เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 175: คนร้ายที่ทางการต้องการตัว

บทที่ 175: คนร้ายที่ทางการต้องการตัว

บทที่ 175: คนร้ายที่ทางการต้องการตัว


สิ้นเสียงของหัวหน้า มีดก็ถูกดึงออกจากคอหลัวเซียวเซียว ก่อนที่นางจะค่อย ๆ ยืดตัวขึ้นอย่างช้า ๆ ขณะที่นางกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง นางก็ได้ยินเสียงแหวกอากาศดังมาจากข้างหลัง ตามด้วยลมอุ่น ๆ ที่พัดผ่านหน้า

“มีนักฆ่า!”

จากนั้นก็มีเสียงตะโกนด้วยความตกใจ ทำให้ทุกคนตกอยู่ในความสับสนอลหม่าน

ไม่นานก็มีลูกธนูพุ่งออกมาจากความมืด ลูกธนูเหล่านั้นแม่นยำมาก ซึ่งมันจะพุ่งเข้าหาเป้าหมายเสมอ

ภายในเพียงไม่กี่อึดใจ มู่ไป๋ไป่ก็เห็นคนหลายคนล้มลงไปกองอยู่กับพื้น

เธอนั่งนิ่งด้วยความตกใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะรู้ว่ามีคนมาช่วยตน!

ต้องเป็นท่านพี่รัชทายาทแน่!

จากนั้นคนตัวเล็กก็เริ่มดิ้นรนอย่างตื่นเต้นทันที

เนื่องจากความวุ่นวาย ผู้ชายที่จับตัวเธอเอาไว้ก็เผลอคลายมือออก เธอจึงอาศัยจังหวะนั้นหนีไปจากอีกฝ่าย

ขณะนี้มู่ไป๋ไป่ไม่สนใจว่ามือของตัวเองจะยังคงถูกมัดไว้อยู่หรือไม่ เธอพยายามดิ้นรนคลานเข้าไปหาหลัวเซียวเซียวอย่างเต็มกำลัง

แล้วมันก็เป็นไปตามที่เธอคาด ลูกธนูทั้งหมดที่ถูกยิงออกมานั้นหลบเลี่ยงตัวเธอ โดยที่พวกมันช่วยกำจัดคนที่จะพุ่งเข้ามาจับตัวเธอเป็นครั้งคราว

“เราจะปล่อยเด็กคนนั้นหนีไปไม่ได้!” ชายที่สวมหน้ากากเองก็ถูกธนูยิงทะลุแขนขวา และบาดแผลของเขาก็ดูรุนแรงมาก “ไปเอาตัวนางมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!”

เดิมทีกลุ่มโจรมุ่งความสนใจไปยังลูกธนูที่พุ่งออกมาจากความมืด แต่หลังจากได้ยินคำสั่งของคนที่เป็นหัวหน้า พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องรีบมุ่งเป้าไปที่มู่ไป๋ไป่แทน

ทว่าลูกธนูที่ถูกยิงออกมาก่อนหน้านี้กลับหยุดลงกะทันหัน

มันทำให้ทุกคนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง

ในขณะนั้นเอง จู่ ๆ ชายในชุดสีม่วงก็กระโดดออกมาจากความมืด

ชายคนนั้นถือหอกสีเงินซึ่งเรืองแสงอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ เป็นผลให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวยามที่ได้เห็นมัน

“เจ้าเป็นใคร!” ชายสวมหน้ากากมองไปยังคนที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมา “เมื่อกี้เจ้าเป็นคนก่อปัญหาใช่หรือไม่?!”

บุคคลดังกล่าวก็คือมู่จวินเซิ่งนั่นเอง บัดนี้เขามายืนขวางมู่ไป๋ไป่กับหลัวเซียวเซียวที่กำลังตกตะลึง “ข้าเป็นบิดาของเจ้าอย่างไรเล่า! ถ้าพวกเจ้าไม่อยากตายก็รีบออกไปจากที่นี่ซะ”

“แต่ถ้าอยากตายก็เข้ามา!”

“ช่างบังเอิญจริง ๆ ที่บิดาไม่ได้บั่นคอมนุษย์มานานแล้ว”

ชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่มไม่เคยพบเจอคนที่หยิ่งผยองเช่นนี้มาก่อน เขาจึงรู้สึกโมโหขึ้นมาทันที

ในตอนที่เขากำลังจะสั่งให้ลูกน้องไปจัดการศัตรู เหล่าซื่อที่ซ่อนตัวมานานก็เข้ามากระซิบว่า “หัวหน้า คนผู้นี้คือสหายของนายน้อยจิน...”

“ตอนนี้เขาตามมาทันแล้ว นั่นหมายความว่าตระกูลจิน…”

สีหน้าของชายสวมหน้ากากเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูด ก่อนหน้านี้เขาได้วางแผนทุกอย่างอย่างรัดกุมแล้ว ตามแผนของเขา ในตอนนี้ตระกูลจินจะต้องตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย

แต่ถ้าตระกูลจินกำลังอยู่ในความโกลาหล เหตุใดคนผู้นี้ถึงตามพวกเขามาทันล่ะ?

เป็นไปได้หรือไม่ว่าแผนการของเขาล้มเหลว?

“หึ ใช่แล้ว คนของตระกูลจินกำลังตามมา” มู่จวินเซิ่งยิ้มเยาะ

ชายผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มไม่แน่ใจว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังหลอกตนหรือไม่ ดังนั้นเขาจึงเม้มปากและในที่สุดก็ทิ้งสายตามองมู่ไป๋ไป่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะขึ้นไปบนหลังม้าแล้วพูดว่า “ไปเถอะ!”

คนกลุ่มนี้เคลื่อนไหวได้เร็วมาก เพียงครู่เดียว พวกเขาก็หายตัวไปท่ามกลางความมืดยามค่ำคืน

หลังจากที่มู่จวินเซิ่งแน่ใจว่าไม่มีเสียงกีบม้าในบริเวณใกล้เคียงอีกต่อไป เขาจึงลดหอกลงแล้วหันกลับไปมองเด็กน้อยทั้ง 2

ขณะนี้หลัวเซียวเซียวได้ช่วยแก้เชือกที่มัดมือองค์หญิงหกเอาไว้แล้ว จากนั้นก็คลายก้อนผ้าออกจากปากของเธอ

ถัดมา มู่ไป๋ไป่หันไปจ้องเด็กหนุ่มที่ถือหอกตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะเอ่ยปากขอบคุณเขา “ขอบคุณคุณชายเจ้าค่ะ”

มู่จวินเซิ่งมองคนตัวเล็กด้วยสายตาซับซ้อน ในขณะที่กล่าวว่า “ไม่เป็นไร… มันเป็นสิ่งที่ข้าควรทำ”

เนื่องจากมู่จวินฝานเรียกเด็กคนนี้ว่าน้องสาว นางจึงเป็นน้องสาวของเขาเช่นกัน

แน่นอนว่าเขาย่อมต้องช่วยคนในครอบครัวของตัวเอง

“ผู้มีพระคุณ ท่านมาจากจวนตระกูลจินหรือเจ้าคะ?” มู่ไป๋ไป่พยายามสงบสติอารมณ์ลงก่อนจะถามว่า “แล้วท่านรู้จักพี่ชายของข้าหรือไม่ พี่ชายของข้าแซ่เซียว เซียวจวินฝาน เขาตัวสูงพอ ๆ กับท่าน ท่าทางเขาคล้ายกับบัณฑิต และมีชายที่สวมหน้ากากสีเงินอยู่ข้าง ๆ”

“เขารู้หรือไม่ว่าข้าหายตัวไป เขาเป็นคนส่งท่านมาที่นี่หรือ?”

“ข้ารู้จักพี่ชายของเจ้า” เด็กหนุ่มลูบปลายจมูกตัวเองอย่างรู้สึกผิด “แต่ข้าไม่รู้ว่าเขารู้หรือไม่ว่าเจ้าหายตัวไป”

“ข้าเพียงแค่บังเอิญผ่านมา…”

ใช่แล้ว ตอนที่เขากลัวว่าจะถูกมู่จวินฝานพบตัวเข้า ในระหว่างทางเขากลับเห็นมู่ไป๋ไป่ถูกคนกลุ่มหนึ่งจับมัดไว้ ดังนั้นเขาจึงรีบพุ่งออกมาช่วยนางโดยไม่ทันได้คิดอะไร

“นั่นสินะ” มู่ไป๋ไป่ลุกขึ้นโดยมีหลัวเซียวเซียวช่วยพยุง “พี่ใหญ่ ท่านช่วยส่งเรา 2 คนกลับเมืองได้หรือไม่เจ้าคะ?”

เด็ก 2 คนจะเดินทางในป่าที่ทั้งมืดและเปลี่ยวเช่นนี้เพียงลำพังได้อย่างไร?

“...” มู่จวินเซิ่งที่ได้ยินดังนี้ก็นิ่งอึ้งไป

คำขอนี้ตัดสินใจได้ลำบากมากสำหรับสถานการณ์ของเขาในตอนนี้

เขาหนีออกมาจากจวนเพื่อซ่อนตัวไม่ให้มู่จวินฝานเห็น หากเขาต้องกลับไปตอนนี้ มันไม่ใช่การรนหาที่ตายหรอกหรือ?

พอมู่ไป๋ไป่เห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบ เธอก็คิดว่าเขาไม่เต็มใจที่จะช่วยเหลือ เธอจึงล้วงกระเป๋าหยิบตั๋วแลกเงินออกมายัดใส่มือเขา

“พี่ใหญ่ นี่คือเงินทั้งหมดของข้า ขอเพียงท่านไปส่งข้ากับเซียวเซียวกลับเมืองชิงหยางได้อย่างปลอดภัย ข้าสามารถขอให้พี่ชายของข้าจ่ายเงินเพิ่มให้ท่านได้”

“...” นี่ยิ่งทำให้เด็กหนุ่มพูดไม่ออกเข้าไปใหญ่

เขาดูเหมือนคนขาดเงินขนาดนั้นเลยหรือ?

แล้วทำไมเด็กคนนี้ถึงได้โง่เขลาขนาดนี้ นางไม่รู้หรืออย่างไรว่าการออกไปข้างนอกนั้นไม่ควรพกเงินติดตัวมากมายเช่นนี้?

“พี่ใหญ่?” มู่ไป๋ไป่รู้สึกกังวลว่ากลุ่มโจรที่เพิ่งหนีไปจะกลับมาอีกครั้ง

และเธอต้องกลับไปบอกมู่จวินฝานโดยเร็วว่าคนกลุ่มนั้นเป็นคนวางยาพิษคนในจวนตระกูลจิน

“ไม่ได้” มู่จวินเซิ่งคิดอยู่นานแล้วตัดสินใจส่ายหัวปฏิเสธอย่างเคร่งขรึม “ข้ากำลังรีบมุ่งหน้ากลับไปที่ชายแดน”

“แต่จากตรงนี้กลับไปยังเมืองชิงหยางใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยาม!” หลัวเซียวเซียวอดไม่ได้ที่จะขัดจังหวะขึ้นมา “หากผู้มีพระคุณพาเราไปส่ง ท่านจะใช้เวลาไปกลับเพียง 1 ชั่วยามเท่านั้น”

เพียงแค่ 1 ชั่วยามเท่านั้น ไม่ว่าเขาจะเร่งรีบมากเพียงใด แต่สถานการณ์เช่นนี้มันไม่น่าจะเป็นการเสียเวลาสักเท่าไหร่

ทว่าเด็กหนุ่มส่ายหัวอีกครั้ง “ข้าไม่มีเวลามากขนาดนั้น หากพวกเจ้ายินดี ข้าจะมอบม้าของข้าให้เจ้า”

“ตรงนี้มีถนนสายเดียวเท่านั้น หากเจ้าเดินทางกลับไปตามทาง เจ้าก็จะไปถึงเมืองชิงหยางได้โดยไม่หลงทาง”

มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วกับคำพูดของเขา เธอรู้สึกว่าคนผู้นี้แปลกมาก เขาบอกว่าจะมอบม้าให้กับพวกเธอทั้ง ๆ ที่เขาบอกว่ากำลังรีบ

2 สิ่งนี้ไม่สอดคล้องกันเลยใช่หรือไม่?

ดังนั้นสายตาที่เธอมองเขาจึงเปลี่ยนเป็นระมัดระวังขึ้น เธอมองอีกฝ่ายได้ไม่ชัดเท่าไหร่เพราะว่าบริเวณนี้มืดมาก แต่เธอก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายดูดีมากเช่นกัน

เป็นไปได้หรือไม่ว่า… ชายคนนี้จะเป็นอาชญากรที่ทางการต้องการตัว?

นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่ต้องการเสี่ยงส่งพวกเธอกลับไปที่เมืองชิงหยาง

ยิ่งคิดมากเท่าไหร่ มู่ไป๋ไป่ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลมากขึ้นเท่านั้น

เธอจึงตัดสินใจดึงหลัวเซียวเซียวให้ถอยหลังไป 2-3 ก้าวทันทีเพื่อเว้นระยะห่างระหว่างพวกเธอกับชายแปลกหน้าให้กว้างขึ้น

ท่าทางนั้นทำให้มู่จวินเซิ่งรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา “...”

“ในเมื่อผู้มีพระคุณกำลังรีบ พวกเราก็อย่าได้บังคับเขาเลย” มู่ไป๋ไป่ยิ้มและยกมือขึ้นคำนับให้อีกฝ่าย “ขอบคุณที่ท่านช่วยเหลือเราเมื่อครู่นี้ ผู้มีพระคุณ เงินพวกนั้นถือเสียว่าเป็นค่าตอบแทนที่พวกเรามอบให้ท่าน”

“ในอนาคต หากมีวาสนาเราคงได้พบกันใหม่”

หลังจากพูดจบเธอก็ดึงสหายตัวน้อยวิ่งหนีไปอีกทาง

“นี่คุณหนู เราก็อยากได้ม้าเหมือนกันไม่ใช่หรือเจ้าคะ?” หลัวเซียวเซียวมองย้อนกลับไปยังเด็กหนุ่มที่ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น “เราควรเอาม้าไปด้วยดีหรือไม่เจ้าคะ อย่างไรก็ตาม เขาก็เอ่ยปากแล้วว่าจะมอบมันให้กับเรา เราก็คิดเสียว่าเราซื้อมันมาก็ได้”

“เจ้ายังจะสนใจม้าอยู่อีก!” มู่ไป๋ไป่ลดเสียงลง “ชายคนนั้นอาจจะเป็นโจรที่ทางการต้องการตัว ดังนั้นรีบวิ่งหนีให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นเจ้าที่เพิ่งก้าวออกจากถ้ำหมาป่าจะหลุดเข้าไปในปากเสือแทน”

“อะไรนะเจ้าคะ?” หลัวเซียวเซียวอ้าปากค้างด้วยความตกใจ “ผู้ชายคนนั้นเป็นโจรที่ทางการต้องการตัวจริง ๆ หรือเจ้าคะ?”

“เจ้าไม่เชื่อข้าหรือ? ข้าเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน!” คนตัวเล็กอธิบายให้อีกฝ่ายฟัง “เจ้าลองคิดดูสิ ทำไมเขาถึงกล้ามอบม้าให้เราทั้ง ๆ ที่เขาบอกว่ากำลังรีบล่ะ?”

“เขาคงมีความผิดติดตัว จึงไม่ต้องการกลับไปที่เมืองชิงหยาง”

“ถ้าเขาไม่ใช่โจรตามหมายจับ แล้วเขาจะเป็นอะไรได้อีก?”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: พี่รองมา! การพบกันของพี่รองกับน้องหกก็คือล่กทั้งคู่ เอ็นดู 55555

จบบทที่ บทที่ 175: คนร้ายที่ทางการต้องการตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว