เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 208: ถูกขังอยู่ในแคว้นหนานซวน

บทที่ 208: ถูกขังอยู่ในแคว้นหนานซวน

บทที่ 208: ถูกขังอยู่ในแคว้นหนานซวน


เวลาต่อมา คนทั้ง 2 ก็เดินไปที่กระโจมของแม่ทัพหนานซวน และตอนที่พวกเขากำลังจะเดินเข้าไป ก็มีทหารก้าวเข้ามาขวางมู่ไป๋ไป่ที่เดินอยู่ข้างหน้าเอาไว้

“แม่หนูน้อย ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เจ้าจะเข้ามาวิ่งเล่นได้ตามใจ” น้ำเสียงที่ทหารคนนั้นใช้พูดฟังดูแข็งกร้าวมาก

ในตอนแรกเด็กหญิงยังไม่ทันตั้งตัวจึงได้แต่ยืนมองหน้าเขานิ่ง แต่เมื่อเธอเห็นสีหน้ากังวลใจของชายชราที่อยู่ข้างหลัง เธอก็จงใจร้องไห้ออกมา

ทันทีที่ชายสูงวัยได้ยินเสียงร้องไห้ เขาก็รีบเดินเข้าไปหามู่ไป๋ไป่

จากนั้นเขาก็หยิบป้ายคำสั่งออกมาแล้วมองหน้าทหารที่ดุเด็กน้อยเมื่อครู่นี้ หลังจากอีกฝ่ายเห็นป้ายคำสั่ง ทหารคนนั้นก็พูดขึ้นว่า “ที่แท้เป็นแม่ทัพหลี่นี่เอง ข้าน้อยขออภัยที่เสียมารยาทต่อหน้าท่าน”

ชายชราที่ถูกเรียกว่า ‘แม่ทัพหลี่’ เพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองมู่ไป๋ไป่อีกครั้ง พอเขาเห็นว่านางยังคงร้องไห้อยู่ สีหน้าของเขาก็ดูจะเศร้าหมองมากยิ่งขึ้น

“แม่ทัพหลี่ กองทัพมีกฎว่าห้ามเด็กเข้าไปด้านในนะขอรับ” แม้ว่าทหารหนุ่มจะเกรงใจตำแหน่งของอีกฝ่าย แต่เขาก็ยังไม่กล้าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ในไม่ช้ามู่ไป๋ไป่ก็ได้ยินเสียงหัวเราะของชายแก่ “ฮ่า ๆๆ เด็กคนนี้ไม่ใช่เด็กธรรมดา”

เมื่อทหารหนุ่มเห็นว่าแม่ทัพหลี่หัวเราะ เขาก็รู้สึกอับอายมากยิ่งขึ้น เขามองคนตรงหน้าด้วยความสับสนขณะเอ่ยปากถามออกมาว่า “แม่ทัพหลี่ มีอะไรให้ขบขันหรือขอรับ?”

“นางเป็นองค์หญิงน้อยแห่งแคว้นเป่ยหลง มู่ไป๋ไป่ นางไม่ใช่เด็กธรรมดา” แม่ทัพหลี่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะพอนึกถึงตอนที่เขาคิดจะลักพาตัวนาง

นอกจากนี้ หลังจากที่เขาข้ามมายังดินแดนหนานซวน ความรู้สึกตึงเครียดก่อนหน้านี้ก็พลันหายไป และตอนนี้เขาผ่อนคลายลงแล้ว เมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของทหารหนุ่ม เขาจึงรู้สึกขบขัน

ทางด้านทหารชั้นผู้น้อยมองมู่ไป๋ไป่ตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วรู้สึกว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้หน้าตาน่ารักมาก ทั้งดวงตาที่กลมโต ปากนิด จมูกหน่อย

นางดูน่ารักมากจริง ๆ แต่น่าเสียดายที่นางเกิดในแคว้นเป่ยหลง ไม่เช่นนั้นเขาคงจะชอบเด็กที่หน้าตาเหมือนตุ๊กตาตัวน้อยคนนี้เหมือนกัน

ปัจจุบันมู่ไป๋ไป่ยังคงร้องไห้อยู่ แต่ถึงกระนั้นเธอก็รู้สึกไม่ชอบใจที่ถูกมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า

เธอจึงถลึงตามองทหารหนุ่มพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “บังอาจ! เจ้ากล้าจ้ององค์หญิงเช่นนี้หรือ?”

ท่าทางของเด็กหญิงน่ากลัวมากจนทหารหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย แม้แต่ชายชราที่อยู่ด้านข้างก็ยังรู้สึกประหลาดใจเช่นกัน

เขาไม่คาดคิดว่ามู่ไป๋ไป่จะยังกล้าพูดทั้งที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาจึงมองนางตาไม่กะพริบ

มู่ไป๋ไป่ยิ่งรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นไปอีก หลังจากมาถึงสถานที่แห่งนี้ เธอก็ถูกคนอื่นมองดูเหมือนลิงในสวนสัตว์

“เจ้ารีบไปรายงานเร็วเข้าว่าเราจับองค์หญิงแห่งแคว้นเป่ยหลงมาได้แบบตัวเป็น ๆ” แม่ทัพหลี่สั่งให้ทหารไปรายงานให้แม่ทัพใหญ่ทราบทันที

ทหารชั้นผู้น้อยยังคงตกตะลึงไม่หาย แต่คำสั่งของแม่ทัพหลี่ก็เป็นเหมือนระฆังที่ช่วยให้เขาดึงสติกลับมาได้ “ขอรับ ข้าน้อยจะรีบไปรายงานเดี๋ยวนี้”

เมื่อมู่ไป๋ไป่เห็นทหารหนุ่มรีบวิ่งออกไป เธอก็หันไปมองชายชราที่เพิ่งถูกเรียกว่าแม่ทัพหลี่แล้วแค่นเสียงเย็นชาในลำคอ

ท่าทางของเธอทำให้ชายสูงวัยไม่พอใจขึ้นมา เขาจึงถามออกไปตามตรงว่า “องค์หญิงน้อย พระองค์ไม่พอใจอะไรกระหม่อมหรือ?”

คนที่ไม่เคยเป็นเหยื่อย่อมไม่เข้าใจความคิดของผู้ถูกกระทำ ดังนั้นปฏิกิริยาของแม่ทัพหลี่จึงเป็นเรื่องปกติ

มู่ไป๋ไป่เข้าใจความหมายในคำถามของฝ่ายตรงข้าม เธอรู้สึกขบขันในใจและพูดว่า “การกระทำของท่าน ไม่ว่าใครก็คงรู้สึกไม่พอใจกันทั้งนั้น”

หลังจากเด็กหญิงพูดตอกหน้าอีกฝ่าย เธอก็เห็นสีหน้าของชายชราเปลี่ยนไปเป็นเคร่งขรึมในขณะที่เขาพูดว่า “หากแคว้นทั้ง 2 ไม่มีความแค้นต่อกันมากมายขนาดนี้ กระหม่อมคงไม่มีทางหลอกให้พระองค์มาที่นี่”

จู่ ๆ แม่ทัพหลี่ก็ทำหน้าโศกเศร้า มันจึงทำให้คนตัวเล็กไปไม่เป็นและไม่รู้ว่าจะตอบอีกฝ่ายว่าอย่างไร

เธอรู้ว่าจุดประสงค์ในการทำเช่นนี้ของชายสูงวัยก็เพื่อให้แคว้นหนานซวนมีอำนาจต่อรองมากขึ้น

“ข้าเป็นเพียงแค่เด็กตัวเล็ก ๆ ทายาทรุ่นราวคราวเดียวกับข้าในแคว้นเป่ยหลงนั้นมีมากมายหลายคน ท่านคิดว่าการจับข้ามาจะมีประโยชน์หรืออย่างไร?”

มู่ไป๋ไป่ไม่อยากนั่งนิ่งรอความตายอยู่เฉย ๆ เธอจึงถามคำถามนี้กับชายตรงหน้า

ทางด้านแม่ทัพหลี่ไม่คาดคิดว่าเด็กหญิงจะพูดเช่นนี้ออกมา เขาจึงจ้องตาอีกฝ่ายแล้วกล่าวว่า “แต่จากแหล่งข่าวที่เราได้รับมา ฮ่องเต้แห่งเป่ยหลงปฏิบัติกับพระองค์แตกต่างจากองค์ชายและองค์หญิงพระองค์อื่นเสมอ ดังนั้นมันไม่สำคัญหรอกว่าพระองค์จะพูดอะไร”

เขาทำงานเป็นหน่วยสืบข่าว แม้ว่าเขาจะมีตำแหน่งเป็นเพียงแม่ทัพเล็ก ๆ แต่เขาก็ไม่เคยละเลยการปฏิบัติหน้าที่

เขารู้ดีว่ามู่ไป๋ไป่มีความสำคัญอย่างไรในแคว้นเป่ยหลง แต่เมื่อนางเลือกใช้คำพูดน่าสมเพชเช่นนี้ เขาจึงไม่มีทางเชื่อคำพูดของนาง

“ใครบอกท่านมาล่ะ ข้าเป็นเพียงแค่ 1 ในลูก ๆ ของเขา ไม่ได้สลักสำคัญอะไร” คนตัวเล็กพูดย้ำอีกครั้ง

ชายแก่จ้องมู่ไป๋ไป่ตั้งแต่นางเริ่มเปิดปาก อย่างไรก็ตาม นางก็ยังพูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เขามองไม่ออกเลยว่านางกำลังโกหกหรือไม่

“แม่ทัพหลี่ เชิญเข้าไปข้างในเถอะขอรับ” ชายชรากำลังจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อโต้แย้งคำพูดขององค์หญิงตัวน้อย แต่จู่ ๆ ทหารหนุ่มที่เข้าไปรายงานก็ขัดจังหวะคำพูดของเขา ชายสูงวัยจึงก้มหน้าลงมองดูร่างเล็กตรงหน้า

มู่ไป๋ไป่ที่ถูกขัดเม้มปากเล็ก ๆ ด้วยความรู้สึกไม่เต็มใจ แต่เธอก็รู้ว่าตัวเองไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

“ข้ารู้แล้ว เลิกจ้องข้าได้แล้ว ข้าจะเดินเข้าไปเอง!” เด็กหญิงไม่อยากถูกหิ้วปีกไปเหมือนไก่ เธอจึงเลือกที่จะเดินเข้าไปเอง

แม่ทัพหลี่ได้แต่มองดูท่าทางของมู่ไป๋ไป่และประหลาดใจมากยิ่งขึ้น เขารู้สึกอยู่ในใจเสมอว่าเด็กตัวเล็ก ๆ คนนี้ดูไม่เหมือนเด็กเลยสักนิด

“ค่อย ๆ เดินก็ได้”

คนตัวเล็กซึ่งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แปลกประหลาดไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวเหมือนเด็กทั่วไป ในทางกลับกัน นางมักจะพูดเพื่อแก้ตัวเป็นครั้งคราว

การกระทำของเด็กคนนี้ทำให้เขารู้สึกสะเทือนใจมากจนไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี

“โชคดีที่นางเป็นเด็กผู้หญิง หากนางเป็นเด็กผู้ชาย ข้าเกรงว่าในอนาคตแคว้นเป่ยหลงคงจะไม่มีใครต่อกรได้ง่าย ๆ”

ในตอนที่อายุเพียงเท่านี้ ถ้ามู่ไป๋ไป่เป็นเด็กผู้ชาย นางคงจะมีแผนการมากมาย

หากหนานซวนต้องการจะจัดการกับแคว้นเป่ยหลงในอนาคต เขาเกรงว่ามันคงจะเป็นเรื่องที่ไม่มีทางทำสำเร็จ

ขณะนี้เด็กหญิงเดินตามหลังทหารหนุ่มไปติด ๆ และคนทั้ง 3 ก็เดินไปถึงกระโจมใหญ่โดยที่ไม่มีใครมาขวาง

“ท่านจะพาข้าไปที่ใด?” มู่ไป๋ไป่มองถนนที่ทอดยาวด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า

“พระองค์เดินไม่ไหวแล้วหรือ?” แม่ทัพหลี่รีบก้าวเข้าไปถาม

แม้ว่าเด็กหญิงจะเป็นคนที่มีแผนการในใจมากมาย แต่นางก็ยังมีความไร้เดียงสาแบบเด็กอยู่เช่นกัน ซึ่งนั่นมันทำให้เขารู้สึกสับสนไม่น้อย

นี่ยังไม่ได้นับรวมถึงเรื่องที่ว่านางมีรอยยิ้มน่ารักที่ส่งผลให้ทุกคนที่ได้เห็นต้องสับสนอีก

“ใช่” มู่ไป๋ไป่ตอบออกไปอย่างไม่พอใจ

หลังจากแม่ทัพหลี่ได้ยินดังนี้ เขาก็อุ้มเด็กน้อยขึ้นแล้วพูดว่า “กระหม่อมจะพาพระองค์ไปเอง”

มู่ไป๋ไป่ดิ้นรนขัดขืนเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าตนไม่มีทางหลุดพ้นไปได้ เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปล่อยให้อีกฝ่ายอุ้มเธอเดินไป

นอกจากนี้การที่มีคนอุ้มนั้นง่ายกว่าการเดินไปด้วยลำแข้งของตัวเองมาก ในเวลาเพียงไม่นาน พวกเธอก็เดินทางมาถึงที่ตั้งของกระโจมใหญ่

แต่ถึงแม้จะเดินมาถึงด้านหน้ากระโจมแล้ว พวกเขาก็ยังไม่เดินเข้าไปด้านไหน

“ทำไมไม่เข้าไปล่ะ?” มู่ไป๋ไป่จงใจถามขึ้นมา

“เราจะต้องเข้าไปรายงานก่อนถึงจะเข้าไปได้” เมื่อชายสูงวัยได้ยินเสียงที่ค่อนข้างร้อนใจของเด็กหญิง เขาก็อธิบายให้นางฟัง

คนตัวเล็กเริ่มรู้สึกพูดไม่ออกมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วทำได้เพียงปล่อยให้แม่ทัพหลี่อุ้มเธอเอาไว้ขณะรอให้ทหารเข้าไปรายงานคนที่อยู่ข้างใน

หลังจากทหารหนุ่มเข้าไป พวกเธอก็ต้องรออยู่นานก่อนที่เขาจะออกมา พอเห็นอีกฝ่ายเปิดกระโจมออก ทั้งคู่ก็ดีใจที่ไม่ต้องทนรออีกแล้ว

“เชิญแม่ทัพหลี่เข้าไปข้างในขอรับ” ทหารชั้นผู้น้อยมองแม่ทัพหลี่ด้วยสายตาตื่นเต้น

“ตกลง” ชายสูงวัยกระชับเด็กน้อยในอ้อมแขนแล้วก็เดินเข้าไปในกระโจม

ทางด้านมู่ไป๋ไป่ที่ทำอะไรไม่ได้ก็ต้องเข้าไปข้างในพร้อมกับอีกฝ่าย

ตอนนี้เธอไม่รู้เลยว่ามีอะไรรอเธออยู่ข้างใน…

จบบทที่ บทที่ 208: ถูกขังอยู่ในแคว้นหนานซวน

คัดลอกลิงก์แล้ว