เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37: บีบแก้ม

บทที่ 37: บีบแก้ม

บทที่ 37: บีบแก้ม


“เข้ามา สั่งสอนหว่านผินเกี่ยวกับกฎของวังหลังหน่อย”

เฟิงหลิงส่งสัญญาณให้นางกำนัล 2 คนที่อยู่ข้างหลังพร้อมกับเอ่ยปากสั่ง

นี่เป็นวิธีการทั่วไปที่พวกนางใช้เพื่อจัดการกับพระสนมในวังหลัง โดยใช้ข้ออ้าง ‘การสั่งสอนกฎเกณฑ์’ เพื่อทำให้พวกนางได้รับโทษเป็นการทำร้ายร่างกาย

พระสนมในวังต่างก็กลัวลี่เฟยกัน ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าออกมาเรียกร้องอะไรหลังจากที่ถูกกระทำ

มันจึงเป็นเรื่องปกติที่นางกำนัลของตำหนักอิ๋งชุนจะเคยได้ยินเกี่ยวกับวิธีการจัดการพระสนมคนอื่นของตำหนักชิงเหอ ดังนั้นนางกำนัลข้างกายหว่านผินจึงหน้าถอดสีทันที และพวกนางก็รีบไปรวมตัวกันอยู่รอบ ๆ ซูหว่านเพื่อปกป้องนางเอาไว้

อย่างไรก็ตาม น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ คราวนี้ลี่เฟยพาคนติดตามมามากมาย ดังนั้นเหล่านางกำนัลจึงถูกคนดึงออกไปทั้งหมดในไม่กี่อึดใจ และทุกคนก็ถูกควบคุมตัวไว้ด้านข้างโดยไม่สามารถขยับไปไหนได้อีก

“ลี่เฟย หม่อมฉันอยากจะถามว่าหม่อมฉันผิดกฎข้อไหนกัน?”

ซูหว่านพูดขึ้นมาเบา ๆ หากเป็นปกติน้ำเสียงที่นางใช้นั้นมันทำให้ผู้คนที่ได้ฟังรู้สึกผ่อนคลาย เมื่อลี่เฟยได้เห็นท่าทางของอีกฝ่ายเช่นนี้ นางกลับคิดว่าคนตรงหน้ารังแกได้ง่าย

แต่ใครจะไปคาดคิดว่าหว่านผินจะกล้าต่อต้าน

“เจ้ากำลังตั้งคำถามกับข้าอย่างนั้นหรือ!?” ลี่เฟยตะคอกเสียงดัง

“ข้าได้รับคำสั่งจากฝ่าบาทให้คอยดูแลวังหลังทั้งหมด หว่านผิน การที่เจ้ากล้าตั้งคำถามกับข้า มันก็เหมือนกับเจ้าหมิ่นเกียรติของฝ่าบาท”

ซูหว่านเม้มริมฝีปากแน่นเพราะลี่เฟยหยิบยกฝ่าบาทขึ้นมาอ้าง

มันจึงเป็นเรื่องปกติที่นางจะไม่มีข้อโต้แย้ง และทำได้เพียงปล่อยให้นางกำนัลผลักนางลงกับพื้นอย่างอัปยศอดสู

ผ้าเช็ดหน้าผืนสวยที่อยู่ในมือของหญิงสาวหล่นลงกับพื้น ก่อนที่มือของนางจะถูกนางกำนัลจับเอาไว้แน่น

ทันใดนั้นร่องรอยของความโกรธก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เคยเยือกเย็นของซูหว่าน ในขณะที่นางตวัดตามองนางกำนัลที่จับตัวนางเอาไว้

“หยุดนะ ใครกล้าแตะต้องแม่ของข้า!”

เสียงเล็กแหลมของเด็กดังมาจากประตูตำหนัก

แล้วทุกคนก็หันไปมองตามต้นเสียง ก่อนจะเห็นเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลากำลังสาวเท้าเข้ามาโดยมีเด็กหน้าตาน่ารักอยู่ในอ้อมแขน

อีกทั้งข้างหลังของพวกเขามีองครักษ์จำนวนมากและเด็กหญิงผิวสีซีดคนหนึ่งเดินตามมา

“องค์หญิงหกมาแล้ว!”

“องค์หญิงหกรีบช่วยหว่านผินเร็วเข้าเพคะ”

“องค์หญิงหกช่วยด้วย!”

เหล่านางกำนัลในตำหนักที่ถูกจับตัวเอาไว้ก็เริ่มพากันตื่นเต้นและมองมู่ไป๋ไป่ทั้งน้ำตา

องค์หญิงหกของพวกนางอยู่ที่นี่ พวกนางมีทางรอดแล้ว!

มู่ไป๋ไป่ใช้หางตาเหลือบมองสถานการณ์โดยรอบ ก่อนจะตบไหล่มู่จวินฝานเบา ๆ เป็นสัญญาณให้เขาวางเธอลง

เมื่อ 1 เค่อที่แล้ว เธอกำลังงีบหลับอยู่ในศาลาหมิงหลี่ จู่ ๆ หลัวเซียวเซียวก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาบอกเธอว่าลี่เฟยไปหาเรื่องหว่านผินที่ตำหนักอิ๋งชุน

เธอจึงขออนุญาตอาจารย์เสิ่นกลับตำหนักทันที

ส่วนมู่จวินฝานที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดก็เป็นกังวลว่าเด็กหญิงจะไม่สามารถจัดการเรื่องทั้งหมดได้เพียงลำพัง เขาจึงติดตามนางมาด้วย

“นี่คือองค์หญิงหกที่เขาร่ำลือกันอย่างนั้นหรือ? ได้ยินชื่อเสียงมานาน วันนี้ได้พบกันสักที” ลี่เฟยหัวเราะเยาะเย้ย

จากนั้นนางก็มองมู่จวินฝานด้วยหางตา ส่งผลให้สีหน้าของนางเข้มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ริมฝีปากสีแดงสดยังคงขยับไม่หยุด

“เอ๋ องค์รัชทายาทก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ”

น้ำเสียงที่ลี่เฟยใช้นั้นเหมือนกับนายน้อยแห่งตระกูลหลัวในยามที่พูดกับรัชทายาททุกประการ 2 คนนี้เหมือนเป็นแม่ลูกที่ถูกถอดออกมาจากพิมพ์เดียวกันไม่มีผิด

มู่ไป๋ไป่คิดกับตัวเองว่า ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทำไมไอ้เด็กเหลือขอนั่นถึงไม่เคารพพี่ชายของเธอ นี่ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นชัด ๆ

“ลี่เฟย ท่านมีเหตุผลอันใดถึงพาผู้คนมากมายมาที่ตำหนักอิ๋งชุน?” มู่จวินฝานวางมู่ไป๋ไป่ลงบนพื้น แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือของนาง

เขามองไปที่หญิงสาวด้วยสายตาเย็นชา พร้อมกับทำเสียงเย็น

นี่เป็นครั้งแรกที่มู่ไป๋ไป่เห็นท่านพี่รัชทายาทโกรธขนาดนี้ และเธอก็อยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

แม้ว่าคิ้วของเด็กหนุ่มจะขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แต่ใบหน้าหล่อเหล่านั้นกลับดูดุดันขึ้นชวนให้ผู้คนหลงใหลยิ่งนัก

ด้วยโครงหน้าที่เกลี้ยงเกลา คิ้วรูปกระบี่ ดวงตาสีเข้มที่ดูล้ำลึก ริมฝีปากสีอิงเถา* และจมูกได้รูป ชายคนนี้มีใบหน้าที่ทำให้ผู้คนหลงรักและอยากจะเข้าใกล้เขามากยิ่งขึ้น แต่เนื่องจากท่วงท่าที่สง่างามประกอบกับรัศมีที่น่าเกรงขามของเขา ทำให้ผู้คนไม่กล้ามองเขาตรง ๆ

*อิงเถา (樱桃) หรือ เชอร์รี่

เขาหล่อมาก แต่มู่ไป๋ไป่ก็คิดว่าเขาคือพี่ชายของเธอจริง ๆ

ต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก ลี่เฟยไม่กล้าคิดทำอะไรเกินเลยแม้ว่านางจะแสดงท่าทีดูหมิ่นองค์รัชทายาทก็ตาม แต่พออีกฝ่ายเอ่ยปากถามตน นางย่อมต้องตอบคำถาม

“ข้าได้ยินมาว่าในวันนี้ระหว่างองค์หญิงหกกับหลานชายของข้ามีความขัดแย้งกันที่ริมทะเลสาบไป่ฮวา”

“จากเหตุการณ์นี้หลานชายของข้าถูกโบยถึง 20 ครั้ง”

“ดังนั้นข้าจึงมาที่ตำหนักอิ๋งชุนเพื่อสอบถามหว่านผิน หลานชายที่น่ารักของข้าจะไปเสียมารยาทกับองค์หญิงหกได้อย่างไร ทำไมเขาจึงต้องถูกลงโทษรุนแรงถึงเพียงนั้น?”

“ตอนนั้นท่านแม่ไม่ได้อยู่ด้วยสักหน่อย ลี่เฟยมาถามแม่ของข้า แล้วท่านจะรู้เรื่องได้อย่างไร?” มู่ไป๋ไป่พูดสวนขึ้นมาขณะมองหน้าอีกฝ่าย

ตอนนี้แม่ของเธอถูกบังคับให้คุกเข่าอยู่บนพื้นแล้ว แล้วทำไมเธอจะต้องพูดดีกับลี่เฟยด้วยล่ะ?

ในเมื่ออีกฝ่ายกระทำการหยาบคายเช่นนี้ ดูเหมือนว่านิสัยของลี่เฟยจะไม่ได้ดีนัก เช่นเดียวกับหลานชายของนางที่ทั้งสารเลวและโง่เขลา

หญิงสาวเหมือนถูกเปิดเผยความจริงต่อหน้า ใบหน้าของนางจึงแข็งทื่อไปครู่หนึ่ง

นางจ้องมู่ไป๋ไป่เขม็งและพูดเสียงลอดไรฟัน “ข้าอยากจะขอบคุณองค์หญิงหกจริง ๆ ที่พูดเตือนข้า”

“ไม่เป็นไร” เด็กหญิงโบกมือเบา ๆ แบบไม่ใส่ใจ “ในเมื่อมันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน เช่นนั้นลี่เฟยโปรดสั่งคนของท่านปล่อยตัวแม่ข้าด้วย”

“หากท่านอยากรู้ว่าที่ริมทะเลสาบไป่ฮวาเกิดอะไรขึ้นบ้าง ท่านสามารถถาม—”

“ท่านสามารถถามเราแทนได้” มู่จวินฝานเอ่ยตัดคำพูดของมู่ไป๋ไป่ขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“เราเป็นคนออกคำสั่งให้โบยเด็กพวกนั้น ผู้กระทำผิดย่อมสมควรได้รับโทษ หากลี่เฟยไม่พอใจตรงไหนก็มาสอบถามเราได้”

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นพี่ชายด้วยความประหลาดใจ

เมื่อเด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงสายตาของคนตัวเล็ก เขาก็ก้มลงลูบหัวของอีกคนเบา ๆ พร้อมกับพูดปลอบว่า “อย่ากลัวไปเลย พี่จะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ”

“ฮ่า ๆๆ! องค์รัชทายาทกับองค์หญิงหกช่างเป็นพี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียวกันยิ่งนัก” ลี่เฟยเห็นแล้วแทบจะเก็บกักความโกรธเอาไว้ไม่ไหว

มู่เทียนฉงก็เป็นเช่นนี้ และมู่จวินฝานก็เช่นกัน

เด็กหนุ่มแสร้งทำเป็นไม่รับรู้คำพูดเสียดสีของอีกฝ่าย เขาจึงพยักหน้ารับอย่างภาคภูมิใจ “แน่นอนอยู่แล้ว”

“ถ้าอย่างนั้น พระองค์ก็ควรระวังตัวเองให้ดี อย่าให้ข้าจับจุดอ่อนของพระองค์ได้แม้สักวัน!” หญิงสาวเหยียดยิ้มน่ากลัว พร้อมกับดวงตาที่เขม็งมองคล้ายจะกินเลือดกินเนื้อ

มู่ไป๋ไป่ย่นคอโดยไม่รู้ตัว

ดวงตาของนางน่ากลัวชะมัด

ต่อมา ลี่เฟยหรี่ตาลงและสั่งให้คนของตัวเองปล่อยซูหว่านอย่างไม่เต็มใจ

“ในเมื่อหลานชายของข้าถูกองค์รัชทายาทลงโทษ เช่นนั้นข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก”

“หลังจากที่ข้ากลับไป ข้าจะสั่งสอนหลานชายของตัวเองให้ดี ไม่ให้เขาทำให้พระองค์ต้องขุ่นเคืองอีก!”

หญิงสาวพูดกระแทกแดกดันขึ้นมาด้วยท่าทางที่อยากจะฉีกทึ้งเด็กทั้ง 2 ออกเป็นชิ้น ๆ

จากนั้นนางก็เดินนำทุกคนออกไป ก่อนจะหยุดลงอย่างกะทันหันในตอนที่กำลังจะเดินผ่านมู่ไป๋ไป่

นางโน้มตัวลงมายิ้มให้เด็กหญิงแล้วกล่าวว่า “องค์หญิงหกช่างน่ารักน่าเอ็นดู พอเห็นองค์หญิงแล้วข้าเองก็อยากมีลูกสาวเช่นนี้”

หลังจากพูดจบหญิงสาวก็เอื้อมมือไปบีบแก้มคนตัวเล็กเต็มแรง ก่อนจะแค่นเสียงเย็นชาในลำคอ และเดินกระทืบเท้าออกไป

ขณะนี้ใบหน้าเล็ก ๆ ของมู่ไป๋ไป่นั้นบอบบางมากจนไม่สามารถทนรับสิ่งที่อีกฝ่ายทำได้

ทันใดนั้นก็เกิดรอยสีแดงขึ้นที่แก้มขาวนวลของเด็กน้อย ซึ่งมันทำให้เธอน้ำตาไหลซึมออกมาที่หางตา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนไม่มีใครทันได้ตอบสนอง มู่จวินฝานที่อยู่ใกล้ที่สุดเห็นรอยแดงบนแก้มของมู่ไป๋ไป่ก็ดวงตามืดลงทันที

“อูยยย เจ็บ…” เด็กหญิงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ขณะที่เธอกำลังจะยกมือลูบหน้าตัวเองเพื่อบรรเทาความเจ็บ มือเล็ก ๆ ของเธอก็ถูกฝ่ามือใหญ่จับเอาไว้

“อย่าขยับ” เด็กหนุ่มอุ้มน้องสาวขึ้นมาแล้วเดินไปนั่งบนโต๊ะหินด้วยสีหน้าจริงจัง

แล้วเขาก็จับคางของมู่ไป๋ไป่เบา ๆ เพื่อตรวจดูรอยบวมแดงบนใบหน้า

คนตัวเล็กรู้สึกอบอุ่นในใจเพราะท่าทางของผู้เป็นพี่ชายนั้นทำเหมือนกับว่าเขากำลังโมโหมาก เธอจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วพูดว่า “ท่านพี่รัชทายาท ไป๋ไป่ไม่เป็นอะไร มันไม่เจ็บขนาดนั้น”

“ไม่เป็นอะไรได้อย่างไร แก้มของเจ้าบวมหมดแล้ว” มู่จวินฝานขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปสั่งองครักษ์ “เจ้าไปเอายารักษาอาการบาดเจ็บภายนอกที่ตำหนักของข้ามา”

“แล้วก็สั่งให้ใครสักคนไปที่ตำหนักชิงเหออีกครั้ง…”

ระหว่างนั้นมู่ไป๋ไป่แอบเงี่ยหูฟัง พลางคิดว่าทำไมพี่ชายเธอถึงต้องส่งคนไปที่ตำหนักชิงเหอ

“แล้วลงโทษหลานชายของลี่เฟยด้วยการตีเข้าที่ใบหน้าด้านขวาของเขา”

สิ่งที่ลี่เฟยเพิ่งทำก็คือการบีบแก้มขวาของมู่ไป๋ไป่

ในขณะนี้มู่จวินฝานไม่เกรงกลัวลี่เฟยเลย หากนางกล้ามาหาเรื่องคนของตำหนักอวี๋ชิง ครั้งต่อไปเขาก็จะทำแบบเดิม!

หากเขาไม่แสดงท่าทีตอบโต้กลับบ้าง เขาอาจจะทำให้มู่ไป๋ไป่ต้องขายหน้า และอีกฝ่ายก็จะกล้ามารังแกกันได้ง่าย ๆ

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: วังหลวงเริ่มเดือดแล้ววว บังอาจมาบีบแก้มน้อง อย่างนี้ต้องเอาคืน!

จบบทที่ บทที่ 37: บีบแก้ม

คัดลอกลิงก์แล้ว