เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 เสียงเรียกของไคโด

บทที่ 13 เสียงเรียกของไคโด

บทที่ 13 เสียงเรียกของไคโด


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 13 สายจากไคโด

"ทำไม! ฉันเป็นคนเตรียมเรือลำนี้ ทำไมฉันจะต้องออกไปสอดแนมด้วย! พวกนายบินได้เร็วกว่าฉันมากนะ”

ในท้องทะเล ควีนที่อยู่ในร่างของโทรพิอุสกำลังบินอยู่ด้านข้างเรือ เขาถูกส่งไปสอดแนมบริเวณทะเลโดยรอบ เห็นได้ชัดว่าเขามีเรื่องอยากจะแย้งอีกมากมาย

"คุณไคโดเป็นกัปตัน ท่านสัตว์ศักดิ์สิทธิ์บินไม่ได้และฉันก็ต้องคอยดูแลท่าน ใครจะไปอีกถ้าไม่ใช่แก?”

“ก็ยังมีเด็กที่ชื่อคิงอยู่ไม่ใช่หรือไง?”

“เขากินพื้นที่เท่าไร และแกกินพื้นที่เท่าไร? นอกจากนี้คิงยังต้องบังคับเรืออีกด้วย ไม่คิดเหรอว่าที่บนเรือมันกว้างมากขึ้นขนาดไหนตอนที่แกออกไป? หากแกเตรียมเรือที่ใหญ่กว่านี้ไว้ เรื่องแบบนี้มันคงไม่เกิดขึ้นหรอก!”

ควีนยังคงลอยอยู่ด้านข้างของเรือ ส่วนเชย์น่าก็คอยตำหนิตัวเขา

“ไม่ใช่ว่าแกบอกว่าอยากลองใช้ความสามารถใหม่ของตัวเองเหรอ? นี่ไงเป็นโอกาสอันดีแล้ว ลุยเลย”

เรื่องการโต้เถียงระหว่างเชย์น่าและควีน ไคโดไม่ได้มีความสนใจที่จะเข้าไปยุ่งด้วยเลย ในมุมมองของเขา สิ่งนี้เป็นเรื่องปกติและเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับว่าในบรรดาผู้คนทั้งหมดในที่นี่ ควีนกินพื้นที่เยอะที่สุด

เพราะหลังจากที่เขาบินขึ้นไป เรือไม่เพียงแต่มีขนาดกว้างขวางมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีความเร็วมากขึ้นอีกด้วย

ควีนโบกปีกคล้ายใบไม้บนหลังแล้วบินสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า เขาเองก็ต้องการเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับร่างใหม่ของเขาโดยเร็วที่สุด

“จะว่าไปแล้ว ที่แห่งนี้คือที่ใดกันแน่?”

เมื่อมองดูทะเลที่ไม่มีที่สิ้นสุด อาร์เซอุสก็ต้องการทราบว่านี่คือทะเลใด ทะเลทั้งสี่หรือแกรนด์ไลน์ แล้วถ้าเป็นแกรนด์ไลน์ เป็นส่วนแรกหรือครึ่งหลัง

ในยามนี้ โรเจอร์ยังไม่ได้เป็นราชาโจรสลัด ทั้งยังมีผู้ทรงพลังมากมายที่สามารถพบได้ทุกที่ในท้องทะเล และศัตรูที่พบในภูมิภาคทะเลนั้นก็จะแตกต่างกันไปเช่นกัน ดังนั้นเรื่องนี้จึงสำคัญอย่างยิ่งยวด

ด้วยความแข็งแกร่งของคนในเรือลำเล็กนี้ ตราบใดที่พวกเขาไม่อยู่ในนิวเวิลด์ พวกเขาก็สามารถไปทุกที่ได้โดยไม่ถูกขัดขวาง

“ขออภัยท่านสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ด้วย เราไม่ทราบว่าที่นี่คือที่ไหน เราอยู่ใกล้กับหมู่เกาะชาบอนดี้ตอนก่อนที่จะถูกจับกุม จุดที่ห้องทดลองตั้งอยู่นั้นข้าไม่อาจทราบได้”

“อืม...สถาบันวิจัยนั้นอยู่ในเรดไลน์ เราออกมาจากเรดไลน์กันแล้ว ยามนี้ที่เราอยู่คือเซาท์บลู และทิศทางที่เรากำลังมุ่งหน้าไปคือคาล์มเบลต์”

ควีนบินไปรอบๆ แล้วร่อนกลับมา พร้อมกับบอกอาร์เซอุสถึงสิ่งที่เขาอยากรู้

แกรนด์ไลน์และเรดไลน์แบ่งโลกนี้ออกเป็นสี่ส่วนเหมือนกับลองจิจูดและละติจูด ทั้งสองด้านของแกรนด์ไลน์มีคาล์มเบลต์อันกว้างใหญ่และด้านล่างมีรังของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์อย่างเจ้าทะเล ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อเรือในท้องทะเลมากที่สุด

มีทางเดียวเท่านั้นที่โจรสลัดธรรมดาจะเข้าสู่แกรนด์ไลน์ได้ นั่นคือการผ่านกระแสน้ำที่ไม่สมเหตุสมผลของรีเวิร์สเมาน์เทน

สำหรับกลุ่มโจรสลัดเช่นพวกเขาที่สามารถบินได้ รีเวิร์สเมาน์เทนไม่ใช่ตัวเลือกเลย ดังนั้นการข้ามไปทางคาล์มเบลต์จะสะดวกกว่ามากสำหรับพวกเขา

นี่ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการออกจากแกรนด์ไลน์ รีเวิร์สเมาน์เทนเป็นเส้นทางเที่ยวเดียว และไม่มีถ้ำใต้น้ำด้านล่างเหมือนเกาะมนุษย์เงือก ดังนั้นการเข้าหรือออกจากแกรนด์ไลน์จึงไม่ใช่เรื่องง่าย

คนธรรมดาสามารถใช้แมรีจัวส์เพื่อไปยังทุกจุดของโลกทางบกได้หากมีเงินมากพอ แต่มันก็ต้องเปลี่ยนเรือด้วย ซึ่งโจรสลัดอย่างพวกเขาไม่มีสิทธิ์เลยที่จะใช้มันได้

สำหรับโจรสลัดที่ต้องการออกจากแกรนด์ไลน์และกลับสู่ท้องทะเลทั้งสี่ พวกเขาจะต้องละทิ้งเรือ ปีนขึ้นไปบนรีเวิร์สเมาน์เทนหลีกเพื่อเลี่ยงสายตาและหูของรัฐบาลโลก และใช้โอกาสนี้ในการกลับไปยังทะเลทั้งสี่ หรืออีกทางคือข้ามไปยังคาล์มเบลต์

ไม่มีสิ่งใดรับประกันว่าคาล์มเบลต์จะปลอดภัย แต่ตราบใดที่เรือของพวกเขามีแหล่งพลังงานมากพอ พวกเขาก็จะสามารถหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่เจ้าทะเลรวมตัวกัน ทั้งยังเดินทางผ่านได้อย่างปลอดภัย

รัฐบาลโลกและทหารเรือนั้นปล่อยปละให้โจรสลัดเจ้าปัญหามากมายเข้าไปในแกรนด์ไลน์ และไม่ได้ตั้งป้อมปราการที่ป้องกันรีเวิร์สเมาน์เทนและหมู่เกาะชาบอนดี้ อาจเพราะว่ามันมีความเสี่ยงสูงอยู่แล้ว

เมื่อเปรียบเทียบกับท้องทะเลทั้งสี่อันกว้างใหญ่ พื้นที่ของแกรนด์ไลน์นั้นเล็กกว่ามาก แม้ว่าจะมีผู้แข็งแกร่งมากมายที่นี่ แต่รากฐานที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลโลกก็คือพลเรือน จำนวนพลเรือนในทะเลทั้งสี่นั้นมีมากกว่าจำนวนคนในแกรนด์ไลน์มากพอสมควร

ดังนั้นการไปจัดการปัญหาของพลเรือนบนบกก่อน ย่อมดีกว่ามาเสียเวลากับการจัดการกับพวกโจรสลัดพวกนี้

นี่อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาคาราคาซังของรัฐบาลโลก

แต่สิ่งที่รัฐบาลโลกต้องการทำนั้นหาใช่เรื่องที่อาร์เซอุสต้องสนใจ ในยามนี้ อาร์เซอุสก็ได้ตระหนักถึงอะไรบางอย่าง คนที่บอกทางคือควีน ไม่ใช่ไคโด

“ไคโด นี่มันอะไรกัน? หรือว่าควีนรู้ว่าจอห์นอยู่ที่ไหนน่ะ?”

นับตั้งแต่ที่ไคโดบอกว่าเขาได้พบศิลาแห่งชีวิตนั้นอยู่ในห้องเก็บสมบัติของกลุ่มโจรสลัดร็อคส์ อาร์เซอุสก็จึงอยากตามหาจอห์นให้พบเร็วๆ

มันไม่สำคัญเลยว่าไคโดจะเอาชนะจอห์นได้หรือไม่ ตราบใดที่เขาไปถึงระยะของศิลา  เขาก็สามารถทำให้ศิลากลับมาอยู่ใต้อาณัติของเขาได้

การไร้ซึ่งความแข็งแกร่งนั้นช่างน่าสังเวชเสียจริง กระทั่งเกาหลังตัวเอง เขาก็ยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ

รอบตัวของเขามีวงแหวนพิเศษรอบเอวที่ถูกเรียกขานว่า “พันกร” มันเป็นส่วนหนึ่งของพลังของเขาด้วย ตามตำนานกล่าวกันว่าอาร์เซอุสเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีมือนับพันมือ ซึ่งก็คือเจ้าสิ่งนี้

ยังดีที่พันกรที่ว่านี้ไม่ได้ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของเขา แม้มันจะดูแข็งปานเหล็ก แต่เขาก็สามารถควบคุมมันได้ เช่นเมื่อเขาต้องการนอนบนที่ราบ พันกรจะกลับกลายนุ่มนวลและคลายความแข็งลง

มันต้องใช้ศิลาประมาณสี่แผ่นเพื่อเปิดใช้งานพลังของพันกร ซึ่งมันก็จะทำให้เขาสามารถควบคุมพลังแห่งการดัดแปลงและการบิน แต่หากเขาได้ศิลาแห่งจิตใจมา มันก็คงดีกว่ามากโข

มีความเป็นไปได้ที่หนึ่งในสิบหกศิลาอันเป็นสมบัติของกัปตันจอห์นจะเป็นศิลาประเภทพลังจิต  เขาจะต้องได้มันมาให้ได้ เพราะเขาได้จ่าย "เงินเดือน" สำหรับศิลานั้นไว้ล่วงหน้าไปแล้ว

“แน่นอนว่าควีนไม่รู้หรอก ฉันบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันไม่รู้ที่อยู่ของเขา? ตอนนี้น่ะเราต้องหาลูกเรือเพิ่มก่อน ไม่เช่นนั้นเราคงจะต้องทำหลายอย่างด้วยตัวเองมากเกินไป ไม่ต้องกังวลหรอก ด้วยอุปนิสัยของชายคนนั้น เขาคงจะไม่อยู่ในทะเลทั้งสี่อีกต่อไปแล้ว  ทว่าด้วย”โอกาสที่จะทำเงิน" เขาคงก่อตั้งกลุ่มโจรสลัดขึ้นมาแน่ ฉันมั่นใจได้สองอย่าง ประการหนึ่งคือเขาจะออกตามหาสมบัติลับในตำนานนี้ และสิ่งนั้นคงอยู่ในแกรนด์ไลน์ จอห์นเป็นคนที่โลภมาก ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยมันไปแน่”

ไคโดพูดกับควีนราวกับจะพิสูจน์สิ่งที่เขากล่าวออกมา “ควีน ช่วยเอาแมลงโทรสารมาให้ฉันหน่อย”

หลังจากได้รับแมลงโทรสารจากควีนแล้ว ไคโดก็กดหมายเลขไป

“พูรูรุรุ~ พูรูรุรุ~”

หลังจากเสียงหนึ่งได้ดังขึ้น รูปลักษณ์ของแมลงโทรสารก็เปลี่ยนไปเป็นอีกแบบหนึ่งและมีเสียงผู้หญิงดังออกมาจากนั้น

“แหม อืม~ไคโด หายากจริงๆ เลยนะที่เธอจะโทรหาฉัน ฉันไม่ได้ยินเสียงเธอมาหลายปีแล้ว คิดว่าจะตายไปในหุบเขาพระเจ้าแล้วเสียอีก”

“หยุดพูดเล่นได้แล้ว หลินหลิน ไม่มีทางที่ฉันจะตายในสถานที่นั้นหรอก ฉันแค่อยากจะถามคำถามเธอนิดหน่อย เธอน่าจะรู้ว่าจอห์นหนีไปไหนใช่ไหม?”

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 13 เสียงเรียกของไคโด

คัดลอกลิงก์แล้ว