- หน้าแรก
- รัตติกาลอันตราย
- บทที่ 309 การแก้แค้น (1)
บทที่ 309 การแก้แค้น (1)
บทที่ 309 การแก้แค้น (1)
เปลวไฟที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง ละลายทุกสิ่งอย่างสมบูรณ์ ร่างกายของหญิงสาวรวมทั้งเสื้อผ้าค่อยๆ จางหายไป จนไม่เห็นโครงร่าง
หลี่ยู่หงจ้องมองทุกอย่าง ใบหน้าไม่แสดงทั้งความโศกเศร้าหรือความยินดี
"มีพลังจิตอันแข็งแกร่ง แต่กลับอาศัยอยู่ในร่างกายที่อ่อนแอ หรือพูดอีกอย่างคือ เพื่อสร้างพลังจิตอันแข็งแกร่ง จึงบีบคั้นร่างกาย ทำให้เกิดระบบที่ไม่สมดุลอย่างผิดปกติเช่นนี้... นี่คือระบบของที่นี่"
เขามองไปทางชายร่างกำยำอีกคน ทั้งทองซื่อและร่างของชายคนนั้นถูกเปลวไฟสีแดงเข้มกลืนกิน
ชายคนนั้นดูจะเคราะห์ร้ายกว่า วรยุทธ์ไม่ถึง ความเร็วไม่พอ ถูกเปลวไฟท่วมท้นทันทีในชั่วพริบตาแรก
หลี่ยู่หงสั่งให้เก็บทองซื่อไว้สองตัว เขากำลังจะเข้าไปใกล้เพื่อศึกษาอย่างละเอียด
ทันใดนั้น จี้พระจันทร์เสี้ยวที่หน้าอกเขาสั่นเล็กน้อย ส่งความเจ็บแปลบเข้ามา
"อะไรกัน?"
หลี่ยู่หงยกมือจับกว้างหาน คิดสักครู่ แล้วปล่อยพลังเต๋าศาสตร์เข้าไปเล็กน้อย
ฉึบ! ทันใดนั้น ควันสีขาวนวลพุ่งออกมาจากกว้างหาน
ควันนั้นตกลงสู่พื้น กลายเป็นแผ่นกลมคล้ายหยกกว้างประมาณสามเมตร
ตรงกลางของแผ่นกลม รอยแยกรูปตัว S ค่อยๆ แยกออก เผยให้เห็นหลุมดำมหึมาที่หมุนวน
"หิว"
"หิว"
เสียงต่ำซ้อนทับกัน คล้ายเสียงร้องไห้ของหญิงสาว ลอยออกมาจากหลุมดำ
หลี่ยู่หงหรี่ตามองหลุมดำ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกใช้กว้างหาน ความจริงเขาไม่ค่อยไว้ใจอุปกรณ์เต๋ามรดกที่มาจากลานสวรรค์สักเท่าไร
แต่ไม่ไว้ใจก็ไม่ไว้ใจ ตราบใดที่พลังเป็นประโยชน์กับเขา เขาก็ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายเป็นใครหรือมีเจตนาอะไร
"หิว!!!"
ทันใดนั้น ใบหน้ามนุษย์อันน่าสะพรึงกลัวเต็มไปด้วยหลุมสีเทาดำพุ่งออกมาจากหลุมดำ
ใบหน้านี้กว้างสองเมตรกว่า ดวงตาเรียวยาวเหมือนหรี่ตา ดูคล้ายหญิงอ้วนที่แต่งหน้าจัดเกินไป ปากใหญ่เต็มไปด้วยฟันแหลมคมเหมือนเลื่อย กินพื้นที่มากกว่าครึ่งของใบหน้า
"หิวมาก!!!"
คอของใบหน้ายักษ์หนาเท่ากับหัว คล้ายงูเหลือม บนหัวมีเส้นเล็กๆ มากมายคล้ายหนวดที่เคลื่อนไหวได้เป็นผม
เพียงพุ่งออกมา มันก็หันหัวพุ่งใส่หลี่ยู่หง อ้าปากกว้าง เผยให้เห็นฟันแหลมคมเรียงเป็นเก้าชั้นแน่นขนัด พุ่งเข้างับศีรษะของเขา
โครม!!! มือใหญ่พุ่งมาเร็วดั่งสายฟ้า ตบเข้าที่ด้านข้างของใบหน้า ทำให้มันกระเด็นออกไปอย่างแรง
ใบหน้ายักษ์กระแทกลงบนพื้นลานเหมือนลูกปืนใหญ่ ทำให้พื้นเป็นร่องลึกสีน้ำตาลที่ค่อยๆ ตื้นขึ้น
ฝุ่นฟุ้ง เศษหินกระเด็น ที่ปลายร่องลึกสิบกว่าเมตร ใบหน้าสีน้ำตาลที่มีคอยาวเหมือนงูยักษ์เงยขึ้นจากพื้นอีกครั้ง แผดเสียงสู่ท้องฟ้า
หิว!!! คลื่นพลังจิตที่มองไม่เห็นแผ่กระจายออกไปทุกทิศทางเป็นระลอก
หลี่ยู่หงหรี่ตามองอีกฝ่าย พินิจพลังของมันอย่างละเอียด
"นี่คือฉางเอ้อ? ใช้วิญญาณหลอนของฉันเป็นพาหนะ เรียกพลังแห่งเทพจากลานสวรรค์ลงมา แล้วได้ของแบบนี้เนี่ยนะ? มีพลังระดับเก้าก็จริง แต่ยังไม่พอ"
หิว!!
ทันใดนั้น ใบหน้ายักษ์หันขวับ แล้วพุ่งเข้าใส่หลี่ยู่หงอีกครั้งเหมือนงูยักษ์จู่โจม
มันอ้าปากกว้าง ในปากปล่อยพลังดูดกลืนหมุนวนอันแข็งแกร่ง ชั่วพริบตาก็ข้ามระยะสิบกว่าเมตร มาปรากฏตรงหน้าหลี่ยู่หง
"กล้าต่อต้านฉัน สิ่งที่ฉันเรียกออกมาเองเนี่ยนะ?!"
ใบหน้าของหลี่ยู่หงปรากฏลายสีน้ำเงินเข้ม ดูน่ากลัวยิ่งนัก พลังภายในพลุ่งพล่าน แขนขวาพุ่งออกไปในทันที
โครม! ฝ่ามือหนักอัดเข้าที่แก้มขวาของฉางเอ้ออีกครั้ง ทำให้หัวของมันเบี่ยงไป อาเจียนเลือดดำ ร่างกายสั่น เนื้อครึ่งใบหน้าแตกร้าวเสียหาย หลุดร่วงลงมาเป็นเศษ
โครม! ไม่ทันให้มันได้ตั้งตัว ฝ่ามือเร็วดั่งสายฟ้าอีกครั้ง ตบเข้าที่แก้มซ้าย
โครม โครม โครม โครม โครม!!
ภายในเวลาเพียงสองสามวินาที ใบหน้าของฉางเอ้อถูกตบไปมากกว่าสิบกว่าครั้ง จนเศษเนื้อกระเด็น เลือดดำเปรอะพื้น
สุดท้าย มันร้องด้วยความเจ็บปวด กำลังจะหนี แต่ร่างกายกลับถูกหลี่ยู่หงคว้าไว้ ขาขวาเตะซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ตูม ตูม ตูม ตูม!! พลังระเบิดหนักเป็นร้อยตันในการเตะแต่ละครั้ง ภายในเวลาเพียงสิบกว่าวินาที เตะจนร่างกายของมันเหมือนกระสอบขาด ใบหน้าแทบฉีกขาดจากตรงกลาง
"หิว"
มันยังคงส่งเสียง แต่เมื่อเทียบกับตอนแรก ตอนนี้เสียงนั้นเป็นเพียงเสียงครางและสะอื้น
"กลับไป" หลี่ยู่หงปัดเลือดและเนื้อออกจากมือ เหวี่ยงมันออกไปอย่างรำคาญ
ฉางเอ้อไม่กล้าส่งเสียงอีก กัดฟันทนกับใบหน้าที่แหลกเหลว สั่นเทาบินกลับเข้าหลุมดำ
ไม่นาน มีเสียงเบาดังขึ้น หลุมดำค่อยๆ หายไป จี้พระจันทร์เสี้ยวสั่นเล็กน้อย แล้วกลับสู่ความสงบ
"ฉันเพียงแค่ปล่อยพลังเต๋าศาสตร์เข้าไปนิดหน่อย ฉางเอ้อที่เรียกออกมาก็มีพลังระดับเก้า ทนทานเหมือนมนุษย์ยักษ์ดำ ถ้าฉันปล่อยพลังเต๋าศาสตร์เข้าไปมากกว่านี้ หรือปล่อยพลังภายในที่ผสมกับแสงเทพจักรวาลล่ะ จะเป็นยังไง?"
อีกอย่าง ในทางทฤษฎี แสงเทพจักรวาลมีไม่จำกัด แต่พลังภายในมีจำกัด ถ้าดึงแสงเทพจักรวาลเข้าไปโดยตรงล่ะ? ปัญหาเดียวคือ ฉางเอ้อนี่ดูเหมือนจะควบคุมยาก มักจะย้อนกลับมาทำร้าย
หลี่ยู่หงครุ่นคิด พร้อมกับสั่งให้มังกรสระปฐพีจัดการสถานที่
ทองซื่อที่เหลือถูกมังกรสระปฐพีหักแขนขาทิ้ง ลากเข้าไปในเงามืด
ทองซื่อพวกนี้ไม่มีผู้ควบคุมแล้ว จึงเพียงยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ขยับเขยื้อน กลับทำให้จัดการได้ง่ายขึ้น
เมื่อจัดการเรียบร้อย หลี่ยู่หงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ลากจิ้งหมิงที่หมดสติ แล้วหันกลับไปที่วัดชิงเฉิน
เขายังต้องใช้วัดชิงเฉินเป็นสะพานเชื่อมขึ้นไปสู่ที่สูงกว่า เส้นทางนี้ไม่อาจตัดขาดได้
เพราะเขาลงทุนเวลาไปมากแล้ว
อีกอย่าง อาจารย์ยู่โม่และผู้นำระดับสูงของวัดชิงเฉินก็ปฏิบัติต่อเขาดี สร้างความสัมพันธ์ที่ดีไว้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
จากน้ำเสียงของคนทั้งสองเมื่อครู่ ดูเหมือนพวกเขาจะมีคนมากกว่านี้ จึงควรกลับไปดู เพื่อไม่ให้เป็นกังวล
ฉึบ ฉึบ
มังกรสระปฐพีรอบๆ หายเข้าไปในเงามืดทีละตัว กลับเข้าไปซุ่มซ่อน
มังกรสระปฐพีเหล่านี้สมกับเป็นสัตว์รบของสำนักอวิ้ชีกง เมื่อไม่กระตุ้นให้ทำงาน สามารถเข้าสู่ภาวะคล้ายจำศีล ลดการใช้พลังงานลงอย่างมาก
บางครั้งเมื่อตื่นขึ้นมา พวกมันก็ล่าปลาและกุ้งในทะเลเพื่อประทังชีวิต ไม่ต้องดูแลมาก
หลี่ยู่หงคิดครู่หนึ่ง แล้วสั่งให้บางตัวกระจายไปรอบๆ เพื่อเฝ้าระวัง
ส่วนตัวเขารีบมุ่งหน้าไปวัดชิงเฉิน
เขาคิดไว้แล้วว่า เมื่อไปถึง หากต้องลงมือ จะพยายามใช้แค่คาถาเต๋าศาสตร์ ลดการเปิดเผยความสามารถจากคัมภีร์อื่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดความสงสัย
จากการแสดงของกว้างหานเมื่อครู่ หากปล่อยพลังเต๋าศาสตร์เข้าไปมากกว่านี้ พลังอาจจะเพิ่มขึ้นอีก น่าจะไม่มีปัญหาใหญ่ ถ้าแบบนี้ยังไม่พอ ก็จำเป็นต้องปล่อยพลังภายใน หรือปล่อยแสงเทพจักรวาล
อย่างน้อย แสงเทพจักรวาลไม่มีวันหมด ใช้ได้ตามต้องการ แต่นั่นคือขีดจำกัดสุดท้าย
แน่นอนว่า หากแม้แต่การปล่อยแสงเทพจักรวาลก็ยังไม่เพียงพอ ก็ต้องใช้พลังของร่างแท้ รวมถึงอากรีสส์ แต่เขาไม่คิดว่าจะมีใครที่นี่บังคับให้เขาต้องทำถึงขนาดนั้น
***
ที่ลานหลังวัดชิงเฉิน
เยวี่ยนหมิงหรี่ตาทันใด หันหน้าไปมองทางไกล
เขาใช้พลังจิตมหาศาลผ่านคาถาเต๋าศาสตร์ ฝังตราประทับไว้บนตัวของอีกสองคน
แต่ตอนนี้ ตราประทับนั้นสลายไปแล้ว
"ตราประทับทั้งสองสลายไปแล้ว... แค่ไล่ล่านักพรตระดับศิษย์ ธาตุไถสองคนกลับล้มเหลว?"
ตัวแปรที่เกิดขึ้นนอกเหนือแผนการทำให้เยวี่ยนหมิงเสียสมาธิ ทำให้คาถากดทับนักพรตอาวุโสอ่อนลง
ที่ลานหลัง รังไหมขนาดใหญ่ที่ทำจากผ้าขาว ตอนนี้มีปุ่มนูนขนาดต่างๆ ดันออกมาจากด้านใน
เห็นได้ชัดว่าคนข้างในกำลังพยายามแหกออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ฉึบ! จู่ๆ ด้านข้างของรังไหมยักษ์ก็มีรอยฉีกขาด
การฉีกขาดครั้งนี้ ทำให้เยวี่ยนหมิงครางด้วยความเจ็บปวด หลังมือมีแผลเลือดไหล
คาถานี้ที่ทรงพลังเพราะเขาหลอมรวมมันเข้ากับผิวหนังของตัวเอง ใช้พลังชีวิตจิตวิญญาณเสริมความแข็งแกร่งตลอดเวลา คนอื่นฝึกฝนเสริมพลังได้แค่สองสามชั่วโมงต่อวัน แต่เขาทำได้แบบอัตโนมัติตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
แต่การทำแบบนี้ก็มีข้อเสีย นั่นคือหากคาถาถูกทำลาย ผลกระทบย้อนกลับก็มากกว่าคาถาทั่วไปมาก
"พี่ใหญ่!?" ธาตุไถอีกสองคนที่ช่วยกดทับอยู่ เห็นสถานการณ์ไม่ดี ต่างหันมามองเยวี่ยนหมิง
เยวี่ยนหมิงเงียบไปครู่หนึ่ง
"ดูเหมือนไม่ใช่แค่ที่นั่นที่มีปัญหา ที่นี่ก็ประเมินผิด พวกนักพรตแก่พวกนี้มีพลังงานดีกว่าที่คิด แข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้มาก"
เขายกมือดูนาฬิกา ตัดสินใจทันที
"เวลาไม่พอแล้ว ทางนั้นปิดไม่อยู่ กู่ฉานอาจจะมาได้ทุกเมื่อ ถอยก่อน!"
เขาโบกมือเลิกคาถา ตัวเองกลายเป็นเงาจางในพริบตา ถอยหลังเข้าไปในเงามืดและหายไป
ธาตุไถอีกสองคนรีบตามไป ส่วนนักพรตตระกูลยู่สามคนที่ทรยศกลับตกใจ
"เดี๋ยวก่อน! พวกคุณทำแบบนี้ไม่ได้!! เราตกลงกันไว้แล้ว!!"
"พวกคุณจะไปแล้วพวกเราจะทำยังไง!?"
ทั้งสามคนนี้ถูกกิน ดื่ม เสพ และผู้หญิงกัดกร่อนจนถดถอยมานาน พลังอาจจะสู้แม้แต่จิ้งหมิงไม่ได้ ตอนนี้เห็นแกนนำหนีไป รู้ว่าตัวเองแย่แล้ว ใบหน้าจึงเต็มไปด้วยความกลัวที่เห็นได้ชัดเจน
แต่เยวี่ยนหมิงทั้งสามไม่สนใจพวกเขาเลย พลังกำลังกากเดน จิตใจอ่อนแอ พวกไร้ค่าพวกนี้ แม้แต่จะเป็นสมาชิกรอบนอกยังไม่มีคุณสมบัติ
ทั้งสามหายวับไปในพริบตา
ฉึบแกร๊บ เสียงแหลมดังขึ้น
รังไหมผ้าขาวยักษ์ พร้อมกับคาถาที่ไม่มีคนรักษา ก็พังทลายไปด้วย จางหายไปในทันที
เผยให้เห็นนักพรตชราทั้งสี่ที่หายใจหอบ ตัวเปียกเหงื่อ
ทั้งสี่คน คนที่อายุน้อยที่สุดก็หกสิบกว่า คนแก่ที่สุดแปดสิบกว่า การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้พวกเขาแทบหมดสภาพ
"คนไหน!?" อวี่เหินสมกับเป็นเจ้าอาวาสที่ดูแลตัวเองดีที่สุด พอออกมาได้ก็กวาดตามองรอบๆ ด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว แม้จะบอกว่าตัวเองทนไม่ไหวแล้ว แต่คนที่อดทนได้นานที่สุดและมีสภาพดีที่สุดยังเป็นเขา
เมื่อพบว่าเยวี่ยนหมิงทั้งสามหายไปแล้ว เหลือเพียงสามนักพรตชราที่ทรยศกำลังหนีไปครึ่งทาง
"ยังจะหนีอีกหรือ!?!"
เขาตะโกนด้วยความโกรธ พุ่งเข้าใส่ เตะเข้าที่ก้นของคนหนึ่งอย่างแรง
เตะจนอีกฝ่ายร้องโอ๊ย ล้มกลิ้งลงพื้น ลุกไม่ขึ้นอีก
"พวกแก! ฉันให้กินดีอยู่ดี สนุกสนานครบครัน อยากได้อะไรก็จัดให้ แต่พวกแกกลับตอบแทนฉันแบบนี้เหรอ!?"
"ทุกวันทำงานจนแทบตาย คิดทุกวิถีทางหาเงินมาเลี้ยงพวกแก แต่พวกแกตอบแทนฉันแบบนี้อย่างนั้นเหรอ!?"
เขาก้าวเข้าไปคร่อมร่างนักพรตชรา ยกหมัดกำปั้นลงไปอย่างบ้าคลั่ง
"ผิดแล้ว ผิดแล้ว พวกเราผิดไปแล้ว ขอให้ปล่อยพวกเราไปสักครั้งเถอะ!!" นักพรตชราบนพื้นร้องขอความเมตตา
ไม่เพียงแค่เขา อีกสองคนก็ถูกยู่โม่และนักพรตอีกสองคนรุมล้อม
นักพรตชราหลายคนหอบหายใจแรง เหมือนเด็กหนุ่ม รุมเตะทั้งสามคนอย่างไม่ยั้ง
หลี่ยู่หงเปิดประตูเข้ามาพอดี เห็นภาพนี้ชัดเจน
เขาโล่งอก วางจิ้งหมิงลงพิงกำแพงลาน แล้วเดินเข้าไป
"ท่านอาจารย์! ท่านเจ้าอาวาส! พวกท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม!?"
เขาแสดงสีหน้าเหนื่อยล้าและกังวลอย่างเป็นธรรมชาติ รีบวิ่งเข้าไปประคองนักพรตยู่โม่
—----------------
ปล. สำหรับบทนี้ ไม่มีความเห็นใจสำหรับนักพรตชราที่ทรยศ แต่สงสารฉางเอ้อ สุดๆ ออกมาก็โดนตบซะแก้มปูด ให้ฉางเอ้อกินนักพรตชราพวกนี้แก้หิวก็ได้นะคะ จะได้จบๆ ไปค่ะ >[]<