เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23: นอนกับท่านพ่อ

บทที่ 23: นอนกับท่านพ่อ

บทที่ 23: นอนกับท่านพ่อ


มู่ไป๋ไป่ลืมตาขึ้นมองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบ ก่อนจะกะพริบตาปริบ ๆ

จากนั้นเธอก็เบะปากเตรียมจะร้องไห้อีกครั้ง

คนเป็นพ่อที่เห็นท่าทางนั้นก็ตกใจจึงรีบกอดลูกสาวเอาไว้ เขาคอยลูบหลังและกระซิบบอกนางว่า “ไม่ต้องร้อง ไม่ต้องร้องแล้ว พ่ออยู่นี่…”

มู่ไป๋ไป่คว้าแขนเสื้อของคนใกล้ตัว ดวงตาของเธอเปียกชุ่ม แล้วหยดน้ำตาเม็ดโตก็กำลังเอ่อคลอเตรียมจะไหลออกมาในอึดใจถัดไป

แต่คนตัวเล็กก็ยังพยายามกลั้นมันเอาไว้ ปากของเธอเบะคว่ำลงจนแก้มป่อง ดวงตาแดงก่ำ ซึ่งทำให้เธอยิ่งดูน่าสงสารมากขึ้น

“ท่านพ่อโกหก ฮือ ๆๆๆ พอไป๋ไป่หลับ ท่านพ่อก็จะหายไปอีก…”

“พ่อไม่ไปไหน พ่ออยู่นี่”

ฮ่องเต้หนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ทำไมการกล่อมเจ้าตัวเล็กหลับถึงได้เป็นเรื่องยากนัก?

ตามนิสัยในอดีตของเขา เขาคงจะโยนนางลงบนตั่งโดยไม่คิดอะไรให้มากความ

“ท่านพ่อ นอนกับไป๋ไป่นะ…”

มู่ไป๋ไป่เลียปากตัวเองและได้ลิ้มรสน้ำตาเค็ม ๆ ที่เปื้อนบนลิ้น

มู่เทียนฉงที่ได้ยินคำพูดนี้ก็ลังเลครู่หนึ่ง “หืม?”

ท่านพ่อ นอนกับไป๋ไป่อย่างนั้นหรือ?

ผู้เป็นพ่อดูเหมือนจะตกเข้าไปในมนต์เสน่ห์ของอีกฝ่าย และหลงอยู่ในวังวนนั้นจนไม่สามารถหลุดพ้นออกมาได้

เขาบีบจมูกของเจ้าตัวเล็กเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยว เพราะเขาไม่สามารถทำอะไรกับนางไปมากกว่านี้ได้จริง ๆ

ทางด้านอันกงกงรู้สึกตกใจมากจนไม่กล้าหายใจ ตั้งแต่ก่อนหน้านี้เขาก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองสองพ่อลูกอีกเลย เขาได้แต่คุกเข่าก้มหน้าอยู่บนพื้นนิ่ง

จากนั้นผู้เป็นนายเหนือหัวที่มีสีหน้าเคร่งขรึมก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เก็บฎีกาออกไปซะ เราจะเข้านอนพร้อมกับองค์หญิงหก”

อันกงกงสะดุ้งตกใจอยู่หลายครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่สามารถรักษาอาการของตัวเองได้อีกต่อไปและปล่อยให้ปากอ้าค้างอยู่เช่นนั้น

หลังจากตกตะลึงอยู่สักพักเขาก็รู้สึกตัวและรีบลุกขึ้นยืน เพราะกลัวว่าหากชักช้าไปมากกว่านี้อาจจะต้องเสียใจภายหลัง ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นเดินไปเก็บฎีกาทั้งหมดออกไป

ขณะเดียวกัน มู่เทียนฉงก็อุ้มร่างเล็กเดินไปห้องบรรทมแล้วค่อย ๆ วางนางลงบนเตียง

แล้วมู่ไป๋ไป่ก็ขยับตัวเข้าไปนอนด้านใน โดยเหลือที่ว่างกว้างพอให้อีกฝ่ายนอนลงได้

คนเป็นพ่อมองดูการกระทำของลูกสาวก่อนจะเอนตัวลงนอนข้าง ๆ อย่างเก้ ๆ กัง ๆ

ต่อมามู่ไป๋ไป่ก็กอดแขนเขาพลางสูดกลิ่นหอมเย็น ๆ อันเป็นเอกลักษณ์จากตัวพ่อขี้โมโหเข้าไปเฮือกใหญ่

“คงจะดีไม่น้อยหากไป๋ไป่ได้นอนกับท่านพ่อทุกวัน…”

คำพูดนี้ยิ่งทำให้มู่เทียนฉงนอนตัวแข็งทื่อ และใบหน้าของเขาก็เหมือนถูกแช่แข็ง

ทั้งที่ร่างกายของเขานั้นต่อต้านอย่างเต็มที่ แต่เหตุใดเขาถึงไม่กล้าปฏิเสธนางล่ะ?

ชายหนุ่มไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิด จากนั้นเขาก็พลิกตัวไปกอดลูกสาวเอาไว้

เนื่องจากอุณหภูมิร่างกายที่อยู่ภายใต้ผ้าฝ้ายตัวหนา จึงทำให้ความร้อนแผ่กระจายไปใต้ผ้าห่มอย่างรวดเร็ว และเขาก็พบว่าลูกสาวคนนี้เป็นดั่งดวงอาทิตย์ดวงเล็ก ๆ ที่คอยแผ่ความอบอุ่นแก่ผู้คนรอบข้าง

มันทั้งอบอุ่นและน่าหลงใหล

มู่เทียนฉงปัดผมที่บดบังใบหน้าเล็กไปทัดหลังหูแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็มานอนกับพ่อสิ”

ยามนี้ลมหายใจของมู่ไป๋ไป่ที่สม่ำเสมอได้กระทบที่หน้าอกของผู้เป็นพ่อ นั่นทำให้เขาประหลาดใจมากเมื่อรู้ว่านางหลับไปอีกแล้ว

เพียงแค่อึดใจเดียวหลังจากที่นางเอ่ยปากบอกว่าอยากนอนกับเขาทุกวัน หลังจากนั้นนางก็สามารถหลับลึกได้อีกครั้งก่อนที่จะได้ยินคำตอบของเขาอีกอย่างนั้นหรือ?

มู่เทียนฉงรู้สึกว่าตนกำลังถูกดูถูก

นอนกับผีน่ะสิ พรุ่งนี้ข้าไม่ให้เจ้านอนด้วยแล้ว!

แล้วชายหนุ่มก็ทำหน้าบึ้งตึงมองคนที่นอนหลับไปอย่างเกลียดชัง

แต่เมื่อมองท่าทีหลับสบายของเจ้าตัวเล็กแล้ว เขาก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ นางมีใบหน้าที่คล้ายกับเขามากเหมือนถูกหล่อหลอมออกมาจากในพิมพ์เดียวกัน ทันใดนั้นความรู้สึกทั้งหมดก็จางหายไป

หลังจากมองหน้าลูกสาวจนพอใจแล้ว เขาก็หลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า

วันต่อมา

มู่เทียนฉงนั่งอยู่ข้างเตียงมองดูมู่ไป๋ไป่ที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียง แล้วจู่ ๆ ความรู้สึกหมั่นไส้ก็บังเกิดขึ้นในใจของเขา

เสียงกรนของนางทำให้เขาต้องทรมานทั้งคืน แต่ทำไมนางถึงยังคงนอนหลับได้อย่างสงบสุขอยู่แบบนี้?

นางไม่กลัวถูกสวรรค์ลงโทษเลยหรืออย่างไร ถึงได้กล้าทรมานบิดาผู้ให้กำเนิดเช่นนี้

ขณะเดียวกัน อันกงกงได้ผลักเปิดประตูออกและเห็นฝ่าบาททรงแต่งพระองค์เสร็จแล้วและกำลังนั่งอยู่ที่ขอบพระแท่นบรรทม มันทำให้กะละมังน้ำที่เขาถืออยู่แทบจะหก

ตอนนี้เป็นเวลาต้นยามเหม่า*เท่านั้น เหตุใดฝ่าบาทถึงได้ตื่นบรรทมเช้านัก?

*ยามเหม่า คือช่วงเวลา 05.00-06.59 น.

แต่เมื่อเขาสังเกตเห็นถุงใต้ตาสีคล้ำของฝ่าบาท เขาก็เข้าใจได้ทันที

ทันใดนั้นเสียงกรนก็ดังเข้ามาในหูของเขา ซึ่งมันก็ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง

ข้าเกรงว่าฝ่าบาทคงจะถูกองค์หญิงหกทรมานมาทั้งคืน…

บัดนี้ดวงตาคมกริบของมู่เทียนฉงนั้นก็บ่งบอกว่าเขาแทบอยากจะบีบคอนางให้ตาย

“ปลุกนางขึ้นมา!”

ฮ่องเต้หนุ่มเอ่ยปากสั่งอันกงกงเสียงเย็น

เพียงแค่ได้ยินน้ำเสียงของอีกฝ่าย หัวใจของคนรับใช้ก็สั่นไหว

นี่ข้ามาผิดเวลาหรือนี่?

นางไม่ได้ทำอะไรรบกวนข้าเลย แต่ทำไมข้าต้องเป็นคนปลุกนางด้วยล่ะ?

เมื่อชายสูงวัยเดินไปที่ข้างพระแท่นบรรทม เขาก็เห็นภาพมู่ไป๋ไป่กำลังนอนหลับสนิท และนั่นทำให้เขาไม่กล้าปลุกนางเลย

แต่สายตาดุดันที่กำลังกดดันเขาอยู่นั้น เขาก็กลัวว่าหากตนยังลังเลอีก ฝ่าบาทคงจะบีบคอเขาตายแทน

ดังนั้นอันกงกงจึงกัดฟันก้าวเข้าไปภายใต้สายตาที่จ้องมองมาของนายเหนือหัว เขาค่อย ๆ ยื่นมือออกไปและเขย่าเด็กหญิง 2-3 ครั้ง

มู่ไป๋ไป่เคี้ยวปากตัวเองจ๊อบแจ๊บ แต่ก็ยังคงนอนนิ่งเหมือนเดิม

มู่เทียนฉงที่เห็นเช่นนั้นก็แอบสบถ “เจ้าออกแรงมากขึ้นหน่อยสิ วันนี้ยังไม่ได้กินข้าวหรืออย่างไร?”

ฮ่องเต้หนุ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาจึงเขย่าปลุกคนที่นอนหลับสบายเอง

แต่ดูเหมือนว่าเขาจะออกแรงเยอะเกินไปจนทำให้หน้าผากของมู่ไป๋ไป่เกือบจะกระแทกกับขอบเตียง ผู้เป็นพ่อที่เห็นดังนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

โชคดีที่ไม่โดน…

จากนั้นชายหนุ่มก็ขมวดคิ้วพลางยื่นมือไปบีบจมูกนางเบา ๆ

ดูซิว่าทำแบบนี้แล้วนางจะตื่นหรือไม่?

เขาไม่รู้เลยว่ามู่ไป๋ไป่จะสามารถกลั้นหายใจได้เก่งกาจจนเขาต้องบีบจมูกจนมือชา แต่นางก็ยังคงนอนนิ่งเหมือนเคย

พอเขาปล่อยมือ เด็กหญิงก็ลืมตาขึ้น

ในที่สุดก็ตื่นสักที

มู่เทียนฉงรีบผุดลุกขึ้นยืน พลางแสร้งทำเป็นว่าเขาไม่ได้เป็นคนทำ

อึดใจต่อมา ขาป้อมสั้นของมู่ไป๋ไป่ก็ถีบผ้าห่มออกเผยให้เห็นร่างที่เล็กกะทัดรัดของเจ้าตัวทั้งหมด

จากนั้นเธอก็ยกมือส่งนิ้วโป้งเข้าปากอย่างแม่นยำ

พอเธอดูดนิ้วตัวเองอยู่สักพักด้วยท่าทางที่คล้ายกับกำลังดูดนมแม่ เธอก็ยกยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจแล้วหลับต่ออย่างมีความสุข

“...” ภาพที่ปรากฏหน้าทำให้มู่เทียนฉงพูดไม่ออก

ช่างเถอะ นี่ข้าป่วยไปแล้วหรืออย่างไร ถึงมามัวแต่ทะเลาะกับเด็กอยู่ได้

“ไปท้องพระโรง”

ต่อมา ฮ่องเต้หนุ่มก็สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินไปยังกะละมังน้ำที่อันกงกงเตรียมไว้ให้เขาล้างหน้า

นิ้วเรียวจุ่มลงไปในน้ำ แล้วเขาก็หยิบผ้าขึ้นมาบิดน้ำออกจนหมาดแล้วเช็ดลงบนใบหน้าแบบลวก ๆ

ในเวลาเดียวกัน นางกำนัลหลายคนก็เดินเรียงแถวเข้ามาช่วยฮ่องเต้สวมชุดคลุมมังกร

เมื่อคาดเข็มขัดและสวมหมวกไว้บนศีรษะ บุรุษที่สง่างามผู้นี้ก็ดูเหมือนเฟิ่งหวงที่ฟื้นคืนชีพจากเถ้าถ่าน เขาเปลี่ยนกลายเป็นคนที่เย็นชาจนไม่มีใครอาจเข้าถึงได้ และบรรยากาศรอบตัวก็สามารถข่มผู้คนที่อยู่รอบกายได้จนสิ้น

“หลังจากที่องค์หญิงหกตื่นขึ้นมา ให้บอกนางว่าเราจะกลับมากินข้าวกับนางทีหลัง”

จากนั้นฮ่องเต้ก็ก้าวออกจากตำหนักเย่าเจิ้งอย่างสง่างามโดยไม่ลืมที่จะเอ่ยปากสั่งนางกำนัลที่อยู่ด้านข้าง

“เพคะฝ่าบาท” นางกำนัลทั้ง 2 คนตอบด้วยน้ำเสียงเคารพ

ส่วนอันกงกงรีบเดินตามไปด้านหลังฝ่าบาทติด ๆ ในขณะที่ปากของเขากระตุกเล็กน้อย

เมื่อครู่นี้เขาเห็นใครแทบจะบีบคอองค์หญิงหกกัน…

ด้านนอกประตูตำหนักไท่เหอ

ไม่กี่อึดใจต่อมาก็มีเสียงประกาศแหลมสูงที่ดังก้องไปทั่วว่า “ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ขุนนางทุกคนมาเข้าเฝ้าในท้องพระโรง”

ในไม่ช้าเหล่าขุนนางทั้งบู๊และบุ๋นต่างก็พากันเดินเรียงแถวเข้าไปในท้องพระโรงอย่างเป็นระเบียบ

เมื่อมู่เทียนฉงเดินไปถึงบัลลังก์สูงที่มองเห็นทุกคนที่อยู่เบื้องล่าง ขุนนางทั้งบู๊และบุ๋นในท้องพระโรงก็พากันคุกเข่าทำความเคารพ

“ถวายบังคมฝ่าบาท ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี”

“ลุกขึ้นเถิด”

และก่อนที่อัครมหาเสนาบดีจะทันได้พูดอะไร คนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สูงก็เป็นคนเอ่ยปากพูดก่อน

“เมื่อวานท่านอัครมหาเสนาบดีอยากจะพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องขององค์หญิงใหญ่?”

เจียงเช่อเป็นคนแรกที่ก้าวออกมา “ฝ่าบาท องค์หญิงใหญ่เป็นองค์หญิงผู้เที่ยงธรรมแห่งแคว้นเป่ยหลง พระนางเป็นผู้ที่มีสถานะสูงส่ง ได้โปรดนำตัวองค์หญิงใหญ่กลับเข้าวังทันทีเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”

ยามนี้ใบหน้าของมู่เทียนฉงยังคงเรียบนิ่งเช่นเคย

เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ ขุนนางระดับสูงหลายคนซึ่งเป็นคนสนิทของอัครมหาเสนาบดีก็ก้าวออกมาสนับสนุนเขาเช่นกัน

เจ้ากรมอาญากล่าวว่า “ฝ่าบาท คุกใต้ดินเป็นสถานที่เอาไว้กักขังนักโทษประหารชีวิต และนักโทษทุกคนที่อยู่ในคุกใต้ดินจะถูกตรวจสอบโดยศาลต้าหลี่อย่างละเอียด หากพบว่าคนผู้นั้นมีความผิดก็จะถูกตัดสินจำคุก แต่กระหม่อมไม่เข้าใจว่าองค์หญิงใหญ่ทำผิดอันใดถึงถูกจำคุกอยู่ในนั้นพ่ะย่ะค่ะ”

คำพูดดังกล่าวทำให้มุมปากของฮ่องเต้หนุ่มกดลงด้วยท่าทางประชดประชัน พร้อมกับที่ดวงตาสีเข้มเย็นชามากยิ่งขึ้น

จบบทที่ บทที่ 23: นอนกับท่านพ่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว