เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1312: การค้นพบใหม่ โครงสร้างใหม่ ค่าหัวใหม่

บทที่ 1312: การค้นพบใหม่ โครงสร้างใหม่ ค่าหัวใหม่

บทที่ 1312: การค้นพบใหม่ โครงสร้างใหม่ ค่าหัวใหม่


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

บทที่ 1312: การค้นพบใหม่ โครงสร้างใหม่ ค่าหัวใหม่

เรือปฐมกาลบรรทุกสหายเก่าที่กลับมา มุ่งหน้าแล่นไปยังแดนไกล แต่หลังจากที่พวกเขาจากไปแล้ว บนเรดไลน์ก็เกิดความผิดปกติบางอย่างขึ้น

ณ ตำแหน่งที่บาโรเพิ่งฟื้นคืนชีพ กลุ่มสัญลักษณ์ประหลาดปรากฏขึ้นบนพื้นดิน อักขระสีดำคล้ายหมึกเชื่อมต่อกัน สุดท้ายก่อตัวเป็นวงแหวน

ตรงกลางลวดลายที่ซับซ้อนเข้าใจยาก ปรากฏรูปดาวห้าแฉกขึ้น ในช่องว่างระหว่างแฉกทั้งห้า ก็ปรากฏเลขห้าขึ้นมาห้าตัวเช่นกัน สุดท้ายก่อตัวเป็นสิ่งที่คล้ายกับวงเวทมนตร์

เมื่อลวดลายเริ่มหมุน ร่างเงาหนึ่งก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นจากตรงกลาง หนึ่งใน ห้าผู้เฒ่า เทพนักรบแห่งวิทยาศาสตร์และการป้องกัน - เจย์การ์เซีย ซาเทิร์น ปรากฏตัวขึ้นที่นี่ด้วยวิธีการอันแปลกประหลาดนี้

ไม้เท้าในมือปักลงบนพื้น ดวงตาไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ กวาดมองไปรอบทิศ

“ทำไมที่นี่ถึงมีร่องรอยของเปลวไฟได้...”

เมื่อครู่ ตอนที่บาโรยังไม่เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน เขาได้ปล่อยเปลวไฟออกไปรอบ ๆ และเปลวไฟนี่เองที่ทำให้ซาเทิร์นในตอนนี้สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง

สภาพของเขาในตอนนี้ก็ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาเช่นกัน ช่วงล่างที่เป็นแขนขาของมนุษย์ได้หายไปแล้ว กลายเป็นขาแมงมุมแทน บนศีรษะถึงกับมีเขาวัวงอกออกมาคู่หนึ่งด้วย

ร่างกายของเขาไม่ได้เคลื่อนไหว และไม่ได้เลือกที่จะอยู่นาน หลังจากยืนยันว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เขาก็หายไปในวงเวทเคลื่อนย้ายนั้นแทน

เมื่อซาเทิร์นปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขาก็กลับมาอยู่ที่แมรี่จัวร์แล้ว

“เป็นยังไงบ้าง? ระบบตรวจจับที่ยอร์คสร้างขึ้นนั่นสำเร็จไหม?”

นัสจูโร่มองซาเทิร์นที่กลับมาแล้วเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจนัก เขาไม่ค่อยเชื่อในสิ่งประดิษฐ์ของยอร์คเท่าไหร่ หลังจากที่ร่างต้นอย่างเวก้าพังค์ตายไป ผลงานของยอร์คก็มีจำกัดมาก แทบไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย

ถึงแม้จะซ่อมมาเธอร์เฟลมได้แล้ว แต่ไม่นานอาวุธนี้ก็ถูกทำลายอย่างสิ้นซาก และเนื่องจากข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ ยอร์คก็ไม่สามารถสร้างเครื่องใหม่ขึ้นมาได้

เซราฟิมที่เหลืออยู่สี่ตัวคือ S-ชาร์ค S-คร็อก S-ฟลามิงโก้ และ S-แบร์ ยอร์คสามารถดูแลรักษาได้ แต่ยอร์คไม่มีความสามารถในการสร้างเซราฟิมตัวใหม่ เหตุผลก็ยังคงเดิมคืออุปกรณ์ไม่เพียงพอ

ลิลิธสร้างอุปกรณ์ควบคุมอาวุธสัตว์ทะเลขึ้นมาได้บ้าง แต่ของพวกนั้นก็ไม่ได้มีคุณค่าทางยุทธศาสตร์มากนัก

เมื่อไม่นานมานี้แมรี่จีวส์ถูกโจมตี ยังมีสิ่งมีชีวิตลึกลับหนีไปจากใต้ดิน แถมยังมีผู้เคราะห์ร้ายอย่างชาร์ลรอสด้วย

ถึงแม้เมื่อเทียบกับระดับหัวกะทิแล้ว ชาร์ลรอสจะเป็นแค่สวะ แต่เขาก็ยังคงเป็นชาวมังกรฟ้า

เพื่อเฝ้าระวังและคุ้มครองความปลอดภัยของชาวมังกรฟ้าบางส่วนให้ดียิ่งขึ้น ยอร์คจึงได้รับภารกิจให้สร้างเครื่องตรวจจับ และเมื่อครู่นี้เองที่สิ่งที่ยอร์คสร้างขึ้นตรวจจับคลื่นพลังงานจำนวนมหาศาลได้

“มีร่องรอยเปลวไฟเผาไหม้ แต่ไม่มีร่องรอยของมนุษย์ บางทีอาจจะเป็นอุกกาบาตตกใส่ตรงนั้นพอดีกระมัง”

“แค่อุกกาบาตถึงกับต้องให้หนึ่งในห้าผู้เฒ่าเดินทางไปด้วยตัวเองเชียว”

“นายก็รู้ว่าบริเวณนั้นมันพิเศษ ไม่อย่างนั้นฉันก็คงไม่ไปหรอก ความสามารถของยอร์คก็ยังมีประโยชน์อยู่บ้าง เวก้าพังค์ในอดีตก็มีส่วนช่วยในการอัปเกรดอาวุธของกองทัพเรือไม่น้อย เพียงแต่ฉันยังรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องอยู่ดี”

ทั้ง ๆ ที่ไม่พบอะไรเลย แต่ซาเทิร์นกลับรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอยู่ตลอดเวลา

“เหตุผลล่ะ?”

“ลางสังหรณ์”

“เหตุผลนี้ฟังไม่ขึ้นนะ แต่ลองดูนี่สิ ที่นี่ไม่มีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นเลยจริง ๆ”

จูปิเตอร์ยื่นข้อมูลล่าสุดฉบับหนึ่งให้ซาเทิร์น นี่เป็นข้อมูลที่ส่งกลับมาระหว่างที่เขาออกไปข้างนอกเมื่อครู่

“ปฏิบัติการของ CP0 ล้มเหลวเหรอ?”

“ล้มเหลว ช่วงสุดท้ายพวกเขาไม่ได้ส่งข้อมูลกลับมา แต่ยืนยันได้ว่าทุกคนเสียชีวิตหมดแล้ว พันธมิตรโจรสลัดนี้ก่อตั้งขึ้นจนได้ กลุ่มที่เหลือรอดของร็อคส์กับกลุ่มที่เหลือรอดของโรเจอร์จับมือเป็นพันธมิตร กลุ่มโจรสลัดขนาดใหญ่ที่สุดได้ก่อตัวขึ้นแล้ว ดูเหมือนว่าพวกโจรสลัดที่เราปล่อยไว้ กำลังจะสร้างปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้พวกเราซะแล้ว”

ขณะที่พูด จูปิเตอร์ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกอะไรมากนัก ราวกับว่าทุกอย่างยังอยู่ในความควบคุมของตนเอง

“จูปิเตอร์ คำว่ากลุ่มที่เหลือรอดของโรเจอร์มันไม่ถูกต้องนัก ควรจะบอกว่าเจ้าผมแดงต่างหาก ดูเหมือนจะไม่ได้เดินไปตามเส้นทางที่เราวางไว้ให้ สมดุลที่เขาพูดถึง ไม่ใช่สมดุลที่เราต้องการอีกต่อไปแล้ว”

รอยด่างบนใบหน้าของวอร์คิวรี่ขยับตามการเปลี่ยนแปลงของสีหน้า เพิ่มความโกรธเกรี้ยวขึ้นมาเล็กน้อย จากน้ำเสียงของเขา พอจะมองออกว่าพันธมิตรโจรสลัดไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรในสายตาของเขาเลย

สิ่งที่เขาสนใจมากกว่าคือการตัดสินใจของแชงค์ก่อนหน้านี้ยังมีความสงสัยอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ แชงค์เรียกได้ว่าประกาศชัดเจนแล้วว่าตนเองจะทำอะไร

“ในเมื่อเขาทำแบบนี้แล้ว เรื่องอื่นก็ไม่ต้องไปพิจารณาแล้ว ถือว่าเป็นโจรสลัดธรรมดาไปก็พอ ถึงตอนนั้นพวกเขาจะได้รู้ว่าการต่อต้านรัฐบาลโลกจะมีจุดจบอย่างไร ว่าแต่ซาเทิร์น นี่คือใบค่าหัวใหม่ที่ทางกองทัพเรือส่งมา”

“พวกเราไม่เห็นว่ามีปัญหาอะไร แล้วนายล่ะ? ตอนนั้นที่ก็อดวัลเลย์ นายเป็นคนไปจัดการเอง นายน่าจะเข้าใจเรื่องนี้ดีกว่าใคร”

มาร์สยื่นกองใบค่าหัวให้ซาเทิร์นอีกปึก แต่ซาเทิร์นไม่ได้สนใจจำนวนเงินเหล่านั้นเลย

ในมุมมองของเขา พันธมิตรโจรสลัดพวกนี้ไม่มีทางมั่นคงได้เลย เหมือนกับกลุ่มโจรสลัดร็อคส์ในอดีต เป็นแค่กลุ่มคนที่ถูกรวบรวมโดยคนที่แข็งแกร่งกว่า ไม่มีความสามัคคีอะไรเลย

ธรรมชาติของพวกโจรสลัดที่ชอบฉายเดี่ยวไม่มีทางคุกคามรัฐบาลโลกได้ เรื่องที่ก็อดวัลเลย์ก็พิสูจน์เรื่องนี้แล้ว ถ้าคนของร็อคส์สามัคคีกันมากกว่านี้ ผลลัพธ์อาจจะแตกต่างออกไป อย่างน้อยรัฐบาลโลกก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนที่สูงกว่านี้

“ในเมื่อพวกนายไม่มีความเห็น ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว เอาตามนี้แหละ ว่าแต่ทางการ์ปเขาถูกกลุ่มร้อยอสูรจับตัวไปแล้วเหรอ?”

“ดูเหมือนจะใช่ เพื่อทหารเรือไม่กี่คนถึงกับบุกเดี่ยวเข้าไปเสี่ยงอันตราย เขาก็ยังหัวรั้นเหมือนเดิม ซากาสุกิจัดการได้ค่อนข้างดี ผลกระทบของเรื่องนี้ไม่ใหญ่มากนัก แต่หลังจากนี้พวกโจรสลัดกลุ่มร้อยอสูรจะทำอะไรต่อก็ไม่รู้ ทางคณะปฏิวัติก็ต้องควบคุมไว้ ทางอาราบัสต้าก็ไม่มีร่องรอย บางทีพวกเราก็ควรจะลงมือก่อน เพื่อกำจัดอุปสรรคบางอย่างให้ ท่านอิม”

หลังจากการเคลื่อนไหวของซาเทิร์น ดูเหมือนว่าห้าผู้เฒ่าจะไม่คิดหมกตัวอยู่ในวังที่แมรี่จัวร์จนขึ้นราอีกต่อไป แต่มีความคิดใหม่ ๆ เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการดำเนินการของพวกเขากลับซับซ้อนมาก

ในช่วงเวลานี้ ใบค่าหัวใหม่ก็ได้แพร่กระจายไปทั่วทะเลแล้ว ทำให้โครงสร้างอำนาจของเหล่าโจรสลัดเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

บนเกาะสฟิงซ์ เอส และมัลโก้ยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร เพียงแค่เฝ้าดูสถานการณ์ของวาโนะคุนิอยู่ ตัวละครอย่างการ์ปคงไม่ตายไปเงียบ ๆ แน่ ถึงแม้พวกโจรสลัดจะฆ่าเขา ก็สามารถใช้เรื่องนี้มาสร้างประเด็นใหญ่ได้

กลุ่มที่เหลือรอดของกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวยังไม่เคลื่อนไหว แต่คนอื่น ๆ กลับเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว

“บ้านเกิดของตาแก่หนวดขาว คือที่นี่งั้นเหรอ? ไม่เหมือนเลยสักนิดนะ”

“ตำแหน่งไม่ผิดแน่ แต่ทำไมแกต้องลากฉันมาด้วยล่ะ!”

บนเรือโจรสลัดลำหนึ่ง คนสองคนกำลังสังเกตการณ์เกาะสฟิงซ์ผ่านช่องมองในห้องกัปตัน แต่คนที่อยู่ข้าง ๆ ไม่พอใจอย่างมาก

“หุบปาก! แกไม่มีสิทธิ์มาต่อรองกับฉัน ที่ฉันต้องมาอยู่บนเรือที่น่าอัปยศลำนี้ ก็เพราะแกทั้งนั้น!”

เมื่อมองออกไปไกลขึ้น จะเห็นว่าหัวเรือของเรือโจรสลัดลำนี้พิเศษมาก เป็นรูปบากี้ขนาดยักษ์ที่ลายเส้นแตกต่างออกไป จมูกสีแดงที่เด่นสะดุดตาอยู่ด้านหน้าสุด

นี่คือเรือของครอสกิลด์ ตอนที่ก่อตั้งครอสกิลด์ ตาเหยี่ยวเป็นกำลังรบระดับสูงสุด คร็อกโคไดล์นำกำลังรบระดับกลางและเงินทุนมาให้ โมเรียใช้ชื่อเสียงที่เหลืออยู่ค้ำจุนและขโมยข้อมูลบางอย่าง ส่วนบากี้ก็หาคนระดับล่างจำนวนมากมาให้ คนที่เรียกตัวเองว่าผู้มีความสามารถเหล่านั้นล้วนเป็นลูกน้องของบากี้

พวกเขาต่อเรือประจำของครอสกิลด์ ตามคำสั่งของบากี้ แต่ไม่ว่าจะมองยังไง เรือลำนี้ก็ดูเหมือนเป็นยานพาหนะของบากี้ชัด ๆ

พอบากี้รู้ตัว ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว ต่อให้คิดจะทำใหม่ก็ไม่ทันการณ์

สาเหตุที่เรือของครอสกิลด์มาที่นี่ก็เพื่อทำข้อตกลงบางอย่างกับกลุ่มที่เหลือรอดของกลุ่มโจรสลัดหนวดขาว ผู้นำทีมคือบากี้และคร็อกโคไดล์ เพียงแต่บากี้ถูกลากมาด้วยเท่านั้น

“ก่อนหน้านี้แกพูดจาองอาจมากไม่ใช่เหรอ ตอนนี้กลัวอะไรขึ้นมา? ตอนอยู่ที่เกาะคาไรบาริ ฉันยังนึกว่าแกควบคุมทุกอย่างได้หมดแล้วซะอีก”

“สถานการณ์มันไม่เหมือนกัน! พวกเราไม่ได้ไปลาฟเทลพร้อมกับกัปตันโรเจอร์เพราะอุบัติเหตุก็จริง แต่ตอนนั้นแชงค์มันเคยบอกฉันว่า มันมีเหตุผลบางอย่างทำให้ไปลาฟเทลทันทีไม่ได้ แต่จะยังคงเป็นโจรสลัดต่อไป จู่ ๆ มันก็ไปเป็นพันธมิตรกับไคโดและบิ๊กมัมต้องเป็นการตัดสินใจของมันแน่นอน เรื่องนี้ไม่ผิดแน่!”

“ไม่ผิด ดังนั้นพวกเราก็ต้องการพันธมิตรเหมือนกัน อิทธิพลของสามจักรพรรดิแห่งท้องทะเลมันน่ากลัวเกินไป การตายของโรเจอร์และหนวดขาวทำให้เกิดกระแสการออกทะเลครั้งใหญ่ถึงสองครั้ง ความสามารถของพวกเขาก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดครั้งที่สามได้ กองทัพเรือคงไม่นิ่งดูดายปล่อยให้สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้น มีความเป็นไปได้สูงมากที่พวกเขาจะลงมือกับกลุ่มโจรสลัดกลุ่มหนึ่ง เพื่อข่มขู่โจรสลัดกลุ่มอื่น ๆ ตอนนี้พวกเรานี่แหละคือเป้านั้น ฝีมือแข็งแกร่งพอ ชื่อเสียงโด่งดังพอ แต่เทียบกับพันธมิตรจักรพรรดิแล้วอ่อนแอกว่ามาก เป็นเป้าหมายที่ดีที่สุดแล้ว”

พูดถึงตรงนี้ คร็อกโคไดล์ก็หันไปถลึงตาใส่บากี้ทันที

“ที่ชื่อเสียงของเรามันดังเกินฝีมือไปมากก็เพราะแกนั่นแหละ! แกกับเจ้าผมแดงเป็นเด็กฝึกหัดรุ่นเดียวกันไม่ใช่เหรอ ทำไมช่องว่างระหว่างพวกแกถึงได้ห่างกันขนาดนี้?”

“ฉะ ฉันก็ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้นี่นา! ที่กองทัพเรือเป็นแบบนี้ก็เพราะคำพูดพวกนั้น...”

“หึ! สรุปคือแกอย่าคิดจะนั่งกินสบายอยู่ข้างหลัง ถ้าสามารถเป็นพันธมิตรกับคนที่เหลือของกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวได้ พลังโดยรวมของพวกเราก็จะแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อย ถึงจะเทียบไม่ได้กับพันธมิตรของเจ้าสามสัตว์ประหลาดนั่น แต่ก็ประมาทไม่ได้”

ขนาดโมเรียที่เป็นพวกเก็บตัวยังถูกส่งไปสืบสถานการณ์ที่อาราบัสต้าเลย บากี้ก็ย่อมอยู่เฉยไม่ได้อยู่แล้ว เดิมทีคร็อกโคไดล์ก็รู้สึกว่าบากี้กำลังเกาะพวกเขากินอยู่แล้ว

เพราะถ้าไม่มีเขากับตาเหยี่ยว ต่อให้มีลูกน้องกลุ่มนั้น บากี้ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

เพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกเสียเปรียบเกินไป และในขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงความจริงใจต่อกลุ่มที่เหลือรอดของกลุ่มโจรสลัดหนวดขาว เขาถึงได้ลากบากี้มาเป็นไม้ประดับด้วย

“กำแพงอัคคี!”

ยังไม่ทันที่พวกเขาจะเข้าเทียบท่า กำแพงไฟก็ล้อมรอบพวกเขาไว้แล้ว กำแพงไฟที่ลุกไหม้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วน ร่างของมัลโก้และเอสก็เดินออกมาจากเปลวไฟ

“คร็อกโคไดล์? ทำไมแกถึงมาที่นี่?”

“ฉันมาเพื่อเจรจาเรื่องพันธมิตร นี่เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย”

ครอสกิลด์ขาดกำลังรบระดับสูงจำนวนมาก ส่วนกลุ่มที่เหลือรอดของกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวก็ขาดกำลังรบระดับสุดยอด ไม่ว่าจะพิจารณาจากชื่อเสียงหรือความสามารถ ทั้งสองฝ่ายต่างก็ส่งเสริมซึ่งกันและกันได้ นี่คือเหตุผลที่คร็อกโคไดล์เลือกมาที่นี่

เขาต้องการพันธมิตรที่มีฝีมือจริง ๆ เป้าหมายที่เอาไว้สร้างชื่อเสียงมีแค่บากี้คนเดียวก็พอแล้ว

เมื่อเผชิญหน้ากับคำพูดที่ตรงไปตรงมาของคร็อกโคไดล์ มัลโก้และเอสสบตากัน ไม่ได้ตอบตกลง แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธในทันที

เมื่อเห็นว่าพวกเขายังลังเล คร็อกโคไดล์จึงพูดต่อ: “สถานการณ์ในทะเลตอนนี้พวกนายก็รู้ดี การจับมือกันของสามกลุ่มโจรสลัดนั่นหมายความว่าไม่มีกลุ่มโจรสลัดไหนจะต่อกรกับพวกเขาตามลำพังได้ แม้แต่จะป้องกันตัวเองก็ยังทำไม่ได้ ตอนนี้ฉันกับมิฮอว์คยังไม่มีความคิดที่จะไปอยู่ใต้ร่มเงาใคร พวกนายที่ปกป้องชื่อเสียงของหนวดขาวมาสองปีก็คงไม่อยากไปเข้าร่วมกับคนอื่นเหมือนกันใช่ไหม? กองทัพเรือกับคณะปฏิวัติกำลังเคลื่อนไหว ถ้าพวกนายยังคิดจะหลบมุมซ่อนตัวอยู่ในทะเลนี้ต่อไป ก็ถือว่าฉันมาเสียเที่ยวก็แล้วกัน”

“ชะ ใช่แล้ว! มาเป็นพันธมิตรกับฉันสิ! ไม่งั้นลำพังพวกนายไม่มีทางต่อกรกับเจ้าพวกสัตว์ประหลาดนั่นได้หรอก!”

คร็อกโคไดล์เหลือบมองบากี้แวบหนึ่ง ทำให้บากี้ที่เรียนรู้การสังเกตสีหน้าท่าทางในช่วงเวลานี้เข้าใจความหมายของอีกฝ่าย แต่ท่าทางของเขากลับทำให้มัลโก้หัวเราะออกมา

“ตามพวกเรามาก่อนเถอะ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่แค่เราสองคนจะตัดสินใจได้”

“เฮ้ ๆ ! พวกนายต้องคิดดูดี ๆ นะ ดูใบค่าหัวพวกนี้สิ ต่อให้พวกนายรวมกันก็อาจจะเทียบไม่ได้กับคนใดคนหนึ่งในนั้นเลยนะ”

ขณะที่ตามพวกมัลโก้ไปยังเกาะสฟิงซ์ บากี้ก็หยิบข้อมูลใบค่าหัวที่เพิ่งได้รับออกมา ทำให้มัลโก้ที่ยังไม่เห็นข่าวใหม่ถึงกับชะงักไปชั่วครู่

“กลาดิอุส นี่ฉันยังไม่ตื่นนอนหรือไง?”

ขณะที่กลุ่มที่เหลือรอดของหนวดขาวกับคนของครอสกิลด์กำลังหารือเรื่องพันธมิตรของพวกเขา โดฟลามิงโก ก็ได้เห็นหนังสือพิมพ์ฉบับใหม่เช่นกัน

ก่อนหน้านี้ คำสั่งระดมพลที่ควีนประกาศออกไปไม่เกี่ยวกับเขา โดฟลามิงโกรู้สถานะของตัวเองดี เรื่องแบบนั้นตนเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้อยู่แล้ว และในขณะเดียวกันเขาก็ไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเรื่องแบบนี้ด้วย

ตอนนี้เขาเพียงแค่อ่านหนังสือพิมพ์ทุก ๆ สองสามวัน เพื่อรับรู้การเปลี่ยนแปลงของโลกเท่านั้นเอง ชายแก่สองสามคนที่มักจะดื่มชากับลาโอจีด้วยกันก็ถึงกับคุ้นเคยกับคนหนุ่มอย่างโดฟลามิงโกแล้ว

สองสามวันที่ผ่านมานี้ โดฟลามิงโกไม่ได้อ่านข่าว แต่เวลาเพียงไม่กี่วันกลับเหมือนผ่านไปเป็นศตวรรษ

“ไคโดกับบิ๊กมัม แล้วก็เจ้าผมแดงนั่นเป็นพันธมิตรกันแล้วเหรอ? การ์ปของกองทัพเรือแพ้แล้ว แถมยังเป็นฝีมือคุซันอีก? ฉันพลาดข่าวไปมากแค่ไหนกันเนี่ย? กลาดิอุส ข่าวใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่บอกฉัน?”

“นายน้อย ท่านบอกว่าจะพักผ่อนสักสองสามวัน ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ห้ามรบกวนท่าน...”

“...”

ความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของกลาดิอุสทำให้โดฟลามิงโกพูดไม่ออก ก่อนหน้านี้การเคลื่อนไหวของอาร์เซอุสมันใหญ่เกินไป บวกกับการเปลี่ยนแปลงภายในกลุ่มร้อยอสูรที่ตามมาเป็นชุด โดฟลามิงโกจึงเลือกที่จะใช้เวลาทำใจรับข่าวนี้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน จึงได้ออกคำสั่งนั้นกับกลาดิอุสไป

“คราวหน้าถ้าข่าวใหญ่ขนาดนี้ จำไว้ว่าต้องบอกฉันล่วงหน้า”

“รับทราบครับ นายน้อย คราวหน้าแน่นอนครับ”

โดฟลามิงโกถือหนังสือพิมพ์สองฉบับไว้ในมือพร้อมกัน คือฉบับโลกที่มอร์แกนส์ตีพิมพ์กับฉบับพิเศษของวาโนะคุนิ เขายังคงแยกแยะข่าวสารในนั้นได้ ลองเปรียบเทียบคร่าว ๆ โดฟลามิงโกก็พอจะมองเห็นภาพรวมของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

“กองทัพเรือก็ฉลาดดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ขวัญกำลังใจของพวกเขาล่มสลาย... งั้นตอนนี้การ์ปก็อยู่ที่วาโนะคุนิสินะ?”

“ใช่ครับ นายน้อย ตอนนี้เขาถูกแช่แข็งอยู่ที่เหมืองหินในอุด้ง”

“อย่างนี้นี่เอง ฉันจำได้ว่าเจ้าเด็กหมวกฟางนั่นเป็นหลานของเขานี่นา? บางทีน่าจะลองไปดูหน่อย แต่ที่ฉันสงสัยมากกว่าคือ ใครกันแน่ที่สำคัญพอให้เขาต้องเสี่ยงอันตรายไปช่วยด้วยตัวเอง เวอร์โก้ไม่เคยบอกฉันเลยว่าในกองทัพเรือมีตัวละครสำคัญแบบนี้อยู่ด้วย”

“เป็นนาวาเอกคนหนึ่งครับ ผมไปสืบมาแล้ว โจรสลัดที่อยู่ในเหตุการณ์บอกว่าการ์ปเรียกพวกเขาว่าเป็นอนาคตของกองทัพเรือ”

“อนาคต? อนาคตของกองทัพเรือเป็นแค่กลุ่มคนไร้ชื่อเสียงั้นเหรอ? น่าสมเพชจริง ๆ การปล่อยให้พวกเขาเคลื่อนไหวในใจกลางดินแดนศัตรูทั้งที่อนาคตยังไม่เติบโตเต็มที่ ยิ่งเป็นพฤติกรรมที่โง่เขลาที่สุด”

หลังจากพูดเยาะเย้ยไปสองสามประโยค โดฟลามิงโกก็มองไปยังใบค่าหัวด้านล่าง

“ฟุฟุฟุฟุฟุ ทำสถิติสูงสุดใหม่อีกแล้วสินะ แต่เจ้าสองคนนั้นจะยอมรับได้จริง ๆ เหรอ?”

ร้อยอสูร ไคโด - ค่าหัว 6,511,100,000 เบรี

บิ๊กมัม - ชาร์ล็อตต์ หลินหลิน - ค่าหัว 5,088,000,000 เบรี

ผมแดง แชงค์ - ค่าหัว 5,348,900,000 เบรี

โดฟลามิงโกเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกที่กองทัพเรือและรัฐบาลโลกอัปเดตค่าหัวของสามจักรพรรดิแห่งท้องทะเลพร้อมกัน

มาถึงระดับของไคโดแล้ว ค่าหัวเป็นเพียงเครื่องมือในการข่มขวัญเสียมากกว่า คนที่มีฝีมือพอจะจัดการค่าหัวระดับนี้ได้ไม่มีทางลดตัวไปเป็นนักล่าค่าหัวที่ทำงานเสี่ยงตายเพื่อเงินหรอก

ถ้าพวกเขาต้องการเงินและมีฝีมือระดับนี้ ไม่ว่าจะเข้าร่วมกับอาณาจักรหรือกลุ่มอำนาจไหน ก็สามารถได้รับทรัพย์สมบัติที่ใช้ไม่มีวันหมด

การเพิ่มค่าหัวของพวกเขาไม่เพียงแต่ไม่ส่งผลดี แต่กลับเป็นการเพิ่มอำนาจข่มขวัญของพวกเขาทางอ้อม มีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยการแอบอ้างเป็นโจรสลัดค่าหัวสูง

เพียงแต่กองทัพเรือไม่สามารถทำเหมือนโจรสลัดชื่อดังเหล่านี้ไม่มีตัวตนได้ โดยปกติแล้วมักจะเพิ่มค่าหัวของคนเหล่านี้ด้วยความถี่ที่ต่ำมาก

หากไม่ใช่ปฏิบัติการใหญ่ที่รู้กันทั่วโลก ก็จะไม่ปล่อยให้ชื่อของพวกเขาปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์ เพราะการอัปเดตใบค่าหัวหมายถึงการทำให้ชื่อเสียงของคนเหล่านี้แพร่กระจายไปกว้างขวางอีกครั้ง

ในบรรดานั้น จำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นของไคโดนั้นมากที่สุด เพราะอย่างไรเสียเขาก็คือโจรสลัดที่เป็นภัยคุกคามใหญ่ที่สุด

เนื่องจากสถานการณ์การรบโดยละเอียดไม่ได้ถูกเผยแพร่ออกมา การเปลี่ยนแปลงค่าหัวของโจรสลัดคนอื่น ๆ จึงไม่มากเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นโดยรวมเนื่องจากการเป็นพันธมิตร

ควีนจึงรอดพ้นจากเคราะห์ร้ายไป อย่างน้อยตอนที่คิซารุมาที่นี่ ก็ไม่ได้เห็นท่าทาง “องอาจ” ในการต่อต้านการ์ปของเขา

เพียงแต่ใบค่าหัวในครั้งนี้ มีเพิ่มขึ้นมาจากปกติหนึ่งใบ

อดีตพลเรือเอก คุซัน ค่าหัว 3,700,000,000 เบรี ถึงแม้จะมีชื่อเสียงมานานแล้ว แต่นี่ก็นับเป็นกรณีที่หายาก ที่เป็นสัตว์ประหลาดซึ่งค่าหัวครั้งแรกก็ทะลุสามพันล้านไปเลย

“อดีตพลเรือเอกของเราก็ถูกตั้งค่าหัวแล้ว ดูเหมือนว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เขาถูกปฏิบัติเหมือนเป็นโจรสลัดอย่างสมบูรณ์แล้ว”

“นายน้อย มันมีความแตกต่างอะไรเหรอครับ? ต่อให้ไม่มีใบค่าหัวนี้ คุซันเขาก็เข้าร่วมกลุ่มร้อยอสูรไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ”

“ฟุฟุฟุฟุฟุ สำหรับคุซันกับกลุ่มร้อยอสูรแล้วไม่มีอะไรแตกต่าง แต่สำหรับผลกระทบต่อกองทัพเรือนั้นใหญ่หลวงนัก จากที่พยายามลดทอนความสำคัญมาเป็นการตั้งค่าหัว นี่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงท่าทีของกองบัญชาการใหญ่กองทัพเรือเลยนะ ในอดีตคุซันไม่ได้ทำอะไร กองทัพเรือจึงเลือกที่จะมองข้ามเขาไป แต่ตอนนี้ ภัยคุกคามที่เขาก่อขึ้นทำให้กองทัพเรือไม่อาจทำเช่นนั้นต่อไปได้ หากยังคงเผชิญหน้ากับคุซันด้วยความคิดแบบหวังพึ่งโชคช่วยล่ะก็ มันง่ายมากที่จะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น”

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 1312: การค้นพบใหม่ โครงสร้างใหม่ ค่าหัวใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว