เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1336 ความฝันของพวกนาย จริงๆแล้วอยู่ที่กลุ่มร้อยอสูร

บทที่ 1336 ความฝันของพวกนาย จริงๆแล้วอยู่ที่กลุ่มร้อยอสูร

บทที่ 1336 ความฝันของพวกนาย จริงๆแล้วอยู่ที่กลุ่มร้อยอสูร


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

บทที่ 1336 ความฝันของพวกนาย จริงๆแล้วอยู่ที่กลุ่มร้อยอสูร

ลอว์นับจำนวนคน และต้องประหลาดใจกับความจริงที่เจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม เทียบกับช่วงก่อนหน้าที่หายไปแค่โซโร ตอนนี้จำนวนคนหายได้เพิ่มขึ้นถึงห้าเท่า แม้แต่ลูฟี่ที่เป็นกัปตันก็ยังหายไปด้วย

ส่วนคินเอมอนกับคันจูโร่ สองคนที่ไม่น่าไว้วางใจนั่น เขาไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ ยังไงก็ไม่ได้คาดหวังข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากพวกเขาอยู่แล้ว หลายวันที่ผ่านมาเขาก็ยืนยันได้แล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจหรือแผนที่ ข้อมูลของทั้งคู่มีความล่าช้าถึง 20 ปี

แม้ว่าโครงสร้างโดยรวมของวาโนะคุนิจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่ภายในกลับเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก การใช้แผนที่เมื่อ 20 ปีก่อนเพื่อตามหาเป้าหมาย ไม่พุ่งเข้าไปในฐานทัพใหญ่ของศัตรูก็ถือว่าดีมากแล้ว

ยังไงก็ต้องรวบรวมข้อมูลใหม่ทั้งหมด ลอว์ยังคงเชื่อมั่นในข้อมูลที่ตนเองหามาได้มากกว่าคนในกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง อย่างน้อยก็ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร จากพฤติกรรมของคันจูโร่และคินเอมอน ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะให้ข้อมูลผิดๆ เพื่อชักนำพวกตนก็ได้

การหายตัวไปของโซโรอาจจะเป็นเพราะหลงทาง แม้แต่การที่ลูฟี่ไม่กลับมาเขาก็ยังพอรับได้ชั่วคราว ปัญหาใหญ่ที่สุดคือเฮราครอสหายไป

“เฮราครอสนั่นจริงๆแล้วเป็นด้วงกว่างนะ ไม่นับว่าเป็นคนหรอก”

“นั่นไม่ใช่ประเด็นโว้ย!!”

คำพูดของอุซป กลับทำให้ลอว์กลุ้มใจยิ่งกว่าเดิม ถ้าไม่ใช่เพราะคนที่น่าเชื่อถือที่สุดในกลุ่มนี้คือด้วงกว่างตัวหนึ่ง เขาก็คงไม่ปฏิบัติต่อเฮราครอสเหมือนเป็นคนโดยไม่รู้ตัวหรอก

การส่งต่อข้อมูลภายในวาโนะคุนินั้นมีความล่าช้า มีเพียงคนของกลุ่มร้อยอสูรเท่านั้นที่รู้ได้อย่างทันท่วงทีว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศนี้จริงๆ

แม้ว่าก่อนหน้านี้พลังของคันจูโร่จะเลียนแบบลูฟี่ แต่สมาชิกคนอื่นๆ โดยเฉพาะคนที่อยู่ต่างภูมิภาค ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขารู้แค่ว่ามีคนก่อความวุ่นวายในวาโนะ แต่ไม่รู้รายละเอียดว่าเป็นอย่างไร

เดิมทีการวิเคราะห์ข้อมูลของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางควรจะเป็นหน้าที่ของโรบิน แต่ตอนนี้โรบินกลับอยู่ฝั่ง "ศัตรู" เสียด้วยซ้ำ ส่วนยอดฝีมือด้านสติปัญญาคนใหม่ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ลอว์กลุ้มใจอย่างมาก

“ดีมาก ดูเหมือนพวกนายจะไม่รู้เลยว่าพวกเขาไปไหนกัน ถ้าหลังจากนี้ไม่เจอการตรวจค้นหรือปิดล้อม พวกเขาก็น่าจะยังปลอดภัย แต่พวกเราคงต้องมีเป้าหมายใหม่เพิ่มแล้ว คือตามหาคนที่ไม่น่าไว้ใจพวกนี้ให้เจอ”

“วันนี้เรามารวบรวมข้อมูลที่แต่ละคนหามาได้ก่อนแล้วกัน มาวิเคราะห์สถานการณ์กันหน่อย เริ่มจากฉันก่อนแล้วกัน”

ลอว์รู้ดีว่าการบ่นไม่มีประโยชน์ คนเราต้องมองไปข้างหน้า ที่บ่นไปสองประโยคก่อนหน้านี้ก็เพราะสุดจะทนจริงๆ

“ช่วงนี้ฉันทำงานอยู่ในโรงพยาบาลของพวกนั้น อุปกรณ์ต่างๆเป็นของระดับโลกทั้งนั้น แถมยังมีพวกสมุนไพรลึกลับที่ไม่สมเหตุสมผลอีก ระหว่างนั้นก็มีพวกเจ้าหน้าที่ระดับสูงปรากฏตัวอยู่บ้าง ดูเหมือนว่าพวกระดับสูงกำลังมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่อะไรบางอย่าง”

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา บริษัทผลไม้ร้อยอสูร ซึ่งเป็นองค์กรใหม่ ได้พิชิตโรคร้ายแรงที่รักษาไม่หายหลายโรค รวมถึง โรคตะกั่วอำพันด้วย เรื่องนี้เป็นสาเหตุที่ดึงดูดแพทย์ชื่อดังจากทั่วโลกมาที่นี่

ลอว์เองก็เคยสังเกตข้อมูลด้านนี้มาก่อน แต่จนกระทั่งเขามาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง จึงได้เข้าใจถึงต้นตอของทุกสิ่ง

ไม่ใช่แค่อุปกรณ์ แต่หมอที่นี่เห็นได้ชัดว่ากำลังใช้ยาอัศจรรย์ที่ไม่มีอยู่บนโลกใบนี้ในการรักษาโรคต่างๆ โดยเฉพาะการรักษาทางด้านจิตใจ พวกโปเกมอนยิ่งมีความได้เปรียบที่ไม่เหมือนใคร

เพียงแต่งานในโรงพยาบาลยุ่งมาก ความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไม่ได้ทำให้ความเจ็บป่วยหายไป ลอว์เพียงแค่เข้าใจการแบ่งเขตพื้นที่และสถานการณ์โดยรวมของวาโนะอย่างคร่าวๆเท่านั้น รายละเอียดปลีกย่อยยังไม่ทราบ

“พวกเขายังมีโครงการวิจัยอีกอย่าง คือการย้อนรอยพัฒนายารักษาได้ทุกโรคที่เข้ากับร่างกายมนุษย์ได้ ต้องบอกว่า ถ้าพวกเขาทำสำเร็จ โลกทั้งใบต้องสั่นสะเทือนแน่”

“ยารักษาได้ทุกโรค?! พวกเขามียารักษาได้ทุกโรคจริงๆเหรอ?”

ลอว์พูดถึงการย้อนรอยพัฒนานะ นั่นหมายความว่ากลุ่มร้อยอสูรมียารักษาได้ทุกโรคฉบับสมบูรณ์อยู่แล้ว ทำให้ช็อปเปอร์ที่ได้ยินคำสำคัญนี้ถึงกับตื่นเต้นอย่างมาก

“ฉันแค่ได้ยินหมอที่ดูแลฉันพูดขึ้นมาประโยคหนึ่งเท่านั้น รายละเอียดจริงๆฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”

กลุ่มร้อยอสูร แน่นอนว่ามียารักษาได้ทุกโรคอยู่ แต่ยานั้นเป็นยาที่อาร์เซอุสสร้างขึ้น เหมาะสำหรับโปเกมอนหรือผู้ที่ได้รับพลังจากเขาเท่านั้น หากต้องการให้มีผลกับร่างกายมนุษย์ธรรมดา มีเพียงอาร์เซอุสเท่านั้นที่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างได้เอง อย่างไรก็ตาม ส่วนประกอบหลักของยาเหล่านั้นคือเบอร์รี่ ตอนนี้คนในแผนกวิจัยกำลังพยายามย้อนรอยกระบวนการผลิตโดยใช้ยาสำเร็จรูปที่อาร์เซอุสมอบให้

เพียงแต่ยาที่เหมือนฝันเช่นนี้ไม่ใช่ว่าจะถอดรหัสได้ง่ายๆ ต่อให้มีตัวยาสำเร็จรูป นี่ก็ยังเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน

“พาฉันไปดูหน่อยได้ไหม? ฉันก็อยากไปด้วย...”

“ฉันว่าไม่ได้ อีกข่าวนะ ประเทศนี้มีสิ่งมีชีวิตจำนวนมากที่เรียกว่าโปเกมอนอยู่ คนของวาโนะเรียกพวกมันว่า 'สิ่งที่พระเจ้าสร้างขึ้น' และนับถือเป็นทวยเทพ”

“ไข่ ดอกไม้ กบ... ฉันเห็นโปเกมอนในหลากหลายรูปแบบ บางทีพวกเขาอาจจะมีโปเกมอนรูปกวางเรนเดียร์หรือรูปร่างกระดูกก็ได้ แต่ฉันไม่แน่ใจนะว่าสปีชีส์นี้มีความสามารถในการจำแนกเผ่าพันธุ์อื่นรึเปล่า นายไม่เหมาะที่จะปลอมตัวเป็นเผ่าพันธุ์นี้หรอก”

ลอว์ได้เห็นโปเกมอนหลากหลายชนิดในโปเกมอนเซ็นเตอร์ แต่กลับเกิดความเข้าใจผิดบางอย่าง: ก่อนหน้านี้ลูฟี่และคนอื่นๆ เคยพูดอยู่ตลอดว่ามีเฮราครอสอยู่บนเกาะมากมาย

เป็นเพราะวาโนะมีเฮราครอส พวกมันจึงค่อยๆอพยพไปยังเกาะอื่นๆ ไม่ใช่เฮราครอสจากโลกภายนอกย้ายมาอยู่ที่วาโนะนี่คือปัญหาที่ลอว์และกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางมองข้ามไป

“ถึงแม้ว่าประเทศนี้จะมีเผ่ามิงค์อาศัยอยู่ แต่ดูเหมือนว่าพวกเผ่ามิงค์เหล่านั้นจะรู้จักกันหมดทุกคน นายก็ไม่เหมาะที่จะปลอมตัวเป็นพวกเขาเช่นกัน”

“ฉันว่าฉันทำแบบนี้ได้นะ”

ช็อปเปอร์เปลี่ยนรูปร่างเป็นกวางเรนเดียร์แล้วพูดว่า: “นายเป็นหมอ แค่พากวางเรนเดียร์ออกมาด้วยคงไม่มีความเสี่ยงอะไรหรอก ใช่ไหม?”

“จำไว้ว่าห้ามพูดเด็ดขาด”

ลอว์ยังจำเรื่องที่คินเอมอนและคันจูโร่พาพวกเขาออกไปก่อเรื่องได้ดี เมื่อเทียบกับความเสี่ยงแบบนั้น พาช็อปเปอร์ไปด้วยอาจจะยังพอช่วยอะไรได้บ้าง

“อืม”

ข่าวเรื่องยารักษาได้ทุกโรคทำให้ช็อปเปอร์ตื่นเต้นเล็กน้อย แต่การแลกเปลี่ยนข้อมูลยังคงดำเนินต่อไป

“พวกเราก็ได้ยินข้อมูลเกี่ยวกับโปเกมอนมาเหมือนกัน ดูเหมือนจะเป็นสปีชีส์เฉพาะของประเทศนี้ พวกโปเกมอนสี่แขนนั่นมันเท่สุดยอดไปเลย”

เมื่อเทียบกับความสามารถอันน่าทึ่งของโปเกมอนชนิดอื่น แฟรงกี้กลับสนใจโปเกมอนรูปแบบชายกล้ามโตที่ใส่แต่กางเกงขาสั้นอย่างไคริกี้มากกว่า

“พวกเขามีการเคลื่อนไหวใหญ่จริงๆ โรงงานผลิตอาวุธ ทำงานล่วงเวลาทั้งวันทั้งคืน กระสุนใหม่ๆถูกผลิตออกมาทุกวินาที ถ้าไม่ใช่เพราะทำงานล่วงเวลาเสร็จแล้ว การจะขอลาออกมาก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

“คนที่นั่นบอกว่า นี่เป็นสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นก่อนสงครามใหญ่เท่านั้น พวกเขาเป็นถึงจักรพรรดิแห่งท้องทะเล ตอนนี้ยังมีเรื่องอะไรที่คู่ควรให้พวกเขาเปิดศึกเต็มรูปแบบอีกเหรอ?”

ความเข้าใจของแฟรงกี้แตกต่างจากของ กลุ่มร้อยอสูร ศัตรูของโจรสลัดส่วนใหญ่มักจะเป็นโจรสลัดด้วยกัน การเปิดศึกโดยตรงกับกองทัพเรือนั้นเป็นเรื่องที่ห่างไกลเกินไปสำหรับแฟรงกี้

“แน่นอนว่ามีสิ พวกเขาถูกเรียกว่าจักรพรรดิแห่งท้องทะเล ไม่ใช่จักรพรรดิของโลก ศัตรูของโจรสลัดไม่ได้มีแค่โจรสลัดด้วยกันซะหน่อย”

“ว่าต่อไป มีข้อมูลอะไรที่มีค่าอีกไหม?”

ข้อมูลที่เขากับแฟรงกี้รวบรวมมาได้นั้นกว้างเกินไป พอจะทำให้เข้าใจประเทศนี้โดยรวมได้ แต่ไม่สามารถนำไปใช้ในการวางแผนปฏิบัติการที่ละเอียดได้

“ควีน หนึ่งในภัยพิบัติ ชอบของหวานมาก แล้วดูเหมือนว่าเขาจะมีปัญหากับคุณหนูใหญ่ของกลุ่มโจรสลัดพวกนั้นด้วยนะ คุณหนูโจรสลัดคนนั้นไล่ตามเขาทั้งคืนเลย”

“นายรู้ได้ยังไงว่าเป็นทั้งคืน?”

“ก็เพราะฉันยืนดูอยู่ข้างๆทั้งคืนน่ะสิ! ฉันไม่ใช่เจ้าหัวมอสนั่นนะ ไม่แน่ว่าเจ้านั่นอาจจะหลงทางไปถึงคุกแล้วก็ได้”

“คุณหนูใหญ่ของพวกเขาสวยรึเปล่า?”

“แน่นอน!”

การเปลี่ยนเรื่องกะทันหันของลอว์ทำให้ซันจิตอบสนองไม่ทัน เขาตอบกลับไปตามสัญชาตญาณ เมื่อเขารู้ตัวลอว์ก็ได้คำตอบที่ต้องการไปแล้ว

“ดีมาก ฉันรู้แล้วว่าทำไมนายถึงทนดูได้ทั้งคืน”

ลอว์ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างน้อยซันจิก็ไม่ได้หายไปไหน แถมยังได้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริหารกลับมาบ้าง

ประกายไฟฟ้่าสปาร์คขึ้นระหว่างนิ้วของลอว์นี่เป็นความสามารถของผลโอเปะโอเปะ ที่คล้ายกับเครื่องกระตุ้นหัวใจ แต่ ลอว์ ใช้ประกายไฟฟ้านี้เหมือนไฟแช็ก ช่วยจุดบุหรี่ให้ซันจิ

“ได้ยินมาว่าไคโดคนนั้นชอบดูการแสดงละครเวทีมาก ทุกครั้งที่มีเทศกาลจะต้องดูละครสองเรื่องเสมอ”

อุซปที่แฝงตัวเข้าไปในโรงละครและซันจิที่แฝงตัวเข้าไปในห้องครัวต่างให้คำตอบของตนเอง ถึงแม้จะปนเปเรื่องแปลกๆ มาบ้าง แต่อย่างน้อยก็ทำให้พวกเขาเข้าใจอะไรๆได้ดีขึ้น

“ไคโด ชอบละครเวที?”

“คุณยายที่คณะละครเป็นคนบอกมา ได้ยินว่าอีกไม่นานจะเป็นเทศกาลของวาโนะ พวกเขาเตรียมละครเรื่องใหม่ไว้เป็นพิเศษด้วย”

“ฉันเข้าใจแล้ว รีบตามหาพวกที่หายไปให้เจอ จากนั้นกลับมาที่นี่ก่อนที่ข้อมูลตัวตนจะหมดอายุ ต่อให้ทำเป้าหมายไม่สำเร็จ พวกเราก็ต้องออกจากที่นี่ ห้ามพลาดเด็ดขาด เข้าใจไหม?”

การเข้ามาในวาโนะนั้นยากลำบากก็จริง แต่ถ้าไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ การถอนตัวทันเวลาคือทางออกที่ดีที่สุด การยื้อต่อไปจนตัวเองติดกับไม่มีประโยชน์อะไรเลย

“เอาล่ะ ฉันไม่เสียเวลาแล้ว ทุกคนรีบกลับไปยังตำแหน่งเดิมของตัวเองซะ อย่าให้พวกนั้นสงสัย”

“แต่ยังมีปัญหาอีกอย่าง คันจูโร่หายไปแล้ว ผิวหนังปลอม ที่อยู่บนตัวนายล่ะ...”

ผิวหนังปลอม ชั้นนั้นพังไปตามธรรมชาตินานแล้ว บรู๊คกลับคืนสู่ร่างโครงกระดูกเดิมของตนเอง

“โย่โฮ่โฮ่โฮ่ ไม่ต้องห่วง ผมคิดแผนการที่สมบูรณ์แบบออกแล้ว การใช้อุปกรณ์ปิดบังใบหน้าอาจจะถูกจับได้ แต่ผมทำแบบนี้ได้ครับ”

โครงกระดูกที่เหลืออยู่ของบรู๊คล้มลงกับพื้นเสียงดังปั่ก ตอนนี้เขาแสร้งทำเป็นศพเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็ให้ร่างวิญญาณ ลอยออกมาจากร่างของตนเอง

“ผมสามารถใช้วิญญาณตรวจสอบสถานการณ์รอบๆได้ แบบนี้ก็จะไม่ถูกพบเห็นแล้ว แถมยังไม่ต้องการบัตรประจำตัวด้วยซ้ำนะครับ”

“...”

เมื่อมองดู "เรื่องผี" ของบรู๊ค ลอว์ก็พบว่าตนเองยังประเมินพรรคพวกกลุ่มนี้ต่ำไป อย่างน้อยความสามารถในการปฏิบัติการของพวกเขาก็น่าทึ่งมาก

ในขณะเดียวกัน ในขณะที่กลุ่มของพวกเขากำลังวางแผนลับๆกันอยู่หน้าจอถ่ายทอดสดที่โอนิงาชิมะกลับมีคนกำลังเฉลิมฉลอง

“เป็นไงล่ะ อุลจัง? แทงตามพี่สาวน่ะถูกแล้วใช่ไหมล่ะ? พวกเราชนะแล้วเห็นไหม?”

“ถึงฉันจะแทงตามเธอก็จริง แต่เธอชนะมาได้ยังไงน่ะ เธอควรจะรู้ตัวบ้างนะ แล้วก็ เลิกเรียกฉันว่าอุลจังได้แล้ว!”

“อย่าไปสนใจรายละเอียดพวกนั้นเลยน่า เธออยากได้อะไรไหม?”

“ยังคิดไม่ออก แต่เธอแน่ใจนะว่าพ่อของเธอน่ะจะรักษาสัญญา? เรื่องนี้มันจะไม่มีช่องให้เล่นตุกติกได้แน่นะ”

“เป็นไปไม่ได้! ทุกอย่างถูกต้องตามกฎ ถ้าเขาตุกติกฉันจะไปฟ้องท่านพ่อให้จัดการเขาเลย!”

ท่ามกลางเสียงทะเลาะวิวาท ทั้งสองคนก็คุยกันอย่างตื่นเต้นว่าตนเองอยากได้อะไร เจ้าหน้าที่คนอื่นๆไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรเป็นพิเศษนัก แพ้ก็คือแพ้ เดิมทีก็แค่ร่วมสนุกเท่านั้น ไม่มีอะไรน่าเสียดาย

คนที่ผิดหวังที่สุด นอกจากควีนแล้ว ก็มีเพียงเดรคเท่านั้น

“อา จริงๆเลย! เกือบไปแล้วเชียว!”

“โว่ะโรโรโร่ะ ไม่มีอะไรต้องบ่นนี่ แกไม่ได้แทงข้างเจ้าหนูหมวกฟางรึ? จะนับว่าแกชนะครึ่งหนึ่งก็ไม่เลวนัก มีความปรารถนาอะไรไหม?”

ในขณะที่เดรคกำลังบ่น ไคโดก็กลับมาถึงโอนิงาชิมะแล้ว หลังจากเสร็จสิ้นการ "สอน" ของเขา การโจมตีสุดกำลังของลูฟี่ นั้น สำหรับไคโดแล้วยังไม่นับเป็นการนวดด้วยซ้ำ นอกจากทำให้เสื้อผ้าสกปรกแล้ว ร่างกายของไคโดไม่มีส่วนใดเสียหายเลย

เพียงแต่ตอนนี้อารมณ์ของเขาค่อนข้างดี อีกทั้งการที่ลูฟี่ถูกเปิดโปงก็เป็นฝีมือของพวก คันจูโร่เสียส่วนใหญ่ถือว่าเป็นการเดินเกมบนขอบของกฎกติกา ด้วยเหตุนี้ ไคโดจึงพูดเช่นนี้

“แน่นอน! ท่านพี่ไคโดขอยืมเงินหน่อยได้ไหมคะ?”

ไม่ไกลออกไป คิงที่เพิ่งกลับมาจากโลกกลับด้าน หลังจากพบผลพิโรธและกำลังจะนำผลปีศาจนี้ไปเก็บไว้ในโกดังก็ถึงกับตัวแข็งทื่อ เกือบจะเดินชนเสาประตูข้างๆเข้าให้

“เดรค เจ้านี่มัน...”

มุมปากของคิงกระตุกเล็กน้อย เขารู้สึกว่าปกติแล้วตนเองปล่อยปละละเลยเกินไป ถ้ารู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เขาน่าจะหยุดนิสัยนี้ของเธอไว้เสียแต่เนิ่นๆ

“ยืมเงินรึ? โว่ะโรโรโร่ะ แกยังดื้อด้านเหมือนเดิมนะ ฉันก็นึกว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไรซะอีก”

ไคโดไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เลย เอื้อมมือไปล้วงกระเป๋าของตนเองอย่างไม่ใส่ใจ

“ถ้างั้น...”

ไคโดกำลังจะตอบตกลงเดรค แต่สัมผัสที่ปลายนิ้วกลับทำให้เขาชะงักคำพูดที่ยังไม่ได้เอ่ยออกมา ตอนนี้ไคโดเพิ่งตระหนักได้ว่ากระเป๋าของเขาว่างเปล่า

[นี่ฉันไม่ได้แตะต้องของที่เรียกว่าเงินมานานแค่ไหนแล้วนะ]

การเดินทางออกนอกพื้นที่ของไคโดส่วนใหญ่ก็คือการต่อสู้ มีเพียงการเดินทางตามหาศิลาแห่งชีวิตเท่านั้นที่ทำให้เขาได้พักบ้าง แต่ก็ยังไม่เปลี่ยนความจริงที่ว่าต้องต่อสู้อยู่ดี เรือเสบียงของกองทัพเรือ ห้องอาหารบนเรือโจรสลัด สิ่งเหล่านี้คือวิธีเติมพลังของเขา

ต่อให้มีเรื่องต้องควักเงินซื้อของ ก็ไม่จำเป็นต้องให้เขาผู้เป็นกัปตันต้องจ่ายเงินด้วยตนเอง แม้แต่ในวาโนะ คนที่เห็นเขาก็จะไม่ขอเงิน แต่จะมอบของให้เขาด้วยความเต็มใจ

ของอย่างเงินตรานั้นห่างเหินจากไคโดไปนานแล้ว ต่อให้เขาเต็มใจจะให้ยืม คนที่ไม่มีเงินติดตัวเลยก็ทำได้แค่ยื่นสัญญากู้ยืมให้เท่านั้น

“ถ้างั้นฉันตกลง... นึกว่าฉันจะพูดแบบนั้นรึไง? รอโอกาสหน้าแล้วกัน!”

ไคโดไม่เพียงแต่พลิกสถานการณ์ แต่ยังคว้าไหเหล้าที่อยู่ข้างๆเดรคไปด้วย ทิ้งให้เดรคยืนตะลึงอยู่กับที่ เธอรู้สึกเหมือนโดนไคโดหลอกเข้าให้แล้ว

ตุ้บ!

เสียงทึบดังขึ้น หมัดของคิงก็ทุบลงบนหัวของเดรคแล้ว

“ขอยืมเงินจากกัปตันรึ? กล้ามากนะ นี่คือความปรารถนาของเจ้ารึไง?”

“พี่คิง! ก่อนหน้านี้ท่านก็ตกลงแล้วนี่นา! เขาต่างหากที่เล่นตุกติก! ฉันบริสุทธิ์นะ!”

“ข้าไม่เข้าใจเลย ทำไมเจ้าถึงได้ยึดติดกับเรื่องแบบนี้นัก?”

“อืม... ไม่รู้สิ ฉันก็พูดไม่ถูก รู้สึกเหมือนเป็นสัญชาตญาณ ฉันรู้สึกว่าการที่สามารถเพิ่มชื่อท่านไคโดลงในรายชื่อเจ้าหนี้ได้ ในอนาคตจะต้องเป็นเรื่องที่น่าเอาไปโอ้อวดได้อย่างแน่นอน”

“ครั้งนี้ไม่ได้ผล ไว้ค่อยหาโอกาสใหม่ในอนาคตแล้วกัน”

เดรคเอามือกุมหัวปูดๆของตนเอง แต่ก็ไม่ได้ล้มเลิกความคิดนี้เลยแม้แต่น้อย

“เจ้า... ช่างเถอะ คราวหน้าถ้าคิดจะทำแบบนี้อีก บอกข้าล่วงหน้าด้วย ข้าจะได้จัดการหาคนมาทำหน้าที่แทนเจ้าสักพัก”

“ทำไมล่ะ? เดี๋ยวสิ พี่คิง พูดให้ชัดเจนหน่อยสิ! อย่าพูดจาเป็นปริศนาเหมือนท่านไคโดสิ!”

คิงพูดไปได้ครึ่งประโยคก็จากไปทันที ไม่ได้ให้คำตอบใดๆแก่เดรคเลย เธอที่กำลังงุนงงกับไคโดอยู่แล้ว จึงรีบวิ่งตามคิง ไปทันที เพื่อต้องการคำตอบที่ชัดเจน

เพียงแต่ภายใต้ความมืดมิดยามค่ำคืน เธอมองเห็นเพียงเปลวไฟที่ค่อยๆห่างออกไป และหายลับไปในที่สุดที่ขอบฟ้า

ส่วนไคโดที่แก้ไขสถานการณ์น่าอับอายของตนเองได้แล้ว ก็เดินกลับห้องของตนเองเพื่อไปเมาหลับต่อ มีเพียงยามาโตะกับอุลติเท่านั้นที่ยังคงปรึกษากันว่าตนเองควรจะขออะไรดี

ภายใต้ความมืดมิด ยังมีผู้คนอีกมากที่กำลังเร่งเดินทาง เช่น สมาชิกคนอื่นๆของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางที่วางแผนจะกลับไปยังที่ทำงานของตนเองก่อนฟ้าสางในเวลานี้ ระบบขนส่งข้ามเขตในวาโนะได้หยุดให้บริการแล้ว แม้จะมีถนนที่สร้างไว้อย่างดี การเดินทางด้วยเท้าก็ยังเป็นความท้าทายที่ไม่น้อยเลย

เพื่อย่นระยะทางนามิและแฟรงกี้เลือกที่จะเดินทางตัดตรง ขณะนี้พวกเขากำลังเดินทางข้ามเมืองหลวงบุปผา

ด้วยการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจยามค่ำคืนของวาโนะก็เริ่มเฟื่องฟู การออกมานอกบ้านตอนกลางคืนไม่ใช่เรื่องแปลกเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน อย่างไรก็ตาม ขณะที่พวกเขากำลังเร่งรีบ กลับต้องเผชิญหน้ากับ เหตุการณ์ประหลาด

“แฟรงกี้ เมื่อกี้เหมือนมีคนวิ่งผ่านพวกเราไปรึเปล่า?”

“เหมือนจะใช่นะ แล้วคนคนนั้นก็ดูคุ้นๆหน้าด้วย”

“ถ้าใช่ล่ะก็ อีกไม่นานเขาก็น่าจะผ่านตรงนี้อีกครั้ง...”

ทั้งสองคนหยุดฝีเท้าลง และก็เป็นจริงดังคาด ไม่ถึงยี่สิบนาที ร่างที่เหงื่อท่วมกายก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งจากตรอกข้างๆ

“โซโร! เป็นนายจริงๆด้วย! เป็นอะไรไปน่ะ? ตกลงกันว่าจะมารวมตัวกัน ทำไมไม่เคยเห็นหน้านายเลยสักครั้ง?”

“แฟรงกี้? นามิ? เยี่ยมเลย! ในที่สุดก็ได้เจอพวกนายซะที! ฟังนะ ประเทศนี้มีปัญหา”

นานๆทีจะได้เจอพวกพ้องของตนเอง โซโร คว้าแขนของทั้งสองคนไว้ด้วยท่าทางจริงจัง แล้วเดินไปยังด้านข้าง สีหน้าที่จริงจังอย่างมากของโซโรทำให้นามิและแฟรงกี้คิดว่าเขาค้นพบสถานการณ์สำคัญอะไรบางอย่าง ทั้งสองจึงเดินตามเขาเข้าไปในตรอกข้างๆทันที

“นายเจออะไรมา?”

“มีเรื่องยุ่งยากอะไรรึเปล่า? มีใครตามนายมาเหรอ?”

“เปล่า มันเป็นพลังลึกลับบางอย่างในประเทศนี้ เหมือนมีอะไรบางอย่างกักขังฉันไว้ ไม่ว่าฉันจะเดินยังไงก็กลับไปที่จุดนัดพบเดิมไม่ได้เลย วันนี้ทั้งคืนฉันพยายามจะออกจากที่นี่ แต่ก็วนกลับมาที่จุดเดิมตลอด”

“ฉันได้ยินท่านปู่เฮียวโกโรบอกว่ามีโยไคชนิดหนึ่งที่ทำให้คนหลงทางได้ ต้องเป็นฝีมือของโยไคตนนี้แน่ๆ”

โซโรถึงกับเล่าตำนานโยไคที่ได้ยินมาจากเฮียวโกโรให้ฟัง แต่ยิ่งเขาเล่า สีหน้าของนามิและแฟรงกี้ก็ยิ่งดูสิ้นหวังมากขึ้นเรื่อยๆ

“โซโร ยอมรับเถอะน่า นายมันพวกคนหลงทิศ นายก็แค่หลงทางธรรมดาๆเท่านั้นแหละ”

“ฉันไม่ใช่คนหลงทิศนะเฟ้ย!”

“จ้าๆ นายไม่ใช่ บอกข้อมูลที่นายรวบรวมมาให้ฉันฟังหน่อยสิ แล้วก็อธิบายด้วยว่าตอนนี้นายทำงานอยู่ที่ไหน ถึงเวลาเดี๋ยวพวกเราจะไปหานายเอง”

นามิไม่อยากเถียงกับโซโรในประเด็นนี้ เพราะเรื่องที่โซโรเป็นคนหลงทิศนั้น แม้แต่ลูฟี่บางครั้งก็ยังเห็นด้วย มันเป็นเรื่องที่ไม่ต้องสงสัยเลย

“ประเทศนี้มันแปลกมาก นอกจากวงเวียนที่เดินออกไปไม่ได้แล้ว ยังมีเป็ดที่ต่อสู้เก่งเป็นพิเศษอีกด้วย”

“ไปกันเถอะแฟรงกี้ เขาไม่ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อะไรเลย”

“โอ้ ไปเดี๋ยวนี้แหละ... โซโร นายดูแลตัวเองด้วยนะ คืนนี้ลูฟี่กับเฮราครอสก็หายไปด้วย ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น”

“พวกนายลองดูเองก็จะรู้เองแหละ! อีกสักพักพวกนายก็ต้องวนกลับมาที่นี่แน่!”

โซโรเชื่อมั่นในตนเองอย่างมาก หลังจากได้ข้อมูลใหม่จากนามิและแฟรงกี้ เขาก็ไม่ร้อนรนอีกต่อไป นั่งขัดสมาธิรอพวกเขาวนกลับมาอยู่ที่เดิม และการรอนั้นก็รอจนฟ้าสาง

“กา, กา, กาโม่!”

ขบวนเซอร์เฟทช์ที่กำลังฝึกซ้อมตอนเช้า วิ่งผ่านถนนไปด้วยฝีเท้าที่พร้อมเพรียง ผู้นำของพวกมันคือเซอร์เฟทช์ที่ฝึกฝนจนมี ต้นหอมดำที่แข็งแกร่ง

“กาโม่!”

เมื่อวิ่งผ่านตรงนี้ ผู้นำเห็นโซโรที่ยังคงรออยู่ จึงโบกปีกเป็นสัญญาณให้เซอร์เฟทช์ตัวอื่นๆหยุดทันที

“กาโม่?”

โซโรฟังไม่เข้าใจว่าเซอร์เฟทช์ตัวนี้พูดอะไร แต่ก็พอจะสัมผัสถึงความหมายของมันได้คร่าวๆ

[หรือว่า...ฉันหลงทางจริงๆ?]

ระหว่างทางที่เดินตามเซอร์เฟทช์กลับไปยังโรงฝึกเป็นครั้งแรกในชีวิตที่โซโรเริ่มสงสัยในประสาทสัมผัสทิศทางของตนเอง

และที่อุด้ง เหล่านักโทษก็ได้ต้อนรับวันใหม่

ในห้องขังเดี่ยว ลูฟี่ค่อยๆตื่นขึ้นมา ตอนนี้ศีรษะของเขาถูกพันด้วยผ้าพันแผลหลายชั้น กระบองของไคโดนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น มันคืออัศนีแปดทิศของจริง

แม้จะไม่ใช่อัศนีแปดทิศที่เต็มกำลัง แต่ก็เพียงพอที่จะล้มลูฟี่ได้อย่างง่ายดาย การที่เขาสามารถฟื้นขึ้นมาได้ในคืนเดียว ก็ถือว่าลูฟี่มีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว

“เฮราครอส? เฮราครอส นายอยู่ไหน!”

สิ่งแรกที่ลูฟี่ซึ่งยังคงมึนงงทำหลังจากตื่นขึ้นมาคือการมองหาเฮราครอส จากนั้นเขาก็เห็นเฮราครอสที่ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า พร้อมกับถือพลั่วและเป้ที่เต็มไปด้วยอาหาร

“เฮราครอส! เยี่ยมเลย นายไม่เป็นไร พวกเรารีบหนีกันเถอะ... ไม่สิ ฉันถูกขังอยู่นี่!”

กุญแจมือที่ข้อมือและกรงตรงหน้าเตือนให้ลูฟี่รู้ถึงสถานการณ์ปัจจุบัน แต่เฮราครอสกลับเป็นอิสระ แถมยังสวมชุดผู้คุมอีกด้วย

“เฮรา...”

น้ำเสียงของเฮราครอสฟังดูอับอายเล็กน้อย การหลอกคนซื่อบื้อย่อมทำให้รู้สึกผิด การที่เห็นลูฟี่ตื่นขึ้นมาแล้วยังเป็นห่วงตนเอง ยิ่งทำให้เขารู้สึกจนใจมากขึ้น

“เฮราครอส นาย...?”

“เฮรา...”

“นายจะบอกว่านายเกิดในประเทศนี้? คนที่ให้ชีวิตนายอาศัยอยู่ที่นี่? แต่ก่อนหน้านี้นายไม่อยากกลับมาที่นี่ไม่ใช่เหรอ?”

“เฮรา! [นั่นก็เพราะฉันรู้ว่าถ้ามาที่นี่จะต้องกลายเป็นแบบนี้ไงล่ะ! พระองค์คือผู้สร้างโปเกมอนทั้งหมด พวกโปเกมอนจะไม่ต่อต้านพระองค์หรอก นั่นคือเหตุผลที่ฉันไม่อยากให้นายมาที่นี่! นายท่านมีคำสั่งลงมา ฉันเลยพูดเรื่องนี้ไม่ได้มากนัก สุดท้ายมันก็ยังกลายเป็นแบบนี้อยู่ดี]”

เฮราครอสพูดต่อเนื่องอยู่นาน โดยไม่ได้คำนึงเลยว่าความจุสมองของลูฟี่จะสามารถจดจำเรื่องราวทั้งหมดนี้ได้หรือไม่

“อย่างนี้นี่เอง ถ้างั้นก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆ การที่ทำให้นายต้องต่อสู้กับครอบครัวของตัวเองคงจะลำบากใจมากสินะ”

ข้อเท็จจริงพิสูจน์ว่าความคิดของลูฟี่นั้นแตกต่างจากคนทั่วไป แม้แต่เฮราครอสที่อยู่กับเขามานานก็ยังคาดไม่ถึงจุดนี้

“แล้วคนที่ให้ชีวิตนายมาน่ะ แข็งแกร่งจริงๆเหรอ? แข็งแกร่งกว่าสัตว์ประหลาดเมื่อวานอีกเหรอ?”

“เฮรา! [แน่นอนอยู่แล้ว!]”

“อย่างนี้นี่เอง...”

ในมุมที่เฮราครอสมองไม่เห็น ลูฟี่ได้จินตนาการภาพแปลกๆขึ้นมาในหัวแล้ว: ด้วงกว่างขนาดเท่าภูเขาลูกย่อมๆพุ่งชนไคโดจนกระเด็นลอยไปในพริบตา นี่คือสิ่งที่เขาเพิ่งคิดขึ้นมา

ในความเข้าใจของเขา อาร์เซอุสผู้สร้างเฮราครอสขึ้นมา ก็ควรจะเป็นด้วงกว่างเช่นกัน

“เฮรา! [ยอมแพ้เถอะ ลูฟี่! หลังจากเข้าร่วมกับที่นี่แล้ว พวกเราก็ยังสามารถออกเดินทางได้เหมือนเดิมนะ!]”

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 1336 ความฝันของพวกนาย จริงๆแล้วอยู่ที่กลุ่มร้อยอสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว