เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 181 รู้สึกเหมือนไฟช็อต

ตอนที่ 181 รู้สึกเหมือนไฟช็อต

ตอนที่ 181 รู้สึกเหมือนไฟช็อต


กลับลงมาที่พื้นที่ริมทะเลสาบของทะเลสาบเทียมเมฆ เย่ว์หยางกลับพบเรื่องที่ทำให้เขาประหลาดใจ เมื่อฮุยไท่หลางกลับไปเป็นอสูรทองแดงระดับ 3 จากที่เป็นอสูรเงินระดับ 4 ฮุยไท่หลางจากเดิมมีอยู่สองหัว กลับกลายเป็นมีอยู่แค่หัวเดียว ตัวของมันเต็มไปด้วยบาดแผลดูแล้วแทบถึงตาย เย่ว์หยางทำอะไรไม่ถูก แต่ก็แทบลมจับเมื่อเห็นเช่นนี้

สัตว์อสูรของนักสู้อื่นจะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อได้สู้มากขึ้น อันดับชั้นของพวกมันก็ยังจะดีขึ้นอีกด้วย เจ้านี่เป็นหมาดีแท้ๆ กลับตรงกันข้าม อันดับร่วงลงมาจากชั้นเงินเป็นชั้นทองแดง

จากนั้น เขามองเห็นเจ้ายักษ์สิงเหมิ่งนอนอยู่หน้าฮุยไท่หลาง

ดูเหมือนว่าเมื่อเจ้ายักษ์สิงเหมิ่งพยายามจะหลบหนี เขาต่อสู้กับฮุยไท่หลางอย่างหนัก ในที่สุด ปีศาจดินทลายภูผาผู้ทรงพลังนี้ก็พ่ายแพ้ให้กับฮุยไท่หลางอย่างน่าอนาถ

“เป็นสิงเหมิ่งที่ทำร้ายเจ้าจนอยู่ในสภาพนี้หรือเปล่า?”

เย่ว์หยางประหลาดใจเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเรื่องแบบนั้นไม่น่าเกิดขึ้นได้

ร่างของฮุยไท่หลางเต็มไปด้วยบาดแผล มีแผลใหม่พาดทับแผลเก่า

ดูเหมือนมันผ่านการต่อสู้มามากกว่าหนึ่งครั้ง

ที่สำคัญก็คือ เขาได้ออกคำสั่งให้มันปกป้องจิ้งจอกหิมะสามหาง มันแอบมาถึงที่นี่อีกเมื่อไหร่? พอเห็นว่าจิ้งจอกสามหางไม่อยู่ที่นั่น เขารีบถามฮุยไท่หลาง

“จิ้งจอกหิมะของโล่วฮัวอยู่ที่ไหน?”

พอได้ยินว่าเย่ว์หยางถามถึงจิ้งจอกหิมะสามหาง ฮุยไท่หลางก้มหัวลงอย่างละอายใจ

เย่ว์หยางถึงกับเหงื่อตก จิ้งจอกหิมะสามหางถูกฆ่าหรือ? จบสิ้นกันสำหรับเขา เขาจะอธิบายเรื่องนี้ได้อย่างไรเมื่อโล่วฮัวฟื้นขึ้นอีกครั้ง?

ฮุยไท่หลางเดินกระโผลกกระเผลกไปหาเย่ว์หยาง

มันทำใจเตรียมตัวถูกเย่ว์หยางทุบตีอย่างหนักเพราะความโกรธ... พอเห็นสารรูปที่น่าสงสารของมัน เย่ว์หยางก็คลายหมัด

“แกก็เป็นแค่หมาป่าตัวหนึ่ง ข้าคงไม่ขอให้แกทำอะไรให้ดีกว่า รอดมาได้ก็นับว่าไม่เลว”

เย่ว์หยางยื่นมือออกมาและแบ่งปราณก่อกำเนิดให้ฮุยไท่หลาง ช่วยให้มันได้สมานแผลอย่างรวดเร็ว

นี่เองทำให้ฮุยไท่หลางตื่นเต้นจริงๆ มันเชิดหน้าหอนเป็นเวลานาน แสดงความยินดีกับเจ้านายมัน

เมื่อเย่ว์หยางปล่อยปราณก่อกำเนิดเข้าร่างฮุยไท่หลาง เขาตระหนักได้ถึงบางอย่างที่ใหม่

ทำไมถึงมีวงแหวนอักขระสีทองและสีขาวไหลออกมาจากมือของเขาอย่างแผ่วเบา? เป็นไปได้ไหมว่านี่เป็นปรากฏการณ์พิเศษของปราณก่อกำเนิดระดับ 1? เย่ว์หยางสับสน สิ่งที่ึลึกลับที่สุดก็คือว่า มีวงแหวนอักขระโบราณบนแขนของเขา

ยิ่งไปกว่านั้น วงแหวนอักขระโบราณทั้งหลายเหล่านี้ ยังสามารถเคลื่อนไหวได้เอง เปลี่ยนรูปทรงของอักขระโบราณไปเป็นแบบต่างๆ เย่ว์หยางไม่สามารถจับต้นชนปลายได้ถูก

เรื่องที่แปลกประหลาดมากกว่าก็คือ เย่ว์หยางรู้ว่าวงแหวนอักขระโบราณเหล่านี้มีผลต่อพลังปราณก่อกำเนิดของเขาเป็นพิเศษ ด้วยพลังวงแหวนอักขระโบราณกับปราณก่อกำเนิดของเขา ผลของการรักษาด้วยปราณก่อกำเนิดของเขาจึงกล้าแข็งขึ้นอย่างน้อยสิบเท่า

กายและวิญญาณของฮุยไท่หลางสดชื่นทันที มันทำอะไรไม่ถูก จึงได้แต่หอน

ทันใดนั้น อักขระโบราณสีทองปรากฏอยู่ที่หน้าผากของมัน วงแหวนอักขระที่ยังไม่คงที่บนแขนของเย่ว์หยาง ไปปรากฏอยู่ที่ระหว่างตาของมันด้วย จากนั้นลำแสงสีทองก็กระจายออกมาจากตัวของมัน

ความผิดปกตินี้ทำให้เย่ว์หยางสะดุ้งกระโดดถอยออกมา

เขาตกใจแต่ในที่สุดก็ตระหนักได้ว่าฮุยไท่หลางสามารถแปลงกายได้ มันซ่อนความแข็งแกร่งที่แท้จริงของมันได้ด้วยหรือ?

ตอนนี้เย่ว์หยางสงสัยว่า ฮุยไท่หลางกลายเป็นอสูรทองระดับ 5 มาได้ระยะหนึ่งแล้ว ลักษณะของมันเป็นเหมือนกับอสูรทองแดงระดับ 3 ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะผลจากการใช้วงแหวนอักขระโบราณรักษามัน

แม้แต่เขาคงไม่สามารถเห็นเหตุเช่นนี้ได้ ถ้าแม้แต่ทักษะญาณทิพย์ระดับ 3 ของเขายังไม่สามารถเห็นมันได้ อย่างนั้นเย่ว์หยางสามารถพนันได้ว่า นักรบธรรมดาคงไม่สามารถเห็นได้ว่าฮุยไท่หลางเป็นหมาป่าปีศาจ อสูรทองระดับ 5

ฮุยไท่หลางอยู่กับเขานานเกินไป จนมันเรียนรู้วิธีล่อหลอกและใช้ทักษะลวงได้เหมือนเขาหรือ?

“หมาอะไรกันนี่?”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนก็อยากรู้อยากเห็น อย่างไรก็ตาม นางไม่ได้สงสัยเรื่องการแปลงกาย แต่เป็นอักขระโบราณที่หน้าผากของฮุยไท่หลางมากกว่า

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรู้ว่าฮุยไท่หลางรออยู่ที่เชิงเขา มันไม่ได้รับพลังอักขระโบราณแต่อย่างใด

มันไม่ได้ทำสัญญากับเย่ว์หยางเลย แล้วมันครอบครองอักขระอัญเชิญโบราณได้อย่างไร?

เย่ว์หยางคิดว่าองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนพูดถึงเรื่องฮุยไท่หลางแปลงกายจากอสูรทองแดงระดับ 3 ไปเป็นอสูรทองระดับ 5 และคำอธิบาย

“ข้าก็ยังไม่แน่ใจเช่นกัน แต่ฮุยไท่หลาง เดิมทีเป็นอสูรเงินระดับ 4 บางทีคงเป็นพัฒนาการบางอย่างทำให้มันเปลี่ยนเป็นอสูรทองระดับ 5 ได้ ข้าคาดว่ามันได้เรียนรู้ทักษะชนิดหนึ่งมา ดังนั้นมันจึงซ่อนตัวอยู่ในรูปอสูรทองแดงระดับ 3 ได้ ข้าไม่รู้รายละเอียดของเหตุการณ์และฮุยไท่หลางมันก็บอกไม่ได้ ข้าจึงไม่มีทางหาความจริงในตอนนี้ได้”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเหงื่อตก

“หน้าโง่! สัตว์อสูรที่มีภูมิปัญญาสูงส่งจะปกปิดพลังของพวกมันได้ ภูมิปัญญาที่สูงส่งของพวกมัน ทำให้มันปกปิดได้ดีขึ้น แล้วมันจะแปลกอะไรกันเล่า? แต่หมาของเจ้าตัวนี้ไม่รู้วิธีซ่อนพลังของมัน กลับเป็นอักขระโบราณที่ช่วยมันปกปิดความแข็งแกร่งไว้...”

“อา.. มีอักขระโบราณจริงๆ ด้วย! ฮุยไท่หลาง แกทำสัญญากับคนอื่นแล้วหรือ?”

เย่ว์หยางตกใจ

“โฮ่ง!”

ฮุยไท่หลางรีบปฏิเสธ จากนั้นมันทำตัวเหมือนสัตว์เลี้ยงที่ซื่อสัตย์และทุ่มเทให้กับเย่ว์หยาง

“เจ้าแยกไม่ออกหรือ ระหว่างอักขระสัญญาและอักขระอัญเชิญ? อักขระที่อยู่บนหน้าผากของมันเป็นอักขระอัญเชิญโบราณ มันคล้ายกับอสูรสายเสริมพลังซึ่งมีความสามารถในการเพิ่มพลังความแข็งแกร่งให้กับร่างของผู้ครอบครองมัน ตัวของเจ้าก็มีอักขระโบราณด้วยไม่ใช่หรือ?”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรู้สึกว่าเย่ว์หยางควรจะศึกษาในสถาบันอย่างน้อยก็ร้อยปี มิฉะนั้นเขาคงจะกลายเป็นตัวตลกที่ไม่รู้อะไร

“เฮ้, อย่าเอาข้าไปเปรียบเทียบกับมันสิ แม้ว่าข้าจะเป็นเหมือนแบบนี้ แต่ข้าก็ยังเป็นนายของมัน!”

เย่ว์หยางรู้สึกว่าเขาถูกเปรียบเทียบกับฮุยไท่หลาง ชื่อของเขาถูกเชื่อมโยงล้อเลียนได้ง่ายเสียด้วย

“มันเป็นหมาโง่ตัวหนึ่ง และเจ้าเป็นสุนัขป่าลามกตัวหนึ่ง พวกเจ้าก็เหมือนกันนั่นแหละ...”

แน่นอนว่า องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนมุ่งไปที่การเชื่อมโยงที่เย่ว์หยางต้องการหลีกเลี่ยง เย่ว์หยางได้แต่วาดวงกลมแก้เก้ออยู่ที่มุมหนึ่งอย่างหดหู่ใจ

ด้วยการเฝ้าระวังและป้องกันตัวอย่างเต็มที่ มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะปล้ำองค์หญิงได้

ตามที่กวีชวีหยวนกล่าวไว้ว่า

“หนทางข้างหน้ายาวไกล ข้าจะแสวงหาทั้งสูงและต่ำ”

เย่ว์หยางคิดแปลงบทกวีนั้นเป็น

“สองเต้าข้างหน้าทั้งใหญ่และชวนมอง ข้าจะคลำทั้งสูงทั้งต่ำ..”

นี่มันยากเกินไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ถ้าการจีบสาวเป็นความรู้ที่ต้องศึกษากันตลอดชีวิต นอกจากต้องคอยบันทึกเวลา สถานที่และโอกาสที่เหมาะสมแล้ว เขาคงต้องมีทักษะบางอย่าง เย่ว์หยางไม่เชื่อว่าเขาไม่สามารถทำให้องค์หญิงแม่เสือสาวเชื่องได้ ถ้าเขาได้ใช้ทักษะ 36 กลยุทธ์เกี้ยวสาว และ 108 วิธีเลือกสาว”

ที่เขาทำอยู่ในโลกเดิม

ถ้านางเป็นองค์หญิงแล้วจะเป็นยังไง?

เดิมทีพวกเจ้าหญิงเกิดมาในโลกนี้ เพื่อให้เขาปล้ำได้.. จินตนาการเย่ว์หยางเตลิดเปิดเปิง

ไกลออกไป ประกายเงาสายหนึ่งแว่บขึ้น เย่ว์หยางเห็นแสงสีเงินพุ่งวาบตรงมาที่พวกเขาอย่างเร็ว

มันเร็วเหมือนกับดาวตกบนท้องฟ้า แม้จะมองด้วยทักษะญาณทิพย์ระดับ 3 เขาก็ยังไม่สามารถมองเห็นได้ชัด ประกายแสงสีเงินพุ่งเข้ามาใกล้เย่ว์หยาง

แสงสีเงินที่เคลื่อนที่กลายเป็นสงบนิ่ง อยู่ในสภาพไม่เคลื่อนไหวในเวลาไม่ถึงวินาที

เมื่อเย่ว์หยางสังเกตดูมันอย่างระวัง เขาก็รู้ได้ว่ามันคือจิ้งจอกหิมะสามหางของเจ้าเมืองโล่วฮัว เป็นอันว่ามันไม่ตาย เย่ว์หยางเอื้อมมือไปที่มันอย่างยินดี ตั้งใจจะอุ้มจิ้งจอกน้อยและตะโกนลั่นท้องฟ้า

อย่างไรก็ตาม มือของเขากลับคว้าความว่างเปล่า จิ้งจอกหิมะสามหางพุ่งไปอยู่บนหลังขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน ที่เจ้าเมืองโล่วฮัวยังนอนไม่ได้สติอยู่ มันคลอเคลียอยู่ที่หน้าเจ้านายมันด้วยปุยหางที่นุ่ม มันดูอ่อนโยนและรักเจ้านายมาก

ฮุยไท่หลางรีบพยายามเลียนแบบวิธีการของจิ้งจอกหิมะโดยกระดิกหางให้เจ้านายมัน มันรีบวิ่งไปอยู่ข้างเจ้านายมันใช้หางใหญ่ปัดใส่เขาไปมา อย่างไรก็ตาม หางของมันกลับปัดสะเก็ดหิมะกระจายไปทั่วทุกที่แทน

“อยากตายนักหรือแก?!”

เย่ว์หยางทนไม่ไหวจริงๆ เขาเตะมันจนกระเด็นไปสิบเมตร

“โฮ่ง..!”

ฮุยไท่หลางก็เข้าใจในที่สุดว่า มันคงมีชะตาโดนทุบตีตลอดชีวิตแน่ มันโชคไม่ดีที่กำเนิดมาเป็นแบบนี้ มันไม่มีโชคดีพอที่จะสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้านายมันได้ ยิ่งไปกว่านั้น หางของมันยังแข็งยิ่งกว่าแปรงเหล็ก คงไม่สะดวกนักที่จะใช้ปัดใส่ตัวเจ้านายของมัน เทียบกับขนหางนุ่มๆ ของน้องจิ้งจอกแล้วต่างกันราวฟ้ากับดิน ฮุยไท่หลางรีบก้มหัวลงอย่างขายหน้า และเชื่อฟังเจ้านายต่อไป

ยามราตรี เจ้าเมืองโล่วฮัวก็ฟื้นขึ้นในที่สุด

จิ้งจอกหิมะสามหางนำดอกไม้เล็กที่บานอยู่ใกล้หน้าผามาให้เจ้านายมันดอกหนึ่ง เจ้าเมืองโล่วฮัวมีความสุขมาก นางลูบหัวมันเบาๆ อย่างปลื้มใจ

ฮุยไท่หลางสังเกตดูและมันคิดอยู่เงียบๆ วิธีประจบเจ้านายแบบนี้ มันสามารถทำได้

มันหาดอกไม้สดอยู่นาน แต่ก็หาไม่เจอ ในที่สุดมันก็พบดอกหญ้าหางหมาดอกใหญ่ขนนุ่ม มันรีบงับแล้วเอากลับมาให้เย่ว์หยาง

เย่ว์หยางถึงกับหัวเสียเมื่อเห็นมัน เขาตะโกนลั่นว่า

“ไปเลย! ไปอยู่ห่างๆ ข้า!”

จากนั้นฮุยไท่หลางจึงเข้าใจว่าเจ้านายของมันไม่ชอบดอกไม้และหญ้า เขาต่างจากเจ้านายของจิ้งจอกหิมะสามหาง พอเห็นการกระทำของมัน องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง นางยกหัวแม่มือให้เย่ว์หยาง “เหมือนกันทั้งนาย ทั้งหมา นี่พูดจริงๆ นะ!” เย่ว์หยางพอได้ยินก็โกรธทันที

“แม่เสือสาว! เจ้าพูดอะไร?”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนหัวเราะลั่น

“ไม่มีอะไร ข้าแค่จะบอกว่าหมาของเจ้า มันแสนรู้มาก บางทีมันใกล้จะวิวัฒนาการเป็นอสูรในตำนานก็ได้ ถ้าเจ้าพามันไปวิหารราศีเมษ พอผ่านได้แล้วก็จะได้รับพรปัญญาโดยรหัสโบราณ บางทีมันคงพัฒนากลายเป็นอสูรในตำนานก็ได้...”

“วิหารเมษหรือ?”

เย่ว์หยางสนใจทันทีเมื่อได้ยินเช่นนี้

เจ้าเมืองโล่วฮัวและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนได้ฝึกคัมภีร์ของพวกนางมาแล้วตั้งแต่อายุยังน้อย ดังนั้นชั้นและอันดับของพวกนางจึงสูงมากในตอนนี้

พวกนางเป็นนักสู้สูงเกินระดับ 5 เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ส่วนเขา ตรงกันข้าม ยังไม่ได้เลย เขาไม่ได้ใช้คัมภีร์อัญเชิญของเขา ดังนั้น เขาจึงยังคงอยู่ที่ระดับ 2 (ผู้กล้า) ในตอนนี้

ถ้าเขาสามารถผ่านวิหารราศีเมษมาครั้งหนึ่งแล้ว ไม่ใช่แค่ฮุยไท่หลางเท่านั้น เขาคิดว่าแม้แต่ปีศาจดอกหนามก็สามารถกลายเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้ สำหรับนางพญากระหายเลือด เย่ว์หยางไม่กังวลถึงนางอีกต่อไป เนื่องจากนางพญากระหายเลือดพูดได้แล้วในตอนนี้ แม้ว่านางจะยังไม่ใช่อสูรศักดิ์สิทธิ์

แต่นางก็อยู่ไม่ห่างจากการพัฒนาเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ เป้าหมายของเย่ว์หยางคือฝึกฝนให้นางพญากระหายเลือดเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถทำสัญญากับคัมภีร์ด้วยตัวนางเอง

“การเดินทางครั้งนี้ทำให้ข้าเหนื่อยแทบตายจริงๆ, ข้าต้องกลับบ้านและพักฟื้นสักระยะก่อน แต่เราทำกำไรได้ค่อนข้างมากจริงๆ”

เจ้าเมืองโล่วฮัวหยิบก้านต้นหญ้าประกายดาวออกมาจากกล่องหยกของนางและวางลงในกล่องหยกใบเล็กอีกใบหนึ่งก่อนส่งให้เย่ว์หยาง นางมองเย่ว์หยางด้วยสายตาที่ทำให้เขารู้สึกอยากหอนแบบหมาป่านานๆ แล้วกระโจนเข้าหานาง แม้ว่านางจะไม่พูดอะไรออกมา แต่สายตาของนางเปี่ยมแววนุ่มนวลอบอวลด้วยความรัก

เมื่อตอนที่เย่ว์หยางไปอาบน้ำในทะเลสาบและตรวจสอบดูอสูรน้ำ ในตอนนี้องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนจึงได้บอกเล่านางถึงวิธีการที่เย่ว์หยางพยายามช่วยนางก่อนหน้านั้น เหตุผลที่ทำให้สายตานางอ่อนโยนในตอนนี้ก็เพราะนางได้ยินเรื่องการกระทำโง่ๆ ของเย่ว์หยางที่พยายามจะช่วยนาง

“พวกท่านต้องการจะจูบอำลาไหม? ไม่ต้องเกรงใจข้าก็ได้นะ!”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนหันศีรษะไปทางอื่น ทำเป็นให้โอกาสเจ้าเมืองโล่วฮัวและเย่ว์หยางได้จูบอำลา

“เชี่ยนเชี่ยน, เจ้า..ก็”

เจ้าเมืองโล่วฮัวถึงกับเสียอารมณ์ แก้มซีดของนางเปลี่ยนเป็นสีแดง

ใจจริงแล้ว เย่ว์หยางต้องการจะจูบโล่วฮัว แต่ถ้าไม่ใช่เพราะองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนทำเสียอารมณ์ เขาคิดว่าอารมณ์ดีพอที่จะทำอะไรดีๆ กับโล่วฮัวได้ แต่ตอนนี้นางทะลุกลางปล้องจนอารมณ์โรแมนติคพังทลายหมด เหมือนทำนองว่าเมื่อไม่ได้กินก๋วยเตี๋ยว เขาก็ไม่ได้กินน้ำซุปเช่นกัน

เย่ว์หยางผิดหวังกับองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนจริงๆ อารมณ์ฝันหวานสีชมพูโดนนางทำลายเรียบ

เจ้าเมืองโล่วฮัวดูเหมือนนางต้องการกอดเย่ว์หยางแสดงความชื่นชอบของนาง แต่เพราะองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนพูดเช่นนั้น นางจึงไม่สะดวกใจที่จะทำแบบนั้น

นางเปิดม้วนเทเลพอร์ตทันทีและโบกมือให้เย่ว์หยาง

“ข้าไปก่อนนะ!”

เย่ว์หยางแทบใจสลาย

เขาน่าจะได้จูบอำลาสักนิดก็ยังดี แต่กลับถูกทำลายโอกาสโดยองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน นางต้องจงใจทำแน่ ไม่ นี่ไม่น่าจะทำได้ เมื่อเจ้าเมืองโล่วฮัวจากไป เขาจะต้องบังคับจูบองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนให้ได้ร้อยครั้งเป็นการชดเชยโอกาสที่เสียไป มิฉะนั้น เขาคงไม่สามารถจัดการความว้าวุ่นใจของเขาได้

แต่ก่อนที่จะเข้าประตูเทเลพอร์ตไป เจ้าเมืองโล่วฮัวยื่นมือของนางออกมากะทันหัน ใช้นิ้วมือของนางสัมผัสริมฝีปากเย่ว์หยางด้วยความรักชั่วขณะ

เหมือนมีกระแสไฟฟ้าชนิดหนึ่งแล่นไปทั่วกายของเย่ว์หยาง

หัวใจของเขาเต้นถี่ถึง 300 ครั้งต่อนาที

เลือดของเขาเดือดพล่านจนแทบพุ่งขึ้นท้องฟ้า เย่ว์หยางเกือบจะเงยหน้าหอนเสียงดังเสียแล้ว

แรงเสียดสีก่อให้เกิดกระแสไฟฟ้า เย่ว์หยางตระหนักว่า เขารู้สึกว่าตลอดทั้งร่างมีกระแสไฟฟ้าแล่นอยู่ทั่วในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามันจะไม่ใช่ความรู้สึกที่ดี แต่มันก็สะดวกสบาย มีความรู้สึกยอดเยี่ยมในหัวใจจนสุดจะพรรณนา ไม่ว่ายังไงก็ตาม เขารู้สึกเหมือนเสวยสุขอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า

“มันก็แค่ลูบริมฝีปากธรรมดาๆ ไม่ใช่เหรอ? ดูแล้วเจ้ากลายเป็นไร้ประโยชน์ได้ไง มานี่สิ องค์หญิงจะช่วยให้เจ้าได้ลูบริมฝีปากได้มากขึ้น ข้าจะใช้ส่วนอื่นที่ดีกว่านิ้วเสียอีกนะ เจ้าก็รู้...”

พอเห็นใบหน้าที่เคลิบเคลิ้มเป็นสุขของเย่ว์หยาง องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรู้สึกอิจฉาอยู่ในใจเป็นอย่างมาก นางถอดรองเท้าออกและยกเท้าที่ไร้ตำหนิเตรียมโดดเตะใส่หน้าเจ้าเด็กนี่ ดูซิว่าเขายังจะกล้าแสดงสีหน้าลามกสุขสมต่อหน้าอีกต่อไปหรือไม่

“เฮ้, ข้ารู้แล้วว่าเจ้าไม่มีเจตนาดีตั้งแต่แรกแล้ว”

ปฏิกิริยาของเย่ว์หยางว่องไว เขาจับท่าเตะขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนด้วยการขยับครั้งเดียว

เขาพยายามหลบหลีกลูกเตะของนาง และเตรียมจะเหวี่ยงนางเข้ากับผนังภูเขาและถือโอกาสเอาเปรียบนาง

ใครจะคาดคิดกันว่า ชุดของเย่ว์ปิงที่เดิมทีก็เล็กมากสำหรับองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนอยู่แล้ว กลับฉีกขาดตอนที่เย่ว์หยางยกขาของนาง? กางเกงขาดตรงเป้าพอดี เผยให้เห็นผิวขาวราวหิมะของนาง

สิ่งที่เกิดขึ้นเกินกว่าที่ทั้งสองคนคาดไว้มาก แม้ทั้งคู่ก็พลอยตกตะลึงไปด้วย

เย่ว์หยางและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนทำได้แต่เพียงจ้องหน้ากันไปมาอยู่นาน โดยไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ที่มา : https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=191

จบบทที่ ตอนที่ 181 รู้สึกเหมือนไฟช็อต

คัดลอกลิงก์แล้ว