- หน้าแรก
- เกิดใหม่กลายเป็นอาร์เซอุสในโลกวันพีช
- บทที่ 1448 เรื่องราวอาจเป็นเพียงไดอารี่เล่มหนึ่ง
บทที่ 1448 เรื่องราวอาจเป็นเพียงไดอารี่เล่มหนึ่ง
บทที่ 1448 เรื่องราวอาจเป็นเพียงไดอารี่เล่มหนึ่ง
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
บทที่ 1448 เรื่องราวอาจเป็นเพียงไดอารี่เล่มหนึ่ง
เหมียวเพิ่งจะใช้พลังคลื่นในการตวัดหางเมื่อครู่นี้ ความเข้าใจของวูล์ฟไม่ได้ผิดเพี้ยนไป พรสวรรค์ด้านพลังคลื่นของเหมียวน่านั้นเหนือกว่าเขามาก ดังนั้นเธอจึงมีความเข้าใจในพลังคลื่นที่ลึกซึ้งกว่าวูล์ฟมาก
วูล์ฟไม่รู้เลยว่าพลังคลื่นระดับสูงสามารถใช้ในการสื่อสารและนำทางได้ละเอียดอ่อนเพียงใด การตวัดหางเมื่อครู่นี้ดูเหมือนธรรมดา แต่จริงๆแล้วมันผสมผสานไปด้วยพลังคลื่นของเหมียวน่า
ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยสงสัย แต่พอตวัดหางออกไปครั้งนี้ เธอก็พลันตระหนักได้ว่าพี่ชายของตัวเองดูเหมือนจะปิดบังอะไรบางอย่างกับเธออยู่
เมื่อมีความคิดบางอย่างในใจแล้ว เหมียวก็ไม่ได้พูดอะไร เธอจัดการกับสมาชิกของกลุ่มลักลอบล่าสัตว์ การกระทำแบบนี้ไม่จำเป็นต้องมีการพิจารณาคดีอีกต่อไปแล้ว และแน่นอนว่า ตอนที่พวกเขาลงมือก็ไม่ได้เหลือใครรอดชีวิต
พวกเขาทำลายฐานทัพที่นี่ และรักษาโปเกมอน ส่วนเรื่องการจับกุมผู้ซื้อที่เหลือ ไม่ใช่หน้าที่ของพวกเขาแล้ว
จากนั้นพวกเขาก็มุ่งหน้าไปทางเหนือ ข้ามเขตไร้ลมกลับไปยังประเทศวาโนะ
“เกลือเกลือ? เห็นคุณพ่อคุณแม่ไหม?”
ในห้องของคุริ ทั้งเซ็ตสึนะและเซราโอราต่างก็หายตัวไป พวกเขาลองค้นหาทั่วห้องแล้ว ก็เห็นเพียงอัลเครมี่บนโต๊ะหนังสือของเซ็ตสึนะเท่านั้น
อัลเครมี่หลายตัวที่เกิดมาพร้อมกันในตอนนั้น ตอนนี้ก็ได้แยกย้ายกันไปแล้ว อัลเครมี่ของแจ็คกับมาเรียได้เข้าร่วมการผจญภัยในห้วงดารา ส่วนอัลเครมี่ของยามาโตะมักจะช่วยงานอยู่ในครัว
ส่วนอัลเครมี่ครีมเค็มตัวพิเศษของเซ็ตสึนะตัวนี้ก็อยู่ที่บ้านของเซราโอรามาโดยตลอด
“เหรอ? อยู่ที่โซวกำลังเตรียมของอย่างอื่นอยู่ พี่ ดูนี่สิ”
บนโต๊ะหนังสือมีสมุดวางกองอยู่หลายเล่ม หน้าปกของสมุดบางเล่มก็ดูเก่าแก่มาก เห็นได้ชัดว่าเซ็ตสึนะเก็บรักษามันไว้อย่างดี แต่กาลเวลาก็ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ไม่น้อย
“นี่มันไดอารี่ของแม่ไม่ใช่เหรอ? ดูเหมือนจะนานมากแล้วนะ เรื่องราวก่อนพวกเราเกิดคงถูกบันทึกไว้ในนี้สินะ เหมียว เธอหากอะไรอยู่เหรอ?”
“ฉันอยากจะดูว่าช่วงก่อนที่แม่จะสืบทอดราชบัลลังก์แม่คิดอะไรอยู่ พี่น่าจะรู้สึกได้แล้วใช่ไหมว่าช่วงนี้แม่กำลังคิดอะไรอยู่?”
“อืม แต่เธอไม่ต้องกังวลหรอกนะ พี่ชายของเธอคนนี้ไม่เหมือนกับพวกเจ้าชายมนุษย์ธรรมดาทั่วไป พี่ไม่มีปัญหาอะไรเลยกับการที่เธอจะเป็นราชินี เธอเป็นน้องสาวของพี่ การที่เธอจะเป็นราชินีมันก็สมเหตุสมผลดีออกไม่ใช่เหรอ?”
“เหรอ? แต่ฉันว่าพี่น่ะเหมาะกับตำแหน่งนี้มากกว่านะ ยังไงพี่ก็เป็นลูกชายคนโต จะมีเหตุผลอะไรให้ลูกชายคนโตอยู่เฉยๆ ได้ล่ะ?”
“อาณาจักรมิงค์ไม่เหมือนกัน อีกอย่างเธอก็สื่อสารกับสุนิชาได้ แน่นอนว่าเธอเหมาะสมกว่าอยู่แล้ว”
“พี่ชายที่รักของฉัน พี่สื่อสารกับสุนิชาไม่ได้จริงๆน่ะเหรอ?”
ภายในห้องเงียบไปชั่วขณะ แต่ไม่ถึงวินาที วูล์ฟก็พยักหน้ายอมรับเรื่องนั้น โปเกมอนที่อยู่แถวนั้นรู้สึกว่าบรรยากาศมันแปลกๆก็เลยกระโดดลงจากโต๊ะหนังสือวิ่งออกไปข้างนอก ทิ้งให้สองพี่น้องมองหน้ากันเงียบๆ
“แค่กๆ ดูไดอารี่กันต่อเถอะ ถึงแม่จะไม่ว่าถ้าเราจะอ่านไดอารี่ แถมยังเล่าเรื่องในนั้นให้พวกเราฟังบ่อยๆ แต่ก็มีหลายเรื่องเลยที่แม่ไม่เคยพูดถึง”
ในตอนนี้วูล์ฟตัดสินใจรีบเปลี่ยนเรื่อง แล้วก็รีบเร่งให้พ่อแม่ตัดสินใจเรื่องผู้สืบทอดราชบัลลังก์เสียที แบบนั้นเขาถึงจะเป็นอิสระได้อย่างแท้จริง
“ก็จริงนะ ดูเหมือนว่าเล่มนี้น่าจะเป็นเล่มแรก”
เหมียวก็ไม่ได้พูดอะไร แต่เธอมั่นใจแล้วว่าวูล์ฟปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ และตั้งใจว่าอีกไม่นานจะเปิดโปงเขา
【16 ธันวาคม ปี 1494, หิมะตกหนัก
เซ็ตสึนะดีใจมาก เมื่อวานนี้เซ็ตสึนะควบคุมพลังซูลองได้แล้ว ในที่สุดเซราโอราจะได้ไม่ว่าเซ็ตสึนะอ่อนแออีกต่อไป เซ็ตสึนะจะได้ช่วยงานเขาได้บ้างแล้ว
แต่สามปีแล้ว เซราโอรายังไม่สูงขึ้นเลย ตอนนี้เซ็ตสึนะสูงเท่าเขาแล้ว
เขาไม่ชอบให้ใครมาว่าเขาเตี้ย ก่อนหน้านี้มีโจรสลัดคนหนึ่งโดนเขาอัดซะน่วมเลย
หลายคนได้รับพลังจากท่านสัตว์เทพ
เซ็ตสึนะเริ่มคิดถึงบ้านนิดหน่อยแล้ว แต่ข้างนอกนี่ก็น่าสนใจมากเหมือนกัน รอจนกว่าจะหาวีเวิ่ลการ์ดกลับโซวเจอ จะต้องพาทุกคนไปดูให้ได้เลย ใช่แล้ว เซราโอรายังไม่เคยไปโซวเลย ไม่รู้ว่าทุกคนจะชอบเขารึเปล่า
แต่ว่าเขายังไม่กลับมาจากภารกิจเลย】
“นี่เป็นตอนที่แม่เพิ่งมาเข้าร่วมกับทางนี้สินะ แต่ตอนนั้นพวกเขายังไม่ได้คบกันเหรอ?”
“น่าจะนะ ปี 1494 นานมากเลย ว่าแต่ส่วนสูงของพ่อตอนนั้นหยุดอยู่แค่นั้นแล้วเหรอ?”
ครอบครัวของพวกเขาส่วนใหญ่จะไม่ค่อยพูดถึงเรื่องส่วนสูง อย่างมากก็แค่เซ็ตสึนะนานๆทีจะพูดเล่นว่า เป็นเรื่องดีมากแล้วที่พวกเด็กๆไม่ได้กรรมพันธุ์เรื่องส่วนสูงมาจากเซราโอรา
“แม่ดูเหมือนจะไม่ใช่คนเก่งกาจอย่างที่ตัวเองพูดไว้นี่นา ฉันจำได้ว่าแม่เคยบอกว่าเรียนรู้การใช้ซูลองได้ตั้งแต่ยังไม่ออกจากโซวแล้ว”
“ก็เรียนรู้แล้วไง ตอนนั้นแม่แค่ควบคุมมันไม่ได้เฉยๆ... ว่าแต่ทำไมไดอารี่ช่วงนี้มันขาดๆหายๆไปล่ะ?”
ช่วงนั้นเซ็ตสึนะเพิ่งจะเริ่มมีนิสัยชอบเขียนไดอารี่ แต่ก็ไม่ได้บันทึกทุกเรื่องอย่างละเอียด แค่เขียนสิ่งที่เธอคิดว่าน่าสนใจลงในสมุดเท่านั้น แถมยังบันทึกเหตุการณ์ใหญ่ๆในตอนนั้นไว้ไม่น้อยเลยด้วย
ต่อมา หลังจากที่เริ่มคุ้นเคยกับการเขียนแล้ว เธอก็เริ่มบันทึกเรื่องราวประจำวัน ทำให้เนื้อหาในไดอารี่ก็มีมากขึ้น
【17 ตุลาคม ปี 1496
เจ้าเนโกะมามุชิบ้าเอ๊ย ดันทำให้ฉันขายหน้าต่อหน้าเซราโอราจนได้ ความแค้นนี้ฉันจำไว้แล้ว】
【30 ธันวาคม ปี 1496
พวกเราเดินทางมาถึงเกาะแห่งท้องฟ้า ท่านอาร์เซอุสเจอกับของชิ้นหนึ่งที่หายไป】
【27 ธันวาคม ปี 1500, อากาศแจ่มใส
ศัตรูตัวฉกาจในชีวิตของเซราโอราอาจจะเป็นเรื่องส่วนสูง ฉันจำได้ว่าเขาสูงเมตรแปดสิบแล้ว แต่ดูเหมือนว่าช่วงนี้จะถึงขีดจำกัดแล้ว ไม่สูงขึ้นอีกเลย ตอนนี้สูงแค่ระดับอกของฉันเท่านั้นเ ตัวเท่าเดิมตลอด แต่เขาก็น่ารักมากนะ ปีใหม่นี้เซ็ตสึนะตั้งใจว่าจะกลับโซวสักครั้ง】
“ไปพบผู้ใหญ่แล้วสินะ ที่แท้แม่ก็ใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกนานขนาดนี้เลย”
【8 เมษายน ปี 1503, ฝนตก】
“พี่เพโรน่านี่เอง พ่อกับแม่เก็บเธอได้ตอนไปฮันนีมูน... เจอแล้ว อยู่ตรงนี้!”
ในที่สุดพวกเขาก็เจอเนื้อหาที่ต้องการจากกองสมุดไดอารี่ที่สูงเป็นภูเขา
【7 กุมภาพันธ์ ปี 1508, หิมะตก
ฮิตสุกิสุกังจะเร่งให้ฉันรีบกลับไปรับตำแหน่งดยุกอย่างเป็นทางการทุกเดือนเลย คิดถึงวันที่ไร้กังวลตอนเด็กๆจัง แต่ตอนนี้ก็ดูเหมือนจะดีเหมือนกันนะ】
ในสมุดไดอารี่มักจะปรากฏชื่อของคนคุ้นเคยอยู่บ่อยๆ เช่น ควีน ที่บางครั้งก็ถูกหมายหัวไว้ด้วยความแค้น แต่ในบรรดาสมาชิกเผ่ามิงค์ คนที่เซ็ตสึนะพูดถึงบ่อยที่สุดก็มีแค่พ่อแม่ ซึ่งปกติแล้วจะใช้คำสรรพนามแทน
ฮิตสุกิสุกังถือเป็นชื่อที่ปรากฏค่อนข้างบ่อย ในช่วงแรกเซ็ตสึนะบรรยายถึงเขาว่าเป็นผู้อาวุโสที่น่าเกรงขามแต่ก็ห่วงใยพวกพ้อง ทว่าในช่วงหลังกลับปรากฏคำพูดที่เร่งให้เธอสืบทอดตำแหน่งอยู่บ่อยครั้ง
หลังจากที่ได้เห็นเนื้อหาที่อยากดูแล้ว ทั้งสองคนก็จัดเรียงสมุดไดอารี่ให้เข้าที่เหมือนเดิม และนำมันกลับไปวางไว้ที่เดิม ตอนนั้นเอง คิเทรุกุมะก็อุ้มโทรศัพท์โรตอมเครื่องหนึ่งเดินเข้ามา
เมื่อเหมียวกับวูล์ฟรับโทรศัพท์ เสียงของเซ็ตสึนะก็ดังออกมาทันที
“พวกเธอสองคนทำอะไรกันอยู่? พิธีบรรลุนิติภาวะเตรียมพร้อมหมดแล้ว ขาดก็แต่พวกเธอสองคนที่เป็นตัวเอกนี่แหละ คิเทรุกุมะบอกว่าพวกเธอกำลังรื้อไดอารี่อยู่ มีปัญหาอะไรทำไมไม่ถามแม่โดยตรงล่ะ?”
“พวกเราก็กลัวว่าแม่จะยุ่งอยู่น่ะสิคะ เจอของที่อยากได้แล้ว เดี๋ยวพวกเรารีบไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
“ดีเลย อ้อจริงสิ พวกลูกลองดูไดอารี่ของเดือนกรกฎาคม ปี 1502 แล้วก็จดบันทึกเหตุการณ์ใหญ่ๆที่เกิดขึ้นส่งไปให้นักวิชาการของเกาะแห่งท้องฟ้าเล็กด้วยนะ พวกเขาต้องการยืนยันอะไรบางอย่าง”
ในระดับหนึ่ง ไดอารี่เหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกทางประวัติศาสตร์ไปแล้ว ถึงขนาดที่ว่าในสายตาของนักวิชาการจากโอฮาร่ามันก็ยังมีคุณค่าพอให้อ้างอิงได้บ้าง หลังจากจัดการเรื่องที่เซ็ตสึนะสั่งเสร็จแล้ว พวกเขาก็ขี่ไคริวไปยังโซว
ในส่วนของพิธีบรรลุนิติภาวะ โซวยังคงสืบทอดประเพณีดั้งเดิม โดยมีการต่อสู้ในป่าปลาวาฬเพื่อเป็นประจักษ์พยานในเรื่องนี้
เมื่อใบไม้สีเขียวสดสองใบถูกประทับลงบนหน้าผาก เหล่าพวกพ้องที่โซวก็โปรยกลีบดอกไม้ในมือให้พวกเขา
“ยินดีกับพวกเธอทั้งสองคนด้วยนะ ตอนนี้พวกเธอเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วจริงๆ”
ฮิตสุกิสุกังยิ้มกว้างเต็มใบหน้า เขาไม่ได้ทำหน้าที่รักษาการแทนมาหลายปีแล้ว ตอนนี้เด็กทั้งสองคนนี้ก็โตแล้ว เขายิ่งไม่มีทางถูกเรียกกลับมาทำงานอีก ด้วยความคิดเช่นนี้ รอยยิ้มของเขาจึงปิดไม่มิดเลย
หลังจากได้รับคำอวยพรจากญาติสนิทมิตรสหายแล้ว พิธีบรรลุนิติภาวะก็กลายเป็นงานเลี้ยงเล็กๆ แต่สองพี่น้องกลับถูกเซ็ตสึนะกับเซราโอราเรียกเข้าไปในห้อง
(แม่รออีกไม่กี่นาทีก็ไม่ได้เลยเหรอเนี่ย พี่ชาย/น้องสาว คราวนี้คงต้องรบกวนหน่อยแล้วล่ะ)
ในวินาทีนั้นทั้งสองคนแทบจะคิดเหมือนกัน เซ็ตสึนะยังไม่ทันได้พูดอะไร เหมียวก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน “แม่คะ ตอนที่พี่ชายไปทำภารกิจก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าพลังคลื่นของเขาจะแข็งแกร่งขึ้นนะคะ”
“พวกเรามาช่วยกันสอนให้เขาสื่อสารกับสุนิชาเถอะค่ะ แบบนั้นเขาถึงจะเป็น”รัชทายาทที่เหมาะสม“ได้”
เหมียวไม่ได้พูดว่าวูล์ฟปิดบังอะไร แต่เปลี่ยนไปใช้วิธีพูดแบบอื่น ตั้งใจจะให้เซ็ตสึนะตรวจสอบพลังคลื่นของเขาอีกครั้ง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตัวเอง
“ไม่ครับแม่ ผมว่าเหมียวเหมาะกับตำแหน่งนี้มากกว่า ความสัมพันธ์ของเธอกับสุนิชาก็ดีกว่าผม เหมาะที่จะนำพาทุกคนก้าวต่อไปมากกว่า ผมสนับสนุนสุดตัวให้เธอเป็นราชินีองค์ใหม่ของโซว แม่เองก็เป็นราชินี การสืบทอดตำแหน่งให้ลูกสาวมันสมเหตุสมผลกว่าไม่ใช่เหรอครับ?”
เหมียวพูดออกมาตรงๆ ในเมื่อเป็นแบบนี้ วูล์ฟก็เลยไม่ปิดบังอีกต่อไป แสดงความคิดของตัวเองออกมาโดยตรง
“พวกเธอไม่ว่าอะไรเลยเหรอถ้าอีกฝ่ายจะได้เป็นราชา? ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นยุคของพันธมิตรแล้ว แต่ราชอำนาจก็ยังคงมีความสะดวกสบายไม่น้อยเลยนะ”
“ไม่ว่าเลยค่ะ/ครับ! พี่ชาย/น้องสาวเหมาะสมกว่าหนู/ผม!”
เมื่อเห็นสองพี่น้องพูดออกมาพร้อมกัน เซ็ตสึนะก็เผยรอยยิ้มที่ “โล่งอก” ออกมา
“ดีจริงๆ แม่ยังกังวลอยู่เลยว่าพวกเธอสองคนจะทะเลาะกันเรื่องราชบัลลังก์จนทำลายความสัมพันธ์ ในพันธมิตรมีเรื่องแบบนี้เยอะมาก”
ความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างราชวงศ์หลายแห่งเริ่มจืดจางลง สำหรับพวกเขาแล้ว สายเลือดคือความขัดแย้งที่ใหญ่ที่สุด เพื่ออำนาจ พวกเขาทิ้งอะไรไปหลายอย่าง แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้ เผ่ามิงค์ยังไม่มีสถานการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น
สองพี่น้องอาจจะมีความขัดแย้งกันเพราะเรื่องนี้ก็ได้ แต่สาเหตุของความขัดแย้งของพวกเขาก็คือ ไม่มีใครอยากจะเป็นราชานั่นเอง
“แต่พวกเธอไม่ต้องกังวล ตอนนี้สถานการณ์ของโซวก็เปลี่ยนไปแล้ว พวกเธอก็รู้ว่าท่านอาร์เซอุสได้จัดสรรพื้นที่บนแผ่นดินส่วนหนึ่งให้กับเผ่ามิงค์ด้วย ตอนที่แบ่งปันดินแดนที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ ถึงแม้ว่าเผ่ามิงค์จะคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตอยู่บนหลังของสุนิชา แต่ก็เริ่มมีคนในเผ่าไปอาศัยอยู่ที่นั่นบ้างแล้ว”
พอได้ยินเซ็ตสึนะพูดแบบนั้น สองพี่น้องก็พลันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา
“ดังนั้นพวกเธอไม่ต้องเกี่ยงกันหรือแย่งกันหรอกนะ สุนิชาก็มีชีวิต การจะให้มันถูกกักขังอยู่ที่เดียวตลอดไปก็ไม่ดี เหมียว พลังคลื่นของเธอแข็งแกร่งกว่า เธอรับผิดชอบทางฝั่งสุนิชาไป ส่วนวูล์ฟ เธอก็อยู่ที่ดินแดนแห่งใหม่นั่นแหละ ต่างคนต่างรับผิดชอบคนละเขตก็พอแล้ว แต่ห้ามตัดสินใจอะไรโดยพลการนะ มีเรื่องอะไรก็ต้องปรึกษาหารือกับทุกคนด้วยล่ะ”
เซ็ตสึนะพูดในสิ่งที่ทำให้สองพี่น้องรู้สึกหนาวใจในเวลาเดียวกัน ความคิดเดิมของพวกเขาคือการให้อีกคนหนึ่งมารับภาระอันหนักหนานี้ ไม่คิดว่าเซ็ตสึนะจะไม่ยอมปล่อยใครไปเลยสักคน ตั้งใจจะลากพวกเขาทั้งคู่ลงน้ำไปด้วยกัน
“ผมว่าไม่ดีนะครับ! ถ้าเป็นแบบนั้นต่อไปโซวก็จะไม่ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนเหรอครับ? นานวันเข้าถ้ามันแยกออกเป็นสองประเทศจะทำยังไงครับ!”
วูล์ฟยืนหยัดในจุดยืนของการรวมเป็นหนึ่งเดียวปฏิเสธความคิดของเซ็ตสึนะ ส่วนเหมียวก็เออออเห็นด้วย
“ใช่ค่ะ ใช่ๆ พี่ชายพูดถูก เพราะงั้นให้เขาทำเถอะค่ะ ฉันเชื่อว่าพี่ชายจะจัดการเรื่องของทั้งสองฝั่งได้แน่นอน!”
“ไม่ๆๆ ให้เหมียวทำดีกว่า เธอละเอียดรอบคอบกว่า”
“เรื่องนี้พวกเธอไม่ต้องกังวล แม่ไม่ได้ตั้งใจจะให้ราชอำนาจนี้อยู่ในตระกูลของเราตลอดไป เพียงแต่รุ่นของแม่มันมีสถานการณ์พิเศษเกิดขึ้น สมัยก่อนตำแหน่งราชาของโซวไม่ใช่การสืบทอดทางสายเลือด พลังของท่านอาร์เซอุสมีอิทธิพลต่อโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนมีโอกาสที่จะกำเนิดพลังคลื่นในตัวเองได้ แม่จะสอนให้สุนิชาใช้พลังนี้ แบบนั้นมันก็จะสามารถตามหาคนใหม่ที่สื่อสารด้วยได้เอง อีกไม่กี่ปีโซวก็จะมีการลงคะแนนเสียง เพื่อเลือกผู้นำที่เหมาะสมกว่า ผู้มีความสามารถย่อมได้ดำรงตำแหน่งสูง นี่แหละคือธรรมเนียมของโซว อีกอย่าง สุนิชาก็จะกลับไปใช้ชีวิตอยู่ใกล้ๆกับดินแดนแห่งใหม่ด้วย ความผูกพันของทุกคนไม่มีทางขาดสะบั้นหรอก สถานการณ์ของเผ่ามิงค์มันพิเศษอยู่แล้ว ทุกคนไม่ได้ตั้งรกรากอยู่ที่เดียวตลอดไป แต่จะมีการหมุนเวียนกัน ขอแค่มีการติดต่อสื่อสารกันบ่อยพอ เรื่องแบบที่พวกเธอว่ามันไม่เกิดขึ้นหรอก”
ดินแดนผืนนั้นก็ไม่ใช่ดินแดนส่วนแยกในความหมายที่แท้จริงเสียหน่อย สุนิชาเองก็เป็นประเทศที่เคลื่อนที่ได้อยู่แล้ว ด้วยนโยบายบางอย่าง สถานการณ์แบบนั้นสามารถป้องกันได้อย่างสมบูรณ์
“แม่คะ แม่ยังสาวอยู่เลย พวกเราว่าแม่ยังอยู่ในตำแหน่งนี้ได้อีกนานนะคะ”
“ใช่ครับ ใช่ๆ ทุกคนก็ยอมรับในตัวแม่ พวกเราสองคนเพิ่งจะบรรลุนิติภาวะ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย จะได้รับการยอมรับจากทุกคนได้ยังไงครับ”
สองพี่น้องไม่ได้เลือกที่จะล่มจมไปด้วยกันทั้งหมด เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ พวกเขาก็กลับมารวมพลังกันอีกครั้ง และเริ่มเกลี้ยกล่อมให้เซ็ตสึนะอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไปอีกสักพัก
【ข่าวด่วน เมื่อเร็วๆนี้ องค์กรได้ทลายคดีลักลอบค้าโปเกมอนครั้งใหญ่ กลุ่มผู้ลักลอบล่าสัตว์ถูกกำจัดแล้ว ขณะนี้กำลังดำเนินการตามเบาะแสเพื่อเอาผิดกับผู้ซื้อ ในระหว่างการปฏิบัติภารกิจ สมาชิกรุ่นเยาว์ขององค์กรวูล์ฟและเหมียวได้แสดงบทบาทสำคัญ】
เสียงจากวิทยุกระจายเสียงดังขัดจังหวะคำพูดของพวกเขา ดูเหมือนว่าเซ็ตสึนะจะใช้ความจริงมาหักล้าง “คำโกหก” ของพวกเขา
“เอ่อ... แม่ครับ ผมว่าแม่ลองพิจารณาเรื่องรีบมีลูกกับพ่ออีกสักคน แล้วก็ตั้งใจเลี้ยงดูเขาให้ดีดีไหมครับ?”
“ใช่ค่ะ พวกเราสองคนอาจจะล้มเหลวไปแล้ว สู้พวกแม่เริ่มปั้นคนใหม่ตั้งแต่ต้นเลยดีกว่าไหมคะ?”
“ฮ่าๆๆๆ เอาล่ะๆ ไม่แกล้งพวกเธอแล้ว เห็นพวกเธอสองคนทำหน้าตาตื่นเต้นกันใหญ่ แม่ไม่เอาเรื่องที่ตัวเองไม่ชอบไปยัดเยียดให้ลูกๆหรอกน่า แต่ว่าพวกเธอสองคนแอบดูไดอารี่แม่โดยไม่บอกกล่าวก่อน นี่ก็แค่บทเรียนเล็กๆน้อยๆสำหรับพวกเธอเท่านั้นแหละ เอาล่ะ ไปเล่นกับเพื่อนๆเถอะ ตอนนี้แม่ยังมีแรงจัดการเรื่องพวกนี้อยู่”