- หน้าแรก
- เกิดใหม่กลายเป็นอาร์เซอุสในโลกวันพีช
- บทที่ 1300: จุดจบวีรบุรุษ, ภาพวาดแห่งขุมนรก
บทที่ 1300: จุดจบวีรบุรุษ, ภาพวาดแห่งขุมนรก
บทที่ 1300: จุดจบวีรบุรุษ, ภาพวาดแห่งขุมนรก
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
บทที่ 1300: จุดจบวีรบุรุษ, ภาพวาดแห่งขุมนรก
“ท่านพลโทการ์ป!!”
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้โคบี้ที่อยู่ด้านข้างตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ตามสัญชาตญาณพยายามจะช่วยท่านการ์ปทำอะไรบางอย่าง แต่กลับพบว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้เลย
“เป็นความผิดของผมเอง เป็นความผิดของผมเองที่ทำให้ท่านพลโทการ์ปต้องเป็นแบบนี้”
“อย่ามาโทษตัวเองเลยโคบี้ เจ้าพวกนั้นตั้งใจมาเล่นงานฉันตั้งแต่แรกแล้ว แค่แผลเล็กน้อยน่า เดินหน้าต่อไปซะ หมัดกระดูก: ทะลวงไผ่!”
การ์ปต่อยหมัดออกไปข้างหน้า แรงปะทะดุจไม้ไผ่ผ่าซีกเจาะกำแพงน้ำแข็งของคุซันจนเป็นช่อง เผยให้เห็นเรือโจรสลัดที่จอดเทียบท่าอยู่ริมชายฝั่ง เพียงแต่เส้นทางนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ทางลัดสู่หนทางรอด
ณ เส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้น ธงพื้นดำกำลังโบกสะบัดในสายลม ธงโจรสลัดของกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรประกาศก้องให้ท้องทะเลนี้รับรู้ถึงเจ้าของของพวกมัน จนกระทั่งบัดนี้ กองกำลังหลักที่แท้จริงเพิ่งจะเดินทางมาถึงโดยเรือ
ขณะที่เรือแล่นฝ่าคลื่นไปข้างหน้า เรือรบทีละลำก็ค่อย ๆ ปรากฏโฉมเต็มลำ เรือของกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรมาถึงแล้ว
“พี่ฮูส์ฮู! ไม่เป็นไรนะครับ?”
ลูกน้องสองสามคนรีบเข้ามาพยุงฮูส์ฮูไปด้านข้างอย่างทุลักทุเล ตั้งใจจะช่วยทำแผลให้เขา นี่แหละคือข้อดีของการมีคนเยอะ คนรอบข้างไม่ใช่แค่กองหนุนหรือคนดู แต่ยังเป็นหมอฉุกเฉินเฉพาะกิจได้ด้วย
“เดิมทีก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ถ้าพวกแกมือหนักกว่านี้อีกนิด ฉันได้เดี้ยงจริง ๆ แน่! หมัดของตาแก่นี่มันหนักเอาเรื่องชะมัด”
ฮูส์ฮูพิงกองเศษหิน ไอเอาเลือดออกมาอีกสองสามครั้ง หลังจากรับน้ำยาที่คนข้าง ๆ ยื่นให้มาดื่ม ความรู้สึกไม่สบายในร่างกายจึงค่อย ๆ ทุเลาลง
“ท่านฮูส์ฮู ปริมาณเท่านี้คงไม่พอมั้งครับ ท่าน...”
“พอประมาณก็พอแล้ว นี่ไม่ใช่สถานการณ์คอขาดบาดตายสักหน่อย ถ้าต้องพึ่งยาน้ำตลอดเวลา เกิดร่างกายดื้อยาขึ้นมา ตอนที่ต้องสู้แบบเอาเป็นเอาตายจริง ๆ คงแย่แน่”
ฮูส์ฮูปฏิเสธน้ำยาที่ลูกน้องยื่นมาให้อีกครั้ง พร้อมให้เหตุผลของตัวเอง แม้ว่ายาน้ำพวกนี้จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ในสถานการณ์ส่วนใหญ่ เขามักจะอาศัยความสามารถในการฟื้นตัวของร่างกายตัวเองมากกว่า
เฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้นที่เขาจะใช้ยาน้ำปริมาณมากเพื่อมอบชีวิตที่สองให้ตัวเอง นี่เป็นสไตล์ของเขามาตลอด เพื่อรักษาความคล่องแคล่วในการต่อสู้ ในสถานการณ์ส่วนใหญ่เขาไม่แม้แต่จะใช้ยาชา
“แล้วโต้วเผิงล่ะ?”
“อยู่ทางโน้นครับ ยังไม่ฟื้นเลย”
“ครั้งนี้ต้องขอบคุณเขาเลยนะ ถ้าไม่มีเขาคอยดึงความสนใจ การจะเล่นงานตาแก่การ์ปนี่มันไม่ง่ายจริง ๆ”
ในตอนนี้ พวกลูกน้องก็ได้พันผ้าพันแผลให้เขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ฝีมือการพันผ้าพันแผลของโจรสลัดที่สู้รบอยู่ในแนวหน้าตลอดเวลาพวกนี้นับว่ายอดเยี่ยมทุกคน
ถ้าการ์ปอยู่ในช่วงที่แข็งแกร่งที่สุด ปฏิกิริยาแรกของฮูส์ฮูเมื่อเจอเขาคือการวิ่งหนี จะไม่คิดสู้กับอีกฝ่ายเด็ดขาด
แม้ว่าเขาจะแก่ชราแล้ว ฮูส์ฮูก็ยังคงใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดเท่าที่เคยมีมาในการรับมือกับเขา
“น่าเสียดาย ที่เขามีตัวถ่วงเยอะเกินไป ไม่อย่างนั้นถ้าคิดจะรั้งเขาไว้ พวกเราคงต้องสังเวยไปหลายชีวิตเหมือนกัน”
เหลือบมองโคบี้ที่อยู่ด้านข้าง ฮูส์ฮูกลับรู้สึกว่าเขานี่แหละคือ MVP ที่ดีที่สุดของศึกนี้ ถ้าไม่มีโคบี้ การ์ปคงไม่เดินเข้ามาติดกับเอง
ถ้าไม่มีโคบี้ ฮูส์ฮูก็คงไม่วางแผนการรบแบบนี้ เขาเห็นว่าการ์ปให้ความสนใจโคบี้เป็นพิเศษ จึงได้ให้โต้วเผิงลองลอบโจมตีโคบี้ดู
พลังทำลายอาจจะไม่พอ การโจมตีอาจจะพลาดเป้า แต่ต้องสร้างความเคลื่อนไหวให้ใหญ่พอ ต้องทำให้ทุกคนในสนามรบหันมาสนใจเขา นี่คือสิ่งที่ฮูส์ฮูสั่งโต้วเผิงไว้
ถ้าว่ากันตามความสามารถแล้ว เพจวันเหมาะกว่าโต้วเผิงมาก แต่เพจวันไม่ใช่คนที่หลอกง่าย ๆ การจะให้เพจวันไปเป็นเป้านิ่งนั้นค่อนข้างลำบาก ไม่ต้องพูดถึงว่าเขายังติดพันอยู่ในการต่อสู้ชุลมุนทางฝั่งโน้นด้วย
ถ้าไม่ใช่เพราะการ์ปเปิดช่องว่างเพื่อปกป้องโคบี้ ฮูส์ฮูคงหาโอกาสแบบนี้ไม่ได้ ถึงแม้จะโดนหอกน้ำแข็งของคุซันไปก่อนแล้วตามด้วยโดนเขาแทงซ้ำอีกดาบ หมัดเมื่อครู่ของการ์ปก็ยังเล่นงานฮูส์ฮูจนเกือบปางตายอยู่ดี
“สมัยหนุ่ม ๆ ตาแก่นี่จะเก่งกาจได้ถึงขนาดไหนกันนะ ชักอยากรู้จริง ๆ แล้วสิ... แล้วพวกแกน่ะคิดจะทำอะไรกัน?”
เมื่อเห็นโจรสลัดรอบ ๆ สองสามคนหยิบอาวุธขึ้นมาแล้วเดินตรงไปยังการ์ป ฮูส์ฮูก็รู้สึกสงสัยอย่างมาก
“พี่ฮูส์ฮู ตาแก่นั่นสภาพเป็นแบบนั้นแล้ว พวกเราก็อยากลองดูว่าจะเด็ดหัวเขาได้หรือเปล่าน่ะครับ”
“ใช่ครับ นี่คือวีรบุรุษการ์ปเชียวนะ ถ้าจัดการเขาได้ ต้องมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทะเลแน่ ๆ เลยใช่ไหมครับ?”
“เลิกฝันกลางวันได้แล้ว! พวกแกโง่หรือเปล่า? ตาแก่นั่นต่อให้ไม่เหลือมือสองข้างแล้วยืนอยู่เฉย ๆ ก็ไม่ใช่คนที่พวกแกจะรับมือไหวด้วยซ้ำ พวกแกที่ไม่มีแม้แต่หมายเลข เอาความกล้าบ้า ๆ นี่มาจากไหน? แค่ก ๆ ไอ้พวกบัดซบ เอ๊ย ทำฉันโมโหจริง ๆ ...”
ฮูส์ฮูไอออกมาติดต่อกันหลายครั้งจนกระดูกที่ยังสมานไม่สนิทเกือบจะเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง ดีที่ใช้เซย์เมย์คิคังร่างกายอย่างละเอียดจนกลับมาคงที่ได้ การที่เขาทำเช่นนี้ก็มีแผนการของตัวเองอยู่เบื้องหลังเช่นกัน
การซื้อเวลาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เมื่อคุซันและควีนเข้ามาร่วมวง ในใจของฮูส์ฮูก็ตราหน้าการ์ปแล้วว่าต้องแพ้อย่างแน่นอน เพราะขนาดควีนที่หวงชีวิตที่สุดยังออกมา นี่หมายความว่าอะไรก็เห็นได้ชัดเจน
หากปล่อยให้การ์ปหนีไปได้ในสถานการณ์ที่มีคำสั่งเรียกรวมพลฉุกเฉินแบบนี้ รอจนไคโดกลับมา พวกเขาคงไม่มีใครรอดพ้นจากเรื่องนี้แน่
เพราะมองเห็นผลลัพธ์แล้ว ฮูส์ฮูจึงอยากจะเพิ่มความสำคัญของตัวเองในกระบวนการนี้ ทำให้ตัวเองกลายเป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการแก้ปัญหานี้
เป็นความคิดที่มุ่งเน้นแต่ผลประโยชน์ส่วนตนอย่างมาก แต่นี่คือนิสัยโดยธรรมชาติของฮูส์ฮู เขาไม่มีความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่อะไร ทุกสิ่งที่ทำก็เพื่อตัวเองทั้งนั้น
ตอนที่เข้าร่วม CP9 ก็เป็นแบบนี้ พอเกิดเรื่องขึ้นแล้วทรยศหนีออกมาก็เป็นแบบนี้
มาถึงตอนนี้ ดูเหมือนว่าเขาทำสำเร็จแล้ว ผลของดาบนั้นไม่มีใครปฏิเสธได้
เขาเข้าใจได้ว่าพวกลูกน้องเหล่านี้ก็มีความคิดแบบเดียวกับเขา แต่การจะทำเรื่องแบบนี้ได้ มันก็ต้องมีฝีมืออยู่บ้าง
แน่นอนว่าความเป็นจริงได้ให้คำตอบแทนฮูส์ฮูแล้ว คนที่เห็นการ์ปบาดเจ็บไม่ได้มีแค่ไม่กี่คนที่อยู่ข้าง ๆ ฮูส์ฮู ยังมีคนอื่นที่อดกลั้นความทะเยอทะยานไว้ไม่อยู่พุ่งเข้าไปเสมอ พวกที่กระเด็นถอยกลับออกมาทีละคนคือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุด
“ไม่จริงน่า โดนแทงที่ท้อง ไหล่ก็โดนเสียบทะลุ ตาแก่นี่ยังมีแรงเยอะขนาดนี้อีกเหรอ?”
“เปล่า เขาอ่อนแอลงแล้ว เพียงแต่ช่องว่างระหว่างพวกแกกับเขามันมากเกินไปต่างหาก”
ฮูส์ฮูมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของการ์ปได้อย่างชัดเจน การที่เขาไปช่วยสมาชิกหน่วย SWORD คนอื่น ๆ นั้นต้องแลกมาด้วยราคาที่ต้องจ่าย
อำนาจการยิงอันหนักหน่วงของควีน, การรุมล้อมของสองพี่น้องอุลติเพจวัน
การสูญเสียพลังกาย, การใช้ฮาคิไปเรื่อย ๆ เดิมทีสิ่งเหล่านี้ยังไม่เห็นผลชัดเจนนัก
แต่บาดแผลสองแห่งบนร่างกายทำให้ภาระที่สะสมไว้ก่อนหน้าระเบิดออกมาในตอนนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อน การ์ปอาจใช้หมัดเดียวผลักควีนให้ถอยไปได้ชั่วคราว แต่ตอนนี้เขาต้องใช้ถึงสองหมัดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน
“วีรบุรุษในตำนานก็แค่นี้เองรึ แกจะทนได้อีกนานแค่ไหนกัน? การ์ป?”
พลังฟื้นตัวอันแข็งแกร่งของสายโซอนกำลังทำงานในร่างของควีน แสงแดดเองก็เปลี่ยนเป็นจุดพลังงานเล็ก ๆ ถูกดูดซับโดยใบไม้ที่อยู่ด้านหลัง และสุดท้ายก็เปลี่ยนเป็นพลังงานเพื่อฟื้นฟูพลังกายให้กับควีน
“รับมือแกน่ะ ยังไม่มีปัญหาหรอก”
การ์ปดึงกรงเล็บที่ปักอยู่ตรงหน้าท้องออก บาดแผลของเขาก็สมานตัวเข้าหากันอีกครั้งเพื่อหยุดเลือด
“บาดแผลภายนอกน่ะซ่อมแซมง่าย แต่ภายในล่ะ? วีรบุรุษแห่งยุคสมัยก่อนสุดท้ายก็ต้องมาล้มลงที่นี่แล้วสินะ”
แม้ปากจะพูดอย่างนั้น ควีนกลับไม่ได้บุ่มบ่ามเข้าไป แถมยังดึงอุลติที่อยู่ข้าง ๆ ไว้ด้วย
“ทำไรเนี่ย?”
“หมาจนตรอกยังกัดเจ็บ ตาแก่นี่ก็ใกล้ถึงขีดจำกัดแล้วเหมือนกัน ถ้าเขาสู้ตายถวายชีวิตขึ้นมา พวกเธอสองคนยังรับมือไม่ไหวหรอก”
“เขาพูดถูกนะ การฝึกชกเรือรบพวกนั้นล้วนมาจากการต่อยทีละหมัด ๆ ทั้งนั้น คุณการ์ปฝึกศิษย์ที่รับมือยากขึ้นมากับมือเลยนะครับเนี่ย”
คุซันเดินออกไปข้างหน้าสุด ในช่วงเวลาสุดท้าย เขาก็ยังเลือกที่จะลงมือทำเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
“นายถูกไล่ออกจากสำนักไปแล้ว ไอ้ศิษย์โง่”
การฝึกชกเรือรบเป็นวิธีการฝึกของการ์ป โดยไม่ใช้ฮาคิ ใช้เพียงหมัดล้วน ๆ ในการทุบทำลายเรือรบที่ปลดระวางแล้ว ณ ลานทิ้งเรือรบเก่าใกล้ชายฝั่งของฐานทัพเรือสาขา บนเกราะของเรือรบเหล่านั้นมีรอยหมัดของการ์ปประทับอยู่จนนับไม่ถ้วน
ตั้งแต่เข้าสู่วัยกลางคน ชีวิตของการ์ปก็ไม่ได้ราบรื่นนัก
【ลูกชายฉันดันไปเป็นนักปฏิวัติ แถมยังก่อตั้งกองทัพปฏิวัติอีก!】
【หลานชายฉันก็ดันจะไปเป็นโจรสลัดซะงั้น!】
เวลาอารมณ์ไม่ดี การ์ปก็มักจะไปต่อยภูเขาหรือไม่ก็ทุบเรือรบ มาถึงตอนนี้ ศิษย์เอกอันดับหนึ่งของเขาก็มายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขาอย่างสิ้นเชิงแล้ว
หมัดขวาของคุซันเริ่มเปลี่ยนสภาพเป็นธาตุ ฝ่ามือทั้งข้างกลายเป็นน้ำแข็งอย่างสมบูรณ์ ขณะที่ฮาคิไหลเวียนไปทั่วฝ่ามือ คุซันก็ตั้งท่าง้างหมัดที่คล้ายคลึงกับการ์ปมาก
“ไอซ์ โกลฟ!”
“หมัดกระดูก: ทะลวงดิ่ง!”
หมัดทั้งสองปะทะสวนทางกัน ทั้งคู่ต่างชกเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่าย แรงสั่นสะเทือนอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกโดยมีคนทั้งสองเป็นศูนย์กลาง พัดพาโจรสลัดบางส่วนที่คิดจะฉวยโอกาสปลิวกระเด็นไป
“หึ นี่แหละผลของการโลภมาก ท่านควีนผู้นี้บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอไง ว่าที่นี่ไม่ใช่สนามรบของพวกแก”
เมื่อมองดูเหล่าลูกน้องที่ถูกซัดกระเด็นไป ควีนไม่ได้รู้สึกสงสารแม้แต่น้อย กลับกัน เขารู้สึกว่าพวกมันหาเรื่องใส่ตัวเอง
ที่นี่หมาป่ามันเยอะ แต่เนื้อมีน้อย พวกที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ ก็ได้แต่คิดหาทางฉวยโอกาสเก็บตก
แต่ควีนบอกไปนานแล้วว่านี่ไม่ใช่การต่อสู้ที่พวกมันจะเข้าร่วมได้ หากอยากได้ของที่ดีกว่า ก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะรับผลที่ตามมา นี่เป็นเพียงราคาที่พวกมันต้องจ่ายเท่านั้น
“นี่ นายยังไหวอยู่ไหม?”
ควีนได้แต่ถามคุซันที่ล้มลงไปนั่งอยู่ข้าง ๆ
“แน่นอน ถ้าแค่ระดับนี้ยังลุกไม่ขึ้น ฉันก็คงไม่มายืนอยู่ต่อหน้าเขาตั้งแต่แรกแล้ว”
คุซันเช็ดเลือดที่มุมปากและจมูก แล้วลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ขณะที่การ์ปซึ่งอยู่ข้าง ๆ ก็พยุงตัวลุกขึ้นยืนเช่นกัน เลือดไหลลงมาจากหางตาของเขา แต่การ์ปไม่ได้เช็ดออก ปล่อยให้มันไหลอาบใบหน้าไป
เมื่อเทียบกับแผลถลอกที่แก้ม บาดแผลบนร่างกายของเขากลับรุนแรงกว่ามาก แผลที่ฮูส์ฮูและคุซันทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ได้ปริแตกออกอีกครั้งจากการปะทะเมื่อครู่ มือของการ์ปก็กุมไปที่ท้องของตัวเอง
“บาดเจ็บหนักขนาดนี้แล้ว ยังจะยืนไหวอีกเหรอครับ? คุณการ์ป ดูเหมือนคุณยังคิดจะสู้ต่อนะครับ ยอมแพ้เถอะครับ คุณไม่มีทางชนะได้แล้ว”
“ก็แค่แผลเล็กน้อยน่า เจ้านี่พูดอะไรของแกวะ?”
“งั้นเหรอครับ? งั้นผมก็เป็นห่วงไปเปล่า ๆ น่ะสิ”
“ตัดสินใจเลือกทางของตัวเองไปแล้ว ยังจะมาพูดจาโลเลแบบนี้อีก คุซัน แกกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?!”
พลังชีวิตในร่างการ์ปพลุ่งพล่านขึ้นมาราวกับกำลังรวมพลังระลอกใหม่ ในตอนนี้การ์ปกำลังเค้นศักยภาพของร่างกายออกมา เพียงไม่กี่ลมหายใจ ร่างของการ์ปก็พุ่งพรวดเข้ามาอยู่หน้าคุซันอีกครั้ง
หมัดหนึ่งถูกส่งไปยังแก้มของคุซัน
“ผมก็แค่อยากจะ เคารพผู้สูงอายุและเอ็นดูเด็กเท่านั้นเองครับ”
คุซันให้เหตุผลที่การ์ปไม่เชื่อเลยแม้แต่น้อยด้วยน้ำเสียงติดตลก ขณะที่พูดประโยคนี้ ร่างของคุซันก็ถอยหลังเล็กน้อย พร้อมกับมีเกราะน้ำแข็งปรากฏขึ้นบนแขนทั้งสองข้าง
หลังจากผ่านการปะทะครั้งก่อน เขาไม่ได้เลือกที่จะรับหมัดของการ์ปตรง ๆ อีก แต่หลบไปด้านข้างแล้วต่อยเข้าที่ข้อศอกของการ์ปแทน
“ตาเฒ่าผู้นี้ไม่ได้มีดีแค่หมัดหรอกนะ!”
การโจมตีของคุซันทำให้ทิศทางหมัดของการ์ปเบี่ยงเบนไป ในขณะเดียวกัน การ์ปก็ยกเข่ากระแทกเข้าที่หน้าอกส่วนหัวใจของคุซัน
ร่างของคุซันแตกสลายกลายเป็นเศษน้ำแข็งกระจายเต็มฟ้า เขาหลบการโจมตีนี้ด้วยการเปลี่ยนร่างเป็นธาตุด้วยตัวเอง แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะคืนร่างเดิม การ์ปก็เตะเข้าที่ศีรษะของเขาพอดี
“คุณการ์ป ผมไม่ยักรู้เลยนะครับว่าคุณยังมีวิชาเตะด้วย”
การ์ปไม่ได้พูดอะไรมาก เขาเพียงต้องการเปิดเส้นทางให้ทหารเรือคนอื่น ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้
และคุซันก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าทำไมโดยพื้นฐานแล้วการ์ปถึงไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้
เมื่อมาถึงระดับของการ์ปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหมัดหรือขา ล้วนถือเป็นเครื่องมือสังหารได้ทั้งสิ้น แต่เมื่อเทียบกับหมัดเหล็กที่ฝึกฝนมานานหลายปี วิชาเตะของการ์ปก็ด้อยกว่ามาก
สำหรับการ์ปแล้ว นี่เป็นเพียงการโจมตีหลอก แต่การปะทะสั้น ๆ นี้กลับทำให้คุซันได้เปรียบไป
“คุซัน เจ้าเด็กนี่...”
“คุณการ์ป คุณลืมไปแล้วเหรอครับว่าผมไม่มีขาซ้ายแล้ว”
เมื่อเผชิญหน้ากับการเตะของการ์ป คุซันเลือกใช้ขาซ้ายเข้าป้องกัน แต่กลางคันกลับยกเลิกการเสริมพลังฮาคิที่ขาอย่างกะทันหัน เมื่อไม่มีฮาคิ ขาเทียมที่ทำจากน้ำแข็งก็แตกสลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยในพริบตา
คุซันยอมสละ "ขาข้างหนึ่ง" เพื่อทำให้การ์ปเสียหลักชั่วขณะ จากนั้นก็ต่อยเข้ากลางหน้าอกของเขาพอดิบพอดี ในเวลาใกล้เคียงกัน กรงเล็บบินจักรกลของควีนก็พุ่งมาจากระยะไกล และจับตัวการ์ปได้ในจังหวะที่เขากำลังเสียหลัก
บึ้ม!
ปืนใหญ่เลเซอร์ที่ยิงในระยะประชิดส่งผลให้กรงเล็บจักรกลของควีนพังเสียหายทันที แต่หน้าอกที่ไหม้เกรียมของการ์ปก็บ่งบอกว่าทั้งหมดนี้มันคุ้มค่า
คนหนึ่งเสียแขนกลไป คนหนึ่งไร้ขา คนพิการทั้งสองนี้ได้แสดงให้การ์ปเห็นด้วยวิธีของพวกเขาเองว่า การขาดอวัยวะไปบางครั้งก็เป็นข้อได้เปรียบได้เหมือนกัน
“สู้เขานะครับ! พี่ควีน! จัดการตาแก่นี่เลย!”
“ลุยเลย พี่คุซัน เขาใกล้จะไม่ไหวแล้ว!”
ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่า อูฐผอมโซก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง โจรสลัดเหล่านี้จึงเลือกที่จะให้กำลังใจด้วยเสียงอย่างสงบเสงี่ยม และรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
“มุฮ่าฮ่าฮ่า การ์ป การโจมตีแบบนี้ แกจะทนได้อีกสักกี่ครั้งกันเชียว?”
ควีนเองก็ชอบคำยกยอปอปั้นแบบนี้มาก ชิ้นส่วนอะไหล่สำรองในร่างกายก็ถูกประกอบขึ้นเป็นแขนกลข้างใหม่อย่างรวดเร็ว ดูเหมือนพร้อมที่จะโจมตีซ้ำอีกครั้งได้ทุกเมื่อ
ร่างกายของการ์ปเริ่มแสดงอาการอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด และทั้งหมดนี้ก็ก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ตามมา
“ท่านพลโทการ์ป...”
การต่อสู้ของโบการ์ดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว แม้ว่าในบรรดาพลโทด้วยกัน เขาจะถือเป็นผู้แข็งแกร่งมากประสบการณ์ แต่คู่ต่อสู้ตรงหน้าก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน ต่อให้เป็นการสู้แบบ 1 ต่อ 1 ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขา การที่ทั้งสองคนร่วมมือกันยิ่งสร้างแรงกดดันมหาศาลให้แก่เขา
ถ้าไม่ใช่เพราะเป้าหมายของอีกฝ่ายคือการจับเป็น การต่อสู้นี้คงจะยากลำบากกว่านี้มาก
เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นกับการ์ปทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ อาวุธที่กวัดแกว่งอยู่ก็เบี่ยงเบนไปเล็กน้อย เพียงชั่วขณะนั้นเอง อาวุธของเขาก็เข้าไปติดอยู่ในซอกมุมบนกระดูกใบหน้าของทริเดปส์
“แย่แล้ว!”
โบการ์ดพยายามดึงอาวุธของตนเองออกมาสองครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ ในขณะนั้น หมัดหนัก ๆ ของอิสึกะก็พุ่งเข้าใส่แขนของเขาแล้ว เพื่อรักษาแขนของตัวเองไว้ โบการ์ดจึงจำต้องสละอาวุธของตน
แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้เขารอดพ้นจากความพ่ายแพ้ได้ เพียงแค่ยืดเวลาออกไปได้เล็กน้อยเท่านั้น ร่างกายของอิสึกะในตอนนี้มีไอน้ำความร้อนสูงพวยพุ่งออกมา ความเร็วและพละกำลังของเธอจึงเพิ่มสูงขึ้นไปอีกขั้น
หมัดหนัก ๆ หกครั้งกระแทกเข้าที่หน้าอกของโบการ์ดติดต่อกัน จากนั้นร่างใหญ่โตของซาซากิก็พุ่งเข้ามาชนเหมือนหัวรถจักร เหยียบโบการ์ดที่สติเริ่มเลือนรางลงไปใต้เท้า
“ฉันนึกว่าเธอจะใช้ร่างเมก้าซะอีก”
“ไม่จำเป็นหรอก ระดับนี้ก็พอแล้ว”
สำหรับอิสึกะแล้ว ซาซากิรู้สึกว่าประเมินได้ยากมาโดยตลอด เพราะในสถานการณ์ส่วนใหญ่เธอจะไม่ลงมือโหดเหี้ยม รวมถึงในการต่อสู้จัดอันดับด้วย แม้ว่าอันดับของซาซากิจะสูงกว่าอิสึกะ แต่ลำดับของทั้งสองคนก็มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงอยู่เสมอ
【การแข่ง ฉันชนะ, การต่อสู้ถึงตาย เธอชนะ】
นี่เป็นการประเมินของซาซากิเอง แต่คนนอกไม่รู้เรื่องนี้ เมื่อการต่อสู้จบลง เปลือกเหล็กกล้าภายนอกร่างกายของอิสึกะก็หายไปด้วย
“พี่สาวครับ ผ้าขนหนู กระติกน้ำครับ”
กองเชียร์ที่ดูอยู่รอบ ๆ รีบยื่นของที่เตรียมไว้นานแล้วให้ เพราะการยกเลิกพลังไม่ได้หมายความว่าสภาพร่างกายจะฟื้นฟู การต่อสู้ด้วยความเร็วสูงของฮัซซัมนั้นใช้ความชุ่มชื้นในร่างกายอย่างมหาศาล เหงื่อที่ไหลออกมาเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดี
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าโบการ์ดคือกำลังหลักของคนกลุ่มนี้ เมื่อเสาหลักนี้ล้มลง คนที่อยู่รอบนอกก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงชะตากรรมเดียวกันได้
“แค่ก ๆ โจรสลัดมาอีกแล้วเหรอ?”
แว่นตาของเฮลเมปโป้แตกเป็นสองเสี่ยง เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง เมื่อครู่เขาเกือบจะถึงช่องโหว่ของกำแพงน้ำแข็งแล้ว แต่กลับถูกใครบางคนเตะกลับมาอีกครั้ง
“เฮ้ ๆ พวกแกนี่ไม่ได้เรื่องเลยนะ คนเยอะขนาดนี้ยังปล่อยให้ศัตรูฝ่าเข้ามาได้อีก?”
“นั่นสิ พวกแกกำลังผลาญพลังงานเล่นชัด ๆ ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ยกพลังผลปีศาจให้คนอื่นไปซะสิ”
คนที่เตะเฮลเมปโป้กลับมาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นกองกำลังเสริมชุดต่อมาที่เพิ่งเดินทางมาถึงโดยเรือนั่นเอง
“ล้อเล่นน่า พวกเราก็แค่เล่นสนุก ๆ เท่านั้นเอง พวกแกเพิ่งมาก็ทำให้เกมของพวกเราจบซะแล้ว แล้วเวลาที่เหลือจะให้ทำอะไรฆ่าเวลาล่ะ?”
“แกพูดบ้าอะไรอีกเนี่ย? หรือว่าพวกเราถ่อมาตั้งไกล เพื่อมานั่งดูพวกแกแสดงละครลิงหรือไง?”
“คำสั่งของท่านควีน ถ้าไม่เข้าใจก็ไปถามท่านเองสิ หรือถ้าไม่ไหวจริง ๆ ทางโน้นก็มีตัวเป้ง ๆ อยู่นะ ไม่ลองไปสู้กับการ์ปคนนั้นดูหน่อยล่ะ?”
เมื่อมองไปยังความเคลื่อนไหวอันอึกทึกครึกโครมที่ส่วนลึกของเกาะ โจรสลัดคนนั้นก็หุบปากฉับ ดูเหมือนจะลืมเรื่องก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น
ในขณะเดียวกัน แขนที่เป็นเคียวเหมือนตั๊กแตนสองข้างก็พาดอยู่บนคอของคุจาคุและฮิบาริ
“พี่ นี่พี่แย่งซีนชัด ๆ ...”
“ก็ต้องจับเป็นไม่ใช่เหรอไง? ไม่ต่างกันหรอกน่า อีกอย่าง ทางโน้นก็จบเรื่องกันไปแล้ว เธอยังคิดจะถ่วงเวลาไปถึงไหน?”
ผู้ช่วยของเชย์น่าในร่างลาลันเทส ไม่ได้ใส่ใจคำบ่นของลูกน้องเลย เดิมทีเธอควรจะออกเรือไปพร้อมกับเชย์น่า แต่บังเอิญว่าเธอได้หยุดพักร้อนประจำปีพอดี เลยไม่ได้ออกเรือ แต่กลับตามมาที่นี่แทน
“อย่าขยับนะจ๊ะ หนูน้อย ไม่งั้นคอของเธอได้เป็นเหมือนลำกล้องปืนนั่นแน่ เชื่อสิ ความรู้สึกมันไม่ดีหรอกนะ”
“ได้ยินว่าถึงหัวจะหลุดออกจากบ่าแล้วก็ยังไม่หมดสติทันทีนะ อยากเห็นร่างกายตัวเองตอนเลือดพุ่งกระฉูดดูไหมล่ะ?”
ปืนในมือของฮิบาริหักเป็นสองท่อนไปแล้ว รอยตัดนั้นเรียบกริบ เธอกำลังกระซิบ "เกลี้ยกล่อม" อย่างสนิทสนมอยู่ข้างหูของฮิบาริ
เพียงแต่น้ำเสียงที่อ่อนโยนนั้นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกถึงความเมตตาเลย เมื่อรวมเข้ากับดวงตาประกอบแบบแมลงของลาลันเทสแล้ว กลับยิ่งเพิ่มความน่าสะพรึงกลัวขึ้นไปอีก
“ฉันว่าพวกแกนี่ใจร้อนเกินไปหรือเปล่า? เห็นท่าไม่ดีหน่อยก็ลงมือเลยเหรอ?”
โฮลเด็มถ่วงเวลาได้เล็กน้อย ผลดินเหนียวของพรินซ์พอเจอกับความร้อนสูงก็สูญเสียคุณสมบัติเดิมไป แม้ค้อนดินหินที่แข็งตัวแล้วจะยังใช้ต่อสู้ได้ แต่ความพ่ายแพ้ก็เป็นเพียงเรื่องของเวลา
“พูดตามตรงนะ ฆ่าเจ้านี่ง่ายกว่าจับเป็นเยอะ ฉันยังต้องคอยกังวลว่าจะเผลอกัดคอหมอนี่ขาดหรือเปล่าเลย”
“ในเมื่อพวกแกสบายกันขนาดนี้ ช่วยส่งข่าวกลับไปที่เกาะหลักหน่อยไม่ได้หรือไง? แล่นเรือออกมามันไม่ต้องใช้เงินหรือไง? เรียกรวมพลกันแบบนี้ทีนึงมันเปลืองงบเท่าไหร่พวกแกรู้ไหม? ประหยัดงบกันหน่อยไม่ได้เหรอ?”
เชย์น่าไม่ได้ดูแลปัญหาเศรษฐกิจของโอนิงะชิมะ แต่เธอก็ดูรายงานสรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดทุกปี เธอเองก็เคยจัดการเอกสารบางส่วนด้วย เลยพอจะรู้ค่าใช้จ่ายอยู่บ้าง
แม้ว่าปฏิบัติการครั้งนี้จะดูยิ่งใหญ่ แต่เธอกลับรู้สึกว่าเป็นการค้าที่ขาดทุน
“คิดซะว่านี่เป็นการซ้อมรบก็สิ้นเรื่อง พูดถึงแล้ว ทางโน้นยังเหลืออีกคนนี่นา มีใครอยากจะไปจัดการหน่อยไหม?”
โฮลเด็มเปลี่ยนเรื่อง ทำให้กลุ่มคนหันไปมองโคบี้ ปัญหาเรื่องเงินทุนไม่เกี่ยวกับพวกเขา ต่อให้จะมีการสอบสวน ก็ต้องไปถามคนที่กดปุ่มสั่งการปฏิบัติการนี้
ขณะที่พวกเขากำลังคิดว่าจะจัดการกับศัตรูคนสุดท้ายอย่างไร สถานการณ์ในสนามรบใจกลางก็ดำเนินมาถึงช่วงสุดท้ายเช่นกัน
ทันใดนั้นก็มีกลุ่มพืชขนาดใหญ่เติบโตขึ้นบนร่างของการ์ป เถาวัลย์อันซับซ้อนเลื้อยปกคลุมไปทั่วร่างของเขา รากที่หยั่งลึกลงไปในผิวหนังกำลังดูดพลังกายของเขาไป
เมล็ดปรสิตที่ควีนทิ้งไว้บนร่างของการ์ปในระหว่างการต่อสู้ก่อนหน้านี้ได้แสดงผล ความรู้สึกอ่อนแรงอย่างกะทันหันเข้าขัดขวางจังหวะของการ์ปอย่างสิ้นเชิง และในที่สุดร่างกายของเขาก็ถูกหนามน้ำแข็งบนมือของคุซันแทงทะลุ
“คุณการ์ป พักผ่อนอย่างสงบสักพักเถอะครับ ไอซ์ ไทม์!”
พลังเยือกแข็งเริ่มแผ่กระจายจากบาดแผล ร่างกายของการ์ปค่อย ๆ ถูกแช่แข็ง พลังกายที่ถูกใช้ไปอย่างมหาศาลทำให้ในตอนนี้เขาไม่สามารถต้านทานพลังของคุซันที่กัดกร่อนเข้ามาภายในร่างกายได้อีกต่อไป และไม่มีแรงพอที่จะทำลายน้ำแข็งให้แตกออกได้
“คุซัน... ความยุติธรรม... จะต้องชนะในที่สุด”
“แต่ว่าคุณการ์ป ไม่สิ อาจารย์การ์ป สิ่งที่ท่านยึดมั่น อาจจะไม่ใช่ความยุติธรรมอีกต่อไปแล้วก็ได้นะครับ”
“เจ้าเด็กนี่...”
คำพูดของการ์ปยังไม่ทันจบ เกล็ดน้ำแข็งก็ลามไปถึงศีรษะแล้ว สีหน้าของคุซันเองก็ดูหม่นหมอง ร่างที่เป็นธาตุนั้นไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“โอ้ว! จัดการการ์ปนั่นได้แล้ว!!”
“วีรบุรุษแล้วไง สุดท้ายก็แพ้ให้พวกเราอยู่ดี กลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรต่างหากคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในท้องทะเล!”
โจรสลัดโดยรอบได้แต่เฉลิมฉลอง ฉลองชัยชนะที่เป็นของพวกเขา
ความพ่ายแพ้ของการ์ปดูเหมือนจะเป็นจุดสิ้นสุดของทุกสิ่ง เสียงโห่ร้องยินดีของเหล่าโจรสลัดในขณะนี้กลับเป็นการเปิดฉากบทใหม่
“ท่านพลโทการ์ป!!”
สหายร่วมรบบ้างก็หมดสติพ่ายแพ้ บ้างก็ถูกศัตรูจับตัวไป แม้แต่ท่านการ์ปที่เป็นดั่งเสาหลักของกองทัพเรือก็ยังพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของคุซัน เข้าสู่สภาวะแช่แข็งชั่วนิรันดร์
“แปร๊น~!”
เหนือขอบฟ้า เสียงร้องของช้างดังแว่วมา ร่างสูงใหญ่ของสุนิชาปรากฏขึ้นจากไกลลิบ ค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาในสายตาของทุกคนบนเกาะฮาจิโนสุ งวงช้างที่แกว่งไกวไปตามร่างกายดูราวกับเทือกเขา ความรู้สึกสิ้นหวังแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูในร่างกายของโคบี้ทันที
“ภารกิจล้มเหลวสินะ...”
ณ ขอบฟ้า ลำแสงสายหนึ่งพาดผ่าน
คิซารุค่อยๆ เข้าใกล้เกาะนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ในระหว่างการไล่ล่า แต่แม้ว่าเขาจะพยายามอย่างสุดกำลัง เรื่องราวก็ไม่เป็นไปตามที่เขาหวัง
บนผิวน้ำ ใบเรือนับไม่ถ้วนกำลังมุ่งหน้าเข้าใกล้เกาะ เนื่องจากมีจุดขึ้นฝั่งจำกัด โจรสลัดเหล่านี้จึงควบคุมเรือให้แล่นวนรอบเกาะ ล้อมกรอบที่นี่ไว้ในวงล้อมของตนเอง
แม้ว่าเขาจะบินด้วยความเร็วแสง เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันพิเศษบางอย่าง ดวงตาอันว่างเปล่าของสุนิชาดูเหมือนไม่ได้มองอะไร แต่คิซารุกลับรู้สึกว่าสัตว์ประหลาดตนนี้มองเห็นเขาแล้ว
ช้างยักษ์ที่ยืนตระหง่านกลางทะเล การ์ปผู้พ่ายแพ้ ณ ใจกลางสมรภูมิ เหล่าโจรสลัดที่กำลังโห่ร้องด้วยความบ้าคลั่ง บวกกับเรือโจรสลัดอีกนับไม่ถ้วน สำหรับคิซารุแล้ว นี่คือภาพวาดจากนรกโดยแท้
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_