เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 720 "คนบ้า" ที่ไม่สามารถเข้าใจได้

บทที่ 720 "คนบ้า" ที่ไม่สามารถเข้าใจได้

บทที่ 720 "คนบ้า" ที่ไม่สามารถเข้าใจได้


[แปลโดยแฟนเพจ ยักษาแปร มาติดตามในแฟนเพจเพื่อติดตามข่าวสารได้นะ]

[Thai-novel ลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ 5 ตอน แต่จะราคาแพงที่สุด]

[หลังแปลจบจะมีการแก้ไขคำอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง ถ้าอ่านแบบเถื่อนหรือแชร์กันเป็นคณะ100คน ก็อ่านไปครับ เพราะผมจะแก้แบบแปลใหม่อีกรอบแค่ในThai-novel กับเว็บอื่น ๆ และแหล่งที่ผมแปลครับ ส่วนคนที่อ่านที่อื่นก็จะได้อ่านแบบไม่มีการแก้คำผิด และยิบย่อยมากมาย ไปนั่นแหละ]

บทที่ 720 "คนบ้า" ที่ไม่สามารถเข้าใจได้

การ์ปไม่มีอารมณ์จะต่อสู้กับไคโดจริงๆ ถึงแม้จะปฏิเสธการเลื่อนตำแหน่งเป็นพลเอก แต่ตำแหน่งของเขาในกองทัพเรือก็สูงกว่าพลเอกทั่วไปมาก ทั้งในด้านความแข็งแกร่งและชื่อเสียง เขาไม่ด้อยไปกว่าพลเอกเลย แถมยังมีฉายา "วีรบุรุษ" อีกด้วย

ดังนั้น เขาจึงรู้ดีเกี่ยวกับนโยบายบางอย่างของรัฐบาลโลก เซ็นโงคุมักจะมาบ่นกับเขา คนที่เซ็นโงคุสามารถระบายความในใจได้อย่างสบายใจก็มีแค่การ์ปและแพะตัวนั้นเท่านั้น

เดิมทีเซเฟอร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่หลังจากที่เขาประสบกับเหตุการณ์เรือฝึกเกือบถูกทำลายจนหมด และตัวเองก็เสียแขนไป คนก็เริ่มแปลกไปบ้าง เซ็นโงคุก็ไม่สามารถพูดคุยเรื่องลับๆกับเขาได้อีก

การ์ปรู้เรื่องการค้าขายระหว่างรัฐบาลโลกและกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูร รวมถึงนโยบายรักษาสมดุลของจักรพรรดิทั้งสี่

ไม่ว่าจะเป็นไคโด หนวดขาว บิ๊กมัม หรือแชงค์ หากพวกเขาตั้งใจจะไปจริงๆก็ยากที่จะหยุดพวกเขาได้ด้วยตัวคนเดียว

ถ้าเป็นไปได้ การ์ปไม่อยากสู้กับไคโดเลย แค่อยากจะหยุดมังกรประหลาดที่อาละวาดเท่านั้น แต่น่าเสียดาย หลังจากการโจมตีครั้งนั้น ไคโดก็ไม่เคยให้โอกาสเขาอีกเลย

"การต่อสู้ ต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ? มีอะไรสนุกกว่านี้อีกไหมล่ะ?"

"....."

"คุณค่าของคนเราจะแสดงออกมาได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในสนามรบเท่านั้น มานี่เลยการ์ป ให้ฉันได้สัมผัสคุณค่าที่แท้จริงของวีรบุรุษแห่งกองทัพเรือ ให้ฉันได้เห็นว่าคนที่โค่นร็อคส์ ดี ซีเบ็คได้นั้น เป็นคนแบบไหน!"

ไคโดแปลงร่างเป็นมังกรทันที ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้นสองเท่า ที่นี่คือฐาน G-1 ด้านหลังคือแมรีจัวส์ ไม่ไกลก็คือกองทัพเรือใหญ่ อย่างมากก็แค่ไม่กี่ชั่วโมง กองกำลังเสริมจากกองทัพใหญ่ก็จะมาถึงที่นี่แล้ว

เขาไม่มีเวลาแล้ว ไม่มีเวลามาเล่นขายของกับการ์ป

ก่อนหน้านี้ เขาไม่ได้แปลงร่างด้วยซ้ำ แต่การ์ปก็ไม่ได้แสดงความได้เปรียบอะไรมากนัก ทำให้ไคโดรู้ว่าใจของการ์ปไม่ได้อยู่ที่นี่

การ์ปเป็นคนที่ไป มาๆไม่แน่นอน เจอเขาก็ไม่ง่าย ไคโดจึงอยากจะสนุกให้เต็มที่

อากาศถูกฉีกออก พร้อมกับเสียงแหวกอากาศ หมัดของไคโดก็มาถึงหน้าการ์ปแล้ว

หมัดที่ห่อหุ้มด้วยเกล็ดมังกรนั้นดูไม่สมส่วนกับร่างของการ์ปเลย แต่หมัดที่ดูเล็กๆของการ์ปกลับมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวอย่างไม่น่าเชื่อ

ตู้ม!

สองหมัดไม่ได้สัมผัสกัน แต่ปะทะกันกลางอากาศ ถึงแม้จะเป็นแค่การปะทะกันของร่างกาย แต่เสียงที่เกิดขึ้นกลับดังกว่าสิ่งที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีเสียอีก

สองกำปั้นปะทะกัน คลื่นพลังมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่ว บรรดาเปลวเพลิงที่ลุกโชนจากพลังของมังกรแปดหัวดับวูบลงในพริบตาภายใต้แรงลมอันบ้าคลั่ง อาคารที่พังทลายพากันถล่มลงมา ผู้คนที่มีพลังไม่มากพอถึงกับปลิวกระเด็นไปกับสายลม

เสื้อคลุมของการ์ปปลิวไปตามแรงลม แต่ตัวเขายังคงยืนหยัดดุจดั่งป้อมปราการขวางทางอยู่ด้านนอกของ G-1

"ท่านการ์ป! ท่านการ์ปหยุดการโจมตีของไคโดได้แล้ว!"

ที่หน้าต่างของสถานพยาบาลชั่วคราว เหล่าทหารเรือผู้แข็งแกร่งต่างใช้แผ่นเหล็กปิดกั้นกระแสลมจากภายนอก หลังจากที่รู้สึกว่าแรงลมสงบลง พวกเขาจึงเริ่มสำรวจสถานการณ์ภายนอก

เหล่าทหารเรือต่างเคยได้ยินเรื่องราวความกล้าหาญของการ์ปจากเบื้องบน เมื่อเห็นเขายังคงยืนหยัดอยู่เบื้องหน้า ทุกคนก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมา

"ท่านโมมอนก้าและท่านโบการ์ดก็สามารถยื้อมังกรประหลาดตัวนั้นไว้ได้แล้ว! กำลังเสริมจากกองบัญชาการกำลังมา! ชัยชนะเป็นของพวกเรา!"

ภายในห้องกระจายเสียง ผู้ประกาศรายงานข่าวล่าสุดที่ได้รับมา เพื่อปลุกขวัญกำลังใจที่ตกต่ำจากการสูญเสีย

"เฮ้! ได้ยินไหม! อีกเดี๋ยวเดียว กำลังเสริมก็จะมาถึงแล้ว อย่าตายที่นี่นะเว้ย!!"

แพทย์สนามกำลังกดห้ามเลือดให้ทหารคนหนึ่ง ขณะที่คนอื่นๆก็ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บคนอื่นๆ

พวกเขาไม่สามารถช่วยเหลือในการต่อสู้ภายนอกหรือควบคุมปืนใหญ่ได้ แต่ในฐานะแพทย์สนาม ที่นี่คือสนามรบของพวกเขา การช่วยชีวิตทหารที่บาดเจ็บทีละคน ถือเป็นชัยชนะครั้งใหม่สำหรับพวกเขา

......

"นี่คือเหตุผลที่แกพาสัตว์ประหลาดตัวนั้นมาโจมตีที่นี่งั้นเหรอ?"

"สัตว์ประหลาด? ร่างกายที่ถือกำเนิดมาเพื่อการต่อสู้ช่างงดงาม และมันเป็นสิ่งที่พวกทหารเรืออย่างพวกแกไม่มีวันมีได้ ต่อให้แกอยากได้พาหนะที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ แกก็ไม่มีทางหามันเจอหรอก! โว่ะโรโรโรโร่ะ!"

ทุกสิ่งล้วนมีสองด้าน ในสายตาของการ์ป มังกรแปดหัวคือสัตว์ประหลาดที่สร้างแต่ความเสียหาย แต่ในสายตาของไคโด มันคือ "ม้าขาว" ที่งดงาม เขาไม่ปิดบังความดีใจที่มีสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังเช่นนี้ไว้ในครอบครอง

"แกมันบ้าไปแล้ว... พวกโจรสลัดอย่างพวกแกมันก็แค่คนชั่วที่ไม่เคารพกฎหมาย"

"โอ้? แกก็รู้ว่าฉันเป็นโจรสลัดสินะ? โจรสลัดโจมตีทหารเรือ ต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ? มันยังเป็นเด็ก มันต้องการเวทีที่ยิ่งใหญ่ ที่นี่คือที่ที่ฉันเลือกให้มันแสดงตัวครั้งแรกไงล่ะ!

พูดมาก็เยอะแล้ว ไอ้แก่ แกก็ควรจะเอาจริงได้แล้วมั้ง!"

สำหรับการ์ป พฤติกรรมของไคโดนั้นบ้าคลั่งและไร้เหตุผล เหตุผลที่เขาบุกโจมตีฐานทัพเรือดูเหมือนจะเป็นแค่การที่เขาอยากอวดมังกรของเขา ซึ่งมันไร้สาระยิ่งกว่าตอนที่เขาเคยจงใจให้จับเพื่อที่จะได้กินข้าวในคุก

แต่เขาก็เข้าใจแล้วว่า ถ้าไม่จัดการไคโด เขาก็ไม่มีทางไปช่วยเหลือในส่วนอื่นๆของการต่อสู้ได้

โมมอนก้าและโบการ์ดสามารถจำกัดการเคลื่อนไหวของยามาตะโนะโอโรจิได้ แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งการโจมตีทั้งหมดของมันได้ อาคารบ้านเรือนยังคงถูกทำลายอยู่เป็นระยะๆ แม้ว่าการสูญเสียของกองทัพเรือจะลดลง แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งได้

เพื่อที่จะยุติเรื่องทั้งหมดนี้ เขาจะต้องจัดการกับไคโดก่อน เพราะเจ้าหมอนี่จะไม่ยอมปล่อยให้เขาไปจัดการกับมังกรประหลาดนั่นแน่

กล้ามเนื้อบนแขนของการ์ปโป่งขึ้น แขนทั้งข้างถูกหุ้มด้วยฮาคิเกราะที่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ เขาใช้ขาและเอวเป็นแรงส่งดีดตัวออกจากไคโด ในขณะเดียวกันร่างกายของการ์ปก็ลอยขึ้นกลางอากาศ หมัดของเขาพุ่งตรงไปยังใบหน้าของไคโด

จากการรับรู้จากฮาคิสังเกตของการ์ป พฤติกรรมของไคโดผิดปกติมาก เขาไม่ได้แสดงท่าทีหลบหลีกใดๆ และในความเป็นจริงก็เป็นเช่นนั้น หมัดของการ์ปจึงกระแทกเข้าที่ใบหน้าของไคโดอย่างจัง

ร่างกายอันใหญ่โตของไคโดกระเด็นออกไป ทิ้งรอยรูปคนขนาดใหญ่ไว้บนกำแพงของ G-1

ตามหลักแล้วนี่เป็นโอกาสที่ดี แต่การ์ปกลับปรับสภาพร่างกายแล้วพุ่งไปยังทิศทางที่ไคโดร่วงลงไป แม้ว่าหมัดนั้นจะเข้าเป้าอย่างแม่นยำ แต่ความรู้สึกที่สัมผัสได้จากหมัดบอกเขาว่า หมัดนั้นไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก

ท่ามกลางซากปรักหักพัง ไคโดลุกขึ้นยืนพร้อมกับส่ายหัว

"โว่ะโรโรโรโร่ะ หมัดของแก ให้ความรู้สึกแบบนี้นี่เอง"

หนวดขาวเคยเป็นลูกเรือคนหนึ่งบนเรือลำเดียวกับเขา เขาจึงพอจะรู้เรื่องของการ์ปอยู่บ้าง แม้ว่าในตอนนั้นการ์ปจะเป็นศัตรูที่แข็งแกร่งของกลุ่มโจรสลัดร็อกส์ แต่ไคโดในตอนนั้นยังไม่มีคุณสมบัติที่จะต่อสู้กับเขา เขาเป็นเพียงเด็กฝึกหัดธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น

เพื่อที่จะประเมินความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เขาจึงเลือกที่จะใช้ร่างกายของตัวเองสัมผัสกับหมัดของอีกฝ่าย

แม้ว่าจะมีฮาคิป้องกัน แรงหมัดนั้นก็ยังทำให้เขากระเด็นออกไปได้

"น่าตื่นเต้นจริงๆ!"

เมื่อเห็นว่าการ์ปเลิกสนใจที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้กับยามาตะโนะโอโรจิ และหันมาทุ่มเทให้กับการต่อสู้นี้เต็มที่ จิตวิญญาณนักสู้ของไคโดก็ลุกโชนขึ้นมาอย่างเต็มที่ เขาคว้าฮัสไซไคขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าใส่การ์ป...

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร , ลงแบบราคาถูกแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับ หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิก กระซิก ;-;

หลังจากลอบสังหารมอนสเตอร์จนหมดแล้ว ลูหลี่ได้ใช้ย่องเบาเพื่อสอดแนมบอสและมองหา หญ้าทัสเสนค

หญ้าทัสเสนค ค่อนข้างหายากและใช้เวลาอย่างมาก ลูหลี่เจอมันแค่ 2 ต้น และก็มีหญ้าใบเงินจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามมันเป็นเพียงส่วนผสมสำหรับสร้างโพชันพื้นฐานเท่านั้น โพชันพื้นฐานสามารถขายได้ 40 เหรียญทองแดงต่อขวด ดังนั้นการเก็บรวบรวมเหรียญทองแดงจำนวนมากนั้นไม่เป็นประโยชน์ แต่ว่าเมื่อพวกเขากลับไปหมูบ้าน ลูหลี่วางแผนจะซื้อดอกไม้สันติภาพเพื่อสร้าง โพชันพื้นฐาน เขาสามารถใช้พวกมันสำหรับการเพิ่มความสามารถในการเล่นแร่แปรธาตุของเขาได้

สองชั่วโมงผ่านไปหลังจากที่พวกเขาฟาร์มมาเป็นระยะเวลานานลูหลี่ก็พบกับบอส

แกลลาเฮอร์ นั่นคือชื่อของงูพิษที่ปกคลุมด้วยป่านที่มีสีสัน รูปร่างของมันหนาพอๆกับยางและมันมีความสูงราวๆครึ่งหนึ่งของคนเมื่อมันยกศีรษะ ปากของมันกว้างมากและมีเขี้ยวสี่เขี้ยวทำให้มันดูน่าประหลาดเหลือเกิน

มันมี LV12 และมีเลือด 35,000 หน่วย

"ไอ้ตัวนี้อาจจะกลืนฉันเข้าไปในท้องของมันก็ได้นะ"

อาเซอร์ซีบรีสไม่ได้กลัวงู แต่แน่นอนเขาไม่ต้องการที่จะถูกกินโดยสัตว์ที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้

"ไปเลยซีบรีส ไปลองกับเจ้างูยักษ์นั้นหน่อย"[อันนี้ไม่รู้จะใช้สำนวนอะไรเลย]

ลูหลี่รู้ดีว่านี่เป็นบอส สำหรับแผนการต่อสู้นั้น แน่นอนว่าเขาไม่มีมัน

"ไอ้บ้าเอ้ย นายเปิดเผยตัวจริงของนายแล้วใช่ไหม! นายกำลังพยายามให้ฉันฆ่าตัวตายใช่มั้ย? "อาเซอร์ซีบรีสรู้สึกหดหู่มาก

"มาสเรนอยู่ข้างหลัง ถ้าเราไม่สามารถจัดการมัน ยังไงเราก็ต้องการให้นายช่วย ไม่ให้นายไปฆ่าตัวตายเล่นหรอก"ลูหลี่ไม่สนใจเขาและเตือนว่ามีนักบวชคอยรักษาอยู่

อาเซอร์ซีบรีสทำได้เพียงดูที่เพื่อนร่วมทีมของเขาอย่างน่าสมเพชในขณะที่เขาทำตัวกล้าหาญและชารจ์ใส่บอส

"ฉันสร้างความเสียหายได้แค่ 13 ... "

นั้นไม่เลวร้ายนัก สำหรับแท๊งค์ที่ได้ใส่คะแนนมากที่สุดของเขาในค่าร่างกายและมีอุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่ให้ค่าร่างกาย ความสามารถในการสร้างความเสียหาย 13 หน่วย นั้นหมายถึงบอสมีค่าป้องกันที่อยู่ในระดับธรรมดา

"มันโจมตีฉันสร้างความเสียหาย 35 ... "

การโจมตีมันก็ไม่สูงมากนัก ในความเป็นจริงมันดูเหมือนจะอ่อนแอมากสำหรับบอส LV12

"ทุกคนเริ่มโจมตีได้!" ลูหลี่ยังคงรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจ แต่เขาก็ไม่คิดที่จะยอมแพ้ เมื่อคิดถึงสิ่งที่มูนไลท์บอกกับเขาในอดีตพวกเขาก็ขบฟันและวิ่งเข้าไปหามัน!

บอสคำรามออกมาและกวาดร่างกายออกไปสร้างความเสียหายพื้นที่ให้กับผู้โจมตีระยะประชิด การป้องกันของลูหลี่ต่ำกว่าอาเซอร์ซีบรีสมากและเขาสูญเสียเลือดไปประมาณ 100 หน่วยในการโจมตีครั้งเดียว

โชคดีที่มันไม่ได้โจมตีบ่อยๆด้วยหางของมัน ฮีลเลอร์ของพวกเขาสามารถที่จะเติม HP ได้อย่างง่ายดาย

ลูหลี่ได้ทำอย่างสุดความสามารถเพื่อทำให้บอสเกิดความเสียหาย เขารู้สึกว่าบอสตัวนี้มันต้องมีอะไรที่แปลกๆแน่นอน

บอสทั้งหมดในเกมรุ่งอรุณ เป็นที่รู้จักในเรื่องการฆ่าที่ยากมาก บอสในป่านั้นฆ่ายากกว่าบอสใน ดันเจี้ยนถ้ำแมงมุม แม้แต่ปาร์ตี้ที่มีขนาดใหญ่อาจถูกจัดการโดยบอสเพียงตัวเดียว

หลังจากสูญเสียHP ไป 10% แล้ว แกลลาเฮอร์ก็โกรธแค้น มันยกตัวขึ้นและลำคอของมันแบนอย่างไม่น่าเชื่อราวกับว่ามันกำลังจะทำอะไรบางอย่าง ...

"ทุกคนรีบวิ่งเร็วบอสกำลังจะใช้สกิล!" ลูหลี่ตะโกนในขณะที่วิ่งหนี

ไม่มีใครที่มีสัญชาตญาณและความเร็วในการตอบสนองเร็วเท่าลูหลี่ เฉพาะมาสเรนที่กำลังจดจ่ออยู่กับการรักษาลูหลี่ เธอได้วิ่งตามเขาไปด้วยจิตใต้สำนึก

บอสถ่มน้ำลายออกมาเป็นคลื่นใหญ่มันเป็นพิษซึ่งดูเหมือนจะครอบคลุมท้องฟ้าทั้งหมด พิษพวกนี้มันจะโดนคนที่ไม่ได้วิ่งหนีทั้งหมดโดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นอาชีพที่โจมตีระยะไกลหรือระยะประชิด

"บ้าเอ้ย" ดอกไม้อ้างว้างทำได้เพียงพูดคำบางคำก่อนที่เขาจะเสียชีวิต

ถัดไปคือความฝันที่เหลืออยู่ เธอเพียงแค่กระพริบตาโลกของเธอก็กลายเป็นสีดำ

ขวดยาแก้พิษในมือของอาเซอร์ซีบรีสตกลงไปที่พื้นขณะที่เขาจะตะโกนว่า "อั๊ก ยาแก้พิษมันแก้พิษที่มาจากบอสตัวนี้ไม่ได้!"

อาเซอร์ซีบรีส มี HP จำนวนมากและมีค่าป้องกันสูง เขาสามารถทำท่าทางที่น่าประทับใจได้ก่อนที่เขาจะล้มลงสู่พื้น

เลื้อย เลื้อย เลื้อย ถึงแม้บอสตัวใหญ่นี้จะไม่มีเท้า แต่มันก็เร็วกว่าลูหลี่!

มันกำลังมาถึงพวกเขา!

เมื่อใกล้เข้ามาแล้วพวกเขาก็จะเห็นเขี้ยวของมันได้ชัดเจน มันกำลังจะถึงตัวของมาสเรน

ลูหลี่สูดลมหายใจเข้ามาและตะโกนบอกมาสเรนว่า "วิ่งต่อไปซะฉันจะขวางทางให้เธอเอง!" เขาหยุดวิ่งหนีและมาอยู่ด้านหน้าบอสโดยไม่เกรงกลัว

"ไม่ฉันจะไม่วิ่ง ถ้านายตายฉันก็จะตายไปกับนาย! "มาสเรนก็หยุดวิ่ง

ลูหลี่เกือบจะถ่มน้ำลายออกมาขณะที่เขาโกรธและตะโกนออกมาว่า "เธอคิดว่าเธออยู่ในละครหรืออะไรกันแน่? เธอมีชุบชีวิต มันทำให้เธอสามารถช่วยพวกเราได้ทั้งหมด ดูละครน้อยลงบ้างนะ! "

มาสเรนยิ้มอย่างงุ่มง่ามและวิ่งหนีไปยังทางออก

ลู่หลี่รีบวิ่งไปขวางหน้าบอสและถูกโจมตีโดยหางของมัน หลังจากที่โดนโจมตีแล้วเลือดของเขามีเพียง 3 หน่วยเท่านั้น

เพื่อที่จะให้มาสเรนรอดอีกสักสองสามวินาที เขาหยิบโพชันและดื่มมัน

ขณะที่เขาดื่มเสร็จแล้วการโจมตีครั้งที่สองก็เริ่มขึ้นและลูหลี่ก็ได้บินอีกครั้ง มีคุณลักษณะที่ซ่อนอยู่มากมายในเกม ยกตัวอย่างเช่นการมีค่าร่างกายสูงทำให้เกิดความต้านทานต่อการบิน ดังนั้นอาเซอร์ซีบรีสสามารถรับการโจมตีจากบอสได้อย่างต่อเนื่องและจะใช้เวลาสักระยะหนึ่งหรือสองก้าวเพื่อกลับมาบนพื้นอีกครั้ง แต่ลูหลี่นั้นไม่มีค่าร่างกายที่สูงเหมือนซีบรีสทำให้เขาลอยไปมารอบๆเหมือนลูกขนไก่

เขาโชคดีที่เกมไม่ยอมปล่อยให้เขาต้องอดทนนานเกินไป เขาถูกตีอีกครั้งและเรืองแสงสีขาวในขณะที่เขากลายเป็นซากศพ

ถ้าหากไม่ช่วยมาสเรน ลูหลี่ก็สามารถหลบหนีไปได้ ด้วยสกิลเด็กแห่งป่า เขาสามารถหนีออกจากบอสไปเมื่อไหรก็ได้

หลังจากตายแล้วผู้เล่นมีทางเลือกสองทางคือเกิดไปยังจุดเกิดที่อยู่ใกล้ๆและพบกับพี่สาวเทพธิดาหรืออาจจะฟื้นขึ้นมาจากสกิลชุบชีวิตก็ได้ นี่เป็นกรณีที่ผู้เล่นได้รับสกิลชุบชีวิต

ลูหลี่รอประมาณ 1 นาทีก่อนที่ระบบจะถามเขาว่าเขาต้องการถูกชุบชีวิตหรือไม่

หลังจากยอมรับไปแล้ว โลกสีดำก็ได้เปลี่ยนเป็นโลกสีขาวอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเขาได้สูญเสีย 10% ของ EXP ของเขา ก่อนที่จะตายเขาจะสามารถไปถึง LV8 ได้หลังจากฆ่ามอนสเตอร์อีกสักสองสามตัว สิ่งที่แย่กว่านั้นก็คือเกราะระดับเหล็กนั้นได้ดรอบลงพื้นเสียแล้ว

ถ้ามาสเรนเสียชีวิตแล้วและพวกเขาก็ถูกส่งไปยังจุดเกิด อุปกรณ์เหล่านี้จะถูกลบออกโดยระบบ

"โอ้ขอบคุณพระเจ้า"ลูหลี่และดอกไม้อ้างว้างผู้ซึ่งได้ดรอบอุปกรณ์ระดับเหล็กพูดด้วยความโล่งอก

ดอกไม้อ้างว้างได้กอดมาสเรน เพื่อแสดงความชื่นชมยินดีและความกตัญญูของเขา ลูหลี่คิดสักครู่ก่อนจะปฏิเสธความคิดที่จะทำในสิ่งเดียวกัน เขาไม่สามารถไปกอดเธอได้เพราะเธอเป็นน้องสาวของคนอื่น

"แน่นอนเราไม่สามารถฆ่าบอสตัวนี้ได้"อาเซอร์ซีบรีสกล่าวขณะที่เขานั่งลงบนพื้นหญ้า

"จริงๆแล้วเราสามารถทนกับการโจมตีปกติได้ ปัญหาหลักคือพิษของมัน มันมีพลังมากเกินไป ดูเหมือนว่าเราจะสามารถจัดการกับมันได้หลังจากที่เรามี ยาแก้พิษระดับกลางเท่านั้น "ลูหลี่เห็นด้วยยาแก้พิษระดับพื้นฐานมีผลกับพิษจากมอนสเตอร์ที่อยู่ภายใต้ LV10 เท่านั้น บอสตัวนี้มี LV12 ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการยาแก้พิษระดับกลาง

"ลืมไปเถอะตอนนี้ฟาร์มมอนสเตอร์ปกติและหลีกเลี่ยงบอสดีกว่า" หลังจากที่เกือบจะสูญเสียอุปกรณ์ระดับเหล็กของเขาแล้วดอกไม้อ้างว้างก็กลัวมาก

"ลูหลี่พยายามยกระดับเล่นแร่แปรธาตุของคุณให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ พวกเราต้องกำจัดบอสตัวนี้เป็นคนแรก"อาเซอร์ซีบรีสกล่าว

"แน่นอน ไม่มีปัญหา" ลูหลี่รู้สึกมีความสุขมากที่สกิลเล่นแร่แปรธาตุจะมีประโยชน์อย่างมากในตอนนี้

[เฟซบุ๊คแฟนเพจ:แปลนิยายแบบมือใหม่]

จบบทที่ บทที่ 720 "คนบ้า" ที่ไม่สามารถเข้าใจได้

คัดลอกลิงก์แล้ว