- หน้าแรก
- เกิดใหม่กลายเป็นอาร์เซอุสในโลกวันพีช
- บทที่ 884: เชื่อใจกัปตันของคุณได้เสมอ
บทที่ 884: เชื่อใจกัปตันของคุณได้เสมอ
บทที่ 884: เชื่อใจกัปตันของคุณได้เสมอ
[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]
[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]
[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ซึ่งถ้าอ่านแบบเถื่อนหรือแชร์กันเยอะ หรือมีการแบ่งปัน ก็อ่านไปครับ เพราะผมจะแก้แบบแปลใหม่อีกรอบแค่ในThai-novel กับเว็บอื่น ๆ และแหล่งที่ผมแปลครับ แต่ถ้ารู้ว่าหลุดจากที่ไหน ผมก็ขออนุญาตจะไม่แก้ไขตรงเว็บนั้นครับ ส่วนคนที่อ่านที่อื่นก็จะได้อ่านแบบเวอร์ชั่นแรกไปนะครับ ต้องขออภัยด้วยครับ]
บทที่ 884: เชื่อใจกัปตันของคุณได้เสมอ
ถ้าเป็นคนอื่นพูดแบบนี้กับเธอ อุลติคงคิดว่าอีกฝ่ายล้อเล่น แต่คนที่พูดคือยามาโตะ ถ้าเป็นเธอล่ะก็ คงคิดแบบนั้นจริงๆ
ภายในรถแท็กซี่กลับมาเสียงดังอีกครั้ง แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลต่อฝีเท้าของมังกรพันปี เมฆบังทำให้กองทัพเรือเบื้องล่างมองไม่เห็นมังกรพันปีที่อยู่ด้านบน และมังกรพันปีก็เบี่ยงทิศทาง บินไปยังที่ไกลๆ หลังจากบินผ่านกองทัพเรือไปแล้ว
ท้องฟ้าในตอนนี้ก็เริ่มแปลกประหลาด เมื่อมองจากระยะไกล ที่นี่ก็ดูไม่ต่างจากทะเลทั่วไป แต่เมื่อพวกเขาเข้าใกล้ ก็พบว่ามันเหมือนภาพลวงตาชนิดพิเศษ
มังกรพันปีตัวหน้าเมื่อบินผ่านทะเลแห่งนี้ ก็หายวับไปจากสายตาของทุกคน
"เอ๊ะ ทะเลอีสต์บลูก็มีทะเลแบบพิเศษแบบนี้ด้วยเหรอ? นึกว่ามีแค่อากาศแปลกๆในแกรนด์ไลน์ซะอีก"
ถึงจะแปลกใหม่ แต่สำหรับยามาโตะแล้ว เรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
โลกใหม่ไม่ได้มีแค่อากาศที่คาดเดาไม่ได้เท่านั้น แต่ยังมีเกาะที่มีโครงสร้างแปลกประหลาดอีกด้วย
นอกจากอากาศแปลกๆ อย่างฝนที่ตกมาเป็นมีดแล้ว บางเกาะยังเต็มไปด้วยสะพานอากาศที่มองไม่เห็น ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่กลับวิ่งเล่นบนนั้นได้
บางเกาะก็มีแรงโน้มถ่วงแปลกประหลาด หรือบางเกาะก็สร้างจากอาหารทั้งหมด
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะความมหัศจรรย์ของแกรนด์ไลน์ ดูเหมือนเธอจะประเมินโลกใบนี้ต่ำไปหน่อย
"เฟอเรน ที่นี่คือเกาะมังกรของนายเหรอ? ดู... ทะเลทรายไปหน่อยนะ"
หลังจากผ่านพายุโซนหนึ่งไป ก็มีเกาะร้างปรากฏขึ้นในสายตาของทุกคน ถ้าที่นี่คือจุดหมายปลายทางของการเดินทางล่ะก็ ยามาโตะคงผิดหวังน่าดู
"กรร~"
พ่อของเฟอเรนส่งเสียงคำรามสองครั้ง และเฟอเรนก็เริ่มแปลคำพูดของพ่อเขา
"พ่อบอกว่าที่นี่คือเกาะที่พ่อชอบมาตอนเด็กๆ สมัยนั้นที่นี่ยังมีอาณาจักรมนุษย์โบราณอยู่
เนื่องจากมีกำแพงกั้นที่เหมือนภาพลวงตา ผู้คนอาศัยอยู่ที่นี่โดยไม่ติดต่อกับโลกภายนอก ไม่มีความขัดแย้งใดๆกับโลกภายนอก
เผ่าพันธุ์ของพวกเรามักจะผ่านมาที่นี่ พวกเขามองว่าพวกเราที่บินได้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ลึกลับ เคารพพวกเรามาก แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว"
มังกรพันปีมีอายุขัยที่ยาวนานมาก บางคนอาจไม่ได้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของพวกมันตลอดชีวิต สำหรับมังกรพันปีที่มีอายุมากในเผ่าพันธุ์นี้ เกาะแห่งนี้ก็เหมือนร้านขายของชำหน้าบ้าน
หลังจากเดินทางไปข้างนอกหลายปี เมื่อกลับบ้านก็อยากจะเข้าไปดู หาความทรงจำในวัยเด็ก แต่การกลับมาของมังกรพันปีนั้นยาวนานเกินไปสำหรับมนุษย์ เมื่อพวกมันกลับมาอีกครั้ง ที่นี่ก็เปลี่ยนไปมากแล้ว
"ว่าแต่ ตรงนั้นดูเหมือนปราสาทนะ"
"พ่อบอกว่าที่นั่นเคยเป็นอาณาจักรของมนุษย์ ข้างในยังมีภาพวาดฝาผนังที่น่าสนใจ ถ้าพวกเธอสนใจก็เข้าไปดูได้"
ทันใดนั้นเอง ก็มีนกกลุ่มหนึ่งบินผ่านพวกเขาไป ดูเหมือนจะเข้ามาใกล้หลังจากเห็นมังกรพันปี
ถึงแม้จะมีขนาดตัวพอๆกับนกทั่วไป แต่ถ้าดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ก็มีความคล้ายคลึงกับมังกรพันปีอยู่บ้าง
"เฟอเรน นี่ลูกๆของพวกนายเหรอ?"
"ไม่ใช่ พวกเธอเคยเห็นเด็กๆในเผ่าแล้วนี่ พวกเขาตัวใหญ่กว่านกพวกนี้เยอะ นี่เป็นแค่นกอีกชนิดหนึ่งที่มีบรรพบุรุษร่วมกันกับพวกเรา แต่มันอาศัยอยู่ที่นี่มาตลอด... ไม่สิ บนเกาะนี้ยังมีคนอื่นอยู่"
มีฝุ่นผงลอยขึ้นมาจากเกาะ วัตถุบางอย่างพุ่งลงมาจากเกาะด้วยความเร็วสูง ถ้าดูดีๆจะเห็นเงาคล้ายมังกรพันปีอยู่บนรถเข็น
กลุ่มของลูฟี่ที่กำลังพาท่านดราก้อน กลับมายังเกาะ ตามคำแนะนำของท่านดราก้อน พวกเขาก็มาถึงเกาะแห่งนี้เช่นกัน แต่ยังไม่ถึงเวลาที่ท่านดราก้อนจะปรากฏตัว แถมตำแหน่งที่อยู่ก็ยังคลาดเคลื่อนไปบ้าง พวกเขาจึงยังหาจุดหมายไม่พบ
ยิ่งไปกว่านั้น ท่านดราก้อนยังถูกตามล่าอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้พวกคนที่หวังจะครอบครองกระดูกมังกรพันปีก็ตามมาติดๆ ลูฟี่กับพรรคพวกจึงต้องพาท่านดราก้อนพุ่งลงมาจากที่สูงด้วยความเร็ว โซโลอาสาอยู่ด้านหลังคอยสกัดกั้นพวกนั้น
...
"พวกนั้นกำลังเล่นอะไรกันน่ะ? เล่นสไลเดอร์เหรอ?"
"ใครจะไปรู้ล่ะ แต่ได้ขยับแข้งขยับขาก็ดีเหมือนกัน ไปกันเถอะเพจวัน! โดดลงไปเลย!"
หลังจากปลดเข็มขัดนิรภัยแล้ว อุลติก็เปิดประตูห้องโดยสาร มือข้างหนึ่งจับปกเสื้อ อีกข้างหนึ่งโอบรอบคอเพจวัน แล้วกระโดดลงไป
เดิมทีพวกเขามาเพื่อพามังกรพันปีกลับบ้าน ตอนนี้ข้างล่างเกิดเรื่องไม่ชอบมาพากล แถมยังมีมังกรพันปีตัวอื่นโผล่มาอีก จะให้เพิกเฉยก็คงไม่ได้ อุลติจึงลากเพจวันโดดลงไปด้วยกัน
"นี่ พี่สาว ทำไมไม่หาร่มชูชีพมาใช้เองล่ะ!?"
"ไม่เอา แบบนั้นมันช้า แถมยังไม่สะดวกเท่ากับมีนายอยู่ด้วย เพจวัน นายนี่ดีที่สุดเลย~"
"ผมไม่อยากให้พี่ชมแบบนี้เลย..."
ถึงปากจะบ่นพฤติกรรมไม่เอาไหนของพี่สาว แต่เพจวันก็ยอมทำตาม หรือจะเรียกว่าตามใจก็ได้
ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมา พวกเขาควบคุมการแปลงร่างได้คล่องแคล่วขึ้น แป๊บเดียวก็แปลงร่างเสร็จ
กระแสลมแรงพวยพุ่งออกมาจากช่องว่างระหว่างเกล็ด เพจวันพุ่งดิ่งลงพื้น อุลติก็อาศัยแรงลมร่อนลงมาบนหลังเพจวันอย่างคล่องแคล่ว แล้วจับครีบหลังเขาไว้แน่น
มังกรพันปีกับอาร์เมอร์การ์ก็บินลงไปข้างล่างเช่นกัน แต่ช้ากว่าสองพี่น้องอุลติกับเพจวันมาก เพราะเพจวันบินแบบเครื่องบินเจ็ท แถมยังพุ่งลงไปตรงๆเลยด้วย
...
"อ๊ากกก! ฉันรู้สึกว่าตอนนี้ฉันเป็นคนที่เคลื่อนที่เร็วที่สุดในโลกเลย!"
เสียงร้องโหยหวนของอุซปดังมาจากรถเข็นของท่านดราก้อน เสียงนั้นปะปนไปกับเสียงลม ก้องไปทั่วทั้งเกาะ
"แบบนั้นมันจะไปมีประโยชน์อะไรกัน!"
ซันจิไม่เห็นด้วยกับความคิดของอุซป เขาคิดว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลย
"หุบปากไปเลย! ลูฟี่ หาวิธีหยุดรถหน่อย! ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป รถเข็นพังก่อนจะถึงเรือแน่!"
"ไม่เป็นไรๆ เชื่อฉันสิ ไม่เป็นไรหรอก"
"เชื่อกับผีสิ! นามิ เธอถามคนผิดแล้ว แฟรงกี้ หาวิธีหน่อย!"
เรื่องยุ่งยากแบบนี้ แทนที่จะไปถามลูฟี่ ถามแฟรงกี้ยังจะดีกว่า อย่างน้อยเขาก็น่าเชื่อถือกว่าลูฟี่หน่อย
ท่ามกลางความตื่นตระหนก รถเข็นก็หยุดลงอย่างกะทันหัน
โครม!
เพจวัน พุ่งลงมาจากฟ้า เท้าทั้งสองข้างปักลงบนพื้น แขนทั้งสองข้างไขว้กัน ปล่อยให้ครีบบนแขนกางออกคล้ายโล่กำบัง รับแรงกระแทกจากรถเข็นที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
การหยุดรถเข็นเพียงอย่างเดียวนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่เพจวันกลับหยุดรถเข็นได้โดยที่ยังคงรักษาสภาพรถเข็นไว้ได้อย่างสมบูรณ์ นี่แสดงให้เห็นถึงการควบคุมพลังขั้นสูงของเขา
"พวกแก..."
"โครตท่!"
"หา?"
เพจวันถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นแววตาเป็นประกายของลูฟี่และอุซป