เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 68: เสียทั้งคนรักและรี้พล

บทที่ 68: เสียทั้งคนรักและรี้พล

บทที่ 68: เสียทั้งคนรักและรี้พล


ทันทีที่มู่ไป๋ไป่เปิดกรง เจ้าส้มก็กระโดดออกมาอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าในกรงนั้นมีสัตว์ร้ายจ้องจะคร่าชีวิตมันอยู่

และเนื่องจากมีขุนนางเข้ามาขอเข้าเฝ้ามู่เทียนฉง เขาจึงจำเป็นจะต้องตรงกลับไปที่ตำหนัก ในขณะที่เด็กหญิงก็ได้พาแมวส้มกลับไปที่ตำหนักอิ๋งชุน

อีกด้านหนึ่ง เป็นเพราะองค์หญิงหกวิ่งหนีไปอย่างกะทันหัน หลัวเซียวเซียวจึงเป็นกังวลมากจนต้องนั่งรออยู่ที่ลานหน้าตำหนัก พอเห็นว่าอีกฝ่ายกลับมาในสภาพปกติ นางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ทางด้านมู่ไป๋ไป่ไม่อาจทนเก็บความตื่นเต้นเอาไว้ได้อีกต่อไป เธอจึงดึงสหายตัวน้อยไปนั่งและเล่าให้นางฟังเกี่ยวกับเรื่องที่ลี่เฟยถูกลงโทษ “ข้าจะเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น เดิมทีข้าวางแผนเอาไว้ว่าจะให้ท่านพ่อจัดการกับลี่เฟยโดยตรง แต่อย่างน้อยตอนนี้แผนการก็สำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว นับว่าเราได้ก้าวไปอีกขั้น แค่นี้ข้าก็พอใจแล้ว”

มู่เทียนฉงได้เรียกคืนตราประทับหงส์จากลี่เฟยกลับมาแล้ว อีกไม่นานนางก็อาจจะถูกปลดใช่หรือไม่?

“องค์หญิงหก…” หลัวเซียวเซียวที่ได้ยินดังนั้นไม่ได้ยิ้มดีใจเลย ดวงตาของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อยขณะที่กล่าวว่า “องค์หญิงหก พระองค์ทรงใจดีกับเซียวเซียวมาก.. แต่เซียวเซียวคนนี้เป็นเพียงคนต่ำต้อย ไม่อาจมีสิ่งใดตอบแทนพระองค์ได้จริง ๆ”

มู่ไป๋ไป่ไม่เพียงแต่จะไถ่ตัวแม่ของนางกลับจากจวนตระกูลหลัวและพาเข้ามาอยู่ในตำหนักเท่านั้น แต่นางยังช่วยจัดการนายน้อยหลัวที่เกือบจะฆ่าตนอีกด้วย

ตอนนี้แม้แต่ลี่เฟยก็ยังได้รับผลกรรมอันสมควร

นางเป็นเพียงสามัญชนคนธรรมดา นางควรได้รับพระกรุณาธิคุณจากองค์หญิงหกมากถึงเพียงนี้จริงหรือ?

“บอกข้าสิ ทำไมเจ้าถึงร้องไห้ทั้ง ๆ ที่ควรมีความสุข” มู่ไป๋ไป่ไม่อยากเห็นใครร้องไห้ เธอจึงรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมายัดใส่มือของคนตรงหน้า “รีบเช็ดให้สะอาดเร็วเข้า”

“นอกจากนี้ ข้าก็ไม่ได้ทำเรื่องพวกนี้เพื่อรับความดีความชอบจากเจ้า”

“ข้าเป็นถึงองค์หญิง เป็นบุตรของโอรสสวรรค์ ชีวิตนี้ข้าไม่ได้ขาดอะไรเลย”

หลัวเซียวเซียวรู้สึกขบขันกับคำพูดอีกฝ่าย จึงหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา

“เจ้ายิ้มแล้ว” มู่ไป๋ไป่อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสรอยยิ้มอ่อนโยนนั้น ไม่นานเธอก็ถามขึ้นว่า “วันนี้มีอะไรกินบ้าง? เจ้าได้เก็บไว้ให้ข้าหรือไม่?”

“วันนี้ข้ามัวแต่ยุ่งอยู่กับการจัดการลี่เฟยคนนั้น ตอนนี้ข้ารู้สึกหิวมาก!”

“เก็บไว้เพคะ” หลัวเซียวเซียวเช็ดน้ำตาตัวเองแล้วรีบไปจัดการตั้งสำรับให้องค์หญิงตัวน้อย “หม่อมฉันจะรีบไปเอามาให้พระองค์ วันนี้อาหารทั้งหมดเป็นของที่องค์หญิงหกชอบทั้งนั้นเลยเพคะ”

หลังจากมู่ไป๋ไป่ได้จัดการกับความกังวลในเรื่องของลี่เฟย และได้กินอาหารมื้อใหญ่ เธอก็รู้สึกง่วงนอนมากจึงงีบหลับไป พอตื่นขึ้นมาเธอก็พาสหายกับเจ้าส้มไปเล่นที่อุทยานหลวง

เมื่อเปรียบเทียบกับบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์ของฝั่งมู่ไป๋ไป่ ตำหนักชิงเหอก็เหมือนสระน้ำนิ่งที่น่าหวาดหวั่น

นางกำนัลและขันทีของตำหนักชิงเหอได้รับการลงโทษเป็นการโบย 20 ครั้งจากมู่เทียนฉง ไม่เพียงแค่นั้น หลังจากที่พวกเขากลับมาก็ยังต้องทนรับการโบยอีก 30 ครั้งจากลี่เฟย รวมแล้วเป็น 50 ครั้ง ถึงขั้นที่นางกำนัลบางคนทนรับไม่ไหวก็ถูกโบยจนตาย มันทำให้ทุกคนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แต่พวกเขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจในยามที่เดินผ่านประตูของลี่เฟย

และค่ำคืนนั้น ตำหนักชิงเหอก็เงียบมาก

วันรุ่งขึ้น มู่ไป๋ไป่ตื่นตั้งแต่เช้า หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ เธอก็ไปนั่งรออยู่บนถนนระหว่างทางไปตำหนักของฝ่าบาทและตำหนักชิงเหอ

ซึ่งด้านหลังเธอก็คือหลัวเซียวเซียวกับเจ้าส้มที่ถูกลากมาพร้อมกัน

“องค์หญิงหก เหตุใดพระองค์ถึงต้องมารอที่นี่ตั้งแต่เช้าเพคะ?” หลัวเซียวเซียวกระชับคอเสื้อขององค์หญิง ก่อนจะไปยืนด้านที่ถูกลมพัดเพื่อป้องกันลมหนาวให้กับอีกฝ่าย

“พระองค์กำลังรอฝ่าบาทอยู่หรือไม่?”

“ไม่ใช่” มู่ไป๋ไป่ขยิบตาให้สหายอย่างมีเลศนัย “เจ้าคอยดูความสนุกเถอะ”

หลัวเซียวเซียวไม่เข้าใจท่าทีขององค์หญิงหกจนกระทั่งนางเห็นอันกงกงเดินมาจากตำหนักชิงเหอ นางจึงเข้าใจได้ทันทีว่าสิ่งที่อีกคนเอ่ยเมื่อครู่หมายถึงอะไร

“อันกงกง!” เมื่อคนตัวเล็กเห็นว่าคนที่เธอรอคอยมานานปรากฏตัวขึ้น ดวงตาของเธอก็เป็นประกายแล้วรีบเอ่ยทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม

“องค์หญิงหก!” ชายสูงวัยก็เผยรอยยิ้มกว้างเช่นกัน “กระหม่อมคารวะองค์หญิง องค์หญิงหกทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”

“อันกงกงไม่ต้องมากพิธี” มู่ไป๋ไป่พยุงให้อีกฝ่ายลุกขึ้นอย่างสุภาพ แต่เนื่องจากเธอแขนขาสั้น มันจึงเหมือนกับว่าเขาอุ้มเธอขึ้นมากกว่า “อันกงกง ท่านไปไหนมาตั้งแต่เช้า?”

เด็กหญิงถามคำถามที่ทราบคำตอบดีอยู่แล้วขึ้นมา ซึ่งอันกงกงก็ฉลาดมากเช่นกัน เขารู้ว่าเด็กน้อยตรงหน้าหมายถึงอะไรทันที และส่งสัญญาณให้กับขันทีที่ติดตามมาด้านหลัง

หลังจากที่ทุกคนก้าวออกไป เขาก็พูดด้วยท่าทางนอบน้อมว่า “ตอบองค์หญิง กระหม่อมเพิ่งกลับจากตำหนักชิงเหอ เมื่อวานฝ่าบาทได้ออกคำสั่งให้นำตราประทับหงส์ที่อยู่ในมือของลี่เฟยกลับคืน ดังนั้นกระหม่อมจึงมาที่นี่เพื่อทำตามรับสั่งของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”

“เอ๋?” มู่ไป๋ไป่ทำตาโตด้วยความสนใจ ก่อนที่เธอจะหยิบเมล็ดแตงโมที่เตรียมไว้ออกมายื่นกำเล็ก ๆ ให้กับชายสูงวัย

อันกงกงกล่าวขอบคุณเด็กหญิง และเขาก็ไม่ได้พิธีรีตองอะไรกับเธอมากนัก เขาย่อตัวลงนั่งกินเมล็ดแตงโมกับเธอในขณะที่ทอดถอนหายใจไปด้วย “พอพูดถึงเรื่องนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในตำหนักชิงเหอเมื่อวานนี้ช่างน่าอับอายจริง ๆ กระหม่อมไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดฝ่าบาทถึงทรงกริ้วเช่นนั้น”

“จริงหรือ?” มู่ไป๋ไป่ตอบรับแล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง “ข้าคิดว่า เมื่อวานนี้ท่านพ่อพยายามรักษาหน้าตาของลี่เฟย”

ส่วนเรื่องที่นางกำนัลในตำหนักแกล้งปลอมตัวเป็นลี่เฟยเมื่อวานนี้ เธอต้องขุดให้ลึกลงไปกว่านี้จริง ๆ มิฉะนั้นลี่เฟยก็จะหนีรอดไปได้

หลังจากนี้เธอต้องกลับไปยังตำหนักอิ๋งชุนเพื่อวางแผนเกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจเป็นเพราะมู่เทียนฉงไม่ได้คิดเอาความเรื่องดังกล่าวต่อ ดังนั้นเธอจึงจำเป็นต้องทำตามปรารถนาของลี่เฟยและเชื่อว่านางกำนัลในตำหนักจะคิดเรื่องนี้ให้ดีอีกครั้ง

“องค์หญิงหกยังคงมีเหตุผลเช่นเคย” อันกงกงหัวเราะ “ถ้าลี่เฟยมีความคิดได้เท่ากับองค์หญิงหก นางคงไม่ได้ต้องมาเจออะไรเหมือนอย่างทุกวันนี้”

“กระหม่อมได้ยินมาว่าเมื่อคืนลี่เฟยได้โบยทุกคนในตำหนักชิงเหออีก 30 ไม้”

“โบยอีก 30 ครั้งหรือ?” มู่ไป๋ไป่แทบกัดลิ้นตัวเอง “อย่างนั้นไม่ทำให้มีคนตายเลยหรืออย่างไร?”

“นั่นไม่เกินจริงพ่ะย่ะค่ะ” อันกงกงถอนหายใจเฮือกใหญ่ “กระหม่อมได้ยินมาว่ามีขันทีเบื้องล่างหลายคนเสียชีวิตแล้ว ตอนนี้อีก 2-3 คนอยู่ในสภาพกึ่งเป็นกึ่งตาย”

คนตัวเล็กได้ยินเช่นนั้นก็ลอบถอนหายใจ

ลี่เฟยคนนี้ช่างโหดร้ายและไร้ความปรานียิ่งนัก

“ไม่เพียงเท่านั้น ลี่เฟยยังแทงองครักษ์ของตำหนักชิงเหอจนเสียชีวิตอีกด้วยพ่ะย่ะค่ะ” อันกงกงแทะเมล็ดแตงโมในมือของเขาจนหมดแล้ว และเขาก็ยังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ “บาปกรรมแท้ ๆ”

“องครักษ์หรือ?” มู่ไป๋ไป่เป็นคนฉลาดมาก หลังจากคิดเพียงครู่เดียว เธอก็เดาได้ว่าองครักษ์คนนั้นน่าจะเป็นคนที่มีความสัมพันธ์กับลี่เฟย

“องค์หญิงหก ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ถึงเวลาที่กระหม่อมต้องไปรายงานฝ่าบาทแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ชายสูงวัยปัดมือของตัวเองแล้วพูดกับเด็กหญิงด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ได้ ๆๆ อันกงกงรีบไปเถอะ อย่ามัวแต่ชักช้าเลย” เมื่อมู่ไป๋ไป่ได้ฟังในสิ่งที่ต้องการแล้ว เธอก็ไม่ขวางคนอื่นที่มีธุระต้องไปทำอีก และปล่อยให้เขาได้ออกเดินทางไปต่อ

ก่อนที่อันกงกงจะจากไป เธอก็ได้นำลูกกวาดจำนวนหนึ่งใส่มือของอีกฝ่าย

ชายสูงวัยรู้สึกมีความสุขมากที่ได้รับขนมเป็นรางวัล เขาขอบคุณคนตัวเล็กอย่างมีความสุข จากนั้นจึงพาเหล่าขันทีกลุ่มหนึ่งมุ่งตรงไปที่ตำหนักฮ่องเต้

“ฮ่า ๆๆ! ข้ากลั้นขำแทบตาย” ทันทีที่อันกงกงจากไป มู่ไป๋ไป่ก็เริ่มปล่อยตัวตามสบาย เธอล้มลงไปกลิ้งอยู่บนพื้นพลางกุมท้องหัวเราะไม่หยุด “ตอนนี้ลี่เฟยสูญเสียทั้งคนรักและรี้พลไป แล้วยังต้องมาเสียตราประทับหงส์ไปอีก มันไม่ต่างจากการฆ่านางเลยสักนิด”

“องค์หญิงหก พระองค์รีบลุกขึ้นก่อนเพคะ เสื้อผ้าเปื้อนหมดแล้ว” หลัวเซียวเซียวรีบดึงอีกคนขึ้นมาในขณะที่กล่าวว่า “เรารีบกลับกันเถิดเพคะ หว่านผินคงเป็นห่วงพระองค์แล้ว”

--------------------------------------------------

ตอนนี้ E-Book ไป๋ไป่เล่มแรกมาแล้วนะทุกคน ที่สำคัญคืออ่านฟรี! นักอ่านท่านไหนสนใจ สามารถดาวน์โหลดไปอ่านกันฟรี ๆ ได้ที่ลิงก์ด้านล่างเลยจ้า

MEB: https://shorturl.asia/pQ8Ud

จบบทที่ บทที่ 68: เสียทั้งคนรักและรี้พล

คัดลอกลิงก์แล้ว