- หน้าแรก
- เกิดใหม่กลายเป็นอาร์เซอุสในโลกวันพีช
- บทที่ 1332: แผนการล้มเหลว แถมโดนตีฟรี
บทที่ 1332: แผนการล้มเหลว แถมโดนตีฟรี
บทที่ 1332: แผนการล้มเหลว แถมโดนตีฟรี
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
บทที่ 1332: แผนการล้มเหลว แถมโดนตีฟรี
"คินเอมอน ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่เจ้าต้องเข้าใจนะว่า ลำพังแค่เจ้ากับข้า ไม่สามารถรับมือพวกเขาได้หรอก เจ้านั่นที่เป็นแค่นัมเบอร์ 43 ยังเอาชนะเจ้าได้เลย เจ้าคิดว่าเจ้าจะรับมือคนที่แข็งแกร่งกว่านั้นได้รึ?"
"ข้ารู้ แต่ว่าโอสึรุ..."
บนเส้นทางหลังจากแยกตัวออกมาแล้ว คินเอมอนและคันจูโร่ยังคงพูดคุยกันตามลำพัง
"ยี่สิบปี พวกเราจากที่นี่ไปยี่สิบปีแล้วนะ พวกเราไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง พวกเด็นจิโร่ก็ติดต่อไม่ได้ อีกอย่าง เจ้าก็น่าจะรู้สึกได้ การยอมรับกลุ่มร้อยอสูรของพวกเขาในตอนนี้เหนือกว่าเมื่อก่อนมากนัก"
นี่คือความรู้สึกของคันจูโร่หลังจากผ่านมาหนึ่งวันเต็ม หากบอกว่าเมื่อยี่สิบปีก่อนเป็นดันเจี้ยนระดับยาก ตอนนี้ก็คือระดับความยากนรกภูมิแล้ว ที่พึ่งพิงที่มั่นคงของพวกเขามีเพียงพลังของตนเองสองคนเท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นหมวกฟางหรือลอว์ ก็ไม่ใช่กำลังที่พึ่งพิงได้อย่างมั่นคง จากสถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งสองฝ่ายไม่ใช่การช่วยเหลือซึ่งกันและกันอีกต่อไป เป็นเพียงการใช้ประโยชน์จากกันและกันเท่านั้น
เมื่อพิจารณาภาพรวมในตอนนี้ พวกเขาจำเป็นต้องใช้กำลังเพียงสองคน ล้มพวกนัมเบอร์หลายสิบคนให้ได้ก่อน จากนั้นเอาชนะเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคนที่ตามมาสมทบ หลังจากนั้นก็ต้องฝ่าวงล้อมของคนหลายหมื่นคนออกมา และสุดท้ายก็ต้องโค่นล้มเหล่าอสูรร้ายที่นำโดยไคโดให้ได้
และนี่เป็นเพียงแค่ครึ่งแรกของดันเจี้ยนเท่านั้น หากทำเรื่องนี้สำเร็จ หลังจากนั้นพวกเขาก็จะไปกระตุ้นบัฟลับของกลุ่มร้อยอสูรเข้า อาร์เซอุสจะลงมือด้วยตนเองเพื่อลงทัณฑ์ปัจจัยที่ไม่มั่นคงนี้
ขอเพียงแค่พวกเขาสามารถทำเรื่องแบบนี้ได้ ต่อให้ห้าผู้เฒ่ามาเองก็ยังต้องใช้ท่าทีเชื้อเชิญขอร้องให้พวกเขาไปที่แมรี่จัวร์
น่าเสียดายที่ คันจูโร่ในฐานะอดีตสายลับ ถึงแม้จะพยายามคิดหาทางช่วยคินเอมอนอย่างสุดความสามารถ แต่ความเข้าใจของเขาก็ยังคงมีจำกัด
ในวาโนะคุนิ บัฟ 'โคสึกิ โอเด้ง ผู้ทรงพลังอำนาจทุกอย่าง' มักจะส่งผลกระทบต่อคนกลุ่มนี้เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ติดตามของเขา
"ถ้าสามารถช่วยท่านโมโมโนะสุเกะออกมาได้ บางทีภายใต้อิทธิพลของเขา อาจจะสามารถรวบรวมคนเก่าแก่ของท่านโอเด้งในตอนนั้นได้"
"คนเก่าแก่รึ... คินเอมอน ข้าว่าสิ่งแรกที่พวกเราควรทำคือการพาท่านโมโมโนะสุเกะออกจากที่นี่ต่างหาก ขนาดโซวยังทรยศต่อพันธสัญญาเดิมเลย เกรงว่าในประเทศนี้ คนที่ยังสนับสนุนท่านโอเด้งคงเหลืออยู่ไม่มากแล้ว"
"คันจูโร่ เจ้าลืมไปแล้วรึว่าท่านโอเด้งเคยทำอะไรไว้บ้างในตอนนั้น? ผู้คนไม่มีทางลืมท่านโอเด้งได้หรอก"
"ขอเพียงอาศัยพลังของทุกคนขับไล่พวกไคโดออกไป โอสึรุก็สมควรจะกลับมาแล้ว"
อาจจะเพราะสถานะเดิมคือสายลับ ระดับที่คันจูโร่ถูกมอมเมายังไม่รุนแรงเท่าใดนัก แต่เขาก็ไม่ได้โต้แย้งคินเอมอน เพราะเขารู้ดีว่า คินเอมอนเป็นคนที่ไม่สามารถเกลี้ยกล่อมได้ เขาหัวทึบไปแล้ว
ยังไงก็ตาม เป้าหมายในแผนการช่วงครึ่งแรกของพวกเขาก็ยังคงเหมือนกัน
เพื่อป้องกันไม่ให้คินเอมอนทำให้เรื่องเสียต่อไป คันจูโร่คิดว่าควรจะเตรียมการสักหน่อย ก่อความวุ่นวายขึ้นก่อน แล้วค่อยฉวยโอกาสช่วยโมโมโนะสุเกะออกมาจะดีกว่า
คินเอมอนและคันจูโร่แอบย่องไปยังทิศทางของอุด้งอย่างเงียบ ๆ คนอื่น ๆ ก็ยังคงรักษาสภาพเดิมไว้ชั่วคราว
"ที่นี่หนาวจัง แฟรงกี้ เอาเสื้อผ้าของนายมาให้ฉันเถอะ ยังไงนายก็เป็นมนุษย์ดัดแปลงพวกบ้าอยู่แล้ว ไม่รู้สึกหนาวหรอกน่า..."
บนพื้นหิมะของริงโกะ นามิและแฟรงกี้กำลังเดินอยู่ที่นี่ และนามิก็ยังคงบ่นเรื่องบางอย่างอยู่
"อากาศที่นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย พยากรณ์ได้แม่นยำเกินไปแล้ว!"
ครึ่งชั่วโมงก่อน นามิและแฟรงกี้ได้ยินพยากรณ์อากาศว่าอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา บางพื้นที่ของริงโกะจะมีพายุหิมะตกหนัก เป็นเวลาสามชั่วโมง
ไม่คิดว่าพายุหิมะจะมาตรงเวลาขนาดนี้จริง ๆ หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง ท้องฟ้าก็เปลี่ยนจากแจ่มใสไร้เมฆเป็นเมฆดำทะมึนปกคลุมในชั่วพริบตา
"ไม่ได้หรอกน่า ถ้าทำแบบนั้นจะถูกคนที่นี่มองว่าเป็นพวกบ้าน่ะสิ"
"แล้วนายไม่ได้เป็นพวกบ้าอยู่แล้วเหรอ?"
"ถึงเธอจะพูดแบบนั้นฉันก็ดีใจอยู่หรอกนะ แต่ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่จะมาประกาศศักดาความเป็นลูกผู้ชายสักหน่อย เอาล่ะ ถึงที่ทำงานของพวกเราแล้ว ดูเหมือนข้างในจะอุ่นดีนะ จำสิ่งที่ฉันสอนไปก่อนหน้านี้ได้หรือเปล่า รับมือกับการทดสอบน่าจะพอไหวอยู่"
แฟรงกี้และนามิมาถึงหน้าโรงงานแห่งหนึ่ง โรงงานส่วนใหญ่ในวาโนะคุนิถูกสร้างขึ้นในอุด้ง แต่ก็ยังมีส่วนเล็ก ๆ ที่สร้างขึ้นในริงโกะ
ตึง! ตึง! ตึง!
ประตูเพิ่งเปิดออก แสงไฟอันร้อนแรงก็สาดส่องมาตรงหน้าพวกเขา เหล็กหลอมเหลวสีแดงฉานไหลลงมาจากเครื่องจักร สุดท้ายก็เย็นตัวลงในแม่พิมพ์จนเป็นรูปเป็นร่าง
เสียงทุ้มต่ำดังออกมาจากข้างในเป็นระยะ ๆ พร้อมกับเสียง 'ซ่า' ของการชุบแข็ง ดาบอันแหลมคมเล่มแล้วเล่มเล่าปรากฏขึ้นในมือของเหล่าช่างฝีมือ
"พวกนายคือคนใหม่สินะ? ตอนนี้กำลังขาดคนอยู่พอดีเลย ตามข้ามา"
อาจจะเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ไคโดจัดวงพนันเพื่อความบันเทิง โรงงานในวาโนะคุนิจึงกลับมาวุ่นวายอีกครั้ง คนหยุดแต่เครื่องจักรไม่หยุด เครื่องจักรขนาดใหญ่ในโรงงานแทบจะทำงานตลอดเวลาไม่มีหยุดพัก จะหยุดให้ความร้อนลดลงก็ต่อเมื่อถึงขีดจำกัดเท่านั้น
ชาววาโนะคุนิแทบทุกคนรู้ดีว่านี่หมายความว่าอะไร มีเพียงช่วงก่อนสงครามเท่านั้นที่โรงงานอาวุธที่นี่จะทำงานอย่างต่อเนื่อง และเมื่อดูจากระดับการเตรียมการในปัจจุบันแล้ว เกรงว่าขนาดของสงครามครั้งนี้คงจะใหญ่โตอย่างไม่เคยมีมาก่อน
เคร้ง เคร้ง เคร้ง! กระสุนสีส้มเหลืองกลิ้งลงมาจากสายการผลิต คนด้านล่างก็นำพวกมันไปบรรจุลงในแม็กกาซีนแบบจานหรือร้อยเข้าสายกระสุนทีละนัด ปืนคาบศิลารุ่นเก่าไม่คู่ควรที่จะให้โรงงานแห่งนี้ผลิตเลยแม้แต่น้อย อาวุธที่ผลิตจากที่นี่ล้วนเป็นอาวุธอัตโนมัติที่ล้ำสมัยกว่า
"ได้ยินว่าพวกนายเป็นช่างอาวุธผู้มีประสบการณ์ ลองมาดูสายการผลิตของพวกเราหน่อยสิ ระดับนี้คงยังไม่ยากเกินไปสำหรับพวกนายใช่ไหม?"
ในโรงงานอีกแห่งที่อยู่ติดกัน มีกำแพงกั้น คนงานสองสามคนกำลังใช้ชอล์กทำเครื่องหมายบนลำกล้องปืนใหญ่ นี่คือลำกล้องที่เพิ่งตีขึ้นรูปเสร็จ ลำกล้องที่ถูกตีและยืดออกด้วยเครื่องจักรจะต้องผ่านการให้ความร้อนและทำให้เย็นลงอีกหลายครั้ง เพื่อเพิ่มความแข็งของเหล็กกล้า
แต่ในกระบวนการนี้ ลำกล้องก็จะเกิดการบิดเบี้ยวได้ ตอนนี้พวกเขากำลังทำเครื่องหมายส่วนที่โค้งงอ และใช้วิธีการอื่น ๆ ทำให้ลำกล้องกลับมาตรงเหมือนเดิม
หากเป็นโลกปกติ ค้อนทุบของเครื่องจักรน่าจะเป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือที่สุด แต่ที่นี่ พลังของปัจเจกบุคคลสามารถเหนือกว่าเครื่องจักรได้
เดคานุจังเพียงแค่ใช้สองตาก็สามารถระบุปัญหาของลำกล้องนี้ได้แล้ว พร้อมกับการเหวี่ยงค้อนในมือ ลำกล้องก็กลับมาสมบูรณ์แบบในสายตาของพวกมัน
"ฮ่า!"
เดคานุจังเคาะเบา ๆ บนลำกล้องเล็กน้อย ลำกล้องนี้ก็ถูกส่งต่อไปยังกระบวนการถัดไป และตรงหน้าแฟรงกี้ก็มีค้อนอันใหม่วางอยู่ด้วย
"ลองดูไหม?"
"โอเค มอบให้ข้าผู้นี้ที่แข็งแกร่ง SUPER~ เถอะ! เรื่องแค่นี้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ผู้ช่วย ได้เวลาทำงานแล้ว!"
"ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ!"
ตอนนี้อาชีพของนามิกลายเป็นผู้ช่วยของแฟรงกี้ไปแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือช่วยแฟรงกี้วัดข้อมูล จริง ๆ แล้ว นามิเป็นแค่ไม้ประดับเท่านั้น
ถึงแม้สถานะจะเป็นช่างต่อเรือ แต่สำหรับแฟรงกี้แล้ว การสร้างอาวุธก็เป็นงานถนัดดั้งเดิมของเขาเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผลงานก่อนหน้านี้หรือเธาซันด์ซันนี่ ต่างก็มีอาวุธติดตั้งอยู่ไม่น้อย
โดยพื้นฐานแล้วนามิก็แค่ช่วยจับไม้บรรทัดเท่านั้น งานจริง ๆ แฟรงกี้เป็นคนทำคนเดียว
การเคลื่อนไหวของแฟรงกี้ช้ากว่าเดคานุจังมาก ถึงแม้จะเป็นมนุษย์ดัดแปลง เขาก็ไม่มีความสามารถในการตัดสินมาตรฐานด้วยตาเปล่าเหมือนเดคานุจัง สุดท้ายก็ยังต้องอาศัยเครื่องมือในการยืนยันผลงาน ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา แฟรงกี้จึงนำผลงานสำเร็จของตนเองออกมา
"ฉันมีคำถาม ส่วนนี้ทำไมต้องทำให้เกินออกมาท่อนหนึ่งด้วย? จากแบบแปลนแล้ว ส่วนนี้น่าจะเป็นส่วนเกินนี่นา? แต่ทำไมถึงต้องตีมันออกมาพร้อมกันด้วยล่ะ?"
"อันนี้น่ะรึ? ก็เพื่อตรวจสอบชิ้นงานที่เสร็จแล้วน่ะสิ เวลาเจ้าส่งข้อสอบ จะไม่เขียนชื่อตัวเองก็ไม่ได้นี่นา?"
"หมายความว่า เจ้าคือผู้คุมสอบของข้งั้นเหรอ?"
"จะเป็นไปได้ยังไง เรื่องแบบนี้ไม่ถึงตาข้าหรอกน่า ท่านนั้นต่างหากคือผู้คุมสอบ"
ตามทิศทางที่นิ้วของคนงานข้าง ๆ ชี้ไป ร่างของคนผมสีชมพูทรงทวินเทลก็ปรากฏขึ้นในสายตาของแฟรงกี้ พร้อมกับการเหวี่ยงค้อนยักษ์ในมือของเดคานุจัง ส่วนที่เกินออกมาในสายตาของแฟรงกี้ก็ถูกทุบหลุดออกไป
แกรก แกรก
แฟรงกี้มองตาค้าง ขณะที่โลหะที่เพิ่งเย็นตัวลงถูกอีกฝ่ายโยนเข้าปาก จากนั้นก็เคี้ยวจนกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยเหมือนเคี้ยวขนมปังกรอบ
สุดท้าย เดคานุจังยังหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดปาก แล้วรับน้ำมันหล่อลื่นที่คนอื่นยื่นให้มาดื่มลงไป
"ยินดีด้วย เจ้าผ่านด่านแรกแล้ว คุณภาพโลหะที่เจ้าตีขึ้นมาไม่มีปัญหา"
นี่คือวิธีการทดสอบคนใหม่ของโรงงานแห่งนี้ โปเกมอนแต่ละตัวมีรสนิยมแตกต่างกันไป เดคานุจังตัวนี้เป็นตัวที่ช่างเลือกกินที่สุด หากการถลุงโลหะไม่ได้มาตรฐาน ทำให้มีสิ่งเจือปนมากเกินไป มันก็จะไม่สามารถกลืนลงไปได้เลย
ในทางกลับกัน ขอเพียงแค่มันเลือกที่จะกินลงไป ก็หมายความว่าการตีเหล็กกล้านั้นได้มาตรฐานแล้ว ภายใต้การนำของแฟรงกี้ นามิซึ่งตีเหล็กไม่เป็นก็ได้เข้าทำงานในฐานะผู้ช่วยสำเร็จ เข้าร่วมวงใช้แรงงานอันเคร่งเครียด
งานนี้ถึงแม้จะค่อนข้างเหมาะกับแฟรงกี้ แต่ความเหนื่อยยากที่ต้องทุ่มเทก็มากที่สุดเช่นกัน เพราะการตีเหล็กนั้น เมื่อเริ่มต้นแล้ว ก็เป็นกระบวนการที่ยาวนานมาก การตีเหล็กต่อเนื่องหลายชั่วโมงเป็นเรื่องปกติธรรมดา
"ทุกคน! เร่งมือเข้า! ผ่านช่วงนี้ไปได้ก็จะสบายแล้ว! เห็นหิมะตกหนักนี่ไหม นี่คือรางวัลพนักงานดีเด่นของเดือนที่แล้วนะ เพื่ออนาคตของพวกนายเอง ตั้งใจทำงานเข้า!"
การขายฝันอย่างเดียวจะบั่นทอนความไว้วางใจ รางวัลที่จับต้องได้จริงต่างหากที่จะดึงดูดใจคนได้ พนักงานเมื่อเดือนที่แล้วหวังว่าจะได้เห็นพายุหิมะสักครั้ง เพราะลูกของเขาอยากเห็นว่าสภาพอากาศแบบนี้เป็นอย่างไร
ดังนั้น หลังจากแจ้งให้ทราบล่วงหน้าแล้ว วันนี้ริงโกะจึงได้ต้อนรับพายุหิมะที่ตกหนักเฉพาะที่เป็นช่วงสั้น ๆ นี้
ในขณะเดียวกัน ที่เหมืองหินอุด้ง ลูฟี่ที่เพิ่งตื่นนอนกำลังทำงานอย่างแข็งขันเพื่ออาหารของวันนี้ พฤติกรรมของเขาทำให้โจรสลัดรอบข้างไม่พอใจอย่างมาก เพราะผู้คุมงานของกลุ่มร้อยอสูรกำลังใช้ลูฟี่เป็นแบบอย่าง กระตุ้นให้พวกเขาเร่งทำงาน
แต่พวกเขาก็ทำอะไรลูฟี่ไม่ได้ เพราะตอนนี้สถานะของลูฟี่เป็นเพียงคนทำงานอิสระ บางทีนี่อาจจะเป็นสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิต สมองของลูฟี่ตระหนักว่าสภาพแวดล้อมที่นี่อันตรายมาก จึงเปิดใช้งานกลไกป้องกันตัวเองแบบพิเศษขึ้นมา
หากไม่มีอะไรผิดพลาด ลูฟี่น่าจะทำงานอยู่ที่นี่อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวไปอีกสองสามวัน แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น
"เฮราครอส หนังสือพิมพ์วันนี้! แกนี่มันแปลกจริง ๆ นะ เป็นประเภทแมลงแท้ ๆ แต่กลับมาอยู่ที่เหมืองทุกวัน เป็นเพราะเจ้าหนูนั่นรึ?"
เดฟโก้กลับมายังอุด้งพร้อมกับหนังสือพิมพ์ของวันนี้จากโลกภายนอก และโยนมันให้เฮราตรอสอย่างไม่ใส่ใจ เขารู้ว่าเฮราครอสตัวนี้มีนิสัยชอบอ่านหนังสือพิมพ์ ว่ากันตามตรง นี่คือเฮราครอสที่มีระดับการศึกษาสูงที่สุดในความทรงจำของเขาแล้ว
"เฮรา"
เฮราครอสเพียงแค่พยักหน้าแสดงความขอบคุณ ไม่ได้พูดอะไรมากนัก อีกทั้งเนื่องจากปัญหาระดับความสนิทสนม เดฟโก้ก็ฟังคำพูดของเฮลการ์ไม่เข้าใจ โดยพื้นฐานแล้วได้แต่คาดเดาเอา
"ว่าแต่ วันนี้มันแปลกจริง ๆ อยู่ ๆ หลายที่ก็เกิดไฟไหม้ขึ้นมา ทำให้พวกเซนิกาเมะวุ่นวายกันแทบแย่"
"อุด้งก็ดีตรงนี้นี่แหละ สงบสุข อย่างน้อยก็ไม่มีใครกล้าวางเพลิงที่นี่"
ตูม!
โดเพ็นเพิ่งพูดจบ เสียงระเบิดก็ดังมาจากนอกอุด้ง ทำให้เดฟโก้ต้องหันไปมองเขาโดยไม่รู้ตัว
"โดเพ็น แกมีคุณสมบัติปากเสียหรือไง? ทำไมฉันรู้สึกว่าตั้งแต่จบงานเลี้ยงสังสรรค์ครั้งนั้น แกก็เริ่มดวงตกมาตลอดเลยนะ?"
"เรื่องแบบนี้ฉันจะไปรู้ได้ยังไงเล่า..."
ทั้งสองคนได้แต่มองไปยังควันที่ลอยสูงขึ้นไป แต่ก็ไม่มีใครเข้าไปใกล้ ที่นี่คืออุด้ง เรื่องภายนอกจะร้ายแรงแค่ไหนก็ไม่เกี่ยวกับพวกเขา ในเวลาเช่นนี้ สิ่งที่พวกเขาควรทำมากกว่าคือการปราบปรามภายใน
"มองอะไรกัน! ใครไม่อยากตายก็ไสหัวกลับไปให้หมด!"
ลูกศรน้ำสองดอกพุ่งออกมาจากมือของเดฟโก้ ข่มขู่ให้โจรสลัดที่นี่กลับเข้าไปในคุกของอุด้ง แม้แต่งานในมือของลูฟี่ก็ถูกขัดจังหวะ อุด้งที่เข้าสู่สภาวะเฝ้าระวังสูงสุดย่อมไม่มีโอกาสให้เขาทำงานเป็นกรรมกรต่อไป
เฮราที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบินขึ้นไปบนท้องฟ้า จากนั้นก็ได้เห็นภาพที่ทำให้ด้วงกว่างยากจะเชื่อสายตา ด้านนอกของอุด้ง ลูฟี่กำลังจุดระเบิดลูกหนึ่งอยู่
"เฮราา?!"
เฮราครอสถึงกับส่งเสียงตกตะลึงออกมา หันกลับไปมองลูฟี่ที่กำลังยิ้มแหย ๆ อยู่ มันแน่ใจได้ว่าทั้งหมดนี้คือภาพลวงตา แต่กลับไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ขณะที่เฮลการ์กำลังสังเกตการณ์สถานการณ์จากด้านบน บาบานูกิก็มาถึงบนกำแพงของอุด้งแล้ว นี่คือการแบ่งงานที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เมื่อเกิดสถานการณ์เช่นนี้ โดเพ็นและเดฟโก้ซึ่งถนัดการรบแบบกลุ่มมากกว่าจะเข้าไปจัดการปัญหาภายใน
ส่วนบาบานูกิที่แข็งแกร่งกว่าในการสู้ตัวต่อตัวจะรับผิดชอบสถานการณ์ฉุกเฉินภายนอก บาบานูกิบนกำแพงเห็นลูฟี่วิ่งเข้าไปในป่าพอดี ถึงขนาดที่ลูฟี่คนนี้ยังโยนระเบิดออกมาลูกหนึ่งระหว่างที่กำลังหลบหนีด้วย
"ล่อเสือออกจากถ้ำรึ? แผนโง่ ๆ ดูถูกฉันเกินไปแล้ว"
บาบานูกิไม่มีความคิดที่จะไล่ตามเลยแม้แต่น้อย ไม่ต้องพูดถึงว่าเขารู้ว่าเจ้าหนูหมวกฟางตัวจริงกำลังทำงานอยู่ในอุด้งตอนนี้ ต่อให้ไม่รู้ เขาก็จะโจมตีเฉพาะคนที่พยายามจะบุกอุด้งเท่านั้น
ในความหมายหนึ่ง บาบานูกิคล้ายกับบอสประจำพื้นที่ที่ถูกกำหนดขอบเขตไว้ เมื่อเทียบกับพวกเดฟโก้แล้ว เขาจะให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงภายนอกมากกว่า แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะละทิ้งหน้าที่
แต่ในตอนนั้นเอง โจรสลัดกลุ่มหนึ่งก็เดินมุ่งหน้ามายังอุด้ง
"ท่านไคโดมีคำสั่งให้พวกเรามาสนับสนุนที่นี่! ท่านบาบานูกิ กรุณาเปิดประตูด้วยครับ!"
"สนับสนุน?"
"ครับ โจรสลัดข้างนอกไม่รู้บุกเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร ตอนนี้กำลังวางเพลิงไปทั่ว คนนำก็คือเจ้าหมวกฟาง ท่านไคโดกังวลว่ามันจะมาช่วยปู่ของมัน"
"ดังนั้นจึงให้พวกเรามาแจ้งเตือนท่าน และถือโอกาสเสริมการป้องกันที่นี่ให้เข้มงวดขึ้นด้วยครับ!"
เสียงดังก้องไปทั่วกำแพงสูง แต่ชั่วขณะหนึ่งกลับไม่ได้รับการตอบสนองใด ๆ
"คันจูโร่ แบบนี้จะได้ผลจริง ๆ เหรอ?"
"ข้าว่ามันก็มีอัตราความสำเร็จอยู่บ้าง อย่างน้อยก็มีประโยชน์กว่าการรอเฉย ๆ "
ไม่ว่าจะเป็นลูฟี่ที่ก่อความวุ่นวายในวาโนะคุนิ หรือลูฟี่ที่เพิ่งหลบหนีไปกับการระเบิด หรือแม้กระทั่งโจรสลัดที่มาสนับสนุนอุด้งในตอนนี้ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลงานภาพวาดของคันจูโร่
ในฐานะผู้มีพลังผลพู่กัน คันจูโร่มีความสามารถเทียบได้กับหม่าเหลียงพู่กันวิเศษ ไม่เพียงแค่วาดสิ่งไม่มีชีวิตได้เท่านั้น แต่ยังสามารถวาดสิ่งมีชีวิต รวมถึงมนุษย์ได้อีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งมีชีวิตที่คันจูโร่วาดขึ้นมายังมีจิตสำนึกหลัก ขอเพียงแค่คันจูโร่เข้าใจคนคนนั้น ภาพวาดนี้ก็จะสามารถสื่อสารพูดคุยตามน้ำเสียงของคนคนนั้นได้
เหมือนกับที่พวกเขาพูดไว้ก่อนหน้านี้ คันจูโร่ตั้งใจจะใช้กลุ่มหมวกฟางดึงดูดความสนใจของไคโดแล้ว เขาวางแผนที่จะใช้ภาพวาดดึงดูดความสนใจของไคโด จากนั้นปล่อยให้พวกเขาต้องสิ้นเปลืองกำลังไปกับการไล่จับกลุ่มหมวกฟาง
แน่นอนว่า คันจูโร่รู้ดี กำลังรบแค่นี้ไม่มีทางเอาชนะไคโดได้อย่างแน่นอน แต่เขาก็ไม่ได้ต้องการให้อีกฝ่ายเอาชนะไคโด
ขอเพียงสามารถใช้ชื่อของการสนับสนุนเข้าไปภายในอุด้งแล้วเข้าใกล้โมโมโนะสุเกะได้ เขาก็จะสามารถลองพาโมโมโนะสุเกะบินหนีออกจากที่นี่ได้
ท้องทะเลกว้างใหญ่ไพศาล หากหนีออกไปได้ ก็ย่อมสามารถค่อย ๆ วางแผนการหลังจากนั้นได้ เพื่อโมโมโนะสุเกะแล้ว เขาสามารถทรยศต่อหลายสิ่งหลายอย่างได้ รวมถึงกลุ่มหมวกฟางด้วย
ยังไงเสีย คนกลุ่มนี้ก็ไม่ค่อยไว้วางใจพวกเขาแล้ว คินเอมอนก็เพิ่งจะทำพฤติกรรมที่หุนหันพลันแล่นไป เช่นนั้นก็ต้องฉวยโอกาสใช้ประโยชน์จากคนกลุ่มนี้อีกครั้งก่อนที่เรื่องจะแดงขึ้นมา
หลังจากหนีไปแล้วก็ค่อย ๆ สั่งสมกำลังไป ไม่แน่ก็อาจจะรอให้ไคโดแก่ตายไปเอง รอจนอสูรกายตนนี้ตายแล้วค่อยลองทวงคืนวาโนะคุนิกลับมา
ส่วนเรื่องภรรยาที่คินเอมอนเป็นห่วงนั้น คันจูโร่ทำได้เพียงแสดงความจนปัญญาเท่านั้น
แต่ทว่าคันจูโร่มีช่องว่างทางข้อมูลข่าวสารที่ร้ายแรงมาก
เช่น การ์ปถูกขังอยู่ในอุด้งหรือไม่ นี่คือการเดิมพันที่เขาเลือก หากเดิมพันชนะเท่านั้น เขาถึงจะมีโอกาสช่วยโมโมโนะสุเกะออกมาได้
ในฐานะสายลับที่คุโรซึมิ โอโรจิส่งมา เขากลับดูเหมือนข้ารับใช้ของโคสึกิยิ่งกว่าข้ารับใช้ของโคสึกิเสียอีก แต่ไม่ว่าอย่างไร สิ่งที่เขาทำไปส่วนใหญ่ก็สูญเปล่าอยู่ดี
เช่น เขาไม่รู้ว่าลูฟี่อยู่ในอุด้งตอนนี้ เขาไม่รู้ด้วยว่า กลุ่มร้อยอสูรไม่มีทางส่งพวกไร้ชื่อเสียงเรียงนามแบบนี้ไปสนับสนุนเด็ดขาด
ตอนนี้คันจูโร่ทำได้เพียงรอคอยการเปลี่ยนแปลงที่ประตูอย่างกระวนกระวายเล็กน้อย การวาดภาพคนจำนวนมากขนาดนี้ท้าทายขีดจำกัดทางร่างกายของเขาอย่างมาก เพราะการใช้พลังผลไม้ก็ต้องสิ้นเปลืองพลังกายเช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น คันจูโร่ยังต้องเก็บแรงไว้รับมือกับการต่อสู้ที่อาจเกิดขึ้น และต้องแน่ใจว่าจะสามารถวาดนกที่จำเป็นสำหรับการถอยทัพออกมาได้
เพื่อรักษาพลังกายให้มากขึ้น เขถึงกับวาดภาพโจรสลัดกลุ่มหนึ่งที่ไม่มีเสื้อผ้า จากนั้นให้คินเอมอนใช้พลังผลฟุคุฟุคุเปลี่ยนเสื้อผ้าให้พวกเขา
ในตอนนี้ ถือว่าคันจูโร่มีข่าวดีอยู่เรื่องหนึ่ง บาบานูกิเปิดประตูใหญ่ออก และมาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาด้วยตนเอง
"บัตรประจำตัว"
"นี่ครับ ท่านบาบานูกิ พวกเราเพิ่งมาใหม่ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ..."
"ข้าหมายถึงบัตรประจำตัวของทุกคน"
หลังจากรับบัตรประจำตัวไปแล้ว บาบานูกิก็ไม่ได้หยุดมือ แต่ยังคงเรียกหาเอกสารยืนยันตัวตนต่อไป
ถึงแม้บาบานูกิจะไม่ได้เข้าร่วมวงพนันมาตลอด แต่แค่คาดเดาก็พอจะรู้เคล็ดลับของที่นี่ได้แล้ว เพราะเอกสารปลอมนั่นมีเครื่องหมายพิเศษกำกับไว้ พวกนายหน้าที่ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมวงพนันขอเพียงใช้โรตอมสแกนดูก็สามารถยืนยันผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน
เป็นไปตามที่บาบานูกิคาดไว้ คันจูโร่ไม่สามารถหยิบบัตรประจำตัวส่วนเกินออกมาได้เลย
"ความคิดไม่เลว แต่พวกแกก็ยังไร้เดียงสาเกินไป คิดจริง ๆ รึว่าพวกฉันจะหลอกลวงได้ง่ายขนาดนั้น?"
ร่างกายของบาบานูกิเริ่มขยายใหญ่ขึ้น เสื้อผ้าท่อนบนฉีกขาดโดยตรง วานรยักษ์สูงหลายเมตรก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าคินเอมอนและคันจูโร่เช่นนี้
"พลังนี้ของฉัน สั่งสมมานานแล้วนะเฟ้ย!"
เค็คคิงจะสั่งสมพลังของตนเองในช่วงเวลาพักผ่อน ถึงแม้จะมีขีดจำกัดสูงสุด แต่เค็คคิงที่เพิ่งหมดช่วงพักผ่อน มักจะสามารถปลดปล่อยการโจมตีที่รุนแรงที่สุดออกมาได้
"ค้อนหนักล้านตัน!"
แสงสีขาววาบขึ้นบนแขนของบาบานูกิ จากนั้นก็ทุบลงบนพื้นอย่างแรง
ตูม!
พื้นดินบริเวณรอบนอกของอุด้งแตกออกเป็นรอยแยกหลายสาย คันจูโร่เพื่อให้การปลอมตัวสมจริงยิ่งขึ้น ได้วาดภาพคนออกมาจำนวนมาก ถึงขนาดต้องยอมลดคุณภาพบางส่วนลง เขาไม่สามารถทำให้ภาพวาดทุกภาพเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว
หุ่นปลอมจำนวนไม่น้อยตกลงไปในรอยแยกโดยตรง กลับคืนสู่สภาพเดิมกลายเป็นแอ่งน้ำหมึก แต่การต่อสู้ของบาบานูกิยังไม่หยุด หลังจากค้อนแขนทุบลงบนพื้น แขนอีกข้างของเขาก็อาศัยจังหวะนั้นทุบเข้าใส่คันจูโร่ที่อยู่ตรงหน้า
คันจูโร่ไม่คิดว่าการโจมตีของบาบานูกิจะเด็ดขาดถึงเพียงนี้ ถึงแม้จะชักอาวุธออกมาป้องกันตามสัญชาตญาณ แต่ทั้งสองฝ่ายอยู่ในระดับพลังที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง พอปะทะกัน ร่างก็กระเด็นถอยหลังออกไปแล้ว ลากเอาคินเอมอนกลิ้งตามไปด้วย
คินเอมอนแทบจะใช้ใบหน้าต่างเบรก ไถลไปกับพื้นเป็นระยะทางไกลพอสมควร ภาพวาดปลอมตัวบนใบหน้าก็ย่อมถลอกปอกเปิกไปตามธรรมชาติ
"เหมือนฉันจะจำได้แล้วว่าแกคือใคร เจ้าหนูนี่ชีวิตอึดจริง ๆ ตอนนั้นกระดูกสันหลังหักไปแล้ว ยังอุตส่าห์ยืนขึ้นมาได้อีก"
คลายการแปลงร่าง บาบานูกิกำหมัดเดินเข้าไปหาทั้งสองคน
บาบานูกิทำตามกฎอย่างเคร่งครัด ดำเนินการในลักษณะที่สอดคล้องกับวงพนันของไคโดทุกประการ แตกต่างจากการหลงเข้ามาโดยบังเอิญของลูฟี่ คนกลุ่มนี้มีเป้าหมายชัดเจน คือมุ่งหมายที่จะก่อความวุ่นวาย
บัตรประจำตัวที่ไม่สามารถแสดงให้ครบทุกคนได้ก็เปิดโปงร่องรอยของพวกเขาแล้ว ด้วยตรรกะนี้ หลังจากนี้ก็จะไม่มีใครสามารถหาข้อผิดพลาดของเขาได้
ส่วนเรื่องที่บาบานูกิบอกว่า 'จำได้แล้ว' นั้น หมายถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อหลายปีก่อน คินเอมอนเคยขัดแย้งกับบาบานูกิเพื่อช่วยเหลือลูกน้องที่ทำผิดของตนเอง ไม่เพียงแต่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ยังทำให้เหล่าข้ารับใช้ของโอเด้งในตอนนั้นต้องจ่ายค่าตอบแทนไปไม่น้อย
แต่พลังชีวิตของคินเอมอนนั้นเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ในเส้นเวลาเดิม เขาคืออัจฉริยะที่สามารถรอดชีวิตจากการโจมตีซ้ำเพื่อปิดฉากของไคโดได้ เมื่อเทียบกับอาชูร่า โดจิ ที่ตายเพราะระเบิดแล้ว ก็แสดงให้เห็นถึงความไม่สมเหตุสมผลได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"ฉันล่ะอยากจะเห็นนัก คราวนี้แกจะยังยืนขึ้นมาได้อีกหรือไม่"
ช่วงคูลดาวน์สิ้นสุดลง บาบานูกิกลับเข้าสู่ร่างครึ่งคนครึ่งสัตว์อีกครั้ง และเคลื่อนที่มาด้านหลังของทั้งสองคนด้วยความเร็วที่ไม่สมกับขนาดตัวเลยแม้แต่น้อย สองมือคว้าเข้าใส่ศีรษะของพวกเขา
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ! ลุงควีน ดูนี่สิ มีอะไรอยากจะพูดไหม?"
โอนิงะชิมะ ยามาโตะกำลังนั่งอยู่บนหลังของควีน หลังจากถูกไล่ล่ามาทั้งคืน ในที่สุดควีนก็หมดแรงนอนแผ่กับพื้น มาถึงวันนี้ ควีนไม่สามารถใช้ค่าพลังกายอันน่าสะอิดสะเอียนทำให้ยามาโตะจนปัญญาได้อีกต่อไปแล้ว
ถึงแม้ยามาโตะจะออมมือให้ แต่ควีนกลับรู้สึกว่ามันย่ำแย่ยิ่งกว่าตอนโดนการ์ปอัดเสียอีก โดยเฉพาะตอนที่ยามาโตะเอาหน้าจอมาให้เขาดูตรงหน้า เขาก็รู้สึกว่าสภาพจิตใจพังทลายลงแล้ว
"โรบินพูดถูกจริง ๆ สองคนนี้นี่แหละคือพวกที่ถูกเปิดโปงได้ง่ายที่สุด ในที่สุดพวกเขาก็ทนไม่ไหวจริง ๆ "
"ไอ้พวกบัดซบสองตัวนี้..."
มองดูข้อมูลในหน้าจอ พลังสายหนึ่งพลันพลุ่งพล่านขึ้นในร่างของควีน เขาก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้งทันที
"คุณหนูหลีกทางหน่อย ผมจะไปสับไอ้พวกบัดซบสองตัวนั่น!"
ตนเองเสี่ยงที่จะถูกยามาโตะเคียดแค้นก็เพื่อที่จะชนะพนันแท้ ๆ แค่รออีกหน่อย เจ้าลอว์ก็น่าจะถูกเปิดโปงแล้ว ถ้ารู้ว่าคนกลุ่มนี้ใจร้อนขนาดนี้ตั้งแต่แรก เขาก็คงหาทางส่งโดฟลามิงโกเข้าโรงพยาบาลไปก่อนแล้ว
แต่ความจริงก็ได้เกิดขึ้นแล้ว การกระทำของบาบานูกิไม่มีจุดไหนที่ไม่สมเหตุสมผลเลย ควีนจำต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่ง ตนเองแค่โดนตีฟรี ๆ เท่านั้น ผลของการเดิมพันไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ...
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_