เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 เขาพ่นไฟได้ด้วย?

ตอนที่ 22 เขาพ่นไฟได้ด้วย?

ตอนที่ 22 เขาพ่นไฟได้ด้วย?


พวกมันเร็วมากและมาถึงหน้าพวกเขาในพริบตา

ฟึบ ฟึบ ฟึบ

นั่นคือเสียงปีกของวิญญาณคำสาปที่พุ่งผ่านสายลม และยังเป็นเสียงกรงเล็บอันแหลมคมของมันที่ตัดผ่านอากาศอีกด้วย!

เมเมและคนอื่นๆขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

เมื่อพิจารณาจากความผันผวนที่ปล่อยออกมาจากวิญญาณคำสาปเหล่านี้ พวกมันเกือบจะเป็นวิญญาณคำสาประดับ 1 แล้ว!

ในอดีต เมื่อพวกเขาทำภารกิจปัดเป่าวิญญาณสาประดับพิเศษ วิญญาณคำสาปลูกกระจ๊อกจะอยู่ที่ระดับ 2 ไม่มากเกินไปกว่านั้น

อย่างไรก็ตาม วิญญาณคำสาปเหล่านี้ที่อยู่ต่อหน้าพวกเขานั้นมีความใกล้เคียงกับวิญญาณคำสาประดับ 1 มากทีเดียว!

หลายคนไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเลย นี่คือการทดสอบของเซี่ยหลิว พวกเขาอยากรู้ว่าเซี่ยหลิวจะจัดการกับวิญญาณคำสาปเหล่านี้อย่างไร

มันคงจะเป็นการบิดเบือนอวกาศแปลกๆของเขาใช่ไหม?

อย่างไรก็ตาม เซี่ยหลิวกระโดดขึ้นไปและลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างช้าๆ พร้อมมองไปที่วิญญาณคำสาปประมาณสิบตนที่พุ่งเข้าใส่เขาจากเบื้องล่าง

ภายใต้สายตาที่งุนงงของคนทั้งสาม เขาปรบมือและพองแก้ม

จักระเปรียบเสมือนน้ำพุที่พุ่งพล่านมารวมตัวอยู่ในลำคอ!

"คาถาไฟ มหาเพลิงผลาญ!"

ฟื้ม!!

เปลวเพลิงสีแดงพุ่งออกมา และเมื่อเปลวเพลิงสัมผัสอากาศ มันก็ขยายตัวขึ้นทันทีเป็น 20 เท่าของขนาดเดิม!

เปลวเพลิงลุกไหม้เป็นทะเลเพลิงยาวกว่าร้อยเมตรทันที กลืนกินวิญญาณคำสาปเบื้องล่าง!

คลื่นความร้อนอันน่าสะพรึงกลัวแผดเผาผิวหนังของคนที่อยู่เบื้องหลังเขาจนเจ็บราวกับว่าถูกไฟเผา

ดวงตาของทั้งสามคนที่เหลือกดตัวลง จากนั้นก็รีบถอยห่าง!

เมเมยืนอยู่ต่อหน้าทุกคนและร่ายวิชาป้องกัน ทำให้สามารถป้องกันผลกระทบจากการโจมตีของเซี่ยหลิวได้!

นี่คือวิชานินจาอันโด่งดังของมาดาระ!

ต้องใช้นินจานับพันใช้คาถาน้ำในเวลาเดียวกันเพื่อต่อต้านมัน!

แน่นอนว่าปริมาณไสยเวท (จักระ) ของเซี่ยหลิวในปัจจุบันนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้ท่านี้มันน่ากลัวเหมือนกับที่มาดาระใช้ได้

แต่ถึงกระนั้นพลังนี้ก็น่าสะพรึงกลัวมากพอแล้ว

ไฟพ่นออกมายาวนาน10วินาทีก่อนจะหยุด

คนที่เหลือมองดูรอบๆ ก่อนจะพบว่าทั่วพื้นที่นั้นไม่มีวิญญาณคำสาปหลงเหลืออยู่แล้ว

พื้นดินที่ถูกปกคลุมด้วยเปลวไฟกลายเป็นสีดำไหม้ และมีควันดำจางๆลอยออกมา

ในอากาศยังคงมีกลิ่นเนื้อไหม้จางๆ ซึ่งน่าจะมาจากวิญญาณคำสาป...

แต่ไม่นาน พวกมันก็ถูกเผาจนไม่เหลือซากเนื่องจากอุณหภูมิที่สูงอย่างต่อเนื่อง จนไม่มีขี้เถ้าเหลืออยู่เลย

"ฟู่ว......"

เซี่ยหลิวลงสู่พื้นอย่างช้าๆ และถอนหายใจด้วยความโล่งใจ

ความรู้สึกเมื่อได้แสดงวิชานินจาครั้งแรกนั้นค่อนข้างดี ยกเว้นว่าแก้มของเขารู้สึกเจ็บเล็กน้อย

เอ่อ... อีกประเด็นหนึ่งที่ควรสังเกตก็คือ ปริมาณจักระที่ถูกปลดปล่อยออกมานั้นไม่ได้รับการควบคุมที่ดีนัก และถูกใช้ไปในคราวเดียวมากเกินไป

ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ไม่เหมือนกับมาดาระผู้ซึ่งมีจักระที่แทบจะไร้ขีดจำกัด

ดูเหมือนว่าเขาต้องฝึกฝนมากขึ้น ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่สามารถทนต่ออัตตราการใช้จักระเช่นนี้ได้

เมื่อรู้สึกถึงจักระที่เหลืออยู่ในร่างกาย เซี่ยหลิวก็นึกถึงอาจารย์คาคาชิที่มีจักระต่ำ

เซี่ยหลิวก้มหัวลงและพึมพำกับตัวเอง : "โอ้ ถ้าฉันสามารถใช้จักระได้แบบไม่มีที่สิ้นสุดก็คงดี"

‘ลืมมันไปเถอะ อย่าตั้งเป้าไว้สูงเกินไป เพียงแค่ทำไปทีละขั้นตอน อาจจะมีบางอย่างแบบนี้ในภารกิจต่อไปหรือในร้านค้าก็ได้?’

“เห้ พวกคุณยืนทำบ้าอะไรอยู่ตรงนั้น เดินต่อกันเถอะ พวกเรายังไม่เจอวิญญาณคำสาประดับพิเศษเลย”

“นอกจากนี้ ทำไมถึงไปอยู่ไกลขนาดนั้น?”

เขาจ้องดูคนสามคนที่ถอยหนีออกไปหลายสิบเมตรด้านหลังเขาและจ้องมองเขาอย่างว่างเปล่า

เมื่อเขาพูดจบ คนทั้งสามก็ฟืื้นคืนสติของตน

เมื่อคิดย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์อันน่าสยดสยองที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ พวกเขายังคงรู้สึกกลัวและอดไม่ได้ที่จะหายใจเข้าลึกๆ

“พี่สาวเมเม… เขาเป็นแค่ผู้ใช้คุณไสยระดับหนึ่งจริงๆเหรอ?”

โชโกะจับแขนเมเมแล้วถามออกมา

ที่หางตาของเธอมีน้ำตา ซึ่งเป็นน้ำตาที่หลั่งออกมาจากต่อมน้ำตาที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อน

เธอจ้องดูเซี่ยหลิวราวกับว่าเขาเป็นสัตว์ประหลาด

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเซี่ยหลิวลงมือ

ในความคิดของเธอ เซี่ยหลิวมีความสามารถมาก แต่อย่างมากก็คงไม่ต่างกับนานามิ และอาจจะแย่กว่าเมเมด้วยซ้ำ

แต่หลังจากประสบการณ์ครั้งนี้ ทำให้เธอได้เข้าใจเซี่ยหลิวมากขึ้น

ก่อนหน้านี้เขาเป็นคนที่ไม่รู้ว่าจะกางม่านยังไงด้วยซ้ำ แต่ในชั่วพริบตา เขาก็ปลดปล่อยเปลวไฟอันน่าสะพรึงกลัวออกมาได้?

ไม่! นี่ไม่ใช่เปลวไฟอีกต่อไป แต่เป็นทะเลเพลิง!

เมเมไม่รู้จะตอบอย่างไรในตอนนี้ ตอนนี้เธออ้าปากค้างเล็กน้อยและจ้องมองเซี่ยหลิวด้วยสายตาที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง

เด็กคนนี้ยังมีความลับอีกกี่อย่าง? หรือจริงๆแล้วเขาเป็นใครกันแน่?

คาถาอวกาศประหลาด พลังบงการจิตใจผู้คน ภาพลวงตาที่ไม่สามารถป้องกันได้ และตอนนี้ยังมีทะเลเพลิงที่พ่นออกมาจากปากโดยตรง?!

และทักษะกายภาพของอีกฝ่ายก็ไม่ด้อยไปกว่าเธอเลย!

นี่เขาไร้ซึ่งจุดบอดเลยหรอ?

มีอะไรที่เขาทำไม่ได้บ้าง? แม้แต่โกโจ ซาโตรุที่มีริคุกันก็ยังไม่ถึงขนาดนี้ตอนอายุเท่านี้จริงไหม?

เมื่อมองย้อนกลับไปในคืนนั้น เธอรู้สึกโชคดีจริงๆ

หากเซี่ยหลิวต้องการฆ่าใครสักคนเพื่อปิดปากจริงๆ เธอจะสามารถหนีจากเขาได้หรือไม่?

ไอ้ยากะ มาซามิจินี่ก็หาทำ ปล่อยให้เธอมาเฝ้าติดตามคนแบบนี้ได้!

นานามิผู้ที่ใจเย็นอยู่เสมอ กล่าวว่า “คุณเมเม นี่ผมตาฝาดไปรึเปล่า ผมรู้สึกว่าตัวเองคงไม่สามารถเอาชนะเซี่ยหลิวได้”

ในความคิดของเขา หากอีกฝ่ายใช้ท่านั้นกับเขา เขาคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อย่างแน่นอน

และผลที่ตามมาจากการโดนเผา...

เมเม : “ไม่ต้องไปคิดอะไร ไปต่อกันเถอะ!”

เซี่ยหลิวเดินเข้ามาต่อหน้าคนทั้งสามคนและกระตุ้นพวกเขาว่า "เฮ้ อย่าเอาแต่ยืนงงสิ รีบตามครูมาปัดเป่าวิญญาณคำสาประดับพิเศษซะ"

เขายังมีธุระต้องทำกับสุคุนะต่ออีกนะ

………………

ตัดภาพมาที่วิวชายหาดอันสวยงาม

ชายคนหนึ่งสวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีฟ้า สวมแว่นกันแดด และมีรอยเย็บเต็มหน้า นอนสบายๆบนเก้าอี้ชายหาด เพลิดเพลินไปกับแสงแดด

ชายที่ว่าคือมาฮิโตะ!

“นายนี่มันเหลือเกินจริงๆ เราไม่ได้ตกลงกันว่าจะรอให้ฮานามิและโจโกะมาถึงก่อนถึงจะลงมือร่วมกันไม่ใช่หรอ?”

เสียงอันนุ่มนวลของเกะโท สึงุรุ (เคนจาคุ) ดังอยู่ข้างหูของมาฮิโตะ

น้ำเสียงเป็นเพียงการหยอกล้อ ไม่ได้กล่าวโทษจริงจัง

มาฮิโตะยิ้มและโบกมือ : "มันเป็นเพียงอาหารเรียกน้ำย่อยก่อนที่อาหารจานหลักจะเริ่มต้น ฉันแค่ต้องการทดสอบว่าคำสาปแบบไหนจะบิดเบี้ยวและทรงพลังได้มากที่สุด"

“นายไม่อยากรู้เหรอ?”

“ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ ความรักไง มันทรงพลังที่สุดแล้ว”

‘เกะโท สุงุรุ’ ชัดเจนมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ร่างกายนี้เคยเป็นผู้ใช้คุณไสยระดับสูงมาก่อน

แต่ท้ายที่สุด เขาก็ยังคงพ่ายแพ้ต่อพลังแห่งความรักอันบริสุทธิ์

“ก็นั่นแหละ ฉันเบื่อพอดี เลยได้ลองสร้างอะไรที่บิดเบี้ยวอย่างความรักขึ้นมาได้”

มันคงจะดีหากเจ้านั่นสามารถฆ่าผู้ใช้คุณไสยระดับหนึ่งได้สักสองสามคน แล้วโกโจ ซาโตรุจะได้โผล่หัวออกมา

นี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะให้มาฮิโตะและวิญญาณคำสาปตนอื่นๆได้เห็นว่าชายผู้สามารถปราบโลกแห่งคุณไสยทั้งหมดได้เพียงลำพังนั้นน่ากลัวขนาดไหน

“ว่าแต่ มาฮิโตะ” เคนจาคุมองไปที่มาฮิโตะแล้วพูด “นายสร้างวิญญาณต้องสาประดับพิเศษแบบนั้นได้ยังไง?”

“ฮ่าๆ จริงๆแล้วมันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับฉันเลย”

“เขาเป็นคนงานถูกเจ้านายเอาเปรียบ และภรรยาสุดที่รักของเขาก็ถูกเจ้านายของเขาข่มขืนเพราะความสวยของเธอ แถมเขายังถูกมอบหมายให้ทำงานเสี่ยงอันตรายทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง และโชคร้ายที่พลัดตกเสียชีวิต!”

“ฮ่าๆๆ นายคิดว่าไงล่ะ มนุษย์ในโลกนี้น่ากลัวกว่าวิญญาณคำสาปเยอะเลยใช่ไหมล่ะ”

เมื่อพูดเช่นนี้แล้ว มาฮิโตะก็ยืนขึ้น หันหน้าไปทางทะเล กางแขนออก ปล่อยให้ลมทะเลพัดผ่านแก้ม ผมสีเงินยาวของเขาปลิวไสวในสายลม

“ความสกปรก ความเห็นแก่ตัว ความอิจฉา ความโลภ และอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่พูดไปก็คงไม่หมด พวกที่มีสิ่งเหล่านี้ไม่คู่ควรที่จะเป็นผู้ที่อยู่อาศัยบนโลกนี้”

“เคนจาคุ ฉันรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆว่าทุกสิ่งที่เราทำนั้นยุติธรรม และการดำรงอยู่ของเราก็สมควร...”

“เรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง!”

เคนจาคุยิ้มอย่างรู้ทัน : “แล้วนายทำอะไรไป?”

มาฮิโตะพูดด้วยน้ำเสียงอันชั่วร้ายว่า “ฉันแค่พูดเรื่องโกหกที่สวยงามให้กับคนงานคนนั้นฟัง”

"ตัวอย่างเช่น หากเขาฆ่าคน 100,000 คนและเก็บเลือดของพวกเขา เขาก็จะสามารถชุบชีวิตคนรักของเขาขึ้นมาได้"

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! อัจฉริยะจริงๆ!"</br >

จบบทที่ ตอนที่ 22 เขาพ่นไฟได้ด้วย?

คัดลอกลิงก์แล้ว