เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1428 นิกะ? ไอ้ของแบบนี้ใครอยากได้ก็เอาไปเลย รีบเอาไปซะ!

บทที่ 1428 นิกะ? ไอ้ของแบบนี้ใครอยากได้ก็เอาไปเลย รีบเอาไปซะ!

บทที่ 1428 นิกะ? ไอ้ของแบบนี้ใครอยากได้ก็เอาไปเลย รีบเอาไปซะ!


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

บทที่ 1428 นิกะ? ไอ้ของแบบนี้ใครอยากได้ก็เอาไปเลย รีบเอาไปซะ!

ไคโดเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดมาก เวลาที่เขากำลังสู้จนติดลม การเข้าไปช่วยเขาจะทำให้ไคโดโกรธจัด มีโอกาสที่จะทำให้ไคโดจัดการสะสางทันที และถึงแม้จะไม่เกิดขึ้นทันควัน ก็จะถูกสะสางในภายหลังอยู่ดี

แต่ถ้าหากศัตรูของเขามีคนมาช่วยเพิ่ม เขาจะไม่รู้สึกแบบนั้น

ตอนที่สู้กับบุลเล็ตในตอนนั้น ไม่ว่าจะเป็นไคโดหรือบุลเล็ต ต่างก็จัดให้แชงค์อยู่ในฝ่ายศัตรูโดยปริยาย

ในตอนนี้ การชิงลงมือก่อนโจมตีลูฟี่แทนไคโด แน่นอนว่าจะทำให้ไคโดรู้สึกเจ็บใจอย่างที่สุด แต่ก็ไม่มีความจำเป็น ถ้าใช้วิธีนี้ ลักษณะของเรื่องมันก็จะเปลี่ยนไป

แต่การลงมือกับคนสองคนพร้อมกัน การขัดขวางแบบที่ไม่ได้เป็นการช่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมันต่างออกไป

กระบองนี้ถ้าฟาดลงไป ยามาโตะไม่แน่ใจว่าไคโดจะยังสามารถรักษาร่างเมฆาอัคคีไว้ได้หรือไม่ ตามหลักแล้วไม่น่าจะทำได้ เป้าหมายที่ยามาโตะมาที่นี่ไม่ใช่เพื่อระเบิดประเทศนี้ทิ้ง ดังนั้นจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อน

“นั่นมันอะไรกัน ข้างบนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?!”

ในเวลานี้วาโนะคุนิกำลังอยู่ในช่วงเทศกาลเปลวอัคคี เสียงของดอกไม้ไฟช่วยขจัดความทุกข์ตรมในยามปกติ คนส่วนใหญ่ไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าที่เกาะโอนิงะชิมะซึ่งอยู่ข้างๆเกิดเรื่องคอขาดบาดตายขนาดไหน

ท่าเพลิงมังกรของไคโดและท่าหมัดบาจ์รังกันของลูฟี่ดึงดูดความสนใจของผู้คนบางส่วนได้ แต่ทั้งหมดนี้ก็เทียบไม่ได้กับเสาน้ำแข็งขนาดยักษ์ที่ยามาโตะสร้างขึ้น เสาน้ำแข็งที่ใหญ่ราวกับภูเขานี้ทำให้ทุกคนไม่สามารถละสายตาไปทางอื่นได้ชั่วขณะ

“หลีกไป! ฉันจะอัดไคโดให้กระเด็น ตอนนี้ยังไม่อยากสู้กับเธอ!”

“อย่าเกะกะ! นี่คือการต่อสู้ระหว่างฉันกับเจ้าเด็กนั่น!”

“อย่าเข้าใจผิด ฉันไม่ได้อยากจะช่วยพวกนายคนไหนทั้งนั้น ฉันจะอัดพวกนายทั้งสองคนต่างหาก!”

คำพูดของยามาโตะทำให้พวกเขาสองคนรู้สึกงุนงงอย่างบอกไม่ถูก ไม่ใช่ว่าคิดว่ายามาโตะฉวยโอกาสตอนที่คนอื่นกำลังลำบาก ถึงแม้ว่าตอนนี้พลังกายของทั้งคู่จะลดลงไปมากแล้วก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อท่าไม้ตายที่กำลังจะใช้ออกมา

ท่าอัศนีแปดทิศและหมัดบาจ์รังกัน ต่างก็เป็นการโจมตีสุดกำลังของพวกเขา การเข้ามาขวางอยู่ตรงกลางโดยไม่มีเหตุผล ต่อให้เป็นคู่ต่อสู้ระดับเดียวกันก็ยากที่จะรับไหว แต่ยามาโตะก็ยังเลือกที่จะทำแบบนั้น

“นี่ไม่ใช่การต่อรองกับพวกนายนะ ฉันแค่แจ้งให้ทราบเท่านั้น”

เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ในเมื่อยามาโตะไม่มีทีท่าว่าจะหลีกทางให้ พวกเขาสองคนก็ย่อมไม่ออมมือเช่นกัน เมื่อเข้าร่วมการต่อสู้ก็ต้องมีความพร้อมที่จะสู้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ก็ไม่สามารถสั่นคลอนความคิดของพวกเขาในตอนนี้ได้

ถึงแม้ว่าจะมีใครบางคนพยายามจะเข้ามาขัดขวางระหว่างพวกเขาก็ตาม เป้าหมายของพวกเขาก็คือการทะลวงผ่านอุปสรรคนั้นไปให้ได้

พร้อมกับสายฟ้าที่สาดส่องจากในหมู่เมฆ หมัดบาจ์รังกันที่รวบรวมพลังมาเป็นเวลานานก็พุ่งโจมตีลงมายังเบื้องล่าง

เปลวเพลิงลุกโชนอย่างรุนแรง ท่าอัศนีแปดทิศของไคโดก็เป็นไปอย่างที่เขาพูดไว้ พุ่งเข้าปะทะซึ่งๆหน้า

“แบบนี้สิถึงจะถูก ถึงจะเกลียดเจ้าพ่อเฮงซวยนั่นมากก็เถอะ แต่บางทีตรรกะของเขาก็ใช้ได้ผลดีเหมือนกัน ของอย่างหมัดเนี่ย มันใช้ง่ายกว่าการพูดด้วยเหตุผลเยอะเลย”

การโจมตีของทั้งสองคนยังมาไม่ถึง แต่ยามาโตะก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของฮาคิราชันย์ที่แผ่ออกมาจากพวกเขาแล้ว ไอเย็นยะเยือกสายหนึ่งพวยพุ่งออกจากปากของเธอ หมอกน้ำแข็งที่เกือบจะจับตัวเป็นรูปร่างได้เข้าปกคลุมรอบกายเธอ

เปลวเพลิงล้อมรอบไหล่ซ้าย สายฟ้าล้อมรอบไหล่ขวา ธาตุทั้งสามชนิดกำลังหลอมรวมเข้ากับฮาคิของเธอ ก่อเกิดเป็นพลังรูปแบบใหม่

นี่ไม่ใช่การหลอมรวมของมังกรแห่งเต๋า ถ้าจะให้พูดก็คือ ได้เพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่ไม่ได้แก่นแท้ของมัน เป็นเพียงการใช้พลังหลายอย่างพร้อมกันแค่ผิวเผินเท่านั้น ยังห่างไกลจากพลังที่แท้จริงของมังกรแห่งเต๋าอยู่มากนัก

แต่การหลอมรวมพลังนี้กลับสามารถนำมาซึ่งการยกระดับไปอีกขั้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

“ระบำกงล้อสะท้านฟ้า!”

ยามาโตะไม่ได้ใช้ทาเครุ แขนทั้งสองข้างที่สวมเกราะมือต่างสีกันยื่นออกไปข้างหนึ่งอยู่บน อีกข้างอยู่ล่าง และด้านหลังของยามาโตะก็ปรากฏร่างเงาขนาดมหึมาที่ทำท่าทางเดียวกัน

น้ำแข็งเป็นดั่งกายหยาบ สายฟ้าและเปลวเพลิงก่อเกิดเป็นเส้นเอ็น โลหิตที่สร้างจากฮาคิไหลเวียนอยู่ภายใน กรงเล็บยักษ์ทั้งสองข้างราวกับจะฉีกกระชากผืนฟ้านี้

“ล้มลงไปซะ!”

กรงเล็บน้ำแข็งยักษ์ที่ลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงกดลงบนหัวของไคโด ฮาคิ ณ จุดที่ทั้งสองปะทะกันกำลังชนกันอย่างต่อเนื่อง

เปลวเพลิงมังกรของ “ไคโด” ลุกไหม้อย่างสุดกำลัง แต่ก็ไม่อาจเอาชนะเพลิงแห่งสัจธรรมนั้นได้ กลับกัน มันถูกเปลวเพลิงน้ำแข็งอันประหลาดนั้นย้อนกลับเข้าทำร้าย บนเขามังกรของเขาก็มีผลึกน้ำแข็งรูปร่างคล้ายเปลวไฟเกาะติดอยู่

หมัดบาจ์รังกันของลูฟี่ก็ไม่สามารถจู่โจมลงมาได้เต็มที่ กรงเล็บที่อาบไปด้วยสายฟ้าคำรามเข้าต้านหมัดยักษ์ขนาดเท่าเกาะนั้นไว้ สายฟ้าแห่งอุดมคติได้กลายเป็นกำแพงที่ไม่อาจข้ามผ่านได้

ยางของนิกะมีพลังที่เหลือเชื่อ มันไม่เพียงแต่ต้านทานสายฟ้าได้ แต่ยังทนต่อความร้อนสูงได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย แต่สายฟ้าของยามาโตะกลับมีความเย็นยะเยือกผิดปกติแฝงอยู่ พร้อมกับกระแสไฟฟ้าที่แผ่ซ่านไปทั่ว ความเย็นยะเยือกนี้ได้แทรกซึมเข้าไปถึงไขกระดูกของนิกะแล้ว

ถึงแม้จะเป็นสายโซออนพันธุ์สัตว์มายาที่ตื่นขึ้นแล้วก็ตาม ก็ยังไม่พ้นที่จะปรากฏรอยแตกหลายแห่งบนแขน

“โฮกกก!”

ร่างเงาเบื้องหลังยามาโตะดูเหมือนจะเปล่งเสียงคำรามอันทรงพลังออกมา ทำให้ผู้คนรู้สึกสั่นสะท้านไปถึงระดับจิตวิญญาณ การต่อสู้ครั้งนี้ได้เบี่ยงเบนไปจากทิศทางเดิมโดยสิ้นเชิงแล้ว

พร้อมกับเสียงคำรามนั้น ร่างมหึมาของไคโดก็ร่วงหล่นจากหมู่เมฆ หมัดยักษ์ของลูฟี่ก็ถูกดีดกลับไปเช่นกัน ร่างกายของทั้งคู่ร่วงหล่นลงมาราวกับลูกโป่งที่ปล่อยลม ทั้งสองคนตกลงบนคนละฟากของเกาะโอนิงะชิมะและไม่มีแรงเหลือพอที่จะลุกขึ้นยืนได้อีก

ณ ขอบฟ้าอันไกลโพ้น ดวงอาทิตย์ยามเช้าเริ่มโผล่พ้นจากผืนทะเล ความมืดมิดที่ขอบฟ้าถูกขับไล่หายไป แสงอาทิตย์ส่องสะท้อนบนผืนน้ำทะเล ราวกับว่าโลกถูกยามาโตะฉีกเปิดออกเป็นช่องว่าง

“เติบโตขึ้นอีกหน่อยแล้วสินะ ดูท่าว่าคุณหนูจะยังยึดติดกับเรื่องนั้นจริงๆด้วยสินะ”

เมื่อมองดูการเปลี่ยนแปลงของยามาโตะ เชย์น่าก็อดทอดถอนใจเล็กน้อยไม่ได้ สำหรับพวกเธอแล้ว ศัตรูตัวฉกาจที่สุดได้ถูกกวาดล้างไปหมดแล้ว คนที่เหลืออยู่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถสร้างภัยคุกคามได้เทียบเท่ากับรัฐบาลโลก

ด้วยความพยายามของเหล่าผู้มีพลังต่อสู้ระดับสูง ปัญหาเกือบทั้งหมดในตอนนี้ไม่นับว่าเป็นปัญหาอีกต่อไป เพียงแต่เป้าหมายของยามาโตะยังคงอยู่ การโค่นล้มไคโดนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยวางได้ง่ายๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ครั้งนี้ยามาโตะไม่ได้ใช้กระบองหนาม กระบองอันเดียวโจมตีทั้งทิศทางบนและล่างพร้อมกันได้ยากก็จริง แต่เชย์น่าคิดว่าที่ยามาโตะทำเช่นนั้นไม่ใช่เพราะนึกจะทำก็ทำ แต่มีจุดประสงค์ที่ลึกซึ้งกว่านั้น

“โว่ะโรโรโร่ะ เจ้าเด็กนี่เชี่ยวชาญกลยุทธ์การต่อสู้ของตัวเองขนาดนี้แล้วงั้นรึ? ดูท่าทางเตรียมตัวมาเยอะเลยนี่นา”

จอกเหล้าหมายเลขสี่ไม่ได้รับเคราะห์กรรมใดๆ กลายเป็นจอกที่เหลือรอดนานที่สุด ส่วนไคโดก็หัวเราะออกมาอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกในรอบนาน

อาร์เซอุสได้เปลี่ยนแหล่งพลังงานของเธอ ทำให้เธอสามารถประยุกต์ใช้พลังได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น แต่นั่นเป็นเพียงแค่พลัง ยกเว้นตอนที่เรชิรัมหรือเซครอมควบคุมร่างเธอต่อสู้แทน ยามาโตะเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะใช้พลังนั้นอย่างไร

กลยุทธ์การต่อสู้เฉพาะตัวของยามาโตะมีพื้นฐานมาจากไคโดมาโดยตลอด อาจกล่าวได้ว่ายกเว้นรูปแบบการต่อสู้หลังดื่มเหล้าที่จะเปลี่ยนนิสัยของเขาไป ยามาโตะเรียนรู้ท่าไม้ตายส่วนใหญ่ของไคโดไปจนเกือบหมดแล้ว

การที่ตอนนี้ยามาโตะใช้กลยุทธ์ของตนเองแทนที่จะเป็นของไคโด ในสายตาของไคโดแล้ว มันคือการประกาศสงครามแบบพิเศษ เขารู้สึกว่าเธอกำลังใช้วิธีนี้เพื่อสื่อสารบางอย่างกับตนเอง

“ไม่ต้องถ่อมตัวเกินไปหรอก เจ้าก็เตรียมอะไรต่างๆให้ยามาโตะไม่น้อยเลยนี่ ความแข็งแกร่งของยามาโตะพัฒนาขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่เจ้าอาจจะคิดมากไปหน่อย ข้ากลับคิดว่า นางแค่รู้สึกว่าแบบนี้มันถนัดมือกว่าเท่านั้นเอง”

“ถ้าเป็นปกติก็อาจจะใช่ แต่นายลืมไปหรือเปล่าว่า เธอกำลังรับมือกับ”ฉัน“อยู่นะ แล้วก็รู้ด้วยว่าฉันคนนี้จะคอยดูอยู่ตรงนี้ การที่ต้องเผชิญหน้ากับสองคนพร้อมกัน การที่เธอจะคิดมากมันก็สมเหตุสมผลแล้ว”

คนที่นี่ต่างก็พูดคุยถึงสภาพจิตใจของยามาโตะกันไปเรื่อยเปื่อย ส่วนยามาโตะเองก็ได้ลงมายืนบนหลังคาแล้ว

เมฆาอัคคีที่เคยล้อมรอบโอนิงะชิมะบัดนี้ได้สลายไปแล้ว เสาน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นก่อนหน้านี้ได้กลายเป็นสิ่งค้ำจุนใหม่ ตอนนี้ไคโดกลับคืนสู่ร่างมนุษย์แล้ว และกำลังนอนอยู่ในหลุมขนาดใหญ่

เขาไม่ได้คลานออกมาจากหลุมทันทีเหมือนตอนที่เล่นสนุกเหมือนเมื่อก่อน แต่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ตรงนั้น ดูเหมือนจะไม่มีแรงเหลือแล้ว แต่พลังชีวิตยังไม่ถึงขั้นที่จะดับสูญ

“แข็งแกร่งจริงๆเติบโตมาถึงขั้นนี้แล้วงั้นเหรอ ช่องว่างระหว่างคนคนเดียวกัน มันช่างแตกต่างกันมากจริงๆ”

“นั่นมันก็ไม่ใช่เพราะแกหรอกเหรอ ขอบอกไว้ก่อนนะว่า ฉันยังคงคิดว่าไคโดเป็นคนเฮงซวยอยู่ แต่ถ้าแกยอมเรียนรู้จากพ่อบ้าๆของฉันบ้าง ฉันในฝั่งนี้ก็คงไม่แสดงท่าทีแบบนั้นหรอก แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะแกขาดคู่หูที่มีเพียงหนึ่งเดียวไปนี่นา”

“โว่ะโรโรโร่ะ หมายถึงพ่อบุญธรรมที่แกพูดถึงน่ะเหรอ? ฉันไม่เคยเจอคนแบบนั้นหรอก”

“หึ ของแบบนี้แกอิจฉาไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่ฉันมีคำถามอยู่อย่างหนึ่ง ทำไมแกถึงต้องปะทะกับเขาซึ่งๆหน้าด้วยล่ะ? แถมยังตัดสินใจสู้ในร่างสัตว์อีก มันไม่ฉลาดเลยนะ”

ก่อนหน้านี้จากมุมมองของเชย์น่า ยามาโตะเห็นคิงหลังจากทิ้งร่างเปลวเพลิงไปแล้วก็เข้าปะทะแลกหมัดกับโซโรตรงๆ เห็น ควีนตอนที่ลอบโจมตีซันจิก็ไม่ได้ใช้ฮาคิเคลือบดาบ แต่กลับเลือกใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกับเจอร์ม่าเพื่อโอ้อวด

ตอนนี้ไคโดก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ดื้อรั้นที่จะอยู่แต่บนเกาะโอนิงะชิมะ เอาหัวไปรับหมัดนั่นตรงๆ

“แกเองก็รอดชีวิตมาจากสนามรบไม่ใช่เหรอ? ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าคนที่รอดมาจากสภาพแวดล้อมแบบนั้นอย่างแก พอมาถึงขั้นนี้แล้วจะยังยึดติดกับหลักการที่ต้องปะทะกันตรงๆอีก ถึงแม้ว่าการจะหลบหลีกท่านั้นมันแทบจะเป็นไปไม่ได้ก็จริง แต่ท่าอัศนีแปดทิศมันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของแกแล้วจริงๆเหรอ?”

“ทำไมงั้นเหรอ เป็นคำถามที่ดี เมื่อก่อนคิงเคยพูดเรื่องหนึ่งกับฉัน ลูกชายโง่ๆของฉันก็เห็นชื่อนั้นหลายครั้งในสมุดบันทึกของโอเด้ง ตัวฉันในอดีตก็ได้ยินชื่อนั้นมานับครั้งไม่ถ้วน”

“จอยบอยสินะ แกยังคงคิดถึงผู้แพ้คนนั้นไม่ลืมเลือน”

“ใช่แล้ว คิงได้รับอิทธิพลจากฉันก็เลยเคยสนใจเรื่องจอยบอยอยู่บ้าง แต่ในความเห็นของฉัน ถ้าอยากจะเป็นจอยบอยอะไรนั่น ก็ต้องโค่นฉันให้ได้เสียก่อน

เมื่อดูตอนนี้แล้ว บางทีแกที่ไม่คาดคิดนี่แหละ อาจจะเป็นผลลัพธ์ที่แท้จริงก็ได้?”

ยามาโตะได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งของตนเองด้วยหมัดแล้ว การที่สามารถแยกทั้งสองคนออกจากกันได้อย่างเด็ดขาดนั้น ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทำได้ ดังนั้นไคโดจึงตอบคำถามของยามาโตะด้วยท่าทีเช่นนี้ในเวลานี้

“นี่แกกำลังแช่งให้ฉันกลายเป็นผู้แพ้เหรอ? ฉันไม่สนใจเรื่องจอยบอยอะไรนั่นหรอกนะ ฉันก็คือฉัน ฉันมีความคิดและเป้าหมายของตัวเอง ฉันไม่เดินซ้ำรอยทางเก่าๆของผู้แพ้คนไหนทั้งนั้น

แต่ฉันจะไม่ยอมให้แกอาละวาดแบบนี้ต่อไปอีกแล้ว ฉันจะทำให้แกฟื้นฟูพละกำลัง แล้วหลังจากนั้นฉันจะล้มแกด้วยตัวคนเดียวและด้วยพลังที่เหนือกว่าอย่างเด็ดขาด ถึงตอนนั้น ความคิดบางอย่างของฉัน...”

“ถ้าแกทำได้จริงๆ ก็แล้วแต่แกเลย เพราะยังไงแกก็แข็งแกร่งกว่า แต่แกตั้งใจจะทำแบบนั้นจริงๆเหรอ? ถึงแม้ฉันจะเห็นพลังของแกแล้ว แต่ถ้ามีครั้งหน้าอีก ฉันไม่ยอมแพ้ง่ายๆแน่”

“เหอะ แน่นอนอยู่แล้ว ฉันจะทำให้แกยอมรับความพ่ายแพ้อย่างหมดใจ ไม่อย่างนั้นแล้ว...”

“ฮะฮะฮะฮะ ร่างกายไม่มีแรงแล้ว คราวนี้ต้องตายจริงๆแล้วล่ะมั้งเนี่ย”

ยามาโตะยังพูดไม่ทันจบ ก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวจากอีกฝั่ง ลูฟี่ที่เมื่อสักครู่เห็นได้ชัดว่าหมดแรงแล้ว กลับลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งอย่างไม่น่าเชื่อ

“เฮ้ยๆๆ ผลปีศาจนี้มันจะไร้เหตุผลเกินไปแล้วรึเปล่า? หรือว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับพลังกายของผู้ใช้เลยอย่างนั้นเหรอ?”

เมื่อมองลูฟี่ที่ผมสีขาวปลิวไสวตามสายลม แม้แต่ยามาโตะเองก็ยังรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย พลังกายของเจ้าหมอนี่มันเหนือกว่าไคโดเสียอีก ทั้งๆที่ไคโดลุกไม่ขึ้นแล้ว เขากลับยังขยับตัวได้

“เดี๋ยวนะ นี่มันเอาชีวิตเข้าแลกจริงๆนี่นา ฉันคงไม่ได้รู้สึกไปเองใช่ไหม?”

“เจ้าไม่ได้รู้สึกไปเองหรอก เขากำลังเผาผลาญพลังชีวิตของตัวเองอยู่ และมันถึงจุดที่พลังชีวิตใกล้จะมอดดับเต็มทีแล้ว ร่างกายนั้นดูภายนอกเหมือนจะแข็งแรง แต่ข้างในมันพรุนไปหมดแล้ว การที่เจ้าหนุ่มนี่ยังไม่ล้มลงไปน่ะ ถือเป็นเรื่องปาฏิหาริย์แล้วล่ะ”

เอเวอสโตนมีความสามารถพิเศษในการสัมผัสถึงพลังชีวิต ยามาโตะจึงสามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆเหล่านั้นได้

ส่วนเซครอมก็ยืนยันคำตอบนั้นกับยามาโตะในใจ เพียงแต่ดูจากน้ำเสียงแล้ว ตอนนี้อารมณ์ของเขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ยามาโตะไม่ได้คิดจะสืบสาวหาเหตุผล

จากความเข้าใจที่เธอมีต่อเซครอม นี่ต้องเป็นเพราะเขาเถียงสู้เรชิรัมไม่ได้แน่ๆ

“ดูท่าแล้ว ฉันคงไม่ต้องลงมือแล้วล่ะ”

ยามาโตะส่ายหัว และล้มเลิกความคิดที่จะโจมตีต่อ ความเป็นจริงก็เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ ถึงแม้ว่าภายในใจของลูฟี่จะยังไม่ยอมแพ้ และยังต้องการที่จะสู้ต่อไป แต่เสียงกลองแห่งการปลดปล่อยในตอนนี้ไม่สามารถดังก้องต่อไปได้อีกแล้ว

ถึงแม้นิกะจะเป็นพลังที่ไร้ขีดจำกัดและเอาแน่เอานอนไม่ได้ที่สุด แต่มันก็ไม่ใช่พลังที่ไร้เทียมทาน เมื่อผู้ใช้พลังไปถึงขีดจำกัดของตัวเอง นิกะก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมที่ฝืนสวรรค์ได้

ตั้งแต่ที่พัฒนาเกียร์สองขึ้นมาได้ ลูฟี่ก็ต่อสู้ด้วยวิธีการเผาผลาญพลังชีวิตมาตลอด มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น เขาถึงจะสามารถไล่ตามฝีเท้าของเหล่าอสูรกายที่นำหน้าไปไกลได้ทันภายในระยะเวลาอันสั้นนี้

ในอิมเพลดาวน์ อิวานคอฟได้ช่วยชีวิตของเขาไว้ แต่การต่อสู้อันหนักหน่วงต่อเนื่อง บวกกับการฉีดฮอร์โมนในช่วงสงครามมารีนฟอร์ดที่ดึงพลังในอนาคตมาใช้ล่วงหน้า พลังชีวิตที่ลูฟี่สูญเสียไปนั้นนับเป็นสิบๆปี

หลังจากถูกยามาโตะซัดจนร่วงลงไป เขาก็ฝืนใช้พลังของตัวเองอีกครั้ง จนพลังชีวิตและเลือดลมหยดสุดท้ายเหือดแห้งไป

“ไว้กลับไปค่อยคุยกับเจ้าเฮราครอสนั่นดีกว่า คู่หูที่มันเลือกมานี่มันตัวอันตรายชัดๆ”

ในตอนนี้ ลูฟี่ดูแก่ชราลงไปอย่างมาก เขาล้มลงบนพื้นและไร้ซึ่งเสียงใดๆอีก ยามาโตะไม่ได้ทำอะไร ความมุ่งมั่นที่จะสู้จนตัวตายนั้นก็ยังควรค่าแก่การยอมรับจากเธออยู่บ้าง

แต่เมื่อเธอคิดจะทำขั้นตอนต่อไป กลับพบความผิดปกติบางอย่าง ในกระเป๋าของเธอมีของมากมาย นอกจากกระเป๋าสะพายที่ถูกบีบอัดมาจากก้อนเมฆแล้ว กระเป๋าเสื้อของเธอก็ถูกขยายพื้นที่ด้วยพลังความลับ ข้างในนั้นมียาและขนมเล็กๆ น้อยๆอยู่บ้าง

แต่เมื่อเธอยื่นมือเข้าไปหยิบของ กลับคลำเจอกับของประหลาดชิ้นหนึ่ง

ทันทีที่มือของเธอออกมาจากกระเป๋า ผลไม้สีม่วงผลหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือของเธอ ผลไม้ธรรมดาที่เก็บไว้ในนั้นได้กลายเป็นผลปีศาจไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

“ผลนั้นเอง! ฉันจำไม่ผิดแน่!”

ณ แคว้นคุริ, ฮูส์ฮูตบโต๊ะอย่างตื่นเต้นเล็กน้อย จุดเปลี่ยนในชีวิตของเขาเริ่มต้นขึ้นก็เพราะผลปีศาจผลนี้พอดี

“เมื่อก่อนผลยางที่ฉันเคยคุมขนย้ายไป... ไม่สิ ต้องเรียกว่าผลนิกะต่างหาก”

รูปร่างกลมๆมีลวดลายสีม่วง เป็นผลปีศาจที่มีลักษณะคลาสสิกมากผลหนึ่ง เพียงแต่เมื่อยามาโตะมองผลไม้ในมือของเธอ สีหน้าของเธอก็ดูสับสนซับซ้อนขึ้นมา

“ได้ยินมาว่าผลปีศาจผลนี้มันจะหนีไปได้เอง ดูจากท่าทางแล้ว หรือว่ามันคิดว่าฉันเหมาะสมกับมันมากงั้นเหรอ?”

ผลปีศาจจะไปเกิดใหม่แบบสุ่ม ณ มุมใดมุมหนึ่งของโลกหลังจากที่ผู้มีพลังเสียชีวิต ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องโดยตรงว่ามีผลไม้อยู่ ณ สถานที่ที่ผู้มีพลังเสียชีวิตหรือไม่ เพียงแต่เมื่อเชื่อมโยงกับข้อมูลที่เคยได้รับมาก่อนหน้านี้ ยามาโตะก็ตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างได้

“ชิ ของพรรค์นี้ ฉันไม่สนใจมันหรอกนะ”

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร

จบบทที่ บทที่ 1428 นิกะ? ไอ้ของแบบนี้ใครอยากได้ก็เอาไปเลย รีบเอาไปซะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว