เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1: อี๋เหม็น

บทที่ 1: อี๋เหม็น

บทที่ 1: อี๋เหม็น


บนภูเขาด้านหลังวังหลวงมีเสือตัวหนึ่งคอยเฝ้าอยู่ที่นั่น

ขณะนี้ร่างผอมบางกำลังยืนอยู่นอกกรงเพียงลำพัง

เสือที่โตเต็มวัยถูกขังอยู่ในกรงเหล็กตรงหน้าของร่างบอบบางนั้น หางของมันเหวี่ยงไปมาเหมือนแส้เหล็ก แล้วหางที่กระทบกับเสาเหล็กก็เกิดเสียงดังก้องไปทั่ว

ข้างหลังของมันมีเศษซากของกวางอยู่บนพื้น หากร่างผอมบางนั้นไม่ระวัง เธออาจจะกลายเป็นอาหารอันโอชะของเสือเช่นเดียวกับกองเนื้อด้านหลัง

“อี๋…เหม็นชะมัด…”

กลิ่นอะไรน่ะ?

ทันทีที่ ‘มู่ไป๋ไป่’ ลืมตาขึ้น กลิ่นคาวของเนื้อเน่าก็พุ่งเข้ามาในจมูกของเธออย่างรวดเร็ว

เธอรีบยกแขนเสื้อขึ้นปิดปากและจมูกของตัวเอง

จู่ ๆ หญิงสาวก็ต้องตกใจ เพราะมือที่ปิดจมูกของเธอคือมือของใครกัน…

จากนั้นเธอก็ก้มศีรษะลงมองแล้วเห็นชุดกระโปรงยาวที่คลุมถึงข้อเท้าของตนเอง โดยที่บริเวณชายกระโปรงปักลายดอกพุดตานดูงดงามมาก

ชุดนี้มัน… อะไรกัน?

ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอเพิ่งถูกแม่ของเธอคอยจับตามองในขณะที่กำลังท่องหนังสือ แล้วทำไมจู่ ๆ เธอถึงโผล่มาที่นี่ล่ะ?

ทันใดนั้นเสือตัวใหญ่ในกรงก็กระโจนเข้าใส่เธอพร้อมกับอ้าปากกว้าง

“โฮกกกกก!!”

มู่ไป๋ไป่ตกใจกลัวจนถอยหลังหนีไปตามสัญชาตญาณ

ถ้าไม่ใช่เพราะมีกรงเหล็กขวางกั้นทั้ง 2 เอาไว้ เสือตัวโตคงจะกลืนกินเธอเข้าไปเรียบร้อยแล้ว

ขณะนี้หัวใจของหญิงสาวเต้นเร็วแรงมากจนแทบจะทะลุออกจากอก และเธอก็ยังคงสับสนเพราะไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนกันแน่

ในเวลาเดียวกันก็มีคน 4-5 คนยืนประปรายอยู่บริเวณรอบ ๆ เพื่อคอยปราบปรามเสือ

สิ่งที่สะดุดตาที่สุดก็คือชายที่ยืนอยู่ข้างหน้า เขาสวมชุดปักลายมังกรสีเหลืองสดใสและมีเข็มขัดหยกพันอยู่รอบเอว ยามนี้ชายคนนั้นยืนเอามือไพล่หลัง ยิ่งขับให้เขาดูทรงอำนาจ เข้าถึงยาก และเย็นชามากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมีเด็กตัวเล็กยืนอยู่ข้างกายเขา ซึ่งเด็กคนนั้นก็สวมเสื้อผ้าหรูหราเช่นเดียวกัน

เมื่อเห็นมู่ไป๋ไป่แสดงท่าทีหวาดกลัวจนหัวหด เด็กผู้หญิงคนนั้นก็หัวเราะเสียงดัง

ขณะที่หญิงสาวกำลังเงยหน้าขึ้นเพื่อดูว่าใครกำลังหัวเราะเธออยู่ ก็มีเสียงที่น่ากลัวดังเข้ามาในหู “ปล่อยเสือร้ายตัวนั้นออกมากินนางซะ”

“!!!”

‘มู่เชียน’ ที่ได้ยินคำพูดนั้นก็หัวเราะชอบใจ “เสด็จพ่อ พระองค์ทรงปราดเปรื่องยิ่งนัก!”

“ฝ่าบาท พระองค์ทรงอย่าได้ทำเช่นนั้นเลยพ่ะย่ะค่ะ!” เสนาบดีที่ติดตามฮ่องเต้คุกเข่าลงกับพื้นด้วยความตื่นตระหนก

“แค่เพียงคนโง่คนหนึ่ง ถูกเสือกินไปก็นับว่ามีประโยชน์ขึ้นมาบ้าง” ชายผู้ดำรงตำแหน่งฮ่องเต้กล่าวเสียงเรียบ

“ฝ่าบาท แม้ว่าองค์หญิงหกจะเป็นคนโง่เขลา แต่เสือตัวนี้มีสัญชาตญาณดุร้ายกว่าเสือทั่วไป อีกทั้งมันไม่ได้ลิ้มรสเนื้อมนุษย์มานานหลายปีแล้ว หากครั้งนี้มันได้กินมนุษย์เข้าไป กระหม่อมเกรงว่าเราจะไม่สามารถควบคุมมันเอาไว้ได้อีก ฝ่าบาท ขอให้พระองค์ทรงไตร่ตรองอีกครั้งเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”

ขณะเดียวกัน มู่ไป๋ไป่จ้องมองไปยังผู้คนที่อยู่ด้านนอกกรงเสือ ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกหายใจไม่ออก

ฮ่องเต้… องค์หญิงใหญ่… เสนาบดี…

ไม่นานความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็ไหลบ่าเข้ามาในสมองของเธอ

ในตอนนั้นเอง หญิงสาวก็หน้าซีดด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง

นี่ฉันทะลุมิติมาในอดีตเหรอเนี่ย!

ตอนนี้เธอได้กลายเป็นองค์หญิงหกของแคว้นเป่ยหลง เนื่องจากนางโง่เขลาไร้ความสามารถ นางจึงไม่ได้รับความโปรดปรานจากผู้เป็นพ่อสักเท่าไหร่ แต่นางเป็นเพียงเด็กอายุ 4 ขวบครึ่งเท่านั้น

ชายในชุดคลุมมังกรก็คือ ‘มู่เทียนฉง’ ฮ่องเต้แห่งแคว้นเป่ยหลง ซึ่งเป็นบิดาผู้ให้กำเนิดของมู่ไป๋ไป่ด้วย

มู่เทียนฉงได้ขึ้นครองราชย์มานานหลายปีแล้ว เขาเป็นคนเจ้าอารมณ์ที่สามารถสั่งประหารใครก็ได้เพื่อระบายความโกรธของตัวเองหากคนผู้นั้นทำสิ่งใดผิดพลาด ดังนั้นขุนนางทุกคนจึงคอยระวังทุกการกระทำและคำพูดของตนเอง ไม่มีใครกล้าทำให้เขาโกรธเลยแม้แต่คนเดียว เพราะกลัวว่าหากพวกเขาเผลอพูดไม่เข้าหูหรือทำอะไรผิดไป พวกเขาก็จะถูกสั่งตัดหัวโดยที่ไม่สามารถอุทธรณ์ได้อีก

ถึงกระนั้น ชายคนนี้ก็มีจุดอ่อนร้ายแรงเช่นกัน ซึ่งก็คือมู่เชียน บุตรสาวคนโตและเป็นบุตรสาวที่เกิดกับฮองเฮาผู้เป็นที่รัก

ฮองเฮาสิ้นพระชนม์ตั้งแต่องค์หญิงใหญ่ยังเยาว์วัยนัก ดังนั้นความรักทั้งหมดที่เขามีต่อฮองเฮาจึงถูกถ่ายทอดไปยังมู่เชียน

และเนื่องจากการถูกเลี้ยงดูอย่างประคบประหงมตามใจมาโดยตลอด มู่เชียนจึงเป็นคนอารมณ์ร้ายมาตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งไม่ต่างจากพ่อของนาง เจ้าตัวจึงชอบใช้ความรุนแรงแถมยังสามารถฆ่าคนได้เพื่อความสนุกสนานส่วนตัว

ไม่ว่าเหล่าข้ารับใช้หรือนางสนมเห็นองค์หญิงใหญ่ ทุกคนก็รู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับปีศาจ หากไม่นับมู่เทียนฉง นางเองก็ถือว่าเป็นอันธพาลสุดเลวร้ายในวังหลวงคนหนึ่ง

เหตุผลที่มู่ไป๋ไป่เข้ามาในบริเวณกรงเสือในครั้งนี้ก็เพราะว่าองค์หญิงใหญ่ใช้ขนมหลอกล่อให้นางมาที่นี่

หลังจากนั้นมู่เชียนก็แสร้งไปบอกฮ่องเต้ว่ามู่ไป๋ไป่ได้เข้ามาซุ่มโจมตีเสือโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งหมดที่นางทำก็เพื่อให้พ่อของนางปล่อยเสือที่ดุร้ายออกมากัดกินเด็กหญิงตัวน้อยให้นางได้ชมเพื่อความเพลิดเพลิน

สาเหตุที่นางทำเช่นนี้ก็เพราะเมื่อ 2-3 วันก่อนมู่ไป๋ไป่เดินถือชามน้ำแกงแล้วบังเอิญล้ม ทำให้น้ำแกงหกใส่รองเท้าของนาง

ในตอนนั้นนางสั่งให้คนจับองค์หญิงหกคุกเข่าขอโทษนางไปแล้ว แต่มันก็ยังไม่สาแก่ใจ นางต้องการชีวิตของอีกฝ่ายเป็นการไถ่โทษ!

หากเสนาบดีไม่เข้ามาขวางแผนการของนางเอาไว้ มู่ไป๋ไป่คงถูกฆ่าไปนานแล้ว

ข้าไม่ยอม!

“เสด็จพ่อ นางเป็นคนที่บุกเข้าไปซุ่มโจมตีเสือโดยไม่ได้รับอนุญาต เราเพียงแค่ปล่อยให้เสือร้ายออกมากินนาง นี่จะช่วยให้พระองค์ประหยัดเวลาไม่ต้องลงมือเองให้เสียมือด้วยเพคะ” มู่เชียนยังคงพูดใส่ไฟต่อไป

ขณะนั้นมู่ไป๋ไป่จับจ้องไปที่ใบหน้าของคนโกหกหน้าตาย พร้อมกับกัดฟันแน่นด้วยความเกลียดชัง

ก็เห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่านางเป็นคนหลอกให้เจ้าของร่างเดิมมาที่นี่ แต่ตอนนี้นางกลับบอกว่าตนบุกรุกเข้ามาที่นี่โดยไม่ได้รับอนุญาตเสียอย่างนั้น

นี่นางคิดว่าฉันเป็นคนอ่อนแอที่ปล่อยให้คนอื่นรังแกได้ง่าย ๆ งั้นเหรอ?

มู่เชียนคุ้นเคยกับการได้แกล้งคนอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก นางเป็นเหมือนผู้หญิงแพศยาที่ใช้มารยาคอยเป่าหูยั่วยุคนอื่นให้ทะเลาะกัน ซึ่งเหล่าผู้มีอำนาจทั้งหลายดูเหมือนจะคุ้นเคยกับการกระทำเช่นนี้จนมองไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร

โดยเฉพาะอย่างยิ่งมู่เทียนฉง เขาไม่อาจต้านทานความน่ารักและออดอ้อนของบุตรสาวคนโตได้เลย

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ มู่ไป๋ไป่คงทำได้เพียงผลักเรือไปตามน้ำก่อน แล้วค่อยพลิกเรือกลับเผยให้เห็นธาตุแท้ของอีกฝ่ายจะเป็นการดีกว่า

บัดนี้ดวงตาของมู่ไป๋ไป่เป็นประกาย ในขณะที่เธออยากจะลองสู้ดูสักตั้ง

แล้วหญิงสาวในร่างเด็ก 4 ขวบครึ่งก็พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบากับชายผู้สง่างามที่กำลังจะตัดสินชีวิตของตน “ท่านพ่อ ฮึก…หม่อมฉันขอโทษ… หม่อมฉันผิดไปแล้ว หม่อมฉันจะไม่ทำเช่นนี้อีก…”

เสียงที่นุ่มนวลแฝงไปด้วยความออดอ้อนดังขึ้น

ในเวลานี้นัยน์ตาของมู่เทียนฉงมีประกายบางอย่างอย่างเห็นได้ชัด

เสียงที่แสดงออกถึงความเจ็บปวดนี้เป็นเหมือนน้ำทิพย์ที่ขจัดความโกรธให้สลายหายไปในพริบตา

ท่านพ่อ?

ตัวเขานั้นมีลูกมากมาย และนี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้าเรียกเขาว่าท่านพ่อ

นางเสียใจอย่างนั้นหรือ?

เจ้าตัวเล็กนี่คงกำลังรู้สึกผิดจริง ๆ

ในใจของชายผู้ยืนอยู่เหนือคนทั้งปวงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลกประหลาด แล้วสุดท้ายเขาก็มองสำรวจเด็กหญิงตัวเล็กตรงหน้าให้เต็มตามากยิ่งขึ้น

เด็กน้อยคนนี้มีใบหน้าขาวนวล ปากที่กำลังสั่นเทาและดวงตาที่มีน้ำตาคลอหน่วยสะท้อนกับแสงแดด ทำให้นางดูน่ารักราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ

มันจะเป็นเรื่องน่าเสียดายหรือไม่หากปล่อยให้เสือกินเด็กน้อยที่น่ารักเช่นนี้เข้าไป?

“เสด็จพ่อ น้องหกช่างบังอาจยิ่งนัก! เสด็จพ่อเป็นถึงโอรสสวรรค์ แต่นางยังกล้าบังอาจเรียกพระองค์แบบนั้นอีก ดูเหมือนนางจะไม่ให้ความเคารพพระองค์เลย!”

มู่เชียนแทบอยากจะรีบพุ่งออกไปฉีกมู่ไป๋ไป่เป็นชิ้น ๆ ทันที

นังเด็กบ้านี่! นางบังอาจมาแสดงท่าทีอ่อนแอเพื่อแย่งความโปรดปรานจากเสด็จพ่อของข้า!

ขณะเดียวกัน ทางด้านมู่เทียนฉงยังคงยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหวใด ๆ

ในความทรงจำของมู่ไป๋ไป่ ฮ่องเต้พระองค์นี้มักจะทำตามคำพูดขององค์หญิงใหญ่ ลูกสาวสุดที่รักของเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข

แต่ตอนนี้… ดูเหมือนว่าเขาจะกำลังลังเลอยู่

นี่ฉันรอดตายแล้วใช่ไหม?

ขณะที่เธอกำลังคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ฟองน้ำมูกก็โผล่ขึ้นมาจากรูจมูกของเธอ ก่อนที่มันจะแตกเบา ๆ

รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้อยู่ในสายตาของมู่เทียนฉง เขาเห็นมันชัดเจนส่งผลให้คิ้วดุดันขมวดเข้าหากันทันที

มู่ไป๋ไป่เองก็ถึงกับนิ่งอึ้ง…

จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม พ่อที่อารมณ์ร้ายของนางเป็นคนเจ้าระเบียบมากถึงขั้นไม่ยอมให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย

แล้วฟองน้ำมูกเมื่อกี้นั้น…

มันจบแล้ว ฉันเผลอทำให้เขาโมโหเข้าให้แล้ว!

“เสด็จพ่อไม่รักหม่อมฉันแล้วหรือเพคะ?”

ขณะที่มู่ไป๋ไป่กำลังกระวนกระวายใจ น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความน้อยใจขององค์หญิงใหญ่ก็ดังขึ้น

ดวงตาของมู่เทียนฉงเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที จากนั้นเขาก็ยืนยันคำสั่งเดิม “ปล่อยเสือร้ายตัวนั้นออกมากินนางซะ”

“...”

ใครก็ได้ช่วยด้วย! ฮ่องเต้จะปล่อยให้เสือออกมากินลูกสาวตัวเองแล้ว!

ยามนี้มู่ไป๋ไป่ทำได้เพียงกรีดร้องในใจ

เมื่อเหล่าทหารรักษาพระองค์ได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ พวกเขาก็เข้ามาดึงประตูกรงเหล็กให้เปิดออก

หลังจากหมุนกลไกแล้ว ประตูเหล็กที่ขึ้นสนิมก็ยกขึ้น

เสียงโลหะเสียดสีกันดังขึ้นอย่างต่อเนื่องสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ สิ่งเดียวที่ขวางกั้นระหว่างเสือตัวใหญ่กับมู่ไป๋ไป่ก็ค่อย ๆ เปิดออก

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: เปิดมาตอนแรกนางเอกของเราก็จะโดนเสืองาบซะแล้ว ตอนต่อไปจะเป็นยังไงหนอ

สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่า นี่คือผลงานแปลเรื่องใหม่ของเสี่ยวเถียวเอง ฝากทุกคนติดตามกันด้วยน้า ถ้ามีจุดไหนที่ผิดพลาดไป สามารถเสนอแนะกันเข้ามาได้เสมอนะคะ แล้วเสี่ยวเถียวจะนำไปปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นค่ะ

จบบทที่ บทที่ 1: อี๋เหม็น

คัดลอกลิงก์แล้ว