เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5: ถูกทำร้าย

บทที่ 5: ถูกทำร้าย

บทที่ 5: ถูกทำร้าย


ขณะที่มู่ไป๋ไป่กำลังจะลุกออกจากตัวของอีกฝ่าย จู่ ๆ ก็มีความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัวของเธอว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากตนปล่อยเขาไป ถ้าเขาหันกลับมาแว้งกัดเธออีกครั้ง เธอจะทำอย่างไร?

ด้วยความคิดนี้เด็กหญิงจึงหยิบเข็มเงินกรีดขาของขันที ทำให้เนื้อที่ต้นขาถูกเข็มกรีดเป็นแผล ทันใดนั้นก็มีเลือดสีสดไหลออกมาจากปากแผลที่ถูกกรีด

ขันทีแยกเขี้ยวพร้อมกับสูดปากเสียงดัง ในขณะที่เขารู้สึกเจ็บปวดบริเวณบาดแผลและเส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบ ๆ

ปีศาจ! นังเด็กนี่มันเป็นปีศาจ!

“วันนี้ข้าแค่กรีดขาเจ้า แต่ถ้าพรุ่งนี้เจ้ายังกล้ามาหาเรื่องข้าอีก ข้าจะฆ่าเจ้าให้ตาย ได้ยินหรือไม่!”

เสียงเล็กแหลมของเด็กน้อยฟังดูแปลกประหลาดในสภาพแวดล้อมที่ทรุดโทรมนี้ มันฟังดูไพเราะทว่าแฝงไปด้วยความเย็นชา แม้แต่อากาศก็ยังหยุดนิ่งไปเพราะตกตะลึงกับคำพูดของนาง

จากน้ำเสียงนั้นเห็นได้ชัดว่ามันออกมาจากปากของเด็กอายุ 4 ขวบ แต่คำพูดที่ไม่ต่างจากปีศาจชั่วร้ายเหล่านี้กลับขัดกับบุคลิกของผู้พูดมาก

แล้วขันทีก็ตอบด้วยเสียงตะกุกตะกัก

“ข้าน้อย… ข้าน้อย… เข้าใจแล้ว…”

มู่ไป๋ไป่ที่ได้ยินคำตอบรับของอีกฝ่ายก็ขยับตัวออกจากหลังคอของเขา ก่อนที่เธอจะมองดูเลือดที่ไหลออกมาจากขาของคนตัวโตกว่าตาไม่กะพริบ

ใครใช้ให้เขากล้ามารังแกคนที่ไม่สมควรรังแกกันล่ะ?

ยามนี้ขันทีทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับมีเม็ดเหงื่อปกคลุมอยู่บนหน้าผาก

ในเวลาเดียวกัน ท้องของมู่ไป๋ไป่ก็ร้องประท้วงไม่หยุด เธอจึงมองขันทีคนนั้นด้วยสายตาเย็นชาแล้วออกคำสั่งว่า “ข้าหิวแล้ว เจ้าไปเอาปลาและเนื้อชิ้นโต ๆ มาให้ข้าสัก 10 จานสิ”

ขันทีที่ได้ยินดังนั้นก็ตะโกนลั่น “พ่ะย่ะค่ะ!”

ในทุกย่างก้าวที่เขาเดิน กล้ามเนื้อด้านหลังขาของเขาคล้ายกับถูกกระชากออก ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดแสนสาหัสจนน้ำตาไหล

ทางด้านมู่ไป๋ไป่ปัดฝุ่นออกจากมือแล้วเดินเข้าไปในห้องของตัวเอง

ตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์ที่จะมาสนใจอะไรอีกแล้ว

เด็กหญิงเดินไปนั่งบนเก้าอี้เพื่อรอคอยปลาตัวใหญ่และเนื้อชิ้นโตอย่างหิวโหย

ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องแปลก ๆ ดังเข้ามาในหูของคนตัวเล็ก

“เมี้ยว!”

ดวงตาของมู่ไป๋ไป่กวาดมองเหมือนเครื่องตรวจจับ ในขณะที่เธอมองสำรวจไปรอบ ๆ ตัว

“เมี้ยว!” เสียงร้องดังขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้ร่างกายน้อย ๆ อดไม่ได้ที่จะสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

ห้องนี้ทรุดโทรมมาก อีกทั้งยังเป็นห้องที่มีเครื่องเรือนอยู่ไม่กี่ชิ้น ดังนั้นจึงไม่มีที่ให้หลบซ่อนเลย แล้วเป้าหมายสุดท้ายของสายตาเธอก็คือผ้าห่มผืนบางของตัวเอง

ต่อมา เด็กหญิงค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้ผ้าห่มที่อยู่ในลักษณะแปลกประหลาดทีละก้าว เธอกลั้นใจดึงมันออก และสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ก็ทำให้เธอต้องตกใจ

แมว?!

แถมมันยังเป็นแมวสีส้มตัวใหญ่อีกด้วย!

ชั่วอึดใจนั้นก็มีประโยคหนึ่งที่เธอเคยได้ยินคนเขาพูดกันว่า แมวส้ม 9 ใน 10 ตัวมักจะอ้วน ซึ่งเจ้าแมวตัวนี้ก็มีน้ำหนักเกินมาตรฐานแมวทั่วไป

เจ้าแมวส้มตรงหน้าของเด็กหญิงนั้นอ้วนมากจริง ๆ มันคงเพิ่งกินอาหารเมื่อไม่นานมานี้

“เมี้ยว!”

ระหว่างที่มู่ไป๋ไป่จ้องแมวตัวกลม ก็มีคำพูดของใครบางคนดังสะท้อนอยู่ในหัว

“ฆ่าแมวแล้ว ฆ่าแมวแล้ว มันเจ็บนะ! ฮือ ๆๆๆ”

คนตัวเล็กตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองฟังภาษาสัตว์รู้เรื่อง เธอจึงสงบสติอารมณ์ลงได้ในทันที

เจ้าแมวตัวนี้รู้ว่าเธอเข้าใจที่มันพูด มันจึงยกขาที่อวบอ้วนของมันขึ้นห้ามเธอพร้อมกับโวยวายยกใหญ่

“เจ้าบังอาจมาขโมยอาหารของคนอื่นแล้วยังกล้าใส่ร้ายเขาอีกหรือ?” มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วต่อว่าอีกฝ่าย

แมวสีส้มตัวใหญ่มองเธอด้วยสายตาดูถูกทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น

“แง้ว!”

“จะดูถูกกันเกินไปหน่อยแล้ว แมวทรงเลี้ยงของฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่อย่างข้าต้องขโมยอาหารจากคนอื่นอีกหรือ?”

ดวงตาที่เยือกเย็นของแมวกะพริบเบา ๆ พร้อมกับคำพูดที่ฟังดูเอาแต่ใจและเย็นชาของมันดังขึ้นมาอย่างแผ่วเบาจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ

โถ เจ้าตัวเล็กผู้น่าสงสาร…

เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ?

แมวทรงเลี้ยงของฮ่องเต้เหรอ?

ดวงตาของมู่ไป๋ไป่พลันเบิกกว้าง พร้อมกับความรู้สึกเหมือนถูกบางสิ่งแข็ง ๆ ฟาดเข้าที่หัวเต็มเปา

นี่คือแมวที่ท่านพ่อผู้เย็นชาเลี้ยงเอาไว้อย่างนั้นหรือ?

เด็กหญิงยื่นมือไปลูบหัวของมันด้วยความประหลาดใจพลางถามว่า “เจ้าเป็นแมวที่ฮ่องเต้เลี้ยงดูมาหรือ?”

จากนั้นดวงตากลมโตจึงเริ่มมองสำรวจร่างกายของมัน แล้วเห็นว่าแมวตัวนี้เนื้อตัวอ้วนท้วมอัดแน่นไปด้วยไขมัน อีกทั้งขนหนา ๆ ก็ดูสะอาดสะอ้านน่าลูบไล้ เป็นไปได้หรือไม่ว่าท่านพ่อที่ไร้หัวใจผู้นั้นจะเป็นทาสแมว?

ใครจะไปคาดคิดว่าก่อนหน้านี้เธอพยายามหาหนทางที่จะได้รับความโปรดปรานจากคนเป็นพ่อแทบตายก็หาไม่เจอ แต่พอเลิกหาเลิกสนใจ กลับได้มาง่าย ๆ เสียอย่างนั้น แถมแมวของท่านพ่อเจ้าอารมณ์ก็ยังมาหาเธอเองถึงที่อีกด้วย!

ในเมื่อโอกาสดี ๆ แบบนี้ถูกส่งมาถึงหน้าประตูแล้ว ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการไหน ถ้าไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ถ้ายังไม่ได้อีกก็คงจะต้องข่มขู่กันเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าแมวอ้วนตัวนี้ แล้วเธอก็คิดว่าจะยอมเสียสละแบ่งปลาและเนื้อที่ขันทีนำมาให้มันกินด้วย

เจ้าแมวส้มเหลือบมองเด็กน้อยด้วยสายตาดูหมิ่น “เจ้ามนุษย์หยาบช้า เจ้าไม่เคยเห็นแมวที่สูงศักดิ์เช่นนี้มาก่อนใช่หรือไม่?”

มู่ไป๋ไป่ยกมุมปากขึ้นขณะตอบว่า “ใช่ ๆ เจ้าดูสูงส่งมาก แล้วทำไมเจ้าถึงได้รับบาดเจ็บเสียล่ะ?”

“เหมียว” แมวส้มตัวโตส่งเสียงพร้อมกับกลอกตาคล้ายมนุษย์

“เจ้าไม่คิดว่าคำถามของเจ้าจะไร้มารยาทเกินไปหน่อยหรือ?”

ดูเหมือนว่าคำถามนี้มันจะจี้จุดเจ็บเจ้าแมวส้มเข้าจัง ๆ

มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วพลางคิดว่าแมวทรงเลี้ยงตัวนี้ช่างอารมณ์ร้ายเสียจริง

“ได้โปรดไขความกระจ่างให้ข้าเถอะว่าทำไมเจ้าถึงบาดเจ็บ?”

ไม่กี่อึดใจต่อมา เจ้าแมวก็ยกขาที่เหมือนน่องไก่อันอ่อนนุ่มของมันซึ่งเต็มไปด้วยไขมันขึ้นแล้วมองดูพวกมันอย่างระมัดระวัง

ยามนี้เด็กหญิงสงสัยใคร่รู้มากว่าแมวถูกทำร้ายได้อย่างไร

แมวทรงเลี้ยงของฮ่องเต้ยังมีคนกล้าทุบตี และมันเกือบถึงขั้นจะเอาชีวิตไม่รอดด้วยซ้ำ

บาดแผลที่ได้รับนั้นดูรุนแรงมาก ตรงบริเวณที่ถูกทำร้ายเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม แถมยังมีรอยช้ำอีกมากมาย ดูแล้วคล้ายกับว่ามันเกือบเสียชีวิตไปครึ่งหนึ่ง

แต่ตอนนี้ตัวมู่ไป๋ไป่นั้นไม่มียาแก้ปวดหรือแม้แต่ยาทาแผล ด้วยเหตุนี้เธอจึงแทบไม่สามารถช่วยเจ้าแมวอ้วนได้เลย

“เหมียว~” แมวส้มทอดถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยปากเล่าออกมาแบบสั้น ๆ ได้ใจความแต่หลีกเลี่ยงส่วนสำคัญไปขณะที่เสตามองไปทางอื่น

“ข้าเพียงแค่บังเอิญเดินผ่านบ้านของคนอื่น และถูกพบเข้า”

“หืม?”

หากแค่บังเอิญผ่านไปแล้วจะโดนทำร้ายจนมีสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร? คงไม่มีใครว่างมากจนมานั่งหาเรื่องแมวหรอก ถ้าเป็นคนปกติคงทำเพียงแค่ทำเสียงดุไล่มันออกไปไม่ใช่หรือ?

มู่ไป๋ไป่แสดงสีหน้าสงสัยออกมาอย่างชัดเจน

“ก็ได้ ๆ ข้าบังเอิญไปเหยียบชายกระโปรงคนอื่นเข้าน่ะ… ก็เลยถูกจับตัวไป”

มันทนต่อสายตาตั้งคำถามของเด็กหญิงเมื่อครู่นี้ไม่ไหว ถึงแม้ว่ามันอยากจะรักษาหน้าตาของตัวเองเอาไว้ แต่ตอนนี้มันรู้สึกว่าคงจะเป็นการดีกว่าที่จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกไป

แต่สีหน้าท่าทางนั้นมันทำให้หัวใจของเจ้าแมวส้มคันยุบยิบมากจริง ๆ

“เจ้าเผลอไปเหยียบกระโปรงใครบางคนเข้าอย่างนั้นหรือ?”

มู่ไป๋ไป่กลั้นหัวเราะไม่ไหวจึงหัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันเสียมารยาทมากไปหน่อย เธอจึงพยายามเม้มปากตัวเองเอาไว้

ถัดมา เด็กหญิงถามด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ใครทำร้ายเจ้า?”

แมวส้มตัวนี้มีดวงตาเป็นประกายดูงดงาม ซึ่งมันคล้ายกับผืนฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ จากนั้นมันก็กลอกตามองบนพร้อมกับนึกย้อนกลับไปเหตุการณ์ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้บริเวณลานที่ตั้งของกรงเสือ ในตอนที่เด็กหญิงวัย 4 ขวบคนนี้กำลังคุยกับเสือ ตัวมันเองก็กำลังซ่อนอยู่ที่มุมหนึ่งและได้ยินทุกอย่างที่ทั้ง 2 พูดคุยกัน

เนื่องจากมันรู้สึกเบื่อหน่าย มันจึงอยากเล่นกับมู่ไป๋ไป่ รวมถึงต้องการค้นหาข้อเท็จจริงของนางด้วย

ไม่นานหลังจากที่มันออกจากที่นั่น มันก็รู้สึกอยากปลดทุกข์ซึ่งพอดีกับที่มันบังเอิญเดินผ่านตำหนักลี่เฟย มันจึงอดไม่ได้ที่จะไปหาพื้นที่ใต้ร่มไม้เพื่อจัดการธุระ

เนื่องจากดินในตำหนักลี่เฟยนั้นแข็งมาก มันจึงต้องใช้เวลานานในการขุดหลุมและฝังกลบสิ่งที่มันปล่อยออกมา และนั่นก็ทำให้อุ้งเท้าของมันสกปรก ก่อนที่มันจะทันได้ทำความสะอาดเท้าของตัวเอง มันก็ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจากในตำหนักลี่เฟย

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว แมวส้มจึงกระโดดไปที่ขอบหน้าต่างเพื่อค้นหาคำตอบ

ข้างในนั้นมีเพียงคน 2 คนกำลังกอดกันอยู่ในสภาพที่ลี่เฟยเนื้อตัวเปลือยเปล่า ส่วนชายคนหนึ่งที่มันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนกำลังกดทับอยู่ด้านบนตัวของนาง จากสีหน้าท่าทางของลี่เฟย ดูเหมือนว่านางกำลังเจ็บปวดมากจึงส่งเสียงร้องออกมาเป็นครั้งคราว

ตอนนั้นมันไม่รู้ว่าทั้งคู่กำลังทำอะไรอยู่กันแน่

เมื่อแมวส้มมองเห็นเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นด้านข้างของคนทั้ง 2 มันจึงกระโดดลงไปเหยียบบนชุดกระโปรงเพื่อเช็ดสิ่งสกปรกบนอุ้งเท้าออก

ในขณะเดียวกัน ลี่เฟยก็บังเอิญหันมาเห็นมันพอดี

ยังไม่ทันที่มันจะได้วิ่งหนีไปไหน มันก็โดนจับเอาไว้เสียก่อน

แล้วชายหญิงคู่นั้นก็หิ้วมันไปทุบตีจนเกือบตาย

ทีแรกมันคิดว่าตนเองกำลังจะตายแล้ว แต่ทั้งคู่ก็ปล่อยมันไปในช่วงเวลาวิกฤต ดังนั้นมันจึงล้มลุกคลุกคลานจนมาถึงที่นี่โดยบังเอิญ

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: แมวส้มมมม ไหนใครเป็นทาสแมวเหมือนเสี่ยวเถียวบ้างยกมือขึ้น! แต่ช่วงท้ายคือเจ้าแมวไปเห็นอะไรมานะ 555555

จบบทที่ บทที่ 5: ถูกทำร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว