เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 162: สมคบคิดกับหนานซวน

บทที่ 162: สมคบคิดกับหนานซวน

บทที่ 162: สมคบคิดกับหนานซวน


หลังจากนั้นมู่ไป๋ไป่ก็เดินกลับโรงเตี๊ยมพร้อมกับตะกร้าใบใหญ่

วันนี้โรงเตี๊ยมที่เคยคึกคักนั้นเงียบสงบมาก เถ้าแก่ที่ดูแลบัญชีอยู่ด้านหน้าก็มีท่าทีระมัดระวัง

“คุณ… คุณหนูกลับมาแล้วหรือขอรับ?” เมื่อเถ้าแก่เห็นเด็กหญิง เขาก็รีบเข้ามาหา “คุณหนูหิวหรือกระหายน้ำหรือไม่ ข้าน้อยจะให้คนไปเตรียมของว่างและน้ำชาให้ท่าน...”

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ทำให้เถ้าแก่รู้ว่าตัวตนของมู่จวินฝานนั้นไม่ได้ตื้นเขินอย่างที่เห็น เขาจึงพยายามใส่ใจรับใช้ 2 พี่น้องคู่นี้มากขึ้น

ด้วยเหตุนี้เขาจึงสั่งปิดร้านอาหารด้านล่างเพื่อให้โรงเตี๊ยมสงบขึ้น

“ข้าไม่หิวหรือกระหาย” มู่ไป๋ไป่มองไปรอบ ๆ ห้องโถงที่ว่างเปล่าอย่างสงสัย ก่อนจะถามว่า “เถ้าแก่ นี่เกิดอะไรขึ้น ทำไมวันนี้ไม่มีลูกค้าแม้แต่คนเดียว?”

“ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรขอรับ” ชายผู้รู้เรื่องนี้รีบส่ายหัวพลางอธิบายด้วยรอยยิ้ม “ข้าน้อยกลัวว่าพวกแขกที่มาทานอาหารจะส่งเสียงดังจนรบกวนพวกท่าน ข้าน้อยก็เลยไล่พวกเขาออกไปจนหมดแล้ว”

“...”

“คุณหนู!” จื่อเฟิงที่ได้ยินเสียงจากด้านล่างก็รีบลงมาจากชั้นบนด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ท่านไปไหนมา ทำไมท่านไม่พาข้าไปด้วย!”

วันนี้เขาตื่นสายกว่าปกติ พอตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นมู่ไป๋ไป่กับหลัวเซียวเซียวแล้ว

“ข้าไปที่ร้านผิงชางมา” คนตัวเล็กรีบเอาตะกร้าขนมไปซ่อนไว้ข้างหลังทันทีเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเห็นและกวาดพวกมันลงท้องไปจนหมด “ใครใช้ให้ท่านนอนตื่นสายกัน”

เด็กหนุ่มขมวดคิ้วพร้อมกับทำหน้าเจ็บปวด “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ คุณชายสั่งเอาไว้ว่าถ้าท่านกลับมาแล้ว ให้ท่านขึ้นไปหาเขา”

“ท่านพี่ถามหาข้าอยู่หรือ?” มู่ไป๋ไป่กะพริบตาปริบ ๆ “มีเรื่องอะไรหรือไม่?”

จื่อเฟิงส่ายหัวเพื่อบอกว่าเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

เด็กหญิงคิดอยู่พักหนึ่งแต่ก็ไม่อาจคาดเดาได้ เธอจึงตัดสินใจเดินขึ้นไปชั้นบนโดยตรง

ขณะนี้ประตูห้องของมู่จวินฝานเปิดอยู่ มู่ไป๋ไป่จึงเดินเข้าไปโดยไม่คาดคิดว่าจะพบองครักษ์ลับของอีกฝ่ายด้วย

เธอตกใจและจำได้ว่า 1 ในนั้นคือเจี่ยอี ผู้ซึ่งเคยสอนเธอกับหลัวเซียวเซียวต่อสู้ก่อนหน้านี้

“อ่า เจี่ยอี ท่านก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ?” ในระหว่างทางที่เดินมามู่ไป๋ไป่ไม่เห็นองครักษ์ลับแม้แต่เงา เธอเลยไม่รู้ว่าพวกเขาตามมาด้วย เธอจึงทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม อีกทั้งยังเปิดตะกร้าหยิบขนมด้านในแจกให้พวกเขาอีกด้วย

“ข้าน้อยถวายบังคมองค์หญิง 6 ขอบพระทัยที่พระองค์ทรงมีน้ำพระทัย” เจี่ยอีรู้นิสัยของเด็กหญิงเป็นอย่างดี ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ทำตัวมีพิธีรีตองและกล่าวขอบคุณนางโดยตรง

ในทางกลับกัน องครักษ์ลับคนอื่น ๆ ที่ไม่คุ้นเคยจึงมีท่าทีเกรงใจอยู่เล็กน้อย พวกเขาไม่กล้าที่จะรับขนมมาจนกระทั่งเห็นเจี่ยอีรับไป

“ท่านพี่ จื่อเฟิงบอกว่าท่านกำลังตามหาข้าอยู่หรือ?” มู่ไป๋ไป่ปีนขึ้นไปบนเก้าอี้ แล้วนั่งห้อยขาสั้น ๆ อยู่ด้านข้างพี่ชายก่อนจะยื่นขนมชิ้นหนึ่งไปจรดที่ริมฝีปากเขา

มู่จวินฝานกัดขนม 1 คำแล้วพยักหน้ายิ้ม ๆ “ใช่ มีข่าวจากแคว้นหนานซวน ข้าคิดว่าไป๋ไป่น่าจะสนใจ”

เมื่อมู่ไป๋ไป่ได้ยินว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับแคว้นหนานซวน เธอก็หุบยิ้มทันทีและปรับสีหน้าเป็นจริงจัง

“พวกเขาพบสิ่งนี้ในแคว้นหนานซวน” เด็กหนุ่มกล่าวพลางเคาะกล่องเล็ก ๆ บนโต๊ะ

ก่อนหน้านี้มู่ไป๋ไป่ไม่ได้สังเกตเห็นมันมาก่อน แต่พอมองดูมันให้ดี เธอก็เข้าใจว่าด้านในมียาเม็ดสีน้ำตาลอยู่ในกล่อง

เธอจึงโน้มตัวเข้าไปดมกลิ่นแต่ก็ไม่ได้รับกลิ่นอะไร

“นี่คือยาอะไรหรือเพคะ?”

เมื่อคนตัวเล็กเห็นว่าผู้เป็นพี่ชายไม่ได้ห้ามตน เธอจึงหยิบเม็ดยาขึ้นมาบีบมันเบา ๆ

“มันเป็นยา แต่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว” สีหน้าของมู่จวินฝานเริ่มจริงจังมากขึ้น “ข้าจำได้ว่าไป๋ไป่เล่าให้ข้าฟังว่าสัตว์ที่ถูกจับในศาลาหมื่นอสูรจะบ้าคลั่งหลังจากที่ได้กินยาเข้าไปใช่หรือไม่?”

“ใช่!” มู่ไป๋ไป่พยักหน้ารับในขณะที่คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น “คนพวกนั้นเลวมาก! สัตว์ป่าพวกนั้นไม่ได้คิดที่จะฆ่าแกงกัน แต่เนื่องจากฤทธิ์ยา พวกมันจึงต้องมาเข่นฆ่ากันเอง”

“โชคดีที่ข้าไปเจอเข้าเสียก่อนและช่วยรักษาพวกเขา”

หลังจากเด็กหญิงพูดออกไปเช่นนี้ เธอก็เหมือนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และอุทานเสียงดัง

“ท่านพี่! อย่าบอกนะว่านี่เป็นยาที่สัตว์พวกนั้นกิน?!”

มู่จวินฝานพยักหน้า “ถูกต้อง… ข้าให้คนตรวจสอบส่วนผสมของยานี้แล้ว ยาที่ป้อนให้กับสัตว์ป่าในศาลาหมื่นอสูรน่าจะเป็นยาที่มีฤทธิ์อ่อน”

“ยานี้แรงกว่าและมีพิษร้ายแรงมากกว่าที่เจ้าเคยเห็น”

“ถ้าเช่นนั้น… เถ้าแก่ศาลาหมื่นอสูรก็ได้ทดลองยานี้กับสัตว์อย่างนั้นหรือ?” มู่ไป๋ไป่สูดหายใจเข้าลึก ๆ และดวงตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ “เขากล้าทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!”

หลังจากที่เธอได้รู้ว่าตนนั้นเป็นจ้าวอสูรเหนือสัตว์ทั้งปวง เธอก็ค่อย ๆ รู้สึกมีสายสัมพันธ์พิเศษกับสัตว์ป่าเหล่านั้น

เมื่อเธอคิดถึงจำนวนสัตว์ที่ต้องตายด้วยน้ำมือคนของแคว้นหนานซวน เธอก็รู้สึกโกรธมากจนเจ็บหน้าอก

“ทดลองยา?” เจ้าส้มที่นั่งอยู่บนโต๊ะสะบัดหางไปมาในขณะที่ม่านตาของมันแคบลง “พวกมนุษย์โง่เขลาและเลวทราม นี่พวกมันไม่คิดว่าพวกเรามีชีวิตจิตใจบ้างเลยหรือ?”

“มู่ไป๋ไป่ ข้าบอกไว้ก่อนเลยนะว่าครั้งนี้เจ้าจะต้องเรียกร้องความยุติธรรมให้เรา!”

“คนพวกนั้นมาจากแคว้นหนานซวนใช่หรือไม่?”

“รีบไปจัดการพวกมันซะ!”

มู่ไป๋ไป่ไม่เคยเห็นเจ้าส้มโกรธขนาดนี้มาก่อน ดังนั้นเธอจึงรีบนวดแขนขาของมันเพื่อให้มันผ่อนคลายอารมณ์ลงและมองมู่จวินฝานด้วยสายตาจริงจัง “ท่านพี่ คนของแคว้นหนานซวนทำยาพวกนี้ขึ้นมามีจุดประสงค์อะไร? ยานี้ใช้กับสัตว์เท่านั้น และทำให้สัตว์ป่าสามารถเข่นฆ่ากันเอง”

“แล้วถ้ามันถูกใช้กับคน…”

“มันจะทำให้ผู้คนสูญเสียความรู้สึกนึกคิด ไม่เจ็บปวด ไม่กลัวตาย และกลายเป็นเครื่องมือที่สามารถฆ่าคนได้เท่านั้น” เจี่ยอีที่อยู่ด้านข้างพูดต่อคำพูดที่คนตัวเล็กเว้นเอาไว้ “ข้าน้อยแฝงตัวเข้าไปในกองทัพของแคว้นหนานซวนและพบว่ามีกลุ่มคนที่ถูกใช้ยาชนิดนี้ควบคุมเอาไว้”

“พวกเขามีจำนวนประมาณ 2,000 คน”

“แต่คนพวกนี้ถูกฤทธิ์ยาควบคุมจนเกือบจะเสียสติไปแล้ว”

“ซึ่งมันอันตรายมาก”

มู่ไป๋ไป่ไม่เข้าใจเรื่องของสงคราม แต่พอคิดถึงว่ามีการทำการทดลองสร้างสัตว์ประหลาดเพื่อให้กลายเป็นเครื่องจักรสังหารนั้นมันทำให้เธอรู้สึกหดหู่มาก

ที่ชั้นล่าง เซียวถังอี้ซึ่งกำลังนั่งอยู่ริมหน้าต่างแอบฟังคนชั้นบนพูดคุยกันก็ค่อย ๆ มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น

ดูเหมือนว่าสถานการณ์ในแคว้นหนานซวนจะร้ายแรงกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก

“นี่ ท่านกำลังคิดจะทำอะไร?” สีหน้าของอวี้เซิ่งที่อยู่ด้านข้างก็เปลี่ยนเป็นจริงจังเช่นกัน “ข้าคิดว่าหนานซวนกำลังวางแผนที่จะก่อสงครามลับหลังพวกเรา”

“ใช่” เด็กหนุ่มตอบรับเบา ๆ โดยไม่ปฏิเสธการคาดการณ์ของอีกฝ่าย

“ให้ตายเถอะ ชาวหนานซวนยังคงน่ารังเกียจเช่นเคย” นักฆ่าหนุ่มสบถเสียงต่ำ “แม่ทัพจ้าวที่เฝ้าอยู่ชายแดนมาหลายปีไม่ค้นพบสิ่งผิดปกตินี้บ้างหรือ?”

“ข้าคิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น” เซียวถังอี้คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “แม่ทัพจ้าวเป็นทหารที่ผ่านการทำศึกกับแคว้นหนานซวนมายาวนานหลายปี เขาน่าจะค้นพบแผนการสกปรกของแคว้นหนานซวนได้ก่อนใคร”

“เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าแผนของหนานซวนนั้นคืออะไรกันแน่”

นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่ปล่อยให้ราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนพูดกันเรื่องนี้ และขังคนพวกนั้นไว้เพื่อไม่ให้ก่อปัญหาขึ้น

“ท่านต้องแจ้งแม่ทัพจ้าวให้เร็วที่สุด” อวี้เซิ่งขมวดคิ้ว “ไม่เช่นนั้นหากจู่ ๆ หนานซวนบุกโจมตีมาโดยไม่ทันตั้งตัว แม่ทัพจ้าวอาจจะต้านไว้ไม่ไหว”

“แล้วเรายังต้องหาวิธีถอนพิษด้วย”

“เรื่องแม่ทัพจ้าวปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง” เซียวถังอี้คิดอยู่สักพักแล้วเดินไปนั่งลงที่โต๊ะก่อนจะเขียนจดหมาย จากนั้นก็ใช้นกพิราบส่งมันออกไป “ข้ารู้จักคนที่อาจจะรู้วิธีถอนพิษนี้ แต่คนผู้นั้นย้ายที่อยู่ตลอดเวลาทำให้ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ข้าไม่รู้ว่าจะหาคนผู้นั้นเจอหรือไม่”

จบบทที่ บทที่ 162: สมคบคิดกับหนานซวน

คัดลอกลิงก์แล้ว