- หน้าแรก
- เกิดใหม่กลายเป็นอาร์เซอุสในโลกวันพีช
- บทที่ 1432 ตอนพวกเราไม่อยู่ช่วยดูแลเจ้าหมอนี่ให้ดีด้วย
บทที่ 1432 ตอนพวกเราไม่อยู่ช่วยดูแลเจ้าหมอนี่ให้ดีด้วย
บทที่ 1432 ตอนพวกเราไม่อยู่ช่วยดูแลเจ้าหมอนี่ให้ดีด้วย
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
บทที่ 1432 ตอนพวกเราไม่อยู่ช่วยดูแลเจ้าหมอนี่ให้ดีด้วย
ปัง! ปัง!
พอสิ้นเสียงของลูฟี่ พลุกระดาษสองอันก็ถูกดึงทันที หรือจะให้ถูกก็คือ ถูกดึงโดยแมลง เมื่อเห็นว่าลูฟี่ไม่ได้ดึงดันที่จะละเมิดกฎออกทะเล แต่ตัดสินใจที่จะยุบกลุ่มโจรสลัดก่อน เฮราครอสก็รู้สึกยินดีจากใจจริง
แชงค์กังวลว่าบากี้จะหาเรื่องตายจนตัวเองช่วยไว้ไม่ไหว เฮราครอสเองก็เช่นกันไม่ใช่หรือ ถ้าลูฟี่ยังคงฝ่าฝืนกฎต่อไป เฮราครอสก็ตั้งใจว่าจะลองหาเฮราครอสสักสองสามสิบตัว แล้วจับตัวเขาก่อนที่ลูฟี่จะก่อเรื่องเสียอีก
ถึงตอนนั้นก็แค่หาที่ไหนสักแห่งขังเขาไว้ กักบริเวณเขาไว้สักพักก่อน แล้วค่อยหาผมแดงมาเกลี้ยกล่อมด้วยเหตุผลและกำลังเพื่อโน้มน้าวเขา
เฮราครอส:【ใช่แล้ว แบบนี้แหละถูกต้องแล้ว ถ้านายอยากจะเดินทางต่อจริงๆก็รออีกสักพักแล้วไปขอใบอนุญาตเดินเรือ หรือไม่ก็เข้าร่วมทีมของกลุ่มดาวทะเลไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ?】
การยุบกลุ่มไม่ใช่การถูกกำจัดยกกลุ่มเสียหน่อย ยังสามารถกลับมารวมตัวกันใหม่ได้ในอนาคต แม้ว่าสมองจะลัดวงจรเป็นพักๆ แต่ในช่วงเวลาสุดท้าย สมองของลูฟี่ก็ยังตัดสินได้ว่าสถานการณ์ไหนเหมาะสมที่สุดสำหรับตอนนี้ ท้ายที่สุดแล้ว ลูฟี่ผู้ใสซื่อกับนิกะเป็นสิ่งมีชีวิตสองอย่างที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
"ทำไมเงียบกันหมดเลยล่ะ? การเดินทางยังไม่จบลงเสียหน่อย พวกเราแค่พักกันชั่วคราว ทุกคนไปทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงก่อน แล้วค่อยกลับมาตามหาเป้าหมายใหม่กันไม่ดีกว่าเหรอ?"
เมื่อเห็นว่ารอบข้างเงียบกริบ ลูฟี่กลับตะโกนขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ
"เคลื่อนไหวเร็วเข้า! เคลื่อนไหวเร็ว! งานเลี้ยงเริ่มแล้ว! งานเลี้ยงอำลาก็ต้องยิ่งใหญ่หน่อยสิ! ซันจิ รีบไปทำอาหารเลย ดูท่าว่าคงจะไม่ได้กินอาหารฝีมือนายไปอีกสักพักใหญ่ ครั้งนี้ต้องกินให้อิ่มหนำสำราญไปเลย!"
ลูฟี่ดันซันจิเข้าไปในห้องครัว ใบหน้ายังคงเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มที่คุ้นเคย แต่ภายใต้รอยยิ้มนั้นเขากำลังคิดอะไรอยู่ ก็สุดจะคาดเดา
"นั่นสินะ ก็แค่แยกกันชั่วคราว ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วสักหน่อย งั้นมาเพิ่มบรรยากาศให้กับงานเลี้ยงนี้กันดีกว่านะครับ!"
บรู๊คหยิบไวโอลินของตัวเองออกมา แต่ไม่ได้บรรเลงเพลงเหล้าของบิงส์ที่คุ้นเคยนั้น แต่เป็นการร้องเพลง "เส้นทางแห่งสายลม" ซึ่งเป็นเพลงไตเติลในอัลบั้มใหม่ของอูตะ ใช้เพลงใหม่นี้เพื่อเป็นการอำลา
เฮราครอส:【เดี๋ยวก่อน ฉันลืมของอย่างหนึ่ง】
ในขณะที่ทุกคนเริ่มกลับมาสนุกสนานครึกครื้นกันอีกครั้ง เฮราครอสก็ตบหัวตัวเองเบาๆ จากนั้นก็กลับเข้าไปในห้องเคบินหยิบกระเป๋าเอกสารใบหนึ่งออกมา ข้างในมีโทรศัพท์โรตอมรุ่นพิเศษสองสามเครื่องนอนนิ่งอยู่
เฮราครอสทำเสียงตื่นเต้น:【โทรศัพท์โรตอมรุ่นจำหน่ายภายนอกเวอร์ชัน 20 สั่งทำพิเศษ!】
ยังคงเป็นโรตอมรุ่นจำหน่ายภายนอก เพียงแต่ว่าเมื่อเทียบกับฟังก์ชันการโทรและข่าวสารธรรมดาๆแล้ว มันยังเพิ่มโปรแกรมแชทกลุ่มเข้ามาด้วย ปัจจุบันยังไม่ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เป็นเครื่องทดลองที่อูตะมอบให้พวกเขา ถือเป็นของขวัญสำหรับการจากกันของพวกเขาในครั้งนี้
ด้วยการอัปเกรดอุปกรณ์สื่อสาร ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะแยกย้ายกันไป ก็จะไม่สื่อสารกันลำบากเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว และเมื่อเทียบกับเด็นเด็นมูชิแล้วก็สะดวกสบายกว่ามาก
"แกไสหัวออกไปเลยนะ!"
ทันใดนั้น ในห้องครัวก็มีควันดำกลุ่มหนึ่งพวยพุ่งออกมา ซันจิเตะลูฟี่กระเด็นออกมาจากประตูด้วยท่าทางฉุนเฉียว
"ฉันไม่น่าตกลงให้แกช่วยเลยจริงๆ ของง่ายๆแค่นี้แกก็ยังทำพลาดได้ นี่แกอยากจะระเบิดห้องครัวหรือไง!"
ซันจิกับลูฟี่เดินออกมาในสภาพที่เหมือนหลุดมาจากภาพวาดแอฟริกัน ลูฟี่เพิ่งทำแป้งที่กองอยู่หกกระจาย จนสุดท้ายก็ทำให้เกิดการระเบิดของฝุ่นแป้ง พร้อมกับเสียงหัวเราะครืนใหญ่ ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะกลับสู่สภาพเดิม
และเฮราครอสก็ได้ส่งข้อความบางอย่างไปยังคนบางกลุ่มด้วย
ท่ามกลางเสียงหัวเราะ งานเลี้ยงอำลาก็ได้ถูกจัดขึ้นตามกำหนด มีทั้งการเต้นตะเกียบสุดเหวี่ยงและระบำหน้าท้องให้เห็นอยู่ทั่วไป แม้แต่โปเกมอนบางตัวที่เพิ่งมาถึงบริเวณนี้ได้ไม่นานก็ยังถูกดึงดูดเข้ามา
"ทุกคน ยังจำความฝันของตัวเองได้ไหม?"
"เป็นนักดาบอันดับหนึ่งของโลก!"
"วาดแผนที่ของทั้งโลกให้ได้!"
"เป็นนักรบแห่งท้องทะเลผู้กล้าหาญ!"
"ตามหาออลบลูให้เจอ!"
"อยากเป็นหมอที่รักษาได้ทุกโรค"
"สร้างเรือที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก"
"เป็นราชินีแห่งเหล่าโอคามะ!"
"โยโฮโฮโฮ เหล่าหนุ่มสาวต่างก็มีความฝันของตัวเองสินะครับ งั้นผมขอตัวไปหาลาบูนก่อนก็แล้วกัน"
เริ่มต้นที่โต๊ะกลม และจบลงที่โต๊ะกลม ข้างโต๊ะตัวใหม่ คำว่าความฝันถูกเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ความตั้งใจแรกเริ่มนี้พวกเขาไม่เคยลืมเลือน
"เอาล่ะ! พอทุกอย่างจบสิ้นลง พวกเราค่อยกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ แล้วค่อยตามหาเป้าหมายใหม่กันเถอะ ความฝันของมนุษย์ไม่มีวันสิ้นสุดหรอกนะ!"
ลูฟี่หัวเราะฮ่าๆ และท่ามกลางการกระตุ้นของทุกคน เขาก็ได้เอ่ยถึงความฝันของตัวเองอีกครั้ง เหล้าในงานเลี้ยงค่อยๆหมดไป และดวงอาทิตย์ดวงใหม่ก็เริ่มขึ้นแล้ว
การจากลามักจะทำให้ผู้คนรู้สึกเศร้าใจเสมอ แต่ก็ต้องมีการเริ่มต้น ท่ามกลางเสียงโห่ร้องที่ดังขึ้นเป็นระลอก บรู๊คเป็นคนแรกที่ตื่นขึ้น โครงกระดูกอันแสนเบาของเขาได้จากเรือเธาซันด์ซันนี่ไป และข้างใต้เรือ เฮราครอสก็ได้เตรียมกระเป๋าสัมภาระให้พวกเขาเรียบร้อยแล้ว
"เตรียมพร้อมดีจริงๆเลยนะครับ ช่วงเวลาหลังจากนี้ของลูฟี่คงต้องรบกวนคุณด้วงแล้วล่ะ การดูแลเขาคงต้องเหนื่อยไม่น้อยเลยนะครับ"
บรู๊คสวมหมวกทรงสูงไว้บนศีรษะ และพูดกำชับกับเฮราครอสด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างสะท้อนใจ
"เฮรา~"
เฮเฮราครอสยักไหล่แล้วชี้ไปอีกทางหนึ่ง ร่างที่คุ้นเคยสองร่างก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
"คุณเตโซโร คุณนายสเตลล่า ไม่นึกเลยนะครับเนี่ย"
"ไม่เป็นไรหรอก พวกเราตั้งใจจะไปเที่ยวอาณาจักรคนยักษ์ แค่ผ่านมาทางนี้พอดีเท่านั้นเอง นายคิดเรื่องนั้นเป็นยังไงบ้างแล้ว? มีความคิดที่จะกลับมาแสดงอีกครั้งหรือยัง?"
"เรื่องนั้นน่ะเหรอครับ ก็มีความตั้งใจอยู่ครับ แต่ว่าผมต้องไปที่แหลมแฝดก่อน เพื่อนของผมรอผมอยู่ที่นั่นนานเกินไปแล้ว หลังจากนั้นผมจะกลับมาพร้อมกับเพลงใหม่ของผมครับ
ผมได้ฟังทั้งการแสดงอำลาเวทีของทั้งสองท่านและอัลบั้มใหม่ของคุณอูตะแล้วครับ โครงกระดูกแก่ๆอย่างผมจะยอมน้อยหน้าคนอื่นได้ยังไงล่ะครับ ถึงแม้ว่าผมจะเหลือแต่กระดูกก็เถอะ โยโฮโฮโฮ!"
เป็นมุกตลกโครงกระดูกที่คุ้นเคย เพียงแต่ไม่ได้เรียกเสียงหัวเราะใดๆ โควิไนท์ตัวหนึ่งจับตู้รถลอยลงมาจากฟ้า จากตัวอักษร VIP สามตัวบนประตู ก็มองออกได้ว่านี่เป็นเส้นทางพิเศษที่จ้างมาโดยเฉพาะ
"เจ้านี่คุณคงคุ้นเคยดีสินะครับ ไปกันเถอะครับ แบบนี้คุณจะไปหาเพื่อนคุณได้เร็วขึ้นเยอะเลย"
"เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณมากเลยครับ คุณเตโซโร"
บรู๊คไม่ได้เกรงใจ เขานั่งแท็กซี่โควิไนท์บินจากไปทันที ผู้ที่เดินทางไปด้วยก็คือเตโซโรและสเตลล่า การเดินทางของพวกเขาก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเช่นกัน
นอกจากคนที่จากไปแล้ว ที่นี่ยังมีแขกมาเยือนอีกเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น ร่างสูงใหญ่ของทอมก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่นี่อีกครั้ง
เมื่อมองไปที่มนุษย์เงือกคนนี้ เฮราครอสก็ตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างได้ เขาจึงเดินเข้าไปในห้องเคบินแล้วตบเบาๆที่เกราะเหล็กของแฟรงกี้
"อืม? เช้าแล้วเหรอ? เวลาที่ต้องจากกันมันก็มาถึงจนได้สินะ นี่มันทำให้รู้สึกไม่ซูเปอร์เอาซะเลย"
ขณะที่พูด แฟรงกี้ก็ยังทำท่าโพส เมื่อดาวบนแขนของเขารวมเข้าด้วยกัน ก็มีเสียงร้องประหลาดดังออกมาจากปากของเขา และนั่นก็ทำให้คนที่หลับไม่สนิทลืมตาขึ้น
"หนวกหูจริง แฟรงกี้"
"ช่วยไม่ได้ อารมณ์ของลูกผู้ชายมันก็ต้องมีการปลดปล่อยกันบ้าง แต่ว่าฉันคนนี้ไม่อยากเห็นน้ำตาของพวกนายหรอกนะ ถ้าเป็นแบบนั้นฉันคงจะทนไม่ไหว เพราะงั้นฉันขอไปก่อนก็แล้วกัน
เฮราครอส นายปลุกฉันก่อนก็คงคิดแบบนี้เหมือนกันสินะ ช่างรอบคอบจริงๆเลยนะ"
เฮราครอสไม่ได้ตอบ แต่ใช้ท่าทางที่คุ้นเคยชี้ไปด้านหนึ่ง รอยยิ้มที่เป็นมาตรฐานของทอมก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าแฟรงกี้
อันที่จริงแล้ว เฮราครอสไม่ได้คิดอะไรมากมายขนาดนั้น เขาแค่แจ้งการตัดสินใจของลูฟี่ให้คนบางกลุ่มทราบเมื่อวานนี้ คนเหล่านั้นจึงได้เดินทางมาที่นี่ด้วยยานพาหนะด่วนพิเศษของตนเองเพื่อมาหาบุคคลที่เกี่ยวข้อง
"คุณทอม!"
"อย่าเพิ่งตื่นเต้นไป แฟรงกี้ ดูเหมือนว่าตอนนี้นายจะมีเวลาเหลือเฟือแล้วสินะ งั้นก็มาช่วยฉันหน่อยเถอะ แผนนี้ต้องการบุคลากรที่มีความสามารถจำนวนมากเลยนะ ฉันติดต่อไอซ์เบิร์กไว้แล้ว ทอมส์เวิร์คเกอร์สมควรจะถูกสร้างขึ้นใหม่ในวันนี้แหละ"
พลางพูด ทอมก็คลี่แบบแปลนแผ่นหนึ่งให้แฟรงกี้ดู แผนการสร้างทางรถไฟขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าแฟรงกี้
"ไม่ใช่แค่ทะเล แต่ยังรวมถึงบนบกด้วย นี่จะเป็นโครงการครั้งใหญ่ที่จะเชื่อมโยงโลกทั้งใบเข้าด้วยกัน! เส้นทางรถไฟจะเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่าย ซึ่งเพียงพอที่จะขับเคลื่อนความก้าวหน้าของโลก!"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ทอมก็ดูตื่นเต้นเล็กน้อย แม้ว่าแผนนี้เขาเคยมีมานานแล้ว แต่ตอนนั้นเป็นเพียงการก่อสร้างใกล้ๆกับวอเตอร์เซเว่นเท่านั้น ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนมากเท่าที่ควร ทำให้ต้องเสียเวลาไปมาก และสร้างเสร็จเพียงบางส่วนเท่านั้น
ตอนนี้เขามีแรงสนับสนุนจากทั้งโลก เทคโนโลยีรถไฟทะเลก็พัฒนาเต็มที่แล้ว แม้ว่าจะต้องใช้เวลาอย่างมหาศาล แต่ทอมเชื่อว่าโครงการระดับโลกนี้จะถูกสืบทอดต่อไปอย่างแน่นอน
ความตั้งใจแรกเริ่มของเขาไม่ใช่เพื่อชื่อเสียง แต่เพื่อการพัฒนาของภูมิภาค แต่เมื่อชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่นี้มาอยู่ตรงหน้า เขาก็ยากที่จะต้านทานสิ่งเย้ายวนนี้ได้
ยิ่งไปกว่านั้น โครงการนี้ยังมีความสำคัญทางการเมืองอย่างยิ่งยวด เผ่ามนุษย์เงือกมีผืนดินใหม่ กฎหมายเลิกทาสได้ถูกบังคับใช้แล้ว ในยุคแห่งความโกลาหลต้องใช้กฎหมายที่รุนแรง และบัดนี้ ท้องทะเลกำลังใช้วิธีการที่รวดเร็วที่สุดเพื่อยับยั้งสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด
ทว่าสิ่งที่หลงเหลือจากกาลเวลานั้นยากที่จะลบเลือน เนื่องจากนโยบายของผู้มีอำนาจเบื้องบน มนุษย์จำนวนไม่น้อยจึงมีความรู้สึกหวาดกลัวต่อมนุษย์เงือกโดยธรรมชาติ ความรู้สึกหวาดกลัวเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่สามารถกำจัดได้ด้วยกำลัง
เป้าหมายของทั้งเผ่ามนุษย์เงือกและเผ่านางเงือกคือการใช้ชีวิตอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งนั่นจำเป็นต้องมีความเข้าใจ โครงการขนาดใหญ่ที่มีมนุษย์เงือกเป็นหัวหน้าวิศวกรเช่นนี้จึงเหมาะสมอย่างยิ่ง
"คุณทอมครับ โครงการนี้มันใหญ่เกินไปหน่อยไหมครับ?"
เมื่อมองดูแบบแปลนของทอม แฟรงกี้ถึงกับจินตนาการไม่ออกเลยว่าจะต้องใช้วัสดุมากมายมหาศาลเพียงใด และต้องทุ่มเทกำลังคนและทรัพยากรมากแค่ไหน
"ทรัพย์สินที่พวกปรสิตเหล่านั้นทิ้งไว้ ทรัพย์สินที่ปล้นสะดมมาจากทั่วโลกตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา การนำกลับมาตอบแทนโลกก็นับเป็นวิธีการใช้ที่ดีทีเดียว แฟรงกี้ รถไฟแบบนี้ต่างหากล่ะ ถึงจะเป็น 'เรือที่ยิ่งใหญ่ที่สุด'"
"ผมเข้าใจครับ คุณทอม ในเมื่อคุณยังเห็นคุณค่าในตัวผม ผมย่อมยินดีช่วยคุณอยู่แล้ว เพียงแต่ผมต้องการเวลาสักหน่อยเพื่อดูแลเรือเธาซันด์ซันนี่ครับ"
ถึงแม้พวกเขาจะลดธงลงแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทอดทิ้งเรือ เธาซันด์ซันนี่ยังคงต้องการการดูแล ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาก็ไม่แน่ใจว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใดกว่าจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
ในฐานะช่างต่อเรือและผู้สร้างเธาซันด์ซันนี่ แฟรงกี้จึงกลายเป็นผู้ดูแลเรือไปโดยปริยาย
ตามหลักแล้ว เขาควรจะเป็นคนสุดท้ายที่จากไป แต่ทอมกลับมาถึงเร็วมาก แฟรงกี้จึงรู้สึกสับสนอยู่บ้าง
"ไม่เป็นไร พวกเรายังมีเวลาเหลือเฟือ อีกอย่าง ที่นี่ก็มีช่างฝีมือและอู่ต่อเรือที่ดีที่สุดในโลก เพียงพอที่จะดูแลเรือลำนี้ได้อย่างดี เวลาว่างนายยังสามารถอัปเกรดเรือลำนี้ได้อีกด้วย ฉันคิดว่าในอนาคตพวกนายก็คงจะได้ออกเดินทางครั้งใหม่เช่นกัน
พวกเราสามารถออกเดินทางได้เลยตอนนี้ หลังจากนี้จะมีคนนำเรือลำนี้ไปส่งให้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน"
ทั้งแฟรงกี้และไอซ์เบิร์กต่างก็เติบโตมาจากการเลี้ยงดูของทอม ทอมถึงกับใช้ผลงานการสร้างรถไฟทะเลแลกกับการพ้นผิดของแฟรงกี้กับรัฐบาลโลกในตอนนั้น แม้จะบอกว่าเป็นศิษย์ แต่ในทางความรู้สึกแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับพ่อลูกกันเลย
เขามีความรักและห่วงใยแฟรงกี้อย่างแท้จริง ในทำนองเดียวกัน แฟรงกี้ก็เคารพและไว้วางใจเขาเช่นกัน
"อย่างนั้นต้องขอบคุณมากจริงๆครับ คุณทอม เฮราครอส เจ้าลูฟี่นั่นฝากนายด้วยนะ อย่าลืมดูแลเขาให้ดีล่ะ"
คำพูดคล้ายๆกันดังขึ้นในหูของเฮราครอสอีกครั้ง ทอมก็ได้พาแฟรงกี้ขึ้นเรือเร็วลำหนึ่งมุ่งหน้าไปยังที่ห่างไกล
จำนวนคนบนเรือลดลงทีละคน แม้ว่าจะจัดงานเลี้ยงกันทั้งคืน แต่จริงๆแล้วคนส่วนใหญ่ยังคงตื่นอยู่ เพียงแต่ว่าการร่ำลาได้จบสิ้นลงแล้ว ในยามที่ต้องจากกันจึงไม่มีอะไรต้องพูดมากนัก
ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีคนมารับ ส่วนใหญ่แล้วต้องตัดสินใจอนาคตและที่ไปของตัวเอง หลังจากการจากไปของคนบางส่วน เฮราครอสก็หยิบกิ่งไม้ขึ้นมาส่งเดช แล้วเริ่มใช้กิ่งไม้เขี่ยปลุกคนที่ยังอยู่บนเรือ
เฮราครอส:【ตื่นได้แล้ว! ตื่นได้แล้ว! อย่าแกล้งหลับสิ ได้เวลาไปทำงานในที่ที่เหมาะสมกับพวกนายแล้ว ครั้งนี้เป็นงานสุจริตนะ!】
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา บอน เคร ได้ขึ้นเที่ยวบินไปยังอาณาจักรโมโมอิโระ เขาจะกลับไปยังสวรรค์ของเหล่าโอคามะเพื่อฝึกฝนเพิ่มเติม ส่วนซันจิถูกชาร์ล็อตต์ พุดดิ้งพาตัวไป พวกเขายังมีปัญหาเรื่องสัญญาหมั้นหมายกันอยู่
อุซปถูกสมาชิกของอดีตกลุ่มโจรสลัดผมแดงพาตัวไป ดูเหมือนว่าจะไปหาทางยาซป ส่วนคนที่เหลือยังคงอยู่บนเรือ
ในมือของเฮราครอสยังมีแบบฟอร์มสมัครงานอยู่ บริษัทผลไม้ร้อยอสูรเพิ่งจะมีการเปิดรับสมัครพนักงานรอบใหม่ไปเมื่อไม่นานนี้ โครงการวิจัยยาครอบจักรวาลที่ใช้ได้กับคนจำนวนมากได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง นี่เป็นสิ่งที่เตรียมไว้ให้ช็อปเปอร์
งานวาดแผนที่โลกและการสร้างแผนที่ดาวของกลุ่มดาวทะเลก็ได้เริ่มต้นขึ้นเช่นกัน นั่นคือตำแหน่งที่เฮราครอสเตรียมไว้ให้นามิ สรุปคือ เขาอาศัยเส้นสายสุดท้ายที่มีอยู่ของตัวเอง จัดหาตำแหน่งที่เหมาะสมคร่าวๆให้กับพวกเขา
"ตาครัวบ้ากามนั่นไปแล้วเหรอ? ฉันเกือบลืมไปเลยนะว่าเขายังมีคู่หมั้นอยู่ด้วย"
ก็พุดดิ้งไม่ได้ดึงเอาความทรงจำส่วนนั้นของซันจิออกไปนี่นา ตอนนี้ชาร์ล็อตต์ หลินหลินก็เตรียมที่จะออกจากเกาะโฮลเค้กเพื่อเริ่มการเดินทางครั้งใหม่แล้ว ลูกๆบางคนของเธอก็รู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องนี้มาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ชาร์ล็อตต์ หลินหลิน ผ่อนคลายการควบคุมลูกๆของตนเองลง หลายคนก็มีชีวิตใหม่เป็นของตัวเอง
"อย่ามาทำเป็นพูดดีไปหน่อยเลย ตอนซันจิไปน่ะ เธอดูเสียดายจะตายไปไม่ใช่เหรอ เออจริงสิ เฮราครอส อย่าลืมเอาค่าจ้างของโซโรมาให้ฉันโดยตรงเลยนะ เขายังติดหนี้ฉันอยู่เยอะเลย"
"ฉันไปติดหนี้เธออีกตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!"
"หนึ่งพันเบรีเมื่อห้าเดือนที่แล้วไงล่ะ ตอนนี้ดอกเบี้ยมันพุ่งไปถึงขนาดนี้แล้วนะ"
"นี่มันเงินกู้นอกระบบแบบไหนของเธอเนี่ย!"
"ล้อเล่นน่า นี่ต่างหากคือส่วนที่นายต้องคืน ดอกเบี้ยปกติจ้ะ"
ถึงอย่างไรคนก็หายไปเยอะแล้ว พวกเขาก็เลยพูดเล่นกันเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ แต่ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงที่สม่ำเสมอมากดังแว่วเข้ามาในหู
ฟี้...ฮ่า...ฟี้...ฮ่า
"ลูฟี่ ไม่ต้องแกล้งหลับแล้ว พวกเรายังต้องเดินทางไปด้วยกันอีกสักพักนะ"
ฟี้...ฮ่า...
"เอ่อ...ดูเหมือนว่าเขาจะหลับจริงๆนะ"
ช็อปเปอร์เขย่าตัวลูฟี่เบาๆ แต่กลับถูกผลักออกไปทันที บรรยากาศประหลาดๆพลันก่อตัวขึ้น คนบนเรือต่างพากันมายืนล้อมรอบลูฟี่เงียบๆ
"นายเป็นกัปตันที่ช่างสบายใจได้ทุกเรื่องจริงๆเลยนะ!"