เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 111 ยอดฝีมือแห่งแคว้นร้อยอสูร

บทที่ 111 ยอดฝีมือแห่งแคว้นร้อยอสูร

บทที่ 111 ยอดฝีมือแห่งแคว้นร้อยอสูร


เมื่อเทของในแหวนมิติออกมาทั้งหมด ทุกคนก็ช่วยกันค้นหาอยู่ครู่หนึ่ง จนพบขวดกระเบื้องเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นยาถอนพิษ

เฟิงอู๋เฉินเปิดจุกขวด สูดดมเบาๆ แล้วพยักหน้า

“ใช่แล้ว”

หลังจากหลิวเฟยกลืนยาถอนพิษลงไป พิษที่ไหลเวียนอยู่ในเลือดของนางก็ถูกขจัดออกอย่างรวดเร็ว

ในไม่ช้า นางก็ฟื้นคืนสติ

เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้น สิ่งแรกที่หลิวเฟยเห็นก็คือใบหน้าของเย่เซียว

“ให้ตายเถอะ! ยายห้าว นี่เจ้ายังไม่ตายอีกเรอะ! ช่างดวงแข็งเสียจริง!”

มุมปากของหลิวเฟยกระตุก ก่อนจะยกเท้าถีบเย่เซียวจนลอยละลิ่ว

“ปากสุนัขของเจ้าไม่มีวันพูดสิ่งดีๆ ออกมาเลยสินะ?”

เย่เซียวที่นอนแผ่บนพื้น โวยวายขึ้นทันที

“ยายห้าว! เจ้าไม่รู้จักสำนึกบุญคุณรึ? ถ้าหากไม่ใช่เพราะคุณชายผู้นี้ไปเสี่ยงชีวิตหายาถอนพิษมาให้ ป่านนี้เจ้าคงไปเกิดใหม่แล้ว!”

หลิวเฟยเชิดคางขึ้น ไม่ยอมแพ้

“ก็ได้! ถ้าข้าตาย ข้าจะกลายเป็นวิญญาณตามหลอกหลอนเจ้าทุกวัน!”

เสิ่นหงอีเห็นทั้งสองคนเริ่มทะเลาะกันอีกครั้ง ก็ถอนหายใจยาว

“พอได้แล้ว!”

นางกล่าวพลางหันไปแสยะยิ้มมีนัยให้หลิวเฟย

“เมื่อครู่นี้ ตอนที่เจ้าหมดสติไป มีใครบางคนเกือบจะร้องไห้แล้วนะ…”

ใบหน้าของหลิวเฟยแดงก่ำทันที แต่กลับเงียบไม่พูดอะไร

เย่เซียวที่ถูกแฉ สีหน้ากระอักกระอ่วน รีบตอบกลับเสียงแข็ง

“ข้าก็แค่กลัวว่านางจะตายแล้วมาหลอกข้าเท่านั้นแหละ!”

“เงียบก่อน! มีบางอย่างกำลังมา!”

เฟิงอู๋เฉินกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พลางแนบหูลงกับพื้น

“จำนวนไม่น้อย กำลังใกล้เข้ามา! ให้ตายเถอะ…แม้แต่นิดเดียวก็ไม่ให้พักเลยหรือ?”

สิ้นเสียงของเขา

โฮกกกก!!

เสียงหอนดังกึกก้องขึ้นเป็นระลอก!

ดวงตาส่องประกายวาววับนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นรอบด้านของพวกเขา

เมื่อพิจารณาดูให้ดี กลับพบว่าสัตว์อสูรเหล่านั้น ล้วนเป็นหมาป่ารูปร่างใหญ่โต!

สัตว์อสูรเหล่านี้มีลักษณะคล้ายหมาป่าสีเทาทั่วไป ทว่าขนทั่วร่างกลับเป็นสีเงินบริสุทธิ์ มีเพียงแนวสันหลังที่ทอดยาวจากต้นคอจรดหางเท่านั้น ที่ปรากฏขนสีดำเรียงตัวเป็นเส้นสาย

“สัตว์อสูรระดับสี่! หมาป่าเหล็กสันหลังเงิน!”

“สัตว์อสูรระดับสี่งั้นรึ?”

แววตาของทุกคนพลันฉายประกายตื่นเต้น

“เช่นนั้นภายในร่างของพวกมัน ย่อมต้องมีแก่นอสูรอยู่ด้วยสินะ?”

แก่นอสูร!

สิ่งนั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะในร่างของสัตว์อสูรระดับสี่ขึ้นไปเท่านั้น

สำหรับเหล่าสัตว์อสูรแล้ว แก่นอสูรก็เปรียบเสมือนชีพจรวิญญาณและตันเถียนของมนุษย์ เป็นแหล่งกักเก็บพลังวิญญาณปริมาณมหาศาล

ด้วยเหตุนี้เอง แก่นอสูรจึงเป็นของล้ำค่าทั้งในศาสตร์การหลอมโอสถ

เพียงแค่แก่นอสูรของสัตว์อสูรระดับสี่ ก็สามารถขายได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นเหรียญทองเลยทีเดียว!

“ขนแผงคอสีดำบนหลังของหมาป่าเหล็กสันหลังเงินนั้นแข็งแกร่งประหนึ่งเหล็กกล้า แต่ลำคอของมันคือจุดอ่อน! หากคิดจะสังหารพวกมัน ควรต้องฟันให้ตายในกระบี่เดียว!”

“สาม!”

“สอง!”

“หนึ่ง! ลงมือ!”

เมื่อเฟิงอู๋เฉินออกคำสั่ง ทั้งสี่ร่างพลันพุ่งเข้าไปในฝูงหมาป่าพร้อมกัน!

ฉัวะ!

ในพริบตา หมาป่าเหล็กสันหลังเงินหลายตัวถูกสังหารในทันที!

โลหิตของสหายร่วมฝูง ปลุกสัญชาตญาณดุร้ายในตัวหมาป่าที่เหลือให้ปะทุขึ้น!

โฮกกกก!

แต่ละตัวอ้าปากอันเต็มไปด้วยเขี้ยวคม พุ่งเข้าจู่โจมทั้งสี่คนพร้อมกัน!

ท่ามกลางฝูงหมาป่ากำลังอาละวาด เสิ่นหงอีและหลิวเฟยได้ใช้กระบวนท่ากระบี่อำพรางถึงขีดสุด ก่อนกระบี่จะบรรลุเป้าหมาย ศีรษะของหมาป่าเหล็กสันหลังเงินกลับปลิดปลิวลงก่อนเสียอีก!

ส่วนเย่เซียว แม้จะยังมิได้ฝึกฝนวิชากระบี่ ทว่าความเร็วของเขากลับฉับไวถึงขีดสุด เกือบจะเหนือกว่าสัตว์อสูรระดับสี่เสียด้วยซ้ำ!

ผนวกกับการที่เขาสามารถสัมผัสกลิ่นคาวเลือดได้ดีขึ้น เพียงพริบตาเดียว ก็สามารถสังหารหมาป่าเหล็กสันหลังเงินไปหลายตัว

แต่ผู้ที่สังหารได้มากที่สุด ก็ยังคงเป็นเฟิงอู๋เฉิน!

ด้วยความเร็วที่มิได้เป็นรองเย่เซียวแม้แต่น้อย ผนวกกับเพลงกระบี่สังหารที่โหดเหี้ยม

ความเร็วในการสังหารของเขา รวดเร็วเหนือกว่าคนอื่นถึงสามเท่า!

หลังจากฟันฟาดหมาป่าเหล็กสันหลังเงินสามตัวตายคาที่ สายตาของเขาก็เห็นว่ามีหมาป่าอีกสิบกว่าตัวพุ่งเข้ามา!

ปลายกระบี่เพลิงสุริยันส่องประกาย พริบตาเดียว รัศมีกระบี่เก้าฉื่อก็ถูกปลดปล่อยออกมา!

การกวาดฟาดในแนวขวาง ก่อเกิดเป็นสายลมกรรโชกพัดกระหน่ำ

ภายใต้รัศมีกระบี่เก้าฉื่อ แม้แต่การป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของหมาป่าเหล็กสันหลังเงิน ก็มิอาจต้านทานได้!

พริบตาเดียว ร่างของพวกมันก็ถูกบดขยี้ ถูกฟันแยกออกเป็นสองท่อน!

ทั้งสี่ต่อสู้อย่างอาจหาญตลอดครึ่งชั่วยาม จนกระทั่งฝูงหมาป่าเหล็กสันหลังเงินถูกสังหารจนหมดสิ้น!

มองไปยังซากศพหมาป่าเหล็กสันหลังเงินนับร้อยที่กองอยู่รอบตัว ทุกคนต่างประสานสายตากันแล้วยิ้มออกมา

ก่อนจะเริ่มลงมือควานหาภายในร่างสัตว์อสูร เพื่อเก็บเกี่ยวแก่นอสูร

“ร่ำรวยแล้ว! พวกเราร่ำรวยแล้วจริง ๆ!”

ขณะที่เย่เซียวกำลังขะมักเขม้นกวาดเก็บแก่นอสูรรอบตัวด้วยความตื่นเต้น

ทันใดนั้น ลมกรรโชกแรงก็พัดมาจากฟากฟ้า

เฟิงอู๋เฉินสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ทุกคนเงยหน้ามองไปยังทิศทางที่ลมพัดมา สิ่งที่เห็นคือ อินทรีย์ขนาดยักษ์กำลังโฉบลงมา

“สัตว์อสูรระดับสี่! อินทรีย์มารสามตา!”

“หรือว่าเป็นสัตว์อสูรอีกแล้ว?”

“ไม่ใช่!”

เฟิงอู๋เฉินปฏิเสธทันที “ครั้งนี้เป็นมนุษย์!”

ในเวลาไม่นาน พวกเขาก็ถูกล้อมอีกครั้ง

รอบด้านเต็มไปด้วยสัตว์อสูรระดับสี่ มีทั้งบินและคลาน และบนหลังของพวกมัน กลับมียอดฝีมือขั้นกายสุวรรณนั่งควบคุมอยู่!

“สามารถบังคับขี่สัตว์อสูรได้? พวกเจ้าเป็นคนของแคว้นร้อยอสูรงั้นหรือ?”

เสิ่นหงอีจ้องมองอีกฝ่ายก่อนจะกล่าวออกมา

ชายที่ขี่อินทรีย์มารสามตาค่อยๆ ร่อนลงสู่พื้น

“สายตาไม่เลว! ข้าคือองค์ชายสามแห่งแคว้นร้อยอสูร เชวี่ยอิง!”

“แคว้นร้อยอสูรไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับศึกระหว่างสำนักและแคว้นอื่น เหตุใดเจ้าถึงมาปรากฏตัวที่นี่?”

เชวี่ยอิงแสยะยิ้ม ก่อนจะกวาดตามองซากศพหมาป่าเหล็กสันหลังเงินรอบตัว

“ข้อแรก! พวกเจ้าเหยียบเข้ามาในเขตแดนแคว้นร้อยอสูร และพวกหมาป่าเหล็กสันหลังเงินเหล่านี้ก็เป็นของเรา!”

“ข้อสอง! ค่าหัวของพวกเจ้าตอนนี้สูงถึงหกสิบห้าล้านเหรียญทอง! แม้แต่ตัวข้าเองก็ยังอดใจไม่ไหว ฮ่าๆๆ!”

“หกสิบห้าล้าน!? เจ้าล้อเล่นหรือ?”

เย่เซียวถึงกับอ้าปากค้างกับตัวเลขมหาศาลนี้

เฟิงอู๋เฉินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวอย่างเย็นชา

“ดูเหมือนว่าสิ่งที่ข้ากังวลเป็นความจริง ไม่เพียงแค่ข้า พวกเจ้าทุกคนก็ถูกตั้งค่าหัวเช่นกัน! หัวของข้าคนเดียวห้าสิบล้าน ส่วนพวกเจ้าคนละห้าล้าน รวมกันแล้วครบหกสิบห้าล้านพอดี!”

“อะไรนะ!? ให้ตายเถอะ! ทำไมข้ามีค่าหัวแค่ห้าล้าน ส่วนเจ้าถึงได้มากขนาดนั้น?”

ยังไม่ทันจบประโยค หลิวเฟยก็ฟาดเท้าหนักๆ ลงบนเท้าของเย่เซียว

“หุบปากไปซะ!”

เสิ่นหงอีขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงเย็นเยียบ

“ดูเหมือน…มีคนต้องการกวาดล้างยอดเขาอู๋เหิน!”

บรรดายอดฝีมือแห่งแคว้นร้อยอสูร จ้องมองพวกเขาด้วยแววตาเย้ยหยัน

ทันใดนั้น ชายร่างอัปลักษณ์คนหนึ่งเดินเข้าไปกระซิบข้างหูเชวี่ยอิง

“องค์ชายสาม! สตรีสองนางนี้อย่างเพิ่งฆ่าได้หรือไม่? ปล่อยให้พี่น้องเราได้ระบายความใคร่สักหน่อยเถอะ!”

สิ้นคำพูด ด้านหลังเขาก็มีเสียงหัวเราะต่ำดังขึ้น

“ถูกแล้วองค์ชาย! ข้ายังไม่เคยลิ้มลองรสชาติหญิงสาวจากแคว้นเฉินเลย ปล่อยให้พวกเราสนุกกันเถอะ!”

เชวี่ยอิงหัวเราะเบาๆ ก่อนพยักหน้า

“ตกลง ฆ่าชายสองคนนี้ ส่วนผู้หญิงสองคนนั้นจับเป็น!”

“รับทราบ!”

สิ้นเสียง บรรดายอดฝีมือแห่งแคว้นร้อยอสูรต่างขับขี่สัตว์อสูรของตน พุ่งเข้าโจมตีพวกเฟิงอู๋เฉินทันที!

“ฝันไปเถอะ! ข้าขอสู้ตาย!”

หลิวเฟยและเสิ่นหงอีชักกระบี่ออกมา พลังวิญญาณอัดแน่นไปทั่วร่าง

ทว่าในเวลานั้นเอง เฟิงอู๋เฉินกลับยกกระบี่เพลิงสุริยันขึ้นเหนือศีรษะ พลางกล่าวเสียงแผ่วเบา

“ถอยไป!”

ทั้งสามคนต่างชะงักไป

พวกเขาไม่ได้แปลกใจกับคำสั่งนั้น แต่เพราะ…ท่าทางนี้ พวกเขาเคยเห็นมาก่อน!

“เจ้า…กำลังจะใช้กระบวนท่านั้นหรือ!?”

ขณะที่เฟิงอู๋เฉินเร่งเร้ากระบวนท่ากระบี่ อาณาบริเวณรอบข้างก็พลันปั่นป่วน ลมแรงก่อตัวขึ้นทั่วป่า

ที่ปลายกระบี่เพลิงสุริยันค่อยๆ บีบอัดลงเป็นชั้นๆ เปล่งไอปราณที่ทำให้ผู้คนหวาดหวั่น

“รัศมีกระบี่น่าสะพรึงนัก...ไม่! นั่นคือปราณกระบี่!”

“หรือว่าเขาจะเป็น ปรมาจารย์กระบี่!?”

“พลังเช่นนี้ อย่างน้อยต้องเป็นวิชาขั้นราชันเป็นแน่!”

ขณะนั้นเอง ไม่เพียงแค่ยอดฝีมือแห่งแคว้นร้อยอสูรที่ตกตะลึง แม้แต่สัตว์อสูรระดับสี่ที่พวกมันขี่มาก็พากันล้มตัวลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าก้าวไปข้างหน้าอีก

………………………………

จบบทที่ บทที่ 111 ยอดฝีมือแห่งแคว้นร้อยอสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว