- หน้าแรก
- รัตติกาลอันตราย
- บทที่ 240 ปฏิบัติการ (2)
บทที่ 240 ปฏิบัติการ (2)
บทที่ 240 ปฏิบัติการ (2)
"เสร็จสิ้นแล้ว"
หลี่ยู่หงตรวจดูรอบๆ จนแน่ใจว่าไม่มีสิ่งตกค้างจากภัยดำหลงเหลืออยู่ อดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ จึงออกจากซากปรักหักพัง เดินกลับไปยังเฉินเย่าเฟิงและคณะที่รออยู่
แต่ยังไม่ทันเดินใกล้ เฉินเย่าเฟิงก็ก้าวออกมาจากวงล้อมการคุ้มกัน เดินออกมาต้อนรับหลี่ยู่หง
"สมกับคำเล่าลือจริงๆ!" ใบหน้าของเฉินเย่าเฟิงเปี่ยมด้วยรอยยิ้มจริงใจ "ความจริงแล้ว แม้แต่พวกเราผู้บริหารระดับสูงของเมืองจีกวาง ก็ไม่เคยเห็นมนุษย์ที่มีชีวิตจริงที่แข็งแกร่งเหมือนคุณหลี่มาก่อน!"
เขายื่นมือไปจับมือหลี่ยู่หงอย่างแน่นหนาอีกครั้ง ไม่สนใจเหล่าทหารคุ้มกันที่เครียดจัด
ไม่ว่าอย่างไร จากการแสดงออกของหลี่ยู่หงเมื่อครู่ จากระยะนี้ หากเขาต้องการ เพียงชั่วพริบตาก็สามารถฆ่าเฉินเย่าเฟิงได้
แต่เฉินเย่าเฟิงดูเหมือนจะไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย ไม่กังวล มองหลี่ยู่หงด้วยความจริงใจ จับมือเขาไว้
"คุณหลี่ พลังอย่างคุณ ปักหลักอยู่แค่ค่ายเหยเฟิง มันช่างเสียของเหลือเกิน มาอยู่เมืองจีกวางกันเถอะ ที่นี่มีเวทีที่ใหญ่กว่าให้คุณได้แสดงความสามารถและพรสวรรค์! งานพื้นฐานที่เสียเวลามากมาย คุณเพียงแค่สั่งการก็พอ สามารถประหยัดเวลาและพลังงานได้มาก เพื่อทุ่มเทให้กับการวิจัยและการพัฒนาตนเอง"
"มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ชอบอยู่รวมกลุ่ม ผู้มีความสามารถไม่ควรเสียเวลาและพลังงานไปกับเรื่องเล็กน้อยในชีวิตที่ตนไม่ถนัด" เขาพูดชักชวนอย่างจริงจังและจริงใจ
เมื่อเทียบกับอาดิลี่ที่ไม่กล้าแสดงตัว เฉินเย่าเฟิงมีความกล้าหาญมากกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย ลักษณะพิเศษนี้ของเขาปรากฏชัดในการพบกับหลี่ยู่หงอย่างใกล้ชิดครั้งนี้
"เรื่องเหล่านี้ค่อยว่ากันทีหลัง เรามาดูก่อนว่าหมอกที่ปิดล้อมข้างนอกเป็นอย่างไร และทำไมภัยดำที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์นั่นถึงปรากฏขึ้น?" หลี่ยู่หงกล่าวอย่างเคร่งขรึม
"แน่นอน!" เฉินเย่าเฟิงพยักหน้ารับ
ทั้งสองรวมกับเอี๋ยนอวี่ชิวและเจียนหย่งเหวิน มุ่งตรงไปยังรถพยาบาลที่เสวียหนิงหนิง หลี่ฮั่น และเสี่ยวเจียปาอยู่
แม้เสวียหนิงหนิงและคณะจะถูกประกาศว่าเป็นร่างพาหะมลพิษจากภัยดำ แต่อาจเป็นเพราะเกรงใจหลี่ยู่หง หรืออาจเพราะรู้ข้อมูลภายในบางอย่าง กองกำลังกวางมรกตที่มาช่วยเหลือไม่ได้ปฏิบัติต่อพวกเขาแบบผู้ติดเชื้อ
แต่รักษาพยาบาลพวกเขาแบบผู้บาดเจ็บธรรมดา
ขณะนี้หลี่ยู่หงและคณะภายใต้การคุ้มกันของทหาร มาถึงรถพยาบาล
หลังจากผ่านไปหลายวัน หลี่ยู่หงได้พบกับเสี่ยวเจียปาอีกครั้ง
เสี่ยวเจียปาผอมลงกว่าเดิม บนใบหน้าและมือที่เปิดเผยมีรอยแผลเพิ่มขึ้นไม่น้อย แต่ดวงตาของเธอกลับเปล่งประกายสดใสกว่าที่เคย
เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้พับในรถ กำลังตั้งใจฟังหลี่ฮั่นและคนอื่นๆ หารือเรื่องการดำเนินการต่อไป
ทันใดนั้นได้ยินเสียงคนวุ่นวายทางด้านนอก เธอจึงมองออกไปนอกหน้าต่างรถ
แล้วก็เห็นหลี่ยู่หงที่กำลังเดินมาทางนี้
"อี้อี้!" หลี่ยู่หงยืนอยู่ห่างจากรถพยาบาลราวห้าหกเมตร มองเสี่ยวเจียปาที่ลงจากรถและค่อยๆ เดินมาหาเขา
"ได้ยินว่าเธอหายตัวไป ประกอบกับการที่ซินจื้อเลย์จากแผนกสืบสวนแอบกักเสบียงที่ฉันส่งให้เธอ ฉันจึงตัดสินใจออกมาตามหา สืบค้นความจริง" เขากล่าวเสียงทุ้ม
"ขอบคุณ" เสี่ยวเจียปาค้อมตัวลงอย่างขึงขังต่อหน้าหลี่ยู่หง
เธอไม่รู้จะแสดงความขอบคุณยังไงดี แต่ไม่ว่าอย่างไร หลี่ยู่หงเมื่อครู่ได้ช่วยชีวิตเธอและทุกคนรอบข้างไว้จริงๆ
วิธีการปิดล้อมเช่นนั้น ชัดเจนว่าผู้อยู่เบื้องหลังตั้งใจจะกำจัดทุกคนในที่เกิดเหตุ
"ขอบคุณอะไรกัน ตอนที่ฉันสร้างค่าย เธอก็ช่วยเหลือฉันไว้มากมาย อีกอย่าง เธอคือผู้ช่วยชีวิตฉันนะ" ทุกวันนี้หลี่ยู่หงแทบไม่ยิ้มแล้ว แต่เมื่อเห็นเสี่ยวเจียปา เขายังคงเผยรอยยิ้มผ่อนคลายจากใจจริง
"พูดถึง ทำไมภัยดำนั่นถึงไล่ล่าพวกเธอ?" เขาถามต่อ
"อาจเป็น เพราะ สิ่งนี้" เสี่ยวเจียปาดึงแฟลชไดรฟ์รูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดเล็กออกจากคอเสื้อ "อันนี้ ข้างใน มี ความลับ ใหญ่!" เธอพยายามอธิบาย แล้วยื่นแฟลชไดรฟ์ให้เขาทันที
"พวกเขา บอกว่า ต้องมอบ ให้ กรรมการ เฉินซีกวาง แต่ไม่ได้ ถาม ความเห็น ฉัน" เสี่ยวเจียปาพูดอย่างจริงจัง "ฉันอยาก มอบให้ นาย มากกว่า!"
ใบหน้าของเธอเคร่งขรึม ไม่มีร่องรอยของการล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย
หลี่ยู่หงสัมผัสได้ถึงความไว้วางใจอันหนักแน่นในประโยคนั้น จึงรับแฟลชไดรฟ์มาด้วยความยินดี
"กลับไปกับฉันเถอะ กลับค่ายเหยเฟิง โลกภายนอกซับซ้อนเกินไป อันตรายเกินไป" เขาชวนอีกครั้ง
"ไม่ล่ะ ฉันมี เรื่องของ ตัวเอง ที่ต้องทำ" เสี่ยวเจียปาส่ายหน้า
คาดการณ์ได้ว่าโน้มน้าวไม่สำเร็จ หลี่ยู่หงจึงไม่พูดอะไรมาก แต่สายตากลับจดจ้องที่แฟลชไดรฟ์ที่เสี่ยวเจียปามอบให้
เขาเก็บแฟลชไดรฟ์ใส่กระเป๋ากางเกง แล้วหันไปมองเฉินเย่าเฟิงทางโน้น
"จริงๆ แล้ว ความคิดของเธอกับพวกเขาก็ไม่ได้ขัดแย้งกัน เพราะสิ่งที่อยู่ในแฟลชไดรฟ์คือข้อมูล สามารถก็อปปี้ได้หลายชุด พวกเราดูพร้อมกันก็ได้"
"แยกย้าย แยกย้าย!!" มีเสียงตะโกนจากวงนอก
หลี่ยู่หงกวาดตามองไป เห็นหมอกสีเทาขาวค่อยๆ จางหายและกระจายตัวไป
หลังจากแน่ใจในความปลอดภัยของเสี่ยวเจียปาแล้ว สิ่งต่อไปคือการตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับซินจื้อเลย์ เสบียงที่เขาส่งไปช่วยเหลืออี้อี้ ต้องทวงกลับคืนมาให้ได้
อีกทั้งคนที่มาโจมตีค่ายของเขา ก็ต้องสืบให้รู้ที่มาอย่างชัดเจน
เขารีบกลับไปหาเฉินเย่าเฟิงและอีกสองคน ซึ่งได้ข้อมูลมือหนึ่งจากการสอบถามสมาชิกกองสำรวจคนอื่นๆ เรียบร้อยแล้ว
"สถานการณ์ทางแผนกสืบสวนมีอะไรผิดปกติ ผมได้ยื่นขอกองกำลังใหญ่เพื่อปิดล้อมที่พักของกองกังวานทันทีที่การปิดล้อมถูกยกเลิก แต่กองกังวานหายไป และคนจากแผนกสืบสวนปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือในการปิดล้อม ตอนนี้ไม่สามารถติดตามกลุ่มคนที่ไล่ล่าหลิน อี้อี้ และพวกเธอได้เลย" เฉินเย่าเฟิงเล่าอย่างจริงจัง
"หากในแฟลชไดรฟ์มีเนื้อหาตามที่หลี่ฮั่นและพวกเขากล่าวไว้จริง นั่นหมายความว่าสมาคมชีวิตนิรันดร์นี้ได้แทรกซึมและยึดตำแหน่งสำคัญในสังคมของเราแล้ว พลังแฝงขององค์กรนี้น่าตกใจมาก ไม่ว่าจะให้ความสำคัญหรือกล่าวเกินจริงอย่างไรก็ไม่เป็นการมากเกินไป" เอี๋ยนอวี่ชิวกล่าวอย่างเคร่งขรึม
"ในเวลาแบบนี้ยังมาแตกแยกกันเองอีก คนพวกนี้คิดว่ามนุษยชาติตายไปไม่พอหรืออย่างไร?" เจียนหย่งเหวินจากแผนกการแพทย์ กลับเป็นคนอารมณ์ร้อนอย่างไม่คาดคิด
"รุ่นผู้บริหารก่อนหน้านี้คิดไม่เหมือนพวกเรา" เฉินเย่าเฟิงกล่าวเบาๆ
หลี่ยู่หงได้ยินแล้วนึกขึ้นได้ว่า กลุ่มผู้บริหารระดับสูงของเมืองจีกวางเหล่านี้ ดูเหมือนจะเป็นคนที่ยึดอำนาจหลังการย้ายถิ่นฐาน ไม่ใช่คนที่อยู่ในตำแหน่งตั้งแต่แรก
"ไม่ว่าอย่างไร ดูแฟลชไดรฟ์กันก่อน ทางด้านของซินจื้อเลย์ คุณพ่อผมสั่งคนไปตรวจสอบแล้ว เธอมีพลังเบื้องหลังที่มหาศาล และควบคุมวิธีการได้มาซึ่งน้ำสะอาด การเคลื่อนไหวต่อเธอจำเป็นต้องมีหลักฐานละเอียดชัดเจน! ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถโน้มน้าวผู้คนได้" เฉินเย่าเฟิงกล่าวต่อ
"ไม่สามารถส่งกองทัพไปควบคุมแผนกสืบสวนได้เลยหรือ?" หลี่ยู่หงขมวดคิ้ว
"แหล่งน้ำเกี่ยวพันกับเส้นชีวิตของคนทั้งเมือง ตอนนี้ซินจื้อเลย์ควบคุมแหล่งน้ำเป็นที่รู้กันทั่ว คำสั่งบางคำสั่ง แม้เราจะออก ผู้ใต้บังคับบัญชาก็อาจจะไม่ปฏิบัติตามอย่างเต็มที่" เฉินเย่าเฟิงอธิบายอย่างใจเย็น
"มนุษย์ล้วนมีความเห็นแก่ตัว การรั่วไหลของข่าวสารเป็นเรื่องปกติมาก" เอี๋ยนอวี่ชิวเสริม
ทั้งสี่คนขึ้นรถเกราะคันหนึ่ง รถมุ่งหน้าตรงไปยังกองบัญชาการกองกำลังร่วม
ระหว่างทาง เฉินเย่าเฟิง เจียนหย่งเหวิน และเอี๋ยนอวี่ชิว ต่างรายงานสถานการณ์ทางเครื่องสื่อสารให้อาดิลี่และหัวหน้าแผนกอื่นๆ
หลี่ยู่หงนั่งอยู่ที่เบาะหลังของรถ รับโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์จากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เสียบแฟลชไดรฟ์เข้าไป และเปิดไฟล์ภายในทันที
ไฟล์แรกที่เปิดคือไฟล์หมายเลขหนึ่ง ซึ่งเป็นไฟล์ที่เสี่ยวเจียปาและคณะเคยดูไปแล้ว
"ตอนนี้สถานการณ์คือเราไม่มีหลักฐานเพียงพอ เราไม่สามารถจัดการกับแผนกสืบสวนได้โดยตรง!"
"แบล็กฮอว์ก ปีกมังกร และนกสามหัว หัวหน้ากองกำลังพิเศษทั้งหลายไม่เห็นด้วยกับการลงมือกับแผนกสืบสวน หากไม่สามารถควบคุมวิธีการเข้าถึงแหล่งน้ำ ไม่มีใครกล้ารับผิดชอบต่อการทำลายเส้นชีวิตทั้งเมือง แต่หากส่งคนไปไม่มากพอก็ไม่อาจทำอะไรแผนกสืบสวนได้!"
"กรรมการเฉินว่าอย่างไร?"
"กรรมการเฉินต้องการให้เรารักษาหน้าไม่แตกกับซินจื้อเลย์ไปก่อน เราต้องหาหลักฐานและวิธีการหาน้ำที่แท้จริงอย่างลับๆ ไม่อย่างนั้นหากขาดน้ำ ในเมืองจะก่อความวุ่นวายแน่นอน!"
ในรถ ทุกคนพะวงเรื่องนั้นเรื่องนี้ จนหลี่ยู่หงรู้สึกว่าในศีรษะมีเสียงหึ่งๆ
เขาดูเนื้อหาในแฟลชไดรฟ์ แล้วเงยหน้าเตือนทุกคน
"แฟลชไดรฟ์เปิดแล้ว ข้างในดูเหมือนจะเป็นรายชื่อบุคคล แต่ละคนมีวิดีโอแยกต่างหาก ผมไม่รู้จักคนเหล่านี้"
พอได้ยินเช่นนี้ ทุกคนที่กำลังถกเถียงกันอยู่ก็หยุดลงทันที สั่งให้ช่างเทคนิคฉายภาพลงบนพนักพิงด้านหลังของรถ
"เป็นมาดามเอเฮลาแห่งไวแลนส์จริงๆ ด้วย!"
"เฮ้ย! โลกนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!?"
"ไอ้พวกบ้าเอ๊ย!! กล้าดียังไง!!"
ทุกคนสบถออกมาพร้อมกัน
เมื่อเห็นบุคคลที่ปรากฏบนหน้าจอ และยืนยันว่าเป็นเสียงของบุคคลนั้นจริงๆ พวกเขารีบตรวจสอบกับช่างเทคนิคว่าไฟล์ไม่ได้ถูกแก้ไข และทุกคนล้วนโกรธจัด
แต่หลังจากสบถออกมาแล้ว ทุกคนก็เริ่มถกเถียงกันและลังเลอีกครั้ง
หลี่ยู่หงฟังแล้วยิ่งปวดศีรษะ รออีกสองนาที
สุดท้ายเขาทนไม่ไหวอีกต่อไป
ตึง! เขาฟาดมือข้างซ้ายจนที่วางแขนของเก้าอี้แตกหัก
"พอกันที!"
เสียงตะโกนทุ้มต่ำของเขาทำให้ทั้งรถสั่นสะเทือน เฉินเย่าเฟิงทั้งสามคนเงียบลงทันที ถูกข่มไว้ชั่วขณะ
"คุณหลี่มีวิธีการหรือ?" เฉินเย่าเฟิงถามเสียงเบา
"ตอนนี้น้ำสำรองมีเหลือเท่าไร?" หลี่ยู่หงถาม
"พอใช้ทั้งเมืองประมาณสามวันเท่านั้น" เอี๋ยนอวี่ชิวตอบ
"งั้นก็ไปจับตัวคน!" หลี่ยู่หงกล่าวเสียงเย็น
"ความรุนแรงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง! คุณหลี่ยู่หง!" เจียนหย่งเหวินตะโกนลั่น "หากเคลื่อนไหวต่อซินจื้อเลย์ ถ้าเกิดน้ำหมดขึ้นมา ชีวิตคนทั้งเมืองจะตกอยู่ในอันตรายเพราะคุณคนเดียว! คุณจะรับผิดชอบความเสียหายนั้นได้หรือ!?"
"ผมเห็นด้วยกับการจับตัว!" เฉินเย่าเฟิงตบที่วางแขนกล่าวเสียงดัง "ปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป จะหวังว่าซินจื้อเลย์จะขยันขันแข็งคอยจัดหาน้ำให้อย่างนั้นหรือ!? ไม่แน่ว่าภัยดำที่ปนเปื้อนน้ำอาจเป็นฝีมือของเธอก็ได้!"
"นั่นเป็นแค่จินตนาการของคุณ! พวกเราไม่อาจรับผิดชอบความเสี่ยงขนาดนี้ได้!" เจียนหย่งเหวินยืนกรานไม่ยอมถอย
"งั้นก็ไม่ต้องลงมือในนามทางการ!" หลี่ยู่หงลุกขึ้นยืน "ผมและซินจื้อเลย์มีความแค้นส่วนตัว ตอนนี้ผมจะไปที่สำนักงานใหญ่ของแผนกสืบสวนเพื่อสะสางความแค้น ตรวจสอบสิ่งของหลายลังที่ถูกโกงไป ใครที่ขวางผม คนนั้นถือว่าเป็นศัตรูกับผม"
เขากวาดสายตามองทุกคน
"ถ้าอย่างนี้ ถึงซินจื้อเลย์จะหาเรื่อง ก็ไม่เกี่ยวกับทางการ เป็นเรื่องส่วนตัวของผมคนเดียว ใครขวางผม ผมก็ฆ่าคนนั้น!"
"คุณหลี่!" สีหน้าของเฉินเย่าเฟิงเปลี่ยนไป "นี่ไม่ยุติธรรมกับคุณเลย! ผมจะรับผิดชอบเอง! ถึงจะไม่ได้ทำตำแหน่งนี้ ก็ไม่เป็นไร! ถึงจะถูกปลด เดี๋ยวชายแก่นั่นก็หาข้ออ้างดึงผมกลับไปอยู่ดี!"
สองคนที่เหลือแรกเริ่มก็อยากจะเอ่ยปากด้วยความคึกคักเลือดร้อน แต่พอได้ยินประโยคนี้ก็นิ่งเงียบไป
คิดดูแล้ว มีความเป็นไปได้จริง... "เจอแล้ว! ไฟล์ที่สามสิบสี่!" ทันใดนั้นนักเทคนิคร้องออกมา "ท่านผู้นำทั้งหลาย เร็วมาดูการฉายภาพ!"
ทุกคนในสถานที่จ้องมองที่หน้าจอทันที
บนหน้าจอแสดงภาพชัดเจนของซินจื้อเลย์ถือมีดทองคำยืนอยู่หน้าผนังหิน ปากพึมพำบางอย่าง แล้วกรีดมีดบนตำแหน่งเหนืออกตัวเอง
"ฉันขอวิงวอนให้บุตรชายของฉันได้รับร่างกายที่สมบูรณ์ ฟื้นฟูสติปัญญาอย่างครบถ้วน ไร้โรคภัย ไร้ความทุกข์ ชีวิตยืนยาว ดำรงอยู่ตลอดกาล ปราศจากภัยพิบัติ ปราศจากความทุกข์ยาก"
เธอจุ่มนิ้วในเลือด แล้วเขียนลากอะไรบางอย่างบนผนังหินเบาๆ
"นี่ถือเป็นหลักฐานไหม?" หลี่ยู่หงถามขึ้นทันที
"ถือ!" เฉินเย่าเฟิงกัดฟันพยักหน้า
โครม!!
หน้าต่างรถเกราะแตกกระจายทันที หลี่ยู่หงหายตัวไปจากที่นั่งแล้ว รวดเร็วดังสายลมพัดผ่าน
—------------
ปล. โอ้ว…ก้มหน้ารอไว้อาลัยให้ซินจื้อเลย์สามวิ แล้วรออ่านบทต่อไป ในวันพรุ่งนี้นะคะ ด้วยรัก… ราตรีเสมือนฝัน ^O^