน้าของหม่อมฉันสกปรกเลอะเทอะ และหม่อมฉันก็รู้สึกเหนียวไปทั้งตัวเลยเพคะ” คนตัวเล็กแสร้งทำเป็นรู้สึกไม่ดีที่ตัวเองอยู่ในสภาพน่าอับอาย

สิ่งที่เธอพูดเป็นผลให้สีหน้าของฮ่องเต้หนานซวนอ่อนลงทันที

แต่เขาก็ยังพูดบางอย่างเพื่อระบายความโกรธออกมาว่า “แม่ทัพหลี่คนนี้ชอบสร้างปัญหาให้เราอยู่เรื่อย”

มู่ไป๋ไป่ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่นิ่งเงียบ

หากเธอเป็นฮ่องเต้ผู้ล่วงลับไปแล้ว เธอจะเป็นคนแรกที่จะรัดคอลูกชายกบฏคนนี้ตั้งแต่คลอดออกมาเพื่อไม่ให้อนาคตเขาได้เติบโตมาสร้างปัญหา

แต่มันก็เป็นเพียงแค่ความคิดเท่านั้น เพราะไม่มีใครสามารถรู้อนาคตข้างหน้าได้

“หม่อมฉันอยากจะรีบไปล้างเนื้อล้างตัวให้เร็วที่สุดเพคะ” มู่ไป๋ไป่ไม่อยากคุยกับอีกฝ่ายไปมากกว่านี้ เธอบอกเขาเพียงว่าอยากจะทำความสะอาดร่างกาย

พอคนตัวเล็กเอ่ยปากเช่นนั้น ฮ่องเต้หนานซวนจึงพยักหน้าอย่างครุ่นคิด ก่อนจะกล่าวว่า “เราจะให้คนไปเรียกแม่ทัพหลี่มาพาเจ้าไปล้างเนื้อล้างตัว”

แค่มู่ไป๋ไป่คิดถึงแม่ทัพหลี่ เธอก็ไม่อยากเห็นขี้หน้าเขาแล้ว เธอจึงรีบห้ามอีกฝ่ายที่กำลังจะอ้าปากเรียกทหารเอาไว้ “ไม่เพคะ”

“ทำไมล่ะ?” คนถูกห้ามหันมามองเด็กน้อยอย่างหมดความอดทน

มู่ไป๋ไป่แค่นเสียงในลำคอแสดงออกว่าตนไม่พอใจในขณะที่พูดว่า “หม่อมฉันไม่รู้ว่าเขาจะทำร้ายหม่อมฉันอีกหรือไม่?”

“แต่ในแผ่นดินนี้มีน้อยคนนักที่จะกล้าฝ่าฝืนคำสั่งของเรา” เด็กหนุ่มกล่าวพลางยืดอกอย่างภาคภูมิ

เด็กหญิงแอบเหลือบมองเขาแล้วพูดว่า “แต่แม่ทัพหลี่พยายามขัดพระประสงค์ของพระองค์อยู่ตลอดเวลา”

ฮ่องเต้หนานซวนที่ถูกองค์หญิงแคว้นศัตรูโต้กลับเช่นนั้นก็ชักสีหน้า “นั่นเป็นข้อยกเว้น เรามีวิธีมากมายที่จะทำให้คนอื่นเชื่อฟัง”

แน่นอนว่าหลังจากพูดจบ เขาก็เปิดกระโจมออกไปทันที

มู่ไป๋ไป่ที่ทำอะไรไม่ถูกก็ได้แต่เดินตามหลังเขาไปติด ๆ

“เจ้ามานี่”

ทหารที่รออยู่ด้านนอกกระโจมเมื่อเห็นนายเหนือหัวออกมา เขาก็รีบเข้ามาทำความเคารพ

“ฝ่าบาท พระองค์มีเรื่องจะรับสั่งหรือพ่ะย่ะค่ะ?” ราชองครักษ์ถามอย่างระมัดระวัง

ฮ่องเต้หนานซวนซึ่งเห็นท่าทางเคารพของราชองครักษ์ก็หันไปมองมู่ไป๋ไป่อย่างภาคภูมิใจ ราวกับจะบอกว่า ‘เจ้าเห็นหรือไม่ว่าเรามีอำนาจมากเพียงใด?’

ในขณะนี้คนตัวเล็กยิ่งรู้สึกพูดไม่ออกมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอไม่คาดคิดเลยว่าฮ่องเต้แห่งแคว้นหนานซวนจะทำตัวเป็นเด็กน้อยได้ถึงเพียงนี้

เขาดูเด็กกว่าเธอที่อายุ 4 ขวบครึ่งด้วยซ้ำ!

ไม่ว่ามู่ไป๋ไป่จะคิดอย่างไรเธอก็ไม่เข้าใจอีกฝ่าย เพื่อพิสูจน์ความยิ่งใหญ่ของตัวเอง เจ้าตัวถึงขั้นเดินออกมาสั่งราชองครักษ์ด้วยพระองค์เอง

“เจ้าพานางไปล้างเนื้อล้างตัว” ขณะที่ออกคำสั่ง ฮ่องเต้ชี้ไปที่มู่ไป๋ไป่ด้วยสีหน้ารังเกียจ

จบบทที่ บทที่ 213: ฮ่องเต้เผชิญหน้ามู่ไป๋ไป่

คัดลอกลิงก์แล้ว