เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1340 การหยั่งเชิงเล็กน้อยของไคโด

บทที่ 1340 การหยั่งเชิงเล็กน้อยของไคโด

บทที่ 1340 การหยั่งเชิงเล็กน้อยของไคโด


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

บทที่ 1340 การหยั่งเชิงเล็กน้อยของไคโด

“ใครมันจะไปตายในที่แบบนี้กัน! แกก็เหมือนกันนั่นแหละ รอให้เรื่องบ้าๆพวกนี้จบก่อนเถอะ ฉันจะอัดแกให้คว่ำด้วยมือฉันเอง!”

“โว่ะโรโรโร่ะ งั้นฉันคงต้องตั้งตารอวันนั้นแล้วสิ แต่แกคงได้เห็นเรื่องทั้งหมดนั่นแค่ในฝันเท่านั้นแหละ”

การต่อสู้ สงคราม ชีวิตทั้งชีวิตของไคโดล้วนพัวพันกับคำเหล่านี้อย่างไม่หยุดหย่อน ตั้งแต่วัยเยาว์ที่โลดแล่นอยู่ในสมรภูมิ เขาก็ไม่คุ้นชินกับชีวิตปกติมานานแล้ว

เขาเองก็ดื่มเหล้าเมามาย ทั้งยังเคยไปดูการแสดงละครด้วยความสนใจเต็มเปี่ยม เพียงแต่ในใจของไคโด เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับสงครามเท่านั้น

ไคโดไม่ได้ต่อต้านความพ่ายแพ้ ตัวเขาเองก็เคยพ่ายแพ้มาก่อน แต่ตัวเขาในปัจจุบันเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าจะไม่พ่ายแพ้อีกต่อไป

สำหรับยามาโตะแล้ว ไคโดเปรียบเสมือนภูเขาสูงตระหง่านที่ขวางอยู่ตรงหน้า หากข้ามผ่านภูเขาลูกนี้ไปไม่ได้ ก็จะต้องมีชีวิตอยู่ใต้เงานี้ไปตลอดกาล แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็เชื่อมั่นว่าตนเองมีความสามารถพอที่จะข้ามผ่านภูเขาสูงลูกนี้ไปได้

“ชิ แกก็รอไปเถอะ ไม่มีอะไรแล้วฉันไปล่ะ จะได้ไม่ต้องมาคิดแผนชั่วอะไรอีก”

จิตใต้สำนึกของยามาโตะกำลังบอกเธอว่า การอยู่ให้ห่างจากไคโดเข้าไว้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แม้ว่าในยามเผชิญอันตราย ไคโดจะสามารถปกป้องเธอได้บ้างก็ตาม แต่ในยามที่ไม่มีอันตราย ไคโดนี่แหละคืออันตรายที่ใหญ่ที่สุด

“เดี๋ยวก่อน”

เมื่อเห็นยามาโตะกำลังเดินตรงไปยังหน้าต่างโดยไม่หันกลับมามอง ไคโดก็ตะโกนเรียกเธอขึ้นมาทันที

“มีอะไร”

“ถึงแม้แกจะยืมพลังจากภายนอกมา แต่การเดิมพันนั้นก็ถือว่าแกชนะ มีอะไรที่อยากจะทำไหมล่ะ?”

“อืม... พ่อยืนนิ่งๆไม่ต้องป้องกัน แล้วให้ฉันอัดสักชุดเป็นไง?”

“แล้วแกว่าไงล่ะ?”

“ดูท่าจะไม่ได้แฮะ ช่างมันเถอะ ไว้ฉันคิดออกก่อนแล้วค่อยว่ากัน”

ยังคงเป็นการกระโดดออกนอกหน้าต่างอย่างชำนาญเช่นเคย เรื่องนี้ถึงกับกลายเป็นธรรมเนียมอย่างหนึ่งภายในกลุ่มร้อยอสูรไปแล้ว เข้าทางประตู ออกทางหน้าต่าง คนที่สนิทกับยามาโตะต่างก็ค่อยๆติดนิสัยนี้กันไป

ไคโดส่ายหัว แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางยามาโตะแต่อย่างใด แต่หันไปดูรายงานข้อมูลที่เพิ่งส่งมาแทน

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ดูอะไร ภาพโฮโลแกรมของอาร์เซอุสก็ถูกฉายออกมาโดยโรตอมที่อยู่ในห้อง

“ก่อนหน้านี้ บาโรส่งข่าวมาว่า เขาไปเจอกับองค์กร CP ของรัฐบาลโลกที่อลาบาสตา พวกนั้นกำลังตามหาอะไรบางอย่างอยู่ที่นั่น”

คิงจดจำบุญคุณช่วยชีวิตของไคโด จึงยอมเป็นแขนซ้ายแขนขวาให้ เชย์น่าก็จดจำบุญคุณของไคโดและเคารพเขามากเช่นกัน แต่บาโรแตกต่างออกไป

ผู้ที่กลับมาจากกระแสธารแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนานเช่นเขา ไม่ได้รู้สึกผูกพันกับกลุ่มร้อยอสูรเลย แม้แต่เผ่าลูนาเรียที่มีสายเลือดเดียวกันก็ทำให้เขารู้สึกแปลกแยก ดังนั้นบาโรจึงติดต่อกับอาร์เซอุสเพียงฝ่ายเดียว และรายงานสิ่งที่เขาพบเห็นเป็นประจำเท่านั้น

“อลาบาสตารึ? ข้าจำได้ว่าราชาคนที่ตายไปนั่นกับเก็งการ์เคยพูดถึงข้อมูลบางอย่างไว้นี่นา”

“เคยพูดไว้จริงขอรับ แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่ามันคืออะไรกันแน่ พวกนักวิชาการจากโอฮาร่าเองก็ไม่พบร่องรอยใดๆ ในเอกสารเลย ทุกสิ่งทุกอย่างถูกรัฐบาลโลกกำจัดทิ้งไปหมดแล้ว แต่พวกนักวิชาการก็คิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของ 100 ปีแห่งความว่างเปล่า”

“ช่างมันเถอะ เรื่องพรรค์นั้นไม่ค่อยเกี่ยวกับข้าเท่าไหร่ ยังไงซะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อนมันก็ไม่ส่งผลกระทบกับการเคลื่อนไหวในตอนนี้อยู่แล้ว แต่ข้าเห็นเชย์น่ากำลังเตรียมของอีกแล้วนี่ เจ้าตัดสินใจเป้าหมายใหม่ได้แล้วรึ?”

“เรียบร้อยแล้วขอรับ บนเกาะข้าได้เตรียมการรองรับเอาไว้แล้ว จะไม่มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นแน่นอน”

“เรื่องที่เจ้าทำ ข้าย่อมวางใจอยู่แล้ว แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ทำให้พวกนั้นรู้สึกกดดันมากขึ้นอีกหน่อย”

หลังจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลสิ้นสุดลง ไคโดก็กลับไปไล่ดูรายงานข้อมูลที่รวบรวมมาต่อ ในจำนวนนั้นมีอยู่หลายฉบับที่ทำให้เขาสนใจเป็นพิเศษ หนึ่งในนั้นคือข่าวสารจากมนุษย์ค้างคาวบนเกาะแห่งท้องฟ้า

เมื่อไม่นานมานี้ มนุษย์ค้างคาวได้เรียกชาวแชนเดียในท้องถิ่นมาชุมนุมกันบนเกาะแห่งท้องฟ้า

“ทุกท่าน นี่คือคำสั่งของท่านผู้นำสูงสุดไคโด ให้พวกเราเปิดฉากโจมตีหยั่งเชิงฐานทัพเรือที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อสังเกตการณ์ปฏิกิริยาของพวกมัน แน่นอนว่า ท่านอาร์เซอุสเองก็เห็นชอบกับเรื่องนี้ด้วย”

กองกำลังหลักของกลุ่มร้อยอสูรส่วนใหญ่อยู่ในโลกใหม่ การควบคุมพื้นที่รอบนอกนั้นมีน้อยมาก เกาะแห่งท้องฟ้าแห่งนี้นับเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างมั่นคงในแกรนด์ไลน์ครึ่งแรก จุดประสงค์ของไคโดนั้นก็ง่ายมาก แค่ต้องการหยั่งเชิงดูว่าฐานทัพอื่นๆของกองทัพเรือมีสภาพเป็นยังไงกันแน่

ข้อมูลข่าวกรองอาจถูกปลอมแปลงได้ แต่กำลังพลของฐานทัพนั้นปลอมไม่ได้ กองทัพเรือคงไม่สามารถเสกทหารกลุ่มใหม่ที่แข็งแกร่งเหนือชั้นขึ้นมาจากอากาศได้

หากพวกเขาลดกำลังพลไปจริงๆ เพียงแค่ลองปะทะดู ก็จะมองเห็นความจริงและความเท็จในเรื่องนี้ได้

เว้นเสียแต่ว่ากองทัพเรือจะสามารถดักฟังข้อมูลสำคัญภายในของกลุ่มร้อยอสูร และตอบสนองล่วงหน้าได้ มิฉะนั้นแล้ว พวกเขาย่อมปรับเปลี่ยนไม่ทันที่จะปกปิดความจริงเรื่องการโยกย้ายกำลังพล

ฐานทัพที่อยู่ใกล้ที่สุดจากที่นี่คือฐาน G8 ในฐานะที่เป็นฐานทัพอักษร G การมีพลเรือโทประจำการอยู่ถือเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่พวกมนุษย์ค้างคาวกลับไม่เจอการต่อต้านที่สมน้ำสมเนื้อเลยแม้แต่น้อย แถมยังไม่เห็นแม้แต่เงาของพลเรือโทที่ควรจะประจำอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ

“ท่านทูต ยังต้องสู้ต่อหรือไม่ขอรับ? ในหมู่ทหารพวกนี้ มีหลายคนดูเหมือนพวกหน้าใหม่ เด็กๆชาวแชนเดียยังใช้ปืนเก่งกว่าพวกมันเสียอีก”

“ไม่ต้องแล้ว ภารกิจสิ้นสุดแล้ว พวกเราถอยทัพ”

หลังจากการหยั่งเชิงแบบง่ายๆ มนุษย์ค้างคาวก็นำทีมถอนกำลังออกจากที่นี่ทันที เพราะอย่างไรเสียเขาก็ได้ข้อมูลที่ต้องการมาแล้ว นั่นคือกองกำลังชั้นยอดภายในฐาน G8 ส่วนหนึ่งได้ถูกโยกย้ายออกไปแล้ว

หลังจากมีการรวบรวมข้อมูลคร่าวๆ ไคโดก็ได้เห็นรายงานชิ้นนี้

ทว่าในโลกใหม่ กลับได้รับรายงานที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง หน่วยที่นำโดยเดรคได้เผชิญหน้ากับการโต้กลับอย่างรุนแรงจากกองทัพเรือ กำลังพลที่ประจำการอยู่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแม้แต่น้อย

ข้อมูลที่หน่วยของโอลกะได้รับก็คล้ายคลึงกัน อย่างไรก็ตาม ตามรายงานจากลูกน้องของโอลกะ จำนวนทหารที่ประจำการอยู่ในฐานทัพที่พวกเขาลองหยั่งเชิงดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้น

ไคโดกำลังใช้วิธีนี้ในการค่อยๆหยั่งเชิงการกระจายกำลังที่แท้จริงของกองทัพเรือทีละน้อย และหากจำเป็น เขาก็ไม่รังเกียจที่จะลองไปทิ้งระเบิดใส่ศูนย์บัญชาการใหญ่กองทัพเรือดูสักครั้ง

รายงานฉบับสุดท้ายเป็นข่าวสารที่อาร์เซอุสเพิ่งส่งต่อมาให้ เกี่ยวกับเรื่องราวของบาโร่ที่เกิดขึ้นในอลาบาสตา

ด้วยความได้เปรียบโดยกำเนิดของเผ่าลูนาเรีย ทำให้บาโรเคลื่อนที่ได้รวดเร็วมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขามุ่งมั่นที่จะบินไปยังจุดหมายปลายทางใดปลายทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว

อุณหภูมิสูงของทะเลทรายในอลาบาสตาก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของบาโร่ ไม่ว่าจะเป็นเปลวเพลิงยามเที่ยงวันหรือความหนาวเหน็บยามค่ำคืน ก็ไม่อาจคุกคามการอยู่รอดของชาวลูนาเรียได้ ไม่ต้องพูดถึงเขาเลย ต่อให้เปลี่ยนเป็นเด็กมาก็ตาม สภาพแวดล้อมของทะเลทรายก็ไม่ส่งผลกระทบต่อพวกเขา

เพียงแต่การเดินทางของบาโรไม่ค่อยน่าอภิรมย์นัก ในขณะนี้ อลาบาสตากำลังอยู่ในสภาวะที่ค่อนข้างวุ่นวาย กษัตริย์และเจ้าหญิงหายตัวไป เพลล์และจาคาก็ยังไม่กลับมา การบริหารประเทศทั้งหมดต้องพึ่งพาอิการัมผู้เป็นหัวหน้าองครักษ์

แม้ว่าเขาจะได้รับการติดต่อจากเพลล์แล้ว และรับรู้ว่าวีวี่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ประชาชนชาวอลาบาสตายังไม่รู้เรื่องนี้

ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพเรือก็ดึงกำลังพลจากพื้นที่ใกล้เคียงมา รัฐบาลโลกเองก็ส่งคนบางส่วนมายังอลาบาสตาเนื่องจากคำพูดของคอบร้าเพื่อสืบสวนเรื่องราวเกี่ยวกับราชินีลิลลี่ ทำให้หลายขั้วอำนาจเข้ามาพัวพันกันในทะเลทรายแห่งนี้ ซึ่งในนั้นก็มีโจรสลัดที่เพิ่งยกพลขึ้นบกจำนวนไม่น้อยรวมอยู่ด้วย

เมื่อได้เห็นบาโร สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในใจของพวกเขา ก็คือค่าหัวอันสูงลิ่วของเผ่าลูนาเรีย

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 1340 การหยั่งเชิงเล็กน้อยของไคโด

คัดลอกลิงก์แล้ว