- หน้าแรก
- จุติเทพกระบี่พลิกชะตาสวรรค์
- บทที่ 79 หัวใจที่หลอมละลาย
บทที่ 79 หัวใจที่หลอมละลาย
บทที่ 79 หัวใจที่หลอมละลาย
“ข้าสังหารฉู่อวิ๋นหลานกับเฉินหานซาน” เฟิงอู๋เฉินตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
เมื่อได้ยินคำตอบ นัยน์ตาของสตรีผู้นั้นสั่นไหวเล็กน้อย
“มิน่าล่ะ…”
“นี่เป็นเรื่องที่ข้าก่อขึ้นเอง เจ้าไม่จำเป็นต้องมาเสี่ยงอันตรายเพราะข้า!”
มุมปากของเยว่ชิงอิงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางแฝงเสน่ห์
“ตามหลักแห่งความสัมพันธ์ เจ้ากับข้ารู้จักกันจนนับเป็นสหายผู้หนึ่ง ข้าย่อมต้องช่วยเจ้า! ตามหลักของสำนัก ยอดเขาอู๋เหินส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ศิษย์แห่งสำนักชิงเฉินทุกคนย่อมต้องให้การสนับสนุน”
ได้ยินดังนั้น เฟิงอู๋เฉินหัวเราะเยาะในใจ
เมื่อครู่ตอนที่แสงสามสายพุ่งขึ้นฟ้า เขาก็เดาได้แล้วว่ามันเป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือ
และไม่นานหลังจากนั้น ผู้แข็งแกร่งของราชวงศ์ต้าฉู่และราชวงศ์เฉินก็เร่งรุดมาถึง ซึ่งยืนยันข้อสันนิษฐานของเขา
ทว่า… สำนักชิงเฉินกลับไม่มีแม้แต่ผู้บรรลุขั้นทะเลโลหิตคนใดปรากฏตัว
มีเพียงศิษย์ร่วมรุ่นที่เป็นเพียงผู้บรรลุขั้นกายสุวรรณมาให้ความช่วยเหลือ
“ปรมาจารย์กระบี่ที่อายุยังน้อยเพียงนี้? เจ้านั่นเองหรือที่เป็นอัจฉริยะกระบี่ของสำนักชิงเฉิน ผู้ได้รับสมญาว่าเป็นวัยเยาว์อันดับหนึ่งแห่งดินแดนชางโจว เยว่ชิงอิง?”
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พวกเขาก็เอ่ยชื่อของนางออกมาได้
เยว่ชิงอิงสะบัดปลายกระบี่ขึ้นชี้ตรงไปยังยอดฝีมือขั้นทะเลโลหิตทั้งสาม
“หากจะสู้ ก็จงรีบเข้ามาเถิด! ไม่ต้องพล่ามให้มากความ!”
ความดูแคลนของเยว่ชิงอิง ทำให้สีหน้าของสามยอดฝีมือแห่งราชวงศ์ต้าฉู่มืดมนลง
“หึ! แค่เด็กน้อยขั้นกายสุวรรณ กล้าดูแคลนพวกเราเช่นนี้ ช่างรนหาที่ตายโดยแท้!”
สิ้นคำกล่าว เงาร่างของหนึ่งในสามพลันเคลื่อนที่!
เพียงชั่วพริบตา เขาก็พุ่งเข้าใกล้เยว่ชิงอิง รวดเร็วจนแทบมองตามไม่ทัน
“ศิษย์สำนักชิงเฉิน! เมื่อลงนรกไปแล้ว จงจำเอาไว้ให้ดีว่าคนที่ฆ่าเจ้าคือลู่ขุย!”
ฉัวะ!
เพียงร่างของเขาสัมผัสพื้น ปราณกระบี่สายหนึ่งก็พุ่งออกจากปลายกระบี่ของเยว่ชิงอิง ฟาดใส่ลู่ขุยทันที!
นัยน์ตาของลู่ขุยเบิกกว้าง! เมื่อสัมผัสถึงอันตรายอันร้ายแรง เขารีบปลดปล่อยพลังป้องกันออกมาโดยพลัน
ปัง!
แม้จะป้องกันไว้ได้ ทว่าแรงปะทะของกระบี่กลับรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะรับไหว ร่างของเขาถูกซัดกระเด็นไปไกลกว่าร้อยจั้ง!
ลู่ขุยมองไปที่เยว่ชิงอิงด้วยความหวาดหวั่นเต็มดวงตา
“ไม่เพียงแต่เป็นปรมาจารย์กระบี่... กระทั่งกระบี่ที่นางใช้ ยังเป็นกระบี่ราชัน!”
กระบี่ราชัน!
ได้ยินเช่นนั้น อีกสองคนที่เหลือต่างก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ
ทั่วทั้งดินแดนชางโจวเป็นเพียงดินแดนชายขอบ การสืบทอดศาสตร์การหลอมอาวุธถือว่าไม่โดดเด่น อาวุธขั้นราชันจึงเป็นของหายากยิ่ง!
แม้แต่ยอดฝีมือขั้นทะเลโลหิต ก็ยังต้องอิจฉา
เมื่อเห็นกระบี่ในมือของเยว่ชิงอิง ทั้งสามต่างเผยความโลภออกมาทันที
“สำนักชิงเฉินร่ำรวยถึงเพียงนี้เชียวรึ? กระทั่งให้เด็กขั้นกายสุวรรณถือครองกระบี่ราชัน!”
“แต่หลังจากวันนี้ มันจะเป็นของแคว้นต้าฉู่แล้ว!”
“ล้อมไว้! สังหารนาง แล้วชิงกระบี่มา!”
เมื่อเห็นทั้งสามพุ่งเข้าจู่โจม เยว่ชิงอิงกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย
พลังกระบี่ของนางพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า ชุดยาวปลิวไสวเสมือนเซียนหญิงจากสรวงสวรรค์
แม้แต่เฟิงอู๋เฉินยังเผลอหยุดมองนางด้วยแววตาตกตะลึงไปชั่วขณะ...
“...”
เยว่ชิงอิง สมแล้วที่ได้รับสมญาว่าเป็นวันเยาว์อันดับหนึ่งแห่งดินแดนชางโจว นางสามารถต่อกรกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นทะเลโลหิตทั้งสามได้อย่างสูสี แม้จะมีเพียงพลังของผู้บรรลุขั้นกายสุวรรณก็ตาม!
“หึ! ไม่นึกเลยว่าเด็กสาวเช่นเจ้าจะมีพลังถึงเพียงนี้! ผู้ฝึกยุทธ์วัยเยาว์ช่างน่าสะพรึงกลัวนัก!”
“แต่น่าเสียดาย... เจ้ากลับยังมิอาจเปิดทะเลโลหิตได้ พลังของเจ้าจึงไม่มีทางต่อสู้ยืดเยื้อได้ยาวนาน หากเรายื้อเจ้าไว้ เจ้าย่อมต้องพ่ายแพ้ในที่สุด!”
“เหลวไหล!”
นัยน์ตาของเยว่ชิงอิงฉายประกายเย็นเยียบ นางสะบัดกระบี่อีกครั้ง ปลดปล่อยปราณกระบี่ฟาดเข้าใส่ศัตรู
ทว่าครั้งนี้ อีกฝ่ายสามารถหลบพ้นได้อย่างง่ายดาย
“ฮ่าฮ่า… ดูเหมือนที่ข้าพูดจะถูกต้อง! กระบี่ของเจ้ามิได้ร้ายกาจเช่นเดิมอีกแล้ว!”
ลู่ขุย ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นทะเลโลหิตหัวเราะเยาะ ร่างของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นเงาวูบวาบ พุ่งข้ามสมรภูมิไปทางเฟิงอู๋เฉิน!
“ตอนนี้เจ้ายังมีพลังพอจะปกป้องมันอยู่อีกหรือไม่?”
“อย่าหวัง!”
นัยน์ตาของเยว่ชิงอิงสั่นไหว นางเร่งระดมพลังวิญญาณทั้งหมดเข้าสู่กระบี่ ก่อนจะวาดออกไป
ปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งเข้าปิดกั้นเส้นทางของลู่ขุยทันที!
แต่ในขณะเดียวกัน ริมฝีปากของลู่ขุยกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน
‘นางหลงกลแล้ว!’
เยว่ชิงอิงเพิ่งสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังวิญญาณที่ผิดปกติจากทางด้านหลัง!
นางรีบหมุนตัวกลับ แต่สายเกินไปแล้ว
บูม!
ฝ่ามือมหึมาสองสายซึ่งกักเก็บพลังไว้เต็มที่ระเบิดออกในระยะประชิด!
ทำเอาเยว่ชิงอิงถูกซัดปลิวกระเด็นไปหลายร้อยจั้ง!
แม้นางจะกัดฟันทรงตัวหยัดยืนขึ้นมาได้ แต่ก็ยังคงมีโลหิตไหลซึมออกจากมุมปาก
โลหิตสีแดงฉานหยดลงบนริมฝีปากของนาง เส้นผมสยายพริ้วไร้ทรง ปรากฏความงามอันเย้ายวนแฝงอยู่ภายใต้สภาพยับเยินนั้น
ครั้นรู้ตัวว่าไม่อาจยื้อศึกนี้ต่อ เยว่ชิงอิงจึงอาศัยแรงผลักนั้นถอยไปอยู่ข้างกายเฟิงอู๋เฉิน
โดยไม่กล่าวคำใด นางคว้าตัวเขา แล้วพุ่งทะยานเข้าสู่ส่วนลึกของซากโบราณทันที!
“คิดจะหนีรึ? ไล่ตามไป!”
แม้เยว่ชิงอิงจะเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยาก ทว่าก็ยังเป็นเพียงผู้บรรลุขั้นกายสุวรรณ ความเร็วของนางไม่อาจเทียบได้กับผู้บรรลุขั้นทะเลโลหิต
เพียงไม่นาน เงาร่างของทั้งสามก็ค่อยๆ ไล่ประชิดเข้ามาเรื่อยๆ
เฟิงอู๋เฉินสัมผัสได้ถึงลมปราณภายในของเยว่ชิงอิงที่เริ่มปั่นป่วนขึ้นเรื่อยๆ
สายตาของเขาฉายแววซับซ้อน มองไปยังหญิงสาวที่กำลังพยายามพาเขาหนี
“เจ้ามีไพ่ตายเหลืออยู่หรือไม่?”
“ไม่มี!”
“เช่นนั้นเจ้ากล้าหาญถึงขนาดต่อสู้กับผู้บรรลุขั้นทะเลโลหิตสามคนเพียงลำพังหรือ? ทั้งหมดนี้… เพื่อข้าคนหนึ่งที่เพิ่งรู้จักกันได้เพียงสองเดือนเท่านั้น เจ้าเห็นว่าคุ้มค่าแล้วหรือ?”
“ในบัญญัติของข้า ไม่มีคำว่าคุ้มค่าหรือไม่ มีเพียงแค่อยากทำหรือไม่อยากทำเท่านั้น ข้าไม่อาจยืนมองสหายของข้าถูกสังหารต่อหน้าต่อตา โดยไม่ลงมือทำอะไรเลย… มันก็เท่านั้นเอง!”
“...”
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ เฟิงอู๋เฉินถึงกับตกอยู่ในความเงียบ
ในชาติก่อน เขาเคยถูกสตรีที่เขารักและสหายที่เขาเชื่อมั่น ทรยศหักหลัง
เขาจึงไม่เคยเชื่อมั่นในสิ่งที่เรียกว่ามิตรภาพอีกเลย…
บางที ต่อให้เป็นหัวใจที่เย็นชาเพียงใด ก็อาจต้องมีบางสิ่งที่หลอมละลายมันได้เช่นกัน…
‘สุดท้ายแล้ว ความรู้สึกก็ไม่อาจหนีพ้นจากผลประโยชน์ใช่หรือไม่?’
เพราะเหตุนี้ เขาจึงไม่เคยไว้ใจผู้ใด ไม่ว่าใครก็ตาม
มู่ฉิง… เสิ่นหงอี… เยว่ชิงอิง… ล้วนไม่มีข้อยกเว้น!
ทว่า… หลังจากเหตุการณ์ในสองวันที่ผ่านมา กลับทำให้จิตใจของเขาสั่นคลอน
เสิ่นหงอี ยอมเผาผลาญรากฐานพลังของตนเอง เพื่อใช้วิชากระบี่ขั้นราชันช่วยชีวิตเขา
เยว่ชิงอิง ทุ่มเทสุดกำลังเพียงเพื่อจะช่วยเขา แม้ต้องต่อกรกับผู้บรรลุขั้นทะเลโลหิตถึงสามคน
ทว่าการกระทำของนางทั้งสอง กลับไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ จากเรื่องนี้เลย…
ในชั่วขณะหนึ่ง ผนึกที่ถูกปิดแน่นในใจของเขา คล้ายกับถูกปลดออกอย่างเงียบงัน
“พอได้แล้ว!”
เสียงของเฟิงอู๋เฉินทำให้เยว่ชิงอิงขมวดคิ้ว “อะไร?”
“เจ้าทำเพื่อข้ามามากพอแล้ว! ที่เหลือ… ปล่อยให้ข้าจัดการเอง!”
กล่าวจบ เฟิงอู๋เฉินพลันหยุดยืนอยู่กับที่
เยว่ชิงอิงถึงกับเผยสีหน้าตกตะลึง “เจ้าจะทำอะไร? พวกมันเป็นถึงผู้บรรลุขั้นทะเลโลหิตสามคน! เจ้าก็แค่คนที่อยู่เพียงขั้นปราณยุทธ์ จะไปสู้กับพวกมันได้อย่างไร?”
เฟิงอู๋เฉินยิ้มบาง “เจ้าเองก็รู้ตัวว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมัน แต่เจ้าก็ยังเสี่ยงชีวิตมาช่วยข้ามิใช่หรือ?”
เยว่ชิงอิงนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงหนัก “นั่นมันไม่เหมือนกัน!”
“แต่สำหรับข้า… มันไม่ต่างกัน!”
ในชั่วขณะนั้นเอง ภายในร่างของเฟิงอู๋เฉิน หอกระบี่หลงหยวนพลันสั่นสะเทือนอยู่ภายใน