เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 160: จินซือซือ

บทที่ 160: จินซือซือ

บทที่ 160: จินซือซือ


“ข้าได้ยินพ่อของท่านพูดเมื่อวานนี้ว่าหลังจากฉลองงานวันเกิด เขาจะหาสตรีที่เหมาะสมมาให้ท่านแต่งงาน”

“คราวหน้าถ้าข้ามา ข้าอาจจะได้ดื่มสุรามงคลของท่าน” มู่จวินเซิ่งกล่าวอย่างอารมณ์ดี

“ใช่แล้วขอรับ คุณชายของเราถึงวัยที่ต้องแต่งงานแล้ว” จินหยวนเป่าที่อยู่ด้านข้างพูดสำทับขึ้นมา

จินซือหยางรู้สึกกระดากอายกับสิ่งที่ทั้ง 2 คนพูด เขาจึงทำได้เพียงหันไปถามอวี้ฉีที่อยู่อีกฝั่งว่า “ท่านอาจารย์ ทำไมท่านไม่ช่วยข้า!”

“ใครเป็นอาจารย์เจ้า?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม ขณะนี้ผมเขายาวจนปิดบังใบหน้าส่วนใหญ่ของเขาเอาไว้

แม้ว่าจะมองเห็นหน้าตาเขาได้ไม่ชัดเจน แต่เพียงโครงหน้าก็ยังบอกได้ว่าเขาเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาคนหนึ่ง

“นี่ท่าน!” จินซือหยางหันไปหาอวี้ฉีแล้วพูดเสียงหนักแน่นว่า “ท่านสอนวรยุทธให้ข้า ท่านจะเป็นอะไรไปได้ถ้าไม่ใช่อาจารย์ของข้า”

“เฮอะ เจ้าเด็กเหลือขอ” ชายหนุ่มเยาะเย้ยและเลิกสนใจที่จะโต้เถียงกับอีกฝ่ายต่อไป

ขณะเดียวกัน มีกลุ่มสาวใช้ 2-3 คนกำลังซุบซิบพูดคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่บริเวณข้างลานฝึก

เมื่อพวกเขาหันไปเห็นเหล่าสาวใช้ พวกนางก็รีบเดินผ่านไปอย่างเร่งรีบ มู่จวินเซิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเตือนจินซือหยาง 2-3 คำ

“ข้าจะไปสอบถามดูสักหน่อย” จินซือหยางไม่สามารถทนนิ่งเฉยยามที่เห็นภาพนี้ เขาจึงพาจินหยวนเป่าออกไปข้างนอกเพื่อสอบถามถึงสถานการณ์ทันที

“ท่านพร้อมที่จะออกจากตระกูลจินแล้วหรือยัง?” มู่จวินเซิ่งพูดขึ้นเบา ๆ “ท่านจะไม่บอกจินซือหยางหน่อยหรือ? ถึงอย่างไรเขาก็มองว่าท่านเป็นอาจารย์ของเขามาตลอด”

“อาจารย์อะไร?” อวี้ฉีหรี่ตาลง “ข้าแค่สอนเคล็ดลับบางอย่างให้กับเขาในตอนที่ไม่มีอะไรทำก็เท่านั้น”

“ข้ากินดื่มอยู่ที่จวนตระกูลจินมาปีกว่า ถึงเวลาต้องย้ายที่แล้ว”

“ท่านต่อสู้เก่งขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ท่านเคยทำอะไรมาก่อนหรือ?” มู่จวินเซิ่งเลิกคิ้วถาม “ถ้าท่านไม่มีที่ไป ทำไมท่านไม่กลับค่ายทหารกับข้าล่ะ? จะได้ใช้วิชาของตัวเองให้เกิดประโยชน์”

“ขอบคุณท่านมาก” อวี้ฉียกมือคำนับให้อีกฝ่าย “น่าเสียดายที่ข้าไม่มีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้น”

เด็กหนุ่มกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงเบา ๆ ดังมาจากข้างนอก

“หลีก! ข้าจะไปหาพี่จวินเซิ่ง”

“เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาขวางข้า เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะให้ท่านพ่อโบยเจ้าจนหลังแตก!”

ใบหน้าของมู่จวินเซิ่งเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเขาได้ยินเสียงนั้น และเขาก็ได้แต่ทอดถอนหายใจกับตัวเอง ก่อนที่เขาจะรีบลุกขึ้นแล้วกระโดดขึ้นไปบนหลังคาพร้อมพูดกับอวี้ฉีที่กำลังยืนดูความสนุกอยู่ที่ทางเดินว่า “ท่านควรพิจารณาข้อเสนอของข้า ข้าคิดว่าคนแบบท่านเหมาะสำหรับค่ายทหารมากกว่าที่อื่นใด”

เด็กหนุ่มกล่าวจบแล้วก็ดีดตัวกระโดดออกจากจวนตระกูลจิน

เวลาผ่านไปไม่นาน หญิงงามวัยเหมาะสมที่จะแต่งงานก็ปรากฏตัวในบริเวณลานฝึก

เด็กสาวดูเหมือนจะถูกเลี้ยงมาอย่างประคบประหงมตั้งแต่เกิด ด้านหลังของนางจึงมีสาวใช้กลุ่มหนึ่งเดินตามเข้ามาในลานฝึกและเริ่มกวาดตามองไปรอบ ๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ

หลังจากค้นหาทุกซอกทุกมุมแล้วไม่พบคนที่นางกำลังตามหา นางก็หันไปหาอวี้ฉีที่กำลังจิบชาอยู่เพียงลำพังอยู่ตรงบริเวณทางเดิน

“พี่จวินเซิ่งอยู่ที่ไหน เขาไปไหนแล้ว?!” ‘จินซือซือ’ เชิดคางขึ้นมองชายหนุ่มด้วยท่าทางรังเกียจ

นางรู้สึกไม่พอใจมากที่คนผู้นี้มากินดื่มอยู่ที่จวนของนางเปล่า ๆ อยู่เป็นปี

หากท่านพ่อกับพี่ชายของนางไม่ดุนางหลายครั้งและให้ความเคารพชายคนนี้มาก นางคงจะแอบขับไล่เขาออกจากจวนตระกูลจินไปนานแล้ว

นางรู้ว่าอีกฝ่ายทรงพลังมากเพียงใด รวมถึงเข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้รับความเคารพจากท่านพ่อและท่านพี่ของนาง

จินซือซืออาจจะไม่ชอบอวี้ฉี ในเวลาเดียวกัน อวี้ฉีก็ไม่ชอบจินซือซือเท่าไหร่นัก หรือต้องบอกว่าเขาไม่ชอบเด็กสักเท่าไหร่

“ข้าไม่รู้” ชายหนุ่มรู้สึกว่าเด็กสาวตรงหน้าเสียงดังน่ารำคาญ ดังนั้นเขาจึงวางถ้วยชาลงแล้วเตรียมจะลุกเดินออกไป

“หยุดตรงนั้น!” จินซือซือเรียกเขาเอาไว้ “ท่านจะไม่รู้ได้อย่างไร ข้าได้ยินเต็มสองหูว่าท่านคุยอยู่กับพี่จวินเซิ่งตอนที่ข้าอยู่ข้างนอก!”

“รีบบอกข้ามาเร็วเข้าว่าพี่จวินเซิ่งซ่อนตัวอยู่ที่ไหน?”

“ขอเพียงแค่ท่านยอมบอกข้า หลังจากนี้ข้าจะไม่ยุ่งกับท่านอีก แล้วจะยอมให้ท่านอาศัยอยู่ในจวนของเราต่อไป”

อวี้ฉีมองท่าทางของจินซือซือที่ทำเหมือนตนสูงส่งกว่าคนอื่นแล้วทำหน้าเยาะเย้ย “ถ้าอย่างนั้นข้าก็ต้องขอขอบคุณคุณหนูรองเอาไว้ ณ ที่นี้”

สิ้นเสียงพูด เขาก็ไม่คิดจะรอดูปฏิกิริยาของอีกฝ่าย เขาเองก็กระโดดข้ามกำแพงออกจากจวนตระกูลจินไปเหมือนกับมู่จวินเซิ่ง

จินซือซือไม่มีวรยุทธจึงไม่สามารถไล่ตามทัน นางเลยทำได้เพียงกระทืบเท้าอยู่ที่เดิม “อวี้ฉีคนนี้ช่างบังอาจยิ่งนัก หลังจากนี้ข้าจะไม่มีวันปล่อยเขาไปอีกแน่!”

“พวกเจ้าทุกคนจะยืนมองหน้ากันหาพระแสงอะไร! ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าให้ช่วยข้าขวางพี่จวินเซิ่งเอาไว้หากเจอเขา แล้วก็รีบมาแจ้งข้าทันที”

“แล้วผลลัพธ์เป็นเช่นไร! จากเมื่อวานจนถึงตอนนี้ ข้าพบหน้าพี่จวินเซิ่งเพียงครั้งเดียวเท่านั้น!”

จินซือซือเป็นน้องสาวของจินซือหยาง นางตกหลุมรักมู่จวินเซิ่งตั้งแต่แรกเห็นเมื่อปีที่แล้วและสาบานว่าจะแต่งงานกับเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น

หลังจากนั้น ทุกครั้งที่เด็กหนุ่มมาที่จวนตระกูลจิน นางก็จะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเข้าใกล้อีกฝ่าย

แต่มู่จวินเซิ่งไม่สนใจนางเลยสักนิด เขาทำเหมือนว่านางเป็นเพียงน้องสาวของเขามาโดยตลอด และปฏิเสธนางทันทีที่นางเอ่ยปาก

ถึงกระนั้น เด็กสาวก็ยังไม่ยอมแพ้ ทำให้เขาไม่อาจทนรับความวุ่นวายนี้ได้ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่หลบซ่อนตัวจากนางเท่านั้น

“ข้าบอกพวกเจ้าไปแล้วว่า ถ้าคราวหน้าเกิดเรื่องเช่นนี้อีก ข้าจะไล่พวกเจ้าออกจากจวนให้หมด!”

“ไร้ประโยชน์สิ้นดี!”

จินซือซือที่ระบายอารมณ์กับคนใช้จนพอใจแล้วก็กระทืบเท้าตึงตังกลับไปที่เรือนของตัวเอง

ในอีกด้านหนึ่ง มู่จวินเซิ่งซึ่งหนีออกจากจวนตระกูลจินก็ไม่มีที่ให้ไป ขณะที่เดินเตร่ไปตามถนน ทันใดนั้นเขาก็ได้กลิ่นหอมแปลก ๆ มันทำให้ท้องของเขาร้องประท้วงขึ้นมาทันที

เขาหยุดฝีเท้าแล้วหันไปมองดูร้านอาหารที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายออกมาตลอดเวลา

“ร้านอาหารผิงชาง?” แม้ว่าเด็กหนุ่มจะเดินทางมาที่เมืองชิงหยางอยู่บ่อยครั้ง ทว่าในแต่ละครั้งเขาก็ไม่ได้รั้งอยู่นาน ดังนั้นเขาจึงไม่ค่อยรู้เรื่องร้านอาหารในท้องถิ่นมากนัก อย่างไรก็ตาม เขาเองก็มีนิสัยแปลก ๆ ติดตัวนั่นก็คือ เขาติดกินรสหวาน

เขาชอบอาหารที่มีรสหวานทั้งหมด

แม้ว่าวันนั้นอาหารจะเป็นแตงขมโรยด้วยน้ำตาล แต่เขาก็ยังสามารถกินมันเข้าไปได้โดยไม่เปลี่ยนสีหน้า หลังจากกินเสร็จแล้วเขาก็ยังขอเพิ่มได้อีก

มู่จวินเซิ่งขยับจมูกเบา ๆ แล้วก็ได้กลิ่นของอาหารรสหวานแต่เปรี้ยว คนที่ได้ลิ้มลองคงต้องเติมข้าวเพิ่มหลายชามแน่

“คุณชายผู้นี้ ร้านอาหารของเรายังไม่เปิดจนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้” ลุงจางที่อยู่หน้าประตูมองดูเด็กหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าร้านอาหาร เขาเดาว่าอีกฝ่ายคงจะถูกใจกลิ่นของอาหารจานใหม่ที่คุณหนูตัวน้อยเป็นคนทำเหมือนกับคนที่เดินผ่านไปผ่านมาในวันนี้ เขาจึงยิ้มและพูดว่า “เถ้าแก่ร้านกำลังเรียนรู้อาหารจานใหม่ซึ่งจะนำขึ้นโต๊ะในวันพรุ่งนี้ ถ้าท่านอยากลิ้มรสชาติก็สามารถมาลิ้มลองในวันพรุ่งนี้ได้”

“พรุ่งนี้หรือ?” มู่จวินเซิ่งขมวดคิ้ว พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของนักดาบหิรัณย์ ดังนั้นเขาจึงไม่มีเวลามาทานอาหารที่นี่

แล้วหลังจากเข้าร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของนักดาบหิรัณย์ เขาก็ต้องควบม้าเร็วรีบกลับค่ายทหาร

แต่กลิ่นหอมหวานนั้นทำให้เขาอยากจะลิ้มลองอาหารจานนี้มาก เด็กหนุ่มคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะถามอีกฝ่ายว่า “ท่านลุง ในเมื่อเถ้าแก่กำลังทดลองอาหารจานใหม่ ที่ร้านคงจะมีของเหลือทิ้งมากมาย ข้าไม่ขอให้เขาทำอาหารให้ข้ากิน ข้าแค่อยากขอชิมอาหารรสหวานนั้นได้หรือไม่?”

“พรุ่งนี้ข้าต้องออกจากเมืองแล้ว ข้าไม่รู้ว่าคราวหน้าข้าจะได้มาที่เมืองชิงหยางอีกเมื่อไหร่”

“เอ่อ…” ลุงจางรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่เมื่อเห็นท่าทางสง่างามและความเที่ยงตรงของอีกฝ่าย เขาก็ไม่กล้าปฏิเสธ ดังนั้นเขาจึงพูดว่า “เอาล่ะ ข้าจะไปถามให้ท่านดู คุณชายรออยู่ตรงนี้สักครู่”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: พี่จวินเซิ่งจะออกจากเมืองแล้วเหรอ แบบนี้ก็ไม่ทันได้เจอพวกไป๋ไป่น่ะสิ ; - ;

จบบทที่ บทที่ 160: จินซือซือ

คัดลอกลิงก์แล้ว