เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 211: แม่ทัพหลี่รู้สึกอับอาย

บทที่ 211: แม่ทัพหลี่รู้สึกอับอาย

บทที่ 211: แม่ทัพหลี่รู้สึกอับอาย


คำพูดของแม่ทัพหลี่ทำให้มู่ไป๋ไป่แสร้งทำเป็นหวาดกลัว เธอไปหยุดยืนที่ด้านข้างอีกฝ่ายพร้อมกับมองเขาอย่างลังเลไม่กล้าขี่

จากนั้นก็มีเสียงของฮ่องเต้แห่งแคว้นหนานซวนดังขึ้นมาว่า “เด็กน้อย เจ้ามัวแต่ยืนลังเลอะไรอยู่? รีบขึ้นไปเร็วเข้า”

สิ่งที่เด็กหนุ่มพูดทำให้เด็กหญิงรู้สึกขบขันมากยิ่งขึ้น เมื่อประกอบกับสีหน้าไม่พอใจของชายชรา เธอก็รู้สึกว่าตนได้แก้แค้นที่เขาลักพาตัวเธอมา

หลังจากที่แม่ทัพหลี่ได้ยินคำพูดของนายเหนือหัว เขาก็หันไปพูดกับมู่ไป๋ไป่ด้วยรอยยิ้มแข็งทื่อ “องค์หญิงน้อย พระองค์รีบขึ้นมาเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”

แต่มู่ไป๋ไป่ก็ยังจงใจแสดงท่าทีไม่มั่นใจ เธอหันไปมองฮ่องเต้แล้วถามว่า “แม่ทัพหลี่ก็อายุเยอะมากแล้ว แบบนี้มันจะไม่เป็นการเสียมารยาทกับท่านแม่ทัพหลี่เพคะ?”

ในเวลานี้ผู้เป็นฮ่องเต้ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก พอเขาได้ยินคำถามของเด็กน้อย เขาก็ตอบออกไปว่า “แม่ทัพหลี่ผ่านสนามรบมานาน เขายังแข็งแรงมาก นอกจากนี้ แม้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เราจะรับเอาไว้เอง”

ตอนนี้ความปลอดภัยของแม่ทัพหลี่นั้นไม่สำคัญเท่ากับความสุขของเขา

สิ้นเสียงบิดาของแผ่นดิน มู่ไป๋ไป่ก็เหลือบมองสีหน้าผิดหวังของชายชรา และรู้ว่าในขณะนี้อีกฝ่ายหรือคงอารมณ์ไม่ดีมากแล้ว

แต่ไม่ว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายมากเพียงใด บางสิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดชีวิตนี้ก็คือฮ่องเต้ที่เขายินยอมสวามิภักดิ์ทั้งกายใจมองตนอย่างไร้ค่า

“ขึ้นมา!” แม่ทัพหลี่ตะโกนพร้อมกับเก็บกดอารมณ์ของตัวเองเอาไว้เต็มที่

ตอนนี้ในฐานะตัวประกัน มู่ไป๋ไป่กลับมองเขาด้วยความเห็นใจ ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกไม่พอใจมากยิ่งขึ้น

แต่สิ่งนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยการฝืนทน ซึ่งทำให้ผู้คนมองว่ามันเป็นเรื่องตลก

“แม่ทัพหลี่ เช่นนั้นข้าก็คงต้องเสียมารยาทแล้ว” ร่างเล็ก ๆ ของมู่ไป๋ไป่มีความยืดหยุ่นมาก เธอปีนขึ้นไปบนหลังของอีกฝ่ายโดยตรง

เมื่อเด็กหญิงนั่งอยู่บนหลังของชายสูงวัยเรียบร้อย เธอก็จับคอเสื้อของเขาไว้แน่น แต่นั่นกลับทำให้คนที่แสดงเป็นม้าหายใจไม่ออก

ถึงกระนั้นมู่ไป๋ไป่ก็ยังถามด้วยใบหน้าใสซื่อว่า “แม่ทัพหลี่ ท่านเป็นอะไรหรือไม่?”

ขณะนี้ฮ่องเต้หนานซวนยังคงจับตามองทั้ง 2 คนตาไม่กะพริบ โดยที่เขาเฝ้ารอให้แม่ทัพหลี่ตอบอย่างใจจดใจจ่อ แต่กลับกลายเป็นว่าชายสูงวัยเชื่องช้าไม่ทันใจเขา ทำให้ความสนุกสนานที่เขาได้รับต้องลดลงไปบ้าง

ทางด้านแม่ทัพหลี่รู้สึกว่าสีหน้าของฮ่องเต้ดูจะไม่พอใจมากยิ่งขึ้น และนั่นก็ทำให้คนตัวเล็กเหยียดยิ้ม

ในไม่ช้าเด็กหนุ่มก็เข้าร่วมการละเล่นของพวกเธอ โดยมีมู่ไป๋ไป่ขี่แม่ทัพหลี่กำลังวิ่งไล่จับฮ่องเต้

ถ้ามีใครผ่านมาเห็นภาพนี้ พวกเขาคงรู้สึกว่ามันช่างดูไร้สาระยิ่งนัก แต่ฮ่องเต้ของแคว้นหนานซวนรู้สึกสนุกกับมันมากจริง ๆ เด็กหญิงแทบไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย แต่อีกฝ่ายกลับเข้าร่วมกับเธอตั้งแต่ต้นจนจบ

ตอนนี้ขอเพียงแค่ฮ่องเต้มีความสุข แม้ว่าแม่ทัพหลี่จะอายุเยอะหรือเหนื่อยมากเพียงใด เขาก็ยังคงต้องพยายามเพื่อสร้างความสุขให้แก่คนผู้นี้ต่อไป

แต่เขาก็ไม่ได้ออกแรงวิ่งเร็วมากเกินไป เพราะหากเขาสามารถจับนายเหนือหัวเอาไว้ได้จริง ๆ เขาก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะโกรธขึ้นมาอีก

“แม่ทัพหลี่ ร่างกายของท่านไม่เหมือนตอนวัยหนุ่มแล้วจริง ๆ” หลังจากฮ่องเต้หนานซวนเล่นสนุกพอแล้ว เขาก็พูดพร้อมชี้ไปที่ชายชรา

ท่าทางนี้ทำให้มู่ไป๋ไป่รู้สึกขบขัน เธอมองไปที่แม่ทัพหลี่ที่กำลังพยายามปรับลมหายใจจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้

สภาพน่าอนาถของเขายิ่งทำให้เด็กหญิงแทบกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่

“แม่ทัพหลี่ ขอบคุณท่านมาก ลำบากท่านแล้ว” เธอตีขาของอีกฝ่ายพลางยิ้มอย่างไร้เดียงสาให้เขา

ชายแก่ที่ถูกตีได้แต่มองดูรอยยิ้มใสซื่อขององค์หญิงตัวน้อยด้วยความรู้สึกไม่พอใจ

สิ่งที่เด็กตัวเล็ก ๆ คนนี้กำลังทำคือการประกาศสงครามกับเขาอยู่ชัด ๆ แต่ในตอนนี้เขาไม่สามารถทำอะไรกับนางได้นอกจากต้องกล้ำกลืนความแค้นนี้เอาไว้

มู่ไป๋ไป่มองไปที่ฮ่องเต้ก่อนจะพูดว่า “พรุ่งนี้หม่อมฉันจะยังมาเล่นกับพระองค์ได้อีกหรือไม่เพคะ?”

บัดนี้เด็กหนุ่มเพิ่งค้นพบว่าการเล่นกับเด็กผู้หญิงคนนี้มีความสุขมากกว่าการเป็นฮ่องเต้มาก อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องรักษาท่าทีหรือตัดสินใจอะไรยาก ๆ ทำให้เขาพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว

จากนั้นเขาก็ตอบนางไปว่า “แน่นอน”

“ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท” มู่ไป๋ไป่รีบขอบคุณอีกฝ่ายแล้วก็ขยิบตาให้กับแม่ทัพหลี่

ทางด้านชายสูงวัยมองท่าทางของเจ้าเด็กแสบและเข้าใจจุดประสงค์ของการกระทำของนางแล้ว

ขณะนี้แววตาที่เขากำลังมองมู่ไป๋ไป่ยิ่งมืดลง เด็กผู้หญิงคนนี้เก่งกาจยิ่งนัก นางรู้ว่าฮ่องเต้จะต้องรับปากนางอย่างแน่นอน หลังจากที่เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ นางก็จะหาทางหนีทีไล่ให้กับตัวเอง

ในระหว่างที่แม่ทัพหลี่ตกอยู่ในภวังค์ จู่ ๆ เสียงของฮ่องเต้หนานซวนก็ดังขึ้นมาว่า “ท่านพาตัวนางออกไปก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยพานางมาพบเรา”

คำสั่งของฮ่องเต้ทำให้ใบหน้าของชายชรายิ่งบิดเบี้ยวมากขึ้น

“พ่ะย่ะค่ะ” ต่อให้แม่ทัพหลี่จะไม่เต็มใจยอมรับการตัดสินใจของอีกฝ่าย แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

“ฝ่าบาท ไว้กันพรุ่งนี้นะเพคะ” มู่ไป๋ไป่จงใจกล่าวคำลาด้วยน้ำเสียงร่าเริง

ทางด้านเด็กหนุ่มไม่รู้ว่าทำไม แต่การได้พูดคุยกับเด็กหญิงนั้นทำให้เขารู้สึกมีความสุขอย่างอธิบายไม่ถูก

พอได้ยินเช่นนั้นเขาก็โบกมือลาอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี

จากนั้นแม่ทัพหลี่ก็พามู่ไป๋ไป่ออกมาแล้วเดินไปยังบริเวณที่ห่างไกลจากกระโจมของฮ่องเต้หนานซวน

คราวนี้เขาไม่ได้กักเก็บอารมณ์ของตัวเองอีกต่อไป แล้วมองเจ้าตัวเล็กด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อ

“แม่ทัพหลี่ ทำไมท่านถึงมองข้าเช่นนั้น?”

มู่ไป๋ไป่มองชายสูงวัยขณะทำหน้าไร้เดียงสา

นั่นยิ่งทำให้แม่ทัพหลี่พูดไม่ออก

นางยังมีหน้ามาถามเขาอีกว่าทำไมเขาถึงมองนางเช่นนี้?!

เขาถลึงตาพูดกับคนตัวเล็กว่า “กระหม่อมไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าทำไมแคว้นเป่ยหลงของพระองค์ถึงได้แข็งแกร่งยิ่งนัก แม้แต่เด็กน้อยเช่นพระองค์ก็ยังมีแผนการที่น่ากลัว”

หลังจากแม่ทัพหลี่สังเกตมู่ไป๋ไป่มาสักพัก นี่เป็นความเข้าใจเดียวของเขา นั่นก็คือเขารู้สึกว่าองค์หญิงของแคว้นศัตรูเป็นคนที่รับมือได้ยากมากจริง ๆ

ท้ายที่สุดแล้ว เด็กน้อยคนนี้ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในการวางแผน แผนการของนางล้ำลึกมากจนเขาไม่ควรมองข้ามเลย

“แม่ทัพหลี่ เมื่อสักครู่ท่านรู้สึกเหนื่อยหรือไม่?” มู่ไป๋ไป่จงใจถามขึ้นมา

ชายชราสบตากับคนถาม เขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการจะพูดอะไรกันแน่

“นี่เป็นของขวัญตอบแทนที่ข้ามอบให้ท่าน ในอนาคตหากท่านกล้าหยาบคายกับข้า ข้าก็จะทำมากกว่านี้อีก”

พอแม่ทัพหลี่ได้ยินคำพูดข่มขู่ของมู่ไป๋ไป่ เขาก็ตกตะลึง ก่อนหน้านี้เขาคิดแค่ว่านางเป็นเพียงเด็กเจ้าเล่ห์ แต่ยามนี้เด็กหญิงตรงหน้ากลับทำให้เขาหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น

ทั้งการกระทำและดวงตาของเด็กคนนี้ดูไม่เหมือนเด็กอายุ 4 ขวบครึ่งเลย นางน่ากลัวมากจริง ๆ

มู่ไป๋ไป่มองลึกเข้าไปในดวงตาของแม่ทัพหลี่ แล้วกล่าวเสริมอีกประโยคหนึ่งว่า

“ท่านอย่ามองข้าเช่นนี้สิ ข้าแค่อยากให้ท่านเข้าใจว่าการกระทำทุกอย่างย่อมมีผลตอบแทน”

ตัวอย่างเช่น หากเขากล้ายั่วโมโหเธอ เธอก็จะเอาคืนเป็นร้อยเท่า!

เนื่องจากแม่ทัพหลี่มีอายุมากกว่ามู่ไป๋ไป่หลายปี ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วเขาย่อมไม่มีวันยอมให้เด็กตัวเล็ก ๆ ควบคุมเขาได้โดยง่าย

คนเราไม่มีวันโชคดีเสมอไป ในวันนี้นางอาจจะเอาตัวรอดไปได้ แต่พรุ่งนี้ล่ะ?

แม่ทัพหลี่มองเตือนมู่ไป๋ไป่ด้วยแววตาคมดุ แล้วเขาก็พูดออกไปว่า “ในเมื่อองค์หญิงน้อยจงใจก่อเรื่องเช่นนี้ พระองค์ก็อย่าได้ถือสาที่กระหม่อมหยาบคาย”

จบบทที่ บทที่ 211: แม่ทัพหลี่รู้สึกอับอาย

คัดลอกลิงก์แล้ว