เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 63: จับชู้

บทที่ 63: จับชู้

บทที่ 63: จับชู้


“ข้าไม่ได้โง่ขนาดนั้น” มู่ไป๋ไป่ฮัมเพลงอย่างมีความสุข “แค่มีปิ่นปักผมอย่างเดียวไม่พอ ดังคำกล่าวที่ว่า จับโจรจับของกลาง จับชู้จับทั้งคู่* ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา”

*เป็นสำนวนเปรียบเทียบ กล่าวถึงการจัดการเรื่องราวถูกผิด ต้องดูตามข้อเท็จจริง

ขณะที่พูดมู่ไป๋ไป่ก็เดินมาถึงตำหนักตงกง

ในความเป็นจริงเธอมุ่งหน้ามาหามู่จวินฝานเพื่อหาคนคอยปกป้องหลัวเซียวเซียว

“เจ้าต้องการยืมองครักษ์เงาของข้าอย่างนั้นหรือ?” เด็กหนุ่มได้ยินคำขอของน้องสาวจึงวางม้วนตำราในมือลง

ช่วงนี้มู่จวินฝานเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ในเวลาเพียง 1 เดือนเขาก็สูงขึ้นและหน้าตาของเขาก็เริ่มแตกหนุ่ม

ปัจจุบันเขาดูหล่อมากขึ้นเรื่อย ๆ และมู่ไป๋ไป่ก็ต้องตกตะลึงอยู่พักใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจพลางบ่นกับตัวเองว่าทำไมพี่ชายของเธอถึงหล่อมากขนาดนี้

“อั๊ยยะ!” เจ้าตัวเล็กปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้โดยไม่สนมารยาทผู้ดี แล้วเบียดตัวเข้าหาองค์รัชทายาท

จากนั้นเธอก็ยื่นมือเล็ก ๆ ออกไปคว้าขนมมา 2 ชิ้น โดยที่ชิ้นหนึ่งเอาเข้าปากตัวเอง ส่วนอีกชิ้นป้อนให้กับเจ้าส้ม

“ทำไมล่ะ?” มู่จวินฝานรู้สึกมีความสุขที่เห็นน้องสาวกินขนมอย่างเอร็ดอร่อย แล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะหยิบขนมมากินชิ้นหนึ่งเช่นกัน

ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นเช่นนี้เสมอ ตราบใดที่เขาอยู่กับมู่ไป๋ไป่ สิ่งที่เขามักจะรู้สึกว่าน่าเบื่อกลับกลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจขึ้นมา

“ก็… ช่วงนี้ไป๋ไป่ฝันร้าย” เด็กน้อยกะพริบตาปริบ ๆ ดูไร้เดียงสาและเริ่มแต่งเรื่องแปลก ๆ ขึ้นมา “ในทุก ๆ วันไป๋ไป่จะต้องสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย และมักจะรู้สึกเสมอว่ามีคนพยายามทำร้ายไป๋ไป่”

“หึ ช่างน่าขันยิ่งนัก” เจ้าส้มที่อยู่บนตักของมู่ไป๋ไป่เงยหน้าที่เต็มไปด้วยเศษขนมเล็ก ๆ ขึ้นแล้วบ่นว่า “ตอนที่ข้าสะดุ้งตื่นกลางดึก ข้าเห็นว่าเจ้านอนหลับลึกกว่าใคร ๆ แม้แต่เสียงร้องของข้ายังไม่สามารถปลุกเจ้าได้เลยด้วยซ้ำ”

เด็กหญิงรีบยัดขนมอีกชิ้นเข้าไปในปากแมวอ้วนด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก และคราวนี้มันก็สามารถปิดปากของอีกฝ่ายได้พอดิบพอดี

“ฝันร้ายอย่างนั้นหรือ?” มู่จวินฝานมีสีหน้าเคร่งขรึมเมื่อได้ยินเช่นนี้ “เจ้าได้ให้หมอหลวงมาตรวจหรือยัง?”

“แต่ไป๋ไป่ไม่อยากกินยา” ทันทีที่มู่ไป๋ไป่ได้ยินคำว่า ‘ยา’ ใบหน้าเล็ก ๆ ก็ย่นเข้าหากัน “ท่านพี่รัชทายาท ได้โปรดให้ไป๋ไป่ยืมองครักษ์เงาของท่านเถอะ หากมีพวกเขาคอยปกป้อง ไป๋ไป่จะได้นอนหลับอย่างสงบสุข”

ก่อนหน้านี้เธอได้เห็นฝีมือองครักษ์เงาของพี่ชายกับตาตัวเองในตอนที่เธอออกจากวังหลวง หากมีองครักษ์เงาอยู่เคียงข้างหลัวเซียวเซียว เวลาที่เกิดอะไรขึ้น พวกเขาจะต้องสังเกตเห็นอย่างแน่นอน

มู่ไป๋ไป่รู้สึกว่าวิธีการของเธอช่างดีงามยิ่งนัก

มู่จวินฝานคาดเดาว่าน้องสาวคงจะรู้สึกหวาดกลัวเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหลัวเซียวเซียว เขาจึงได้เรียกเจี่ยอีมาและสั่งให้เขาพาคนครึ่งหนึ่งไปคอยปกป้ององค์หญิงหก

มู่ไป๋ไป่รู้สึกดีใจที่เรื่องนี้จบลงอย่างง่ายดาย และเธอก็ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับผู้เป็นพี่ชายก่อนจะกลับไปยังตำหนักอิ๋งชุน

“เจ้าส้ม…” หลังจากเด็กหญิงกลับมาถึงห้อง เธอก็กอดแมวตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์แล้วยิ้มให้มันอย่างมีความนัย “เจ้าช่วยข้าอีกอย่างได้หรือไม่?”

“มนุษย์ช่างโลภยิ่งนัก! ข้าทำอะไรไปตั้งหลายอย่างเพื่อเจ้า” แมวส้มเอ่ยปากบ่น ก่อนที่จะพบมู่ไป๋ไป่ เดิมทีมันเป็นแมวทรงเลี้ยงที่อยู่อย่างไร้กังวล วัน ๆ มันมีแต่เรื่องกินกับนอนเท่านั้น

แต่ตอนนี้…

มันเกือบจะกลายเป็นผู้ติดตามของเด็กคนนี้ไปแล้ว การที่ถูกนางใช้งานอยู่ทุกวันมันเป็นอันตรายต่อความสง่างามในฐานะแมวทรงเลี้ยงมาก

“ใช่ ๆ เจ้าส้มของเรามีความสามารถที่สุด และคนที่มีความสามารถเช่นนี้ก็ควรมีโอกาสได้แสดงฝีมือของตัวเอง” มู่ไป๋ไป่ลูบขนของมันพร้อมกับพูดปลอบ “และเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับเจ้าเช่นกัน”

“เจ้าไม่ได้ขอให้ข้าช่วยล้างแค้นลี่เฟยหรอกหรือ? ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว!”

ระหว่างทางกลับเมื่อครู่นี้ เธอคิดวางแผนอยู่ในใจ คราวนี้เธอกับลี่เฟยได้เกิดความบาดหมางครั้งใหญ่ และอีกฝ่ายคงจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อแก้แค้นเธออย่างแน่นอน

แทนที่จะเอาเวลามานั่งรอความตาย เธอเป็นฝ่ายเริ่มก่อนไม่ดีกว่าหรือ?

ถึงเวลาจัดการกับผู้หญิงสารเลวที่มีชู้ลับหลังพ่อเธอแล้ว!

“หืม?” เจ้าส้มหูกระดิกทันที ก่อนจะแค่นเสียงเยาะเย้ยในลำคอ “เจ้าคิดจะทำอะไร?”

“อิอิ ง่ายมาก ก็แค่จับชู้ ดูเหมือนว่าอวี้เซิ่งจะไม่ยอมลงมือ นี่ก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว เขายังไม่ได้นำเรื่องที่ลี่เฟยแอบมีชู้รายงานแก่ท่านพ่อของข้าเลย ถ้าอย่างนั้นข้าก็คงต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง”

มู่ไป๋ไป่ยิ้มเจ้าเล่ห์และกระซิบกับแมวตัวโตว่า “ในช่วงนี้ เจ้าช่วยข้าจับตาดูลี่เฟยเอาไว้หน่อย”

“ถ้าเจ้าเห็นนางถอดเสื้อและทะเลาะกับใครอีกให้รีบมาบอกข้าทันที”

“แล้วข้าจะไปบอกท่านพ่อ!”

หลังจากเจ้าส้มได้ยินแผนการของคนตัวเล็ก มันก็พยักหน้าแล้วตอบว่า “เรื่องนี้ง่ายมาก”

จากนั้นมันก็กระโดดออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปยังตำหนักชิงเหอ

มู่ไป๋ไป่เห็นดังนั้นก็ปัดมือด้วยความรู้สึกพึงพอใจ แม้ว่าเจ้าส้มจะค่อนข้างหยิ่งผยองไปบ้าง แต่มันก็ยังใช้การได้ในยามที่ต้องการ

ด้วยนิสัยของลี่เฟย เธอรู้สึกว่าเธอไม่จำเป็นจะต้องรอนานเกินไป

แน่นอนว่ายามบ่ายของอีก 3 วันต่อมา แมวสีส้มตัวอ้วนก็กระโดดลงมาจากท้องฟ้าลงมาหามู่ไป๋ไป่ที่กำลังกินเมล็ดแตงโมกับหลัวเซียวเซียว

“เร็ว ๆ เร็วเข้า!” เจ้าส้มตะโกนใส่คนตัวเล็กเสียงดัง “ลี่เฟยกับองครักษ์คนนั้นกลับมาพบกันอีกแล้ว พวกเขายังเนื้อตัวเปลือยเปล่าตอนที่ข้าออกมา มันถึงเวลาที่เจ้าจะต้องพามู่เทียนฉงไปที่นั่นพอดี”

“นี่เจ้าส้ม เบา ๆ หน่อยสิ อย่าข่วนเสื้อผ้าขององค์หญิงหก” หลัวเซียวเซียวไม่รู้ว่าเจ้าแมวตัวนี้พูดอะไร ดังนั้นพอนางเห็นมันปรากฏตัวขึ้นกะทันหันแล้วยังตะปบแขนเสื้อขององค์หญิงดึงไปมาไม่หยุด นางจึงรีบเข้าไปห้ามมันเอาไว้ “ชุดนี้เป็นชุดที่หว่านผินปักให้องค์หญิงหกเองเลยนะ”

“ไม่เป็นไร” มู่ไป๋ไป่โบกมือให้สหาย “เจ้าส้มกับข้าจะออกไปข้างนอกสักหน่อย ฝากเจ้าบอกท่านแม่ทีว่าไม่ต้องรอข้า เดี๋ยวข้ากลับมากินข้าวเย็นทีหลัง”

หลังจากพูดจบเธอก็มุ่งตรงไปที่ตำหนักของฮ่องเต้

เธอได้สอบถามมาแล้วว่าช่วงนี้หากไม่มีเหตุการณ์พิเศษอะไร ในเวลานี้มู่เทียนฉงจะจัดการราชกิจอยู่ในตำหนัก ดังนั้นถ้าเธอมาที่นี่จะต้องพบเขาอย่างแน่นอน

ครั้นมู่ไป๋ไป่วิ่งมาได้สักพัก เธอก็เริ่มหมดแรง เธอถอนหายใจกับตัวเองว่าเมื่อไหร่จะโตขึ้นสักที ก่อนจะเรียกองครักษ์เงาของมู่จวินฝานให้มาอุ้มเธอไป

ด้วยความช่วยเหลือจากองครักษ์เงา เด็กหญิงจึงร่อนลงด้านนอกตำหนักโดยใช้เวลาไม่ถึง 1 ถ้วยชา

ส่วนองครักษ์เงาก็ไม่ได้ถามเธอว่ามาทำอะไรที่นี่ เขาแค่วางเธอลงและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ขณะนี้มู่ไป๋ไป่ไม่มีเวลาให้คิดมาก ดังนั้นเธอจึงจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ ปรับลมหายใจให้ช้าลง จากนั้นจึงวิ่งเข้าไปหามู่เทียนฉง

พออันกงกงที่เฝ้าอยู่ด้านหน้าประตูเห็นว่าเธอวิ่งเข้ามา เขาก็ปล่อยให้เธอเข้าไปโดยไม่แม้แต่จะไปขออนุญาตฝ่าบาทด้วยซ้ำ

เพราะนี่คือคำสั่งของฮ่องเต้

“ท่านพ่อ! ไป๋ไป่มีเรื่องจะถามท่าน!” มู่ไป๋ไป่คารวะผู้เป็นพ่ออย่างนอบน้อม ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าแล้วยิ้มกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวเล็ก ๆ 2 ข้าง

มู่เทียนฉงเลิกคิ้วเป็นการถาม และใบหน้าที่เย็นชาของเขาก็อ่อนลงทันที

ขณะเดียวกันนั้น ในดวงตาของเขามีรอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏอยู่ “เราเองก็สงสัยอยู่ว่าเวลานี้ทำไมเจ้าไม่นอนกลางวัน แล้วยังมาที่ตำหนักเราอีก ที่แท้เจ้ามีบางอย่างอยากจะขอนี่เอง”

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มู่ไป๋ไป่บอกกับพ่อว่าจะคอยอยู่ดูแลหลัวเซียวเซียวที่กำลังพักฟื้น แต่ความเป็นจริง เธอเอาแต่กินนอนอยู่ในตำหนักอิ๋งชุนทุกวัน ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดมาก

เมื่อเด็กน้อยถูกมู่เทียนฉงเปิดโปง เธอก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วหัวเราะกลบเกลื่อน “ไป๋ไป่เคยเล่าให้ท่านฟังแล้วใช่หรือไม่ว่าไป๋ไป่นอนไม่หลับ? ครั้งที่แล้วเป็นเพราะเรื่องของไป๋ไป่จึงทำให้งานฉลองวันเกิดของลี่เฟยต้องวุ่นวาย ไป๋ไป่รู้สึกไม่สบายใจ ไป๋ไป่จึงอยากจะไปขอโทษลี่เฟยด้วยตัวเองมาตลอด”

“หืม?” ฮ่องเต้หนุ่มวางพู่กันในมือลงแล้วถามว่า “ทำไมไป๋ไป่ถึงคิดเช่นนั้น?”

จบบทที่ บทที่ 63: จับชู้

คัดลอกลิงก์แล้ว